สายฝนเริ่มซาเม็ดลง แต่ความหนาวเหน็บกลับกัดกินลึกเข้าไปในกระดูก อี้ิรีบประคองร่างของบิดาขึ้นจากพื้น เขาถ่ายเทลมปราณเล็กน้อยเพื่อห้ามเืที่แขนขวาของหลี่เทียน ใบหน้าของชายวัยกลางคนซีดเผือดด้วยความเ็ปและการเสียเื
“ท่านพ่อ ท่านแม่... เราอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว” อี้ิกล่าวเสียงเครียด “สัญญาณถูกส่งไปแล้ว อีกไม่นานผู้าุโของสำนักเมฆครามจะมาถึง ถ้าพวกมันเห็นว่าข้าฆ่าคนของมันไปมากขนาดนี้... มันไม่ปล่อยให้เมืองนี้เหลือรอดแน่”
“ตะ... แต่เราจะไปที่ไหน?” ฮูหยินหลี่ถามเสียงสั่น “สภาพพ่อเ้าเดินทางไกลไม่ไหวแน่”
“ต้องไหว!” อี้ิกัดฟัน “ข้าจะพาพวกท่านไปซ่อนตัวที่ ‘หุบเขาหมอก’ ทางทิศใต้ ที่นั่นมีค่ายกลธรรมชาติ คนนอกหาตัวยาก... ไปเดี๋ยวนี้!”
ทั้งสามคนรีบออกจากคฤหาสน์ตระกูลหลี่ ทิ้งความพินาศและซากศพไว้เื้ั ทว่า... เมื่อพวกเขามาถึงประตูเมืองทิศใต้ ความหวังที่จะหลบหนีอย่างเงียบเชียบก็พังทลายลง
คบเพลิงนับร้อยดวงสว่างไสวเรียงรายอยู่บนกำแพงเมือง ทหารเกราะเหล็กของเมืองชายแดนยืนปิดกั้นประตูทางออกไว้อย่างแ่า และที่หน้าขบวนทหาร... ชายร่างั์ผู้มีกล้ามเนื้อเป็มัดๆ สวมชุดเกราะลายพยัคฆ์ ยืนกอดอกขวางทางอยู่
เขาคือ “ตวนมู่” เ้าเมืองป้อมปราการหินผา ผู้ฝึกตนระดับ รวบรวมปราณ ขั้น 9 (ขั้นสูงสุด)!
“จะรีบไปไหนรึ... หลานชายตระกูลหลี่?” ตวนมู่เอ่ยเสียงดังสนั่น แววตาเต็มไปด้วยความโลภ “ข้าเห็นพลุสัญญาณของสำนักเมฆคราม... ดูท่าเ้าจะไปก่อเื่ใหญ่มาสินะ”
อี้ิก้าวออกมาบังพ่อกับแม่ไว้ มือขวากำดาบหลิงเช่อแน่น “ท่านเ้าเมือง... เื่นี้ไม่เกี่ยวกับท่าน หลีกทางไปซะ”
“ฮ่าๆๆ! ไม่เกี่ยวได้ยังไง?” ตวนมู่หัวเราะร่า “สำนักเมฆครามประกาศจับเ้า ค่าหัวเ้าสูงลิบลิ่ว... แถมถ้าข้าจับเ้าส่งให้ท่านผู้าุโได้ ตำแหน่งของข้าในเมืองหลวงก็จะมั่นคงขึ้น... เ้าคิดว่าข้าจะปล่อยลาภลอยนี้หลุดมือไปรึ?”
มันแสยะยิ้มก่อนะโสั่งทหาร “ทหาร! ยิงธนู! จับตายมัน... ส่วนพ่อแม่มันจับเป็เอาไว้ต่อรอง!”
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ลูกธนูนับร้อยดอกพุ่งแหวกอากาศลงมาราวกับสายฝน “ระวัง!” อี้ิตวาดก้อง เขาหมุนควงดาบหลิงเช่อด้วยความเร็วสูง สร้างม่านพลังปัดป้องลูกธนู เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! แต่ลูกธนูมีมากเกินไป และเขายังต้องปกป้องพ่อแม่ที่อยู่ด้านหลัง
“อ๊าก!” หลี่เทียนร้องลั่นเมื่อลูกธนูดอกหนึ่งเฉี่ยวไหล่ซ้าย เืสีแดงฉานไหลซึมออกมาอีกครั้ง
อี้ิหันขวับไปมองพ่อ ตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก “ท่านพ่อ!”
จังหวะนั้นเอง ตวนมู่ฉวยโอกาสพุ่งเข้ามา! “เปิดช่องว่างแล้วไอ้หนู! ฝ่ามือพยัคฆ์ทลายภูผา!” ฝ่ามือขนาดใหญ่ที่อัดแน่นด้วยลมปราณขั้น 9 กระแทกเข้ามาที่กลางอกของอี้ิอย่างจัง
ปัง!!
ร่างของอี้ิกระเด็นลอยไปชนกำแพงเมืองจนเกิดรอยร้าว เขาไถลลงมากองกับพื้น กระอักเืคำโต ความแตกต่างของระดับพลัง... แม้จะอยู่ขั้น 9 เหมือนกัน แต่ตวนมู่สั่งสมพลังมานานกว่าหลายสิบปี รากฐานย่อมแ่ากว่าอี้ิที่เพิ่งเลื่อนระดับด้วยทางลัด
“จบกันแค่นี้แหละ” ตวนมู่ง้างฝ่ามือเตรียมซ้ำ “ตายซะ!”
ในเสี้ยววินาทีแห่งความตาย เสียงระบบดังขึ้นในหัวอี้ิ ราวกับเสียงระฆังช่วยชีวิต
【ตรวจพบอันตรายถึงชีวิต... เ้าของร่าง้าเปิดใช้งาน ‘เกราะโลหิตเทวะ’ หรือไม่?】 【คำเตือน: การใช้งานครั้งแรกจะสูบพลังกายอย่างมหาศาล】
อี้ิแสยะยิ้มทั้งที่เืท่วมปาก ดวงตาที่พร่ามัวกลับลุกโชนด้วยไฟแค้น “ข้า... ยอม... แลก... ทุกอย่าง!”
【ยืนยันคำสั่ง... ปลดปล่อย ‘เกราะโลหิตเทวะ’】
ตูมมมมม!
เสาแสงสีแดงเืพุ่งขึ้นจากร่างของอี้ิทะลุฟ้า! แรงกระแทกของพลังงานผลักร่างของตวนมู่กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว “นี่มัน... พลังบ้าอะไรกัน!” เ้าเมืองตวนมู่ยกมือบังหน้าด้วยความใ
เมื่อแสงจางลง... ร่างของอี้ิไม่ได้อยู่ในชุดผ้าขาดวิ่นอีกต่อไป แต่ถูกห่อหุ้มด้วย “ชุดเกราะสีแดงเข้ม” ที่ดูเหมือนสร้างจากเืที่ตกผลึกเป็คริสตัล เกราะนั้นมีลวดลายคล้ายกระดูกัพันรอบแขนและขา ใบหน้าถูกปิดด้วยหน้ากากครึ่งซีก เผยให้เห็นเพียงดวงตาข้างซ้ายที่ส่องแสงสีแดงฉาน และรอบตัวเขามีหมอกสีแดงลอยวนเวียน... หมอกที่กัดกร่อนพื้นหินจนส่งเสียง ซู่... ซู่...
『เกราะโลหิตเทวะ...』 เสียงหลิงเช่อดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น 『เปลี่ยนจิตสังหารและเืของศัตรูให้กลายเป็พลังป้องกันและพลังทำลาย... ยิ่งฆ่ามาก เกราะยิ่งแข็งแกร่ง!』
อี้ิค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เสียงพูดของเขาเปลี่ยนไป มันก้องกังวานและน่าเกรงขาม “เ้าอยากได้ค่าหัวข้านักใช่ไหม...”
เขาหายตัวไปจากสายตา! ไม่ใช่ความเร็วของ ‘ย่างก้าวเงาโลหิต’ แบบเดิม แต่เป็การเคลื่อนที่ที่ทิ้ง ‘ภาพติดตา’ ไว้ทุกจุดที่ผ่าน
เปรี้ยง!
ตวนมู่ยังไม่ทันตั้งท่าป้องกัน หมัดที่หุ้มด้วยเกราะเกล็ดเืก็ชกเข้าที่ท้องน้อยของมัน ชุดเกราะพยัคฆ์ที่มันภาคภูมิใจ แตกกระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย!
“อั๊ก...!” ตาของตวนมู่ถลนออกมา ลมหายใจขาดห้วง แต่มันยังไม่จบ อี้ิใช้มือซ้ายบีบเข้าที่ใบหน้าของเ้าเมือง แล้วกดหัวมันกระแทกลงกับพื้นดิน ตูม! พื้นหินยุบตัวลงเป็หลุมลึก หัวของตวนมู่จมหายลงไปในดิน
ทหารนับร้อยยืนตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว เ้าเมืองผู้ไร้พ่าย... พ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว?
อี้ิลุกขึ้นยืน เหยียบลงบนอกของตวนมู่ที่กำลังชักกระตุก เขาหันไปมองทหารบนกำแพง “ใครอยากตายเป็คนต่อไป... ก้าวออกมา!”
เสียงตวาดนั้นผสมผสานกับแรงกดดันของเกราะโลหิต ทำให้ทหารหลายคนเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น บางคนทิ้งอาวุธแล้ววิ่งหนีไปทันที ไม่มีใครกล้าขวางทาง “ปีศาจ” ตนนี้อีกแล้ว
อี้ิรีบสลายเกราะโลหิตทันที เพราะเขารู้สึกว่าพลังกายกำลังถูกสูบออกไปเหมือนน้ำรั่ว ร่างของเขาเซเล็กน้อย แต่ก็กัดฟันเดินไปพยุงพ่อกับแม่ “ไป... รีบไปกันเถอะ”
พวกเขาเดินผ่านประตูเมืองที่เปิดโล่ง ทิ้งร่างเ้าเมืองตวนมู่ที่นอนหายใจรโรยรินไว้เื้ั รถม้าคันหนึ่งจอดทิ้งไว้นอกเมือง (คงเป็ของพ่อค้าที่หนีตาย) อี้ิรีบพาพ่อแม่ขึ้นรถม้า แล้วบังคับม้ามุ่งหน้าสู่ความมืดของป่าทิศใต้
1 ชั่วยาม (2 ชั่วโมง) ต่อมา
เหนือท้องฟ้าเมืองป้อมปราการหินผา กระเรียนขนาดั์ตัวหนึ่งร่อนลงจอดที่ลานหน้าคฤหาสน์ตระกูลหลี่ บนหลังกระเรียน มีชายชราผมขาวในชุดคลุมสีเมฆ ยืนเอามือไพล่หลัง แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ทำให้ทหารทั้งเมืองหายใจไม่ออก
นี่คือ “ผู้าุโเจ็ด” แห่งสำนักเมฆคราม — ระดับ สร้างรากฐาน ขั้นกลาง!
เขามองดูศพของศิษย์และซากความเสียหายด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ วูบ! เปลวเพลิงสีฟ้าพุ่งออกจากมือ เผาทำลายศพทั้งหมดจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก
“เก่งมาก... หลี่อี้ิ” ผู้าุโเจ็ดพึมพำเสียงเย็น “ฆ่าศิษย์ข้า... ทำลายแผนการข้า... และหนีรอดไปได้”
เขาหลับตาลง ใช้ “จิตัั” ตรวจสอบร่องรอยพลัง “ััของปีศาจ... หึ เ้าเข้าสู่วิถีมารแล้วสินะ”
เขาลืมตาขึ้น แววตาฉายแสงอำมหิต “ต่อให้เ้าหนีไปสุดขอบฟ้า... ข้าก็จะตามล่าเ้า คำสั่งสังหารระดับสูงสุด... เริ่มต้น ณ บัดนี้!”
ผู้าุโเจ็ดะโขึ้นหลังกระเรียน แล้วพุ่งทะยานออกไปทางทิศใต้ ตามรอยกลิ่นอายเืจางๆ ที่อี้ิทิ้งไว้...
บนรถม้าที่วิ่งตะบึงไปในความมืด อี้ินั่งกุมหน้าอกที่เจ็บแปลบ ผลข้างเคียงจากการใช้เกราะโลหิตเริ่มทำงาน ร่างกายเขาปวดร้าวไปทุกส่วน แต่เขายังหลับไม่ได้... หลิงเช่อลอยมานั่งข้างๆ สีหน้าเคร่งเครียด
『มันตามมาแล้ว...』 หลิงเช่อกระซิบ 『กลิ่นอายระดับสร้างรากฐาน... เร็วกว่าที่คิดมาก』 『อี้ิ... เ้าต้องตัดสินใจ』 『ถ้าเ้ายังอยู่กับพ่อแม่... พวกเขาต้องตายพร้อมเ้าแน่』 『ทางรอดเดียวคือ... “แยกทาง” และเ้าต้องเป็ “เหยื่อล่อ”』
อี้ิมองดูพ่อแม่ที่หลับใหลด้วยความเหนื่อยอ่อนในรถม้า น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาจากดวงตาข้างซ้าย เขารู้ดีว่า... เวลาแห่งการบอกลามาถึงแล้ว