ในขณะนั้นเองเสียงร้องบาดหูหลายเสียงได้ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ปลุกอวี๋จื่ออวี๋ให้ตื่นจากภวังค์
เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปเขาก็เห็นว่าส่วนที่เคยเป็รอยตัดของกิ่งก้านได้แบ่งน้ำบำรุงชีวิตออกเป็แปดหยดเล็กๆและควบคุมให้ตกลงไปในปากของเหยี่ยวเพเรกรินทั้งแปดตัวเรียบร้อยแล้ว
“จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ...”
ท่ามกลางเสียงแหลมสูงบาดหูลูกเหยี่ยวเพเรกรินทั้งแปดตัวก็สั่นเล็กน้อย
จากนั้นร่างกายของพวกมันก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
เดิมทีเ้าพวกตัวน้อยมีขนาดเท่ากำปั้นทว่าตอนนี้พวกมันเติบโตจนมีขนาดเท่ากับนกพิราบแล้ว
สิ่งที่น่าจับตามากที่สุดคือจะงอยปากของพวกมันที่เปลี่ยนเป็โค้งงอแบบจะงอยปากของนกอินทรีดูดุดัน และแฝงไว้ด้วยความคมกริบเย็นะเื
ส่วนกรงเล็บของพวกมันก็ยืดยาวออกไปอีกหลายส่วน
“แกรก...”
เพียงแค่ลากเบาๆรังนกทั้งรังก็แตกออกเป็เสี่ยงด้วยกรงเล็บของพวกมัน
ทว่าในขณะนั้น ไม่มีใครสนใจรังนกเลย
เป็เพราะในตอนนี้เหยี่ยวเพเรกรินทั้งแปดตัวได้กางปีกออกแล้ว
“ครืน!...”
ปีกที่แหลมและยาวสั่นไหวเล็กน้อยก็สร้างคลื่นลมขึ้นมา
จากนั้นท่ามกลางความตกตะลึงชั่วขณะของอวี๋จื่ออวี๋เหยี่ยวเพเรกรินทั้งแปดตัวก็หายไปจากสายตาของเขาแล้ว
“ให้ตายสิ เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”
เมื่อมองไปยังเหยี่ยวเพเรกรินทั้งแปดตัวที่พุ่งออกไปไกลราวกับะุจนกลายเป็จุดดำๆ อวี๋จื่ออวี๋ก็อดไม่ได้ที่จะมองอย่างตกตะลึง
เร็วเร็วเหลือเชื่อจริงๆ!
เหยี่ยวเพเรกรินทั่วไปมีความเร็วในการบินแนวราบเพียงประมาณ60ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น
พวกมันจะมีความเร็วถึง386กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ต่อเมื่อพุ่งดิ่งลงมาด้วยมุม 45 องศาเท่านั้น
แต่ตอนนี้เหยี่ยวเพเรกรินกลายพันธุ์เหล่านี้ เพียงแค่พวกมันบินในแนวราบก็สามารถบินได้ด้วยความเร็วประมาณ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว!
ล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย?
ถ้าเป็อย่างนั้นจริงๆ
การพุ่งในแนวดิ่งของพวกมันล่ะ...
ราวกับคิดอะไรบางอย่างออกจิตใจของอวี๋จื่ออวี๋ก็พลันสะท้านวาบ
และในขณะนั้นเอง
แกว๊ก!แกว๊ก!...
เสียงกรีดร้องนั้นราวกับเสียงนกอินทรีเสียงนั้นมีความทะลุทะลวงสูงมาก ราวกับโลหะกระทบกัน สามารถบาดแก้วหูของผู้คนได้เลย
และในชั่วพริบตาที่ส่งเสียงกรีดร้องออกมา
“ฟ้าว! ฟ้าว! ฟ้าว!”
ลำแสงทั้งแปดพุ่งมาจากขอบฟ้าต่อเนื่องกัน
เร็วเกินไปแล้ว!
แม้แต่ผู้แข็งแกร่งอย่างอวี๋จื่ออวี๋ด้วยความสามารถในการจับภาพการเคลื่อนไหวของเขาในตอนนี้ยังมองเห็นเพียงแค่เงาดำที่แวบผ่านไปเท่านั้น
จากนั้น
“ปัง! ปัง! ปัง!”
ก้อนหินขนาดมหึมาที่อยู่ไม่ไกลจากอวี๋จื่ออวี๋ก็สั่นะเือย่างกะทันหัน
จากนั้นท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของอวี๋จื่ออวี๋ก้อนหินก้อนนั้นกลับปรากฏรูขนาดเท่ากำปั้นถึงแปดรู
เมื่อมองผ่านรูอวี๋จื่ออวี๋ยังสามารถมองเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนที่อยู่ด้านหลังได้ด้วยซ้ำ
ทะลุผ่านไปแล้ว...
ก้อนหินขนาดสามเมตรถูกทะลุผ่านไปอย่างสมบูรณ์!
พลังทะลุทะลวงเช่นนี้คงจะรุนแรงเพียงพอจะเจาะทะลุผ่านแผ่นเหล็กหนาหลายสิบเิเได้อย่างง่ายดาย
“แกว๊ก แกว๊ก...”
เสียงกรีดร้องอีกหลายครั้งดังขึ้นจากด้านหลังก้อนหินจากนั้นเหยี่ยวเพเรกรินหลายตัวก็บินโซเซออกมา
บางครั้งก็ส่ายหัวปัดฝุ่นออกจากตัว
ดูเหมือนพวกมันก็ไม่ได้สบายนัก
“เ้าตัวเล็กพวกนี้”
อวี๋จื่ออวี๋มองดูอย่างเอ็นดูแล้วยื่นกิ่งก้านออกไปแปดกิ่ง
เมื่อมองเห็นกิ่งก้านเหยี่ยวเพเรกรินก็ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความดีใจ
จากนั้นพวกมันก็ลงจอดบนกิ่งก้านอย่างคุ้นเคยเพลิดเพลินกับการลูบไล้จากกิ่งก้านของอวี๋จื่ออวี๋
ในขณะเดียวกันอวี๋จื่ออวี๋ก็สังเกตเห็นแผงสถานะบนหัวของเหยี่ยวเพเรกริน
[เผ่าพันธุ์: เหยี่ยวเพเรกรินกลายพันธุ์
อายุขัย:0.2/20ปี
ระดับ:แรกเริ่มขั้นที่สาม
พร์ประจำตัว:ะุดิ่งเวหา – ความเร็วที่เหนือกว่าทุกสิ่งมอบพลังทะลุทะลวงที่ไม่มีใครเทียบได้ เพียงพอที่จะฉีกทำลายการป้องกันทุกรูปแบบ(หมายเหตุ: ผลข้างเคียงร้ายแรงมาก หากพลาดพลั้งร่างกายของพวกมันอาจไม่สามารถทนทานต่อการะเิของความเร็วได้ก่อนที่จะฉีกทำลายศัตรูและจะกลายเป็ผุยผงไปเสียก่อน)
ความสามารถพิเศษ:ไม่มี]
น่ากลัวมากโดยเฉพาะพร์ประจำตัว มันดูเหมือนเป็ไม้ตายสุดท้ายที่ต้องเอาชีวิตเข้าแลก
อวี๋จื่ออวี๋ประเมินคร่าวๆและจ้องมองเหยี่ยวเพเรกรินเหล่านี้ด้วยสายตาที่ลึกล้ำ
หากไม่พูดถึงเื่อื่นเพียงแค่พร์ประจำตัวที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันเหยี่ยวเพเรกรินเหล่านี้ก็มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใดแล้ว
อาจเป็เพราะน้ำบำรุงชีวิตหรืออาจเป็พร์ของเผ่าพันธุ์เหยี่ยวเพเรกริน
แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรตำแหน่งของเหยี่ยวเพเรกรินเหล่านี้ในใจของอวี๋จื่ออวี๋ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเทียบเท่ากับจิ้งจอกแดงกลายพันธุ์ที่อยู่ข้างกายเขา
ในยุคที่เต็มไปด้วยความพิเศษและก้าวไปสู่ความเหนือธรรมชาติ
เหยี่ยวเพเรกรินเหล่านี้รวมถึงจิ้งจอกแดงกลายพันธุ์ตัวนั้น เพียงพอที่จะเป็สมุนอันทรงพลังของเขาได้
เมื่อคิดเช่นนั้นอวี๋จื่ออวี๋ก็โบกกิ่งก้านอีกครั้ง
ในไม่กี่อึดใจ
ด้วยความพยายามของกิ่งก้านหลายสิบกิ่งของอวี๋จื่ออวี๋รังนกขนาดใหญ่เท่าอ่างล้างหน้าก็ถูกสร้างขึ้นมาภายใต้ใบไม้ที่ปกคลุมอยู่บนยอดต้นไม้
นี่คือรังนกที่อวี๋จื่ออวี๋สร้างขึ้นสำหรับเหยี่ยวเพเรกรินทั้งแปดตัว
นกผูกพันกับรัง
เมื่อมีรังนี้อยู่อวี๋จื่ออวี๋เชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกมันกับเขาจะใกล้ชิดกันมากขึ้น
ส่วนจิ้งจอกแดง...
เมื่อนึกถึงตรงนี้รากไม้ของอวี๋จื่ออวี๋ที่คล้ายงูั์สีดำก็พลิกไปมาอีกครั้ง
“ครืนนน ครึ่กครึ่ก...”
ใจกลางการสั่นะเืของแผ่นดินรูสีดำมืดมิดก็ปรากฏขึ้นข้างรากไม้ไม่ไกลจากอวี๋จื่ออวี๋
“ไปเถอะ”
อวี๋จื่ออวี๋ใช้กิ่งไม้เขี่ยหัวของจิ้งจอกแดงแล้วยิ้มบางๆ
จิ้งจอกมักจะอาศัยอยู่ในถ้ำ
รังที่เขาทำจากรากไม้นี้ก็ไม่เลวเลย
อย่างน้อยที่สุดภายในก็มีรากไม้เล็กๆ จำนวนมากพันกันอยู่ ก็เพียงพอที่จะให้ความอบอุ่นได้
นอกจากนี้อวี๋จื่ออวี๋ยังสังเกตเห็นเล็กน้อยว่า บริเวณรากไม้ของเขามีสารลึกลับในอากาศที่เข้มข้นปรากฏขึ้นมาเล็กน้อย
น่าจะเป็เพราะรากไม้ของเขาได้ดูดซับสารลึกลับเ่าั้เป็หลัก
และสัตว์ร้ายเหล่านี้ก็ควรจะดูดซับสารลึกลับในอากาศเพื่อวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง
หากเป็เช่นนั้นจริงรังที่เขาสร้างขึ้นก็เหมือนกับแดน์ ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากต่อจิ้งจอกแดง
ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ชอบ
แน่นอนว่าไม่นานนัก เมื่อเ้าจิ้งจอกแดงค้นพบประโยชน์ของรังนี้ มันก็เอาแต่ซุกตัวอยู่ในรังและไม่ยอมออกมาเลย