เย่หยุนซีและฮั่นผิงใช้เวลาพูดคุยกับองค์จักรพรรดินีทั้งสองอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดประตูมิติข้ามไปยังแดนเซียนบริเวณใต้บ่อลาวา
จากนั้นไม่รอช้ารีบพากันเข้าไปในมุกมิติเป็นอันดับแรก เพราะกฏเกณฑ์ของแดนพฤกษชาติอาจจะทำให้พวกเขาทั้งสองตกอยู่ในที่นั่งลำบากได้
"วาบ"
"ฮั่นผิง ท่านต้องอยู่ด้านในนี้สักพักนะ เอาไว้พอข้าช่วงชิงทรัพยากรเสร็จเมื่อไหร่ จะพาท่านออกไปเปิดหูเปิดตา"
"อืม ไปเถอะสามีไม่ต้องเป็นห่วงข้า ข้าสามารถอยู่ในนี้กับพี่หญิงเซี่ยอวี่ซีได้" ฮั่นผิงเมื่อสดับวาจาของอีกฝ่ายก็ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มแสนหวาน ตัวนางเคยมาที่นี่แล้วหนึ่งครั้ง ทั้งยังสนิทกับเซี่ยอวี่ซีมากเนื่องจากมีลักษณะนิสัยและความชอบที่คล้ายๆกัน
"อืม.......ตอนนี้พี่หญิงของท่านกำลังพักผ่อนอยู่ ท่านก็อย่าพึ่งไปกวนนางล่ะเข้าใจหรือเปล่า?" เย่หยุนซีเดินเข้าไปโอบกอดภรรยาสาวอย่างรักไคร่
"รู้แล้วๆ ท่านเห็นข้าเป็นเด็กหรือไง" ฮั่นผิงแสร้งทำแง่งอนใส่ ทำเอาฝ่ายผู้เป็นสามีถึงกับหัวเราะขบขัน
เพียงไม่กี่ลมหายใจหลังจากนั้น ร่างของเย่หยุนซีก็พลันหายไปจากมุกมิติแล้วมาปรากฏตัวอีกทีใต้บ่อลาวาที่เก่า
"จิตอสูรประสานร่าง" ทั่วทั้งร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยชุดเกาะมังกรสีดำน่าเกรงขาม ก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นจากบ่อลาวาโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
"ฟุ๊บ"
"เสี่ยวจินได้เวลาทำงานแล้ว" เย่หยุนซีทำการเรียกสัตว์เลี้ยงคู่ใจของตนเองออกมา ส่งผลให้ราชสีห์ทองคำสามตาตัวน้อยปรากฏขึ้นบนศีรษะของเขา
"อ๊าวว~~~อ๊าวว!~~" มันอ้าปากร้องคำรามราวกับกำลังตื่นเต้นระคนยินดี
"เสี่ยวจิน มองหาพื้นที่ๆมีสมบัติมากที่สุดแล้วถ่ายทอดเส้นทางให้กับข้า"
"อ๊าว~~"
สดับวาจา ทั่วทั้งร่างของราชสีห์ตัวน้อยก็พลันเปร่งแสงสีทองอร่าม ต่อมาไม่นาน ข้อมูลเส้นทางไปสู่ขุมทรัพย์ก็ปรากฏขึ้นในหัวสมองของชายหนุ่มผู้เป็นนาย
"ดีมาก นี่คือของรางวัลสำหรับเจ้า" เย่หยุนซีมอบแก่นพลังสัตว์อสูรธาตุทองและธาตุไฟให้กับเสี่ยวจิน ก่อนจะบินไปยังทิศทางดังกล่าวโดยไม่คิดรอช้า
1 ชั่วยามต่อมา ในที่สุดเขาหลุดพ้นจากเขตภูเขาไฟ เบื้องหน้าเต็มไปด้วยป่าไม้ใหญ่ อีกทั้งยังมีกลุ่มของเทพ ปีศาจ และมนุษย์ต่อสู้แย่งชิงดวงไฟสีเขียวกันอย่างบ้าคลั่ง
"โอ่ว ดวงไฟสีเขียวพวกนั้นคือจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติสินะ" เย่หยุนซีกวาดสายตามองพลางกล่าว
ทันใดนั้น จู่ๆก็มีจิตอสูรรูปแบบอินทรีสีขาวพุ่งเข้าโจมตีเขาจากทางด้านหลัง แต่ทว่ามันก็ถูกเปลวเพลิงสีดำเผาไหม้แล้วสูญสลายหายไปภายในพริบตา
"เอ๋! ไม่จริงน่า!!" คนโจมตีเมื่อเห็นภาพนี้ก็ถึงกับดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
"ลอบโจมตีงั้นหรือ รนหาที่ตาย!" ดวงเนตรของสีอัมพันของเย่หยุนซีฉายแววดุร้าย ลูกบาศก์สมปรารถนากลายเป็นกระบี่ จากนั้นไม่รอรีฟาดฟันสวนกลับจนเกิดเป็นคลื่นดาบขนาดมหึมาพุ่งใส่เป้าหมาย
"ฉับ"
"อ๊าก!!" ผู้โจมตีก่อนกรีดร้องเสียงหลง เพราะคลื่นดาบที่พัดผ่านร่างไปอย่างง่ายดาย เพียงไม่ถึง 3 ลมหายใจ ร่างกายของมันก็ขาดครึ่งพร้อมกับโลหิตสีแดงฉานที่สาดกระเด็นเซ็นซ่านไปทั่วทั้งพื้นที่
เย่หยุนซีจึงใช้จังหวะนี้ช่วงชิงแหวนมิติแล้วบินไปต่อโดยไม่คิดรอช้า ซึ่งแน่นอนว่าเขาก็ต้องประสบพบเจอเหตุการณ์แนวนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่ด้วยความที่อีกฝ่ายมักจะเป็นผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิถึงระดับเซียนขั้นต่ำ ตัวเขาจึงสามารถสังหารพวกมันได้ด้วยเพียงกระบี่เดียวเสมอและทำการช่วงชิงทรัพยากรของพวกมันมันมาเหมือนเดิมทุกอย่าง
ใช้เวลาเพียงไม่กี่สิบวัน เย่หยุนซีก็มีสมุนไพรและจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติจำนวนมหาศาลอยู่ในครอบครอง แถมยังสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนโดยรอบที่รู้เรื่องการสังหารโหดอย่างความไร้ปรานีของเขา
บางคนที่ฉลาดมากหน่อยก็พลันหวนคิดได้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในแดนสังสารวัฎก่อนหน้านี้ และเมื่อพวกเขายิ่งนำเรื่องมาประติดประต่อกัน มันก็ยิ่งสร้างความสะเทือนขวัญไปยกใหญ่
"เปลวเพลิงสีดำ! เขาคือเทพสังหารคนนั้นไม่ใช่หรือไง" ผู้วิเคราะห์หลายต่อหลายคนเผยสีหน้าหวาดผวาอย่างช่วยไม่ได้ บางคนถึงกับรีบบีบแผ่นหยกหลบหนีออกจากแดนลับในทันที
ขนาดอัจฉริยะอันดับ 1 ของบรรดาราชวงศ์ชั้นนำยังสู้เทพสังหารผู้นี้มิได้ แล้วพวกเขาที่เป็นผู้ฝึกตนพื้นๆทั่วไปไหนเลยจะมีหนทางเอาชนะ
ซึ่งด้วยเหตุนี้นี่ล่ะ มันจึงส่งผลให้สมญานาม 'เทพสังหาร' ดังกระฉ่อนขึ้นมาอีกครั้ง
เหล่าบรรดาอัจฉริยะไม่ว่าจะฝ่ายธรรมะหรืออธรรมเมื่อได้ยินข่าวสารนี้ก็พากันออกล่าตามหาตัวเย่หยุนซีกันยกใหญ่ เนื่องจากพวกเขาจำได้ว่าชายหนุ่มผู้นี้เป็นคนที่มหาเทพปีศาจและเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์หมายหัว ต้องการตัวจนถึงขนาดยอมแลกด้วยสมบัติสวรรค์
"เหอะ! เทพสังหารงั้นหรือ มันก็แค่คนโง่เขลาที่เก่งกาจกว่าผู้อื่นเล็กน้อยเท่านั้นไม่ใช่หรือไง" ณ เขตทะเลทราย ภายในแดนพฤกษชาติอันกว้างใหญ่ ชายหนุ่มเผ่าเทพปีศาจแห่งความตายผู้หนึ่งที่ได้ยินชื่อเสียงของเย่หยุนซีเอ่ยปากกล่าวอย่างเหยียดหยาม
รู้ทั้งรู้ว่าตนเองตกเป็นเป้าหมายของทั้งสามเผ่าพันธุ์แต่ก็ยังปรากฏตัวออกมา นี่มันความโง่เขลาชัดๆ
"หุหุ บางทีเขาอาจจะมั่นใจในตัวเองมากก็ได้นะเจ้าค่ะ องค์ชาย" ผู้ติดตามสาวคู่กายซบศีรษะลงบนอกขององค์ชายปีศาจพลางกล่าวอย่างขบขัน
"เหอะ ก็แค่มนุษย์ไม่ใช่หรือไงกัน? ในเมื่อท่านอาต้องการตัวมัน ข้าก็จะจับมันไปให้ท่านอา ไม่แน่ว่าอาจจะได้ของขวัญชิ้นใหญ่" องค์ชายปีศาจหนุ่มนาม กู่ฉี เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ชั่วร้าย จากนั้นสั่งการให้ปีศาจทั้งหลายในอาณัติรีบกระจายตัวออกตามหาเทพสังหารหรือก็คือเย่หยุนซี