บทที่ 20 ข้าจะตายหรือไม่
"อ๊อก!" หนานลี่เอามือปิดปาก หลุดอาเจียนออกมา แค่ไก่ย่างน้ำมันเยิ้มที่กินไปก็มวนท้องมากพอแล้ว เมื่อเจอภาพไม่น่าดูจึงเหมือนถูกกระตุ้น น้ำย่อยไหลย้อนขึ้นมาตรงลำคอ
หนานลี่อาเจียนเสร็จก็เงยหน้าขึ้น เห็นซอมบี้ตัวนั้นลุกขึ้นแล้ว มันกำลังเดินเข้ามาหานาง ปากของมันขยับขึ้นลงส่งเสียงกึกกัก
หนานลี่รวบรวมพลัง ควบแน่นน้ำในอากาศให้กลายเป็กระบี่น้ำแข็งหลายสิบเล่ม ขว้างใส่ซอมบี้อีกรอบ คราวนี้ซอมบี้ถูกฆ่าตายในคราเดียว กระบี่น้ำแข็งนับสิบเล่มปักเข้าไปในร่างกายของมัน กระบี่น้ำแข็งทำงานเหมือนกับะเิเวลา เมื่อครบกำหนดก็ะเิร่างซอมบี้จนแหลกเป็ผงธุลี เืสีเขียวและกระดูกกระจัดของมันกระจายเกลื่อนพื้น กลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งไปทั่ว
หนานลี่มองฝ่ามือของตัวเอง หลังจากที่อยู่กับท่านเซียนมาพักใหญ่ พลังพิเศษของนางก็พัฒนาขึ้นเยอะ เพียงแต่ไก่ที่กินไปเมื่อครู่อาเจียนออกมาหมดแล้ว มันน่าเสียดายจริงๆ
หนานลี่ตั้งท่ารอสู้สักพักก็ไม่เจอซอมบี้อีก นางมองไปรอบๆ คิดว่าท่านเซียนคงกำลังตามหานางอยู่ จึงตัดสินใจยืนรอเขาอยู่ที่นี่
"เอี๊ยดดด ... เอี๊ยดดด " แต่ในตอนนั้นเอง เกิดเสียงแปลกๆดังมาจากทิศทางหนึ่งในหมอกดำ จากนั้นก็มีเสียงอะไรบางอย่างเสียดสีกับพื้นไม่หยุด ทำให้หนานลี่เสียวฟัน
นางรำคาญและไม่ชอบเสียงแบบนี้เป็ที่สุด
หนานลี่รวบรวมพลัง ควบแน่นน้ำในอากาศให้กลายเป็ก้อนน้ำแข็ง แล้วโยนไปที่ต้นกำเนิดของเสียง
ได้ยินเสียง "เพล้ง" จากนั้นบรรยากาศก็กลับมาเงียบสงบ
หนานลี่ตั้งท่ารอรับการโจมตีอยู่สักพักแต่ก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น
รอจนมั่นใจว่าปลอดภัย หนานลี่ก็ระบายลมหายใจโล่งอก ทว่าขณะลดการป้องกันลง ในตอนนั้นเอง กลิ่นไม่ชอบมาพากลบางอย่างได้ลอยมาแตะจมูก หนานลี่ใจหายวูบ จากนั้นจู่ๆ เนื้อตัวของนางพลันอ่อนแรง ล้มฟุบลงแน่นิ่งไปกับพื้น
....
เป่ยิอินเดินมาสักพัก ก็เอะใจว่าหนานลี่ไม่ได้ตามหลังมา เขารู้สึกใจคอไม่ดี จึงหันหลังเตรียมจะกลับไปตามนาง
ทว่าเมื่อเหลียวหลัง เขาก็พบกับสตรีในชุดสีม่วงเดินออกมาจากท่ามกลางหมอกดำ พอเพ่งตามองดีๆก็เห็นว่าเป็หนานลี่ กระนั้นขามาหนานลี่สวมชุดกระโปรงสีชมพูอ่อน แล้วไฉนจู่ๆถึงเปลี่ยนไปใส่สีอื่น?
"ท่านเซียน เหตุใดท่านถึงเดินเร็วเช่นนี้?" หนานลี่บ่นน้อยอกน้อยใจ "ข้าเกือบตามท่านไม่ทัน"
เป่ยิอินมองหนานลี่ั้แ่หัวจรดเท้า แล้วก็ถามว่า "เ้าไม่เป็ไรใช่หรือไม่"
หนานลี่หมุนตัวให้เขาดู ตั้งใจสื่อว่าแล้วท่านเห็นว่าข้าเป็อะไรไหมเล่า?
เป่ยิอินพยักหน้ารับรู้ เอ่ยกำชับว่า "ที่นี่อันตรายมาก เ้าอย่าอยู่ห่างจากข้าอีก" พูดจบก็เดินต่อ
"โอ๊ย!" แต่ในตอนนั้นเอง หนานลี่ร้องออกมากะทันหัน แข้งขาอ่อนเปลี้ย ตั้งใจเซไปซบอกเป่ยิอินเป่ย
ิอินมองหนานลี่ที่เซเข้ามาด้วยสีหน้าแปลกๆ เขายกนิ้วขึ้น หนานลี่ที่กำลังจะล้มลงก็หยุดนิ่งกลางอากาศ แล้วค่อยๆลอยกลับมายืนอยู่กับที่อย่างมั่นคง
เป่ยิอิน "หนานลี่ ของที่ข้าให้เ้ายังอยู่กับตัวหรือไม่"
หนานลี่กระพริบตาปริบๆ ทำหน้าสงสัย "ของที่ท่านเซียนให้ข้า ข้าเก็บไว้กับตัวอย่างดีเ้าค่ะ"
เป่ยิอินหรี่ตาลง สัญชาตญาณของเขาบอกว่าหนานลี่ในตอนนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทางที่นางแกล้งล้มลงเมื่อครู่
ปกติปีศาจน้อยมักจะรักษาระยะห่างจากเขา เอาแต่ยุให้เขากับศิษย์น้องหญิงรักกัน แล้วจะมาออดอ้อนเขาเช่นนี้ได้อย่างไร?
เป่ยิอินหันหลังเดินกลับโดยไม่พูดอะไร หนานลี่รีบคว้าชายแขนเสื้อของเขาไว้ "ท่านเซียน ท่านจะไปไหนหรือเ้าคะ"
"ข้าทำ ‘ของสำคัญ’ หล่นหาย ต้องไปตามหา" พูดจบก็สะบัดแขนเสื้อเดินนำหน้าไป
หนานลี่รีบเดินตามทุกฝีก้าว พยายามชวนคุยไปเรื่อยๆ "ท่านเซียนท่านหาอะไรอยู่หรือเ้าคะ ข้าช่วยท่านหาได้ ... ท่านเซียน ท่านเดินช้าๆหน่อยได้หรือไม่ ข้าตามไม่ทันแล้ว ... ท่านเซียน ท่านคิดหาวิธีออกจากมิตินี้ได้หรือยังเ้าคะ ... ท่านเซียน ข้าเล่านิทานให้ท่านฟังดีกว่า ... ท่านเซียน ..."
เป่ยิอินหยุดเดินกะทันหัน เหลียวกลับมามองหนานลี่ที่พูดไม่หยุดแล้วชี้นิ้วใส่นาง
หนานลี่ที่ถูกชี้ก็หุบปากลงทันที ยกสองมือชูขึ้นเหนือหัวทำท่าทางยอมแพ้ แต่ยังคงใช้แววตาที่น่าสงสารมองอ้อนเขา
เป่ยิอินพูดด้วยสีหน้าเ็า "เ้าไม่ใช่หนานลี่"
จี้หยกของเขาอยู่ที่หนานลี่ หยกชิ้นนี้เขาใช้เืจากหัวใจหลอมขึ้นมา มันจึงเชื่อมโยงกับหัวใจของเขา แต่ยามนี้เขาััไม่ได้เลยว่ามันอยู่ตรงหน้า ดังนั้นมีความเป็ไปได้เดียว นั่นคือหนานลี่ผู้นี้มิใช่ตัวจริง
สตรีชุดม่วงที่ถูกเปิดโปงยังคงมองเป่ยิอินด้วยรอยยิ้มแข็งทื่อที่เป็เอกลักษณ์ของหนานลี่ "ข้าได้ยินมาว่าท่านเป็เทพเซียนอันดับหนึ่งนับั้แ่เทพหนี่วาอุดรอยรั่วจากสรวง์ วันนี้ได้มาเห็นกับตาถึงได้รู้ว่าท่านสง่างามสมคำร่ำลืออย่างแท้จริง ... ด้วยพลังบ่มเพาะอันสูงส่งของท่าน คิดออกไปจากที่นี่คงมิใช่เื่ยากเย็น เอาอย่างนี้เป็ไร ตราบใดที่ท่านพาข้าออกไปจากมิติแห่งนี้ได้ ข้าจะคืนสตรีที่ท่านรักให้"
แววตาของเป่ยิอินเย็นเยียบกว่าที่เคย เขาเกลียดที่สุดคือการถูกผู้อื่นข่มขู่ และคนที่ข่มขู่เขาคนก่อนยังถูกทุบตีจนเกือบตาย!
สตรีชุดม่วงเลื่อนนิ้วลูบไล้ไปตามใบหน้าของตัวเองแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า "มีคำกล่าวว่าปีศาจบุปผาล้วนมีรูปโฉมงดงาม นางสวยขนาดนี้ ไม่แปลกใจที่ท่านเซียนจะหลงใหล ท่านชอบปีศาจบุปผาตนนี้ แต่ดูเหมือนว่านางจะไม่ชอบท่านนะ ฮี่ ฮี่ ..."
เป่ยิอินรู้สึกอับอายที่ถูกจับได้ ถึงแม้ว่าเขาจะาเ็สาหัสจากการสู้กับจอมมาร แต่คิดจัดการกับิญญาพยาบาทในมิติแห่งนี้ก็ไม่ใช่เื่ยากเย็น
แต่ไม่รู้ทำไม พอศัตรูปลอมเป็หนานลี่ แทนที่เขาจะทะนุถนอมนาง กลับลงมือหนักข้อยิ่งกว่าเดิม ไม่เกินสามกระบวนท่า เขาก็สามารถเหยียบิญญาพยาบาทที่กำลังร้องขอชีวิตไว้กับพื้น
"ท่านเซียน ข้าผิดไปแล้ว หากท่านไม่ชอบใบหน้านี้ ข้าเปลี่ยนให้ก็ได้" สตรีชุดม่วงพูดจบ ิับนใบหน้าของนางก็เริ่มลอกออก ไม่นานก็กลายเป็ใบหน้าที่ขรุขระของคางคก
เป่ยิอินถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า "นางอยู่ที่ไหน" เขากระทืบเท้า ปีศาจหน้าคางคกร้องออกมาด้วยความเ็ป ร่างของนางกลายเป็หมอกสีม่วงลอยขึ้นไปในอากาศ
ดูท่านางคงพยายามคิดหนี
อย่างไรก็ตาม บังเกิดแสงสีทองก้อนหนึ่งล้อมรอบหมอกสีม่วงเอาไว้ นางพยายามดิ้นรนเท่าไหร่ก็หนีไม่พ้น จึงได้แต่พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง รับปากว่าจะพาเขาไปหาหนานลี่ อีกทั้งยังเอ่ยสาบานว่านางไม่ได้ลักพาตัวคนที่ท่านเซียนรัก แต่เป็จอมมารพยาบาทผู้เป็ใหญ่ที่สุดในมิติแห่งนี้ต่างหากที่จับหนานลี่ไป
หลังจากที่เทพเซียนกับปีศาจสู้กันเมื่อหลายล้านปีก่อน จอมมารคนก่อนที่ตายที่นี่ ิญญามิได้แตกสลายแต่กลายเป็พลังพยาบาท และซุ่มซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน คอยดูดิญญาพยาบาทที่ล่องลอยอยู่ในพื้นที่ ค่อยๆเสริมพลังให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น
หลายแสนปีผ่านไป อดีตจอมมารแห่งโลกปีศาจก็กลายเป็จอมมารพยาบาทที่มีพลังพยาบาทมหาศาล เขาสร้างค่ายกลปีศาจไว้รอบๆ เพื่อล่อเทพเซียนและปีศาจให้เข้ามาในมิตินี้แล้วก็จับกิน
และปีศาจบุปผาที่กำลังลืมตาขึ้นอย่างช้าๆตรงหน้าก็คืออาหารเย็นของเขาในวันนี้!
หนานลี่ลืมตาขึ้นก็เจอเข้ากับดวงตาสีแดงก่ำคู่หนึ่ง หัวใจของนางเต้นแรง นั่นมันตัวอะไรกัน!
เบื้องหน้านางคือชายผมขาว ผิวหน้าซีดเซียวเหมือนผี และมีเส้นเืสีแดงมากมายผุดขึ้นมาให้เห็นบนใบหน้า เข้ากับรัศมีปีศาจสีแดงที่แผ่ออกมาจากเขาอย่างแท้จริง
แต่พอมองดีๆ เขาก็ดูหล่อแบบดิบๆเถื่อนๆเหมือนกันนะ?
หนานลี่เห็นซอมบี้ที่น่าเกลียดน่ากลัวมาเยอะแล้ว ยามเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย จึงรู้สึกว่าผีตรงหน้าก็ดูดีทีเดียว
"ปีศาจน้อย นี่เ้าไม่กลัวข้ารึ?" จอมมารพยาบาทเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเหมือนเปียโนพัง ฟังแล้วบาดหู
หนานลี่เรียกระบบในใจ " ระบบ คนตรงหน้าข้าคือใคร?"
ระบบ : เอ้า? โฮสต์นี่ท่านไม่ใช่อยู่กับพระเอกหรือ เหตุใดถึงได้มาพัวพันกับปีศาจตนอื่นได้
หนานลี่คิดในใจ : ก็ต้องโทษพระเอกนั่นแหละ เขาชะล่าใจข้าจึงลงเอยเช่นนี้
ระบบ : นี่คือจอมมารของมิติแห่งนี้ เขากินทุกอย่างไม่เลือกหน้า โดยเฉพาะปีศาจน้อยอย่างท่าน เขาชอบกินมากที่สุด เขาจะดูดแก่นแท้และพลังของปีศาจ แย่ล่ะสิ! ภารกิจยังไม่สำเร็จ แต่โฮสต์จะถูกกินแล้ว...
หนานลี่คิดในใจ : ระบบ ถ้าข้าถูกกิน แล้วภารกิจล้มเหลว ข้าจะตายหรือไม่
ระบบ : ตายแน่นอน แต่ข้าจะดึงิญญาของท่านกลับไปที่มิติเดิม
หนานลี่ได้ยินคำตอบของระบบก็โล่งใจ จึงตอบจอมมารพยาบาทไปว่า " อืม~ ก็ได้เ้าค่ะ ข้ากลัวท่านก็ได้"