เช้าอันสดใสอากาศเย็นสบาย ใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่พาดทับตัวตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยดังแห่งแดนอีสาน ร่างสูงนั่งอ่านตำราทบทวนเื่ที่เล่าเรียนไปเมื่อวานว่าตัวเองพลาดตรงไหนหรือเปล่าก่อนใครคนหนึ่งจะเรียกอย่างคุ้นเคย
“เพื่อน” กรินทร์หันตามเสียงก็เห็นปรเมนทร์เดินมา
“ว่าไงปาล์ม”กรินทร์มองร่างสูงโปร่งของเพื่อนสนิทเดินมานั่งลงม้าหินอ่อนด้านข้าง
“เมื่อวานนายเจอพี่ตาลเหรอ”
“อืม ทำไมรู้ล่ะ”
“ฉันถูกดึงเข้ากลุ่มลับโดยไม่รู้ตัวอยู่ๆมันก็แจ้งเตือนมาแบบงงๆ เชื่อไหมเสียงเตือนดังเกือบทั้งคืนจนฉันสงสัย พอเปิดดู ข้อความขึ้นเป็ร้อยตอนแรกคิดจะออกจากกลุ่มแต่ดันเห็นข้อความน่าสนใจซะก่อนเลยแค่ปิดเตือนไว้ รอเช้าค่อยมาถามนาย”
“อะไรล่ะ” กรินทร์ถามขณะปรเมนทร์กดเข้าไลน์กลุ่มแล้วยื่นให้เขาดูข้อความนั้นเต็มไปด้วยคำพูดแซวแบบติดตลกแต่มันเป็ตลกร้าย บางประโยคก็ดูแคลน บางคนก็ปรามเพื่อนแต่ละแอคเคาท์มีทั้งหน้าจริงและไอคอนแทนตัว
“อะไรเหรอฉันไม่เข้าใจแต่นี่มันฉายาพี่ตาลทั้งนั้นเลยนี่นา” กรินทร์ว่า
“ทั้งหมดนั่นฉายาพี่ตาลเหรอ”
“อือ”
“นายรู้ได้ไง”
“เด็กปีหนึ่งที่ยังไม่รู้จักเธอดีพอเรียกแบบนั้นโดยเฉพาะพวกผู้ชาย ตอนปีหนึ่งพวกผู้หญิงรุ่นเราก็เรียกเธอแบบนั้นเหมือนกันยิ่งต่างสาขาตอนนี้ก็ยังเรียกอยู่”
“หืม ฉันเองก็เพิ่งรู้ว่าฉายาเธอเยอะขนาดนี้”กรินทร์พยักหน้า ฟังเพื่อนขณะที่สายตายังมองหน้าจอปลายนิ้วค่อยๆไถเลื่อนลงทีละข้อความ
“งั้น นายลองเลื่อนขึ้นข้างบนสิช้างศึกเลื่อนไปจนกว่าจะเจอภาพถ่ายนะ” กรินทร์ละสายตาจากจอแสงสีฟ้ามองหน้าเพื่อนอย่างฉงนแต่ก็ทำตามจนปรากฏรูปหนึ่งคิ้วเข้มขมวดเข้าหาสันจมูกโด่งหน้าผากเนียนเกิดนูนกล้ามเนื้อของความตึงเครียดสิ่งแวดล้อมในภาพนั้นคือศูนย์อาหารตอนหัวค่ำของเมื่อวาน
“ใครตั้งกลุ่มนี้”
“ไม่รู้ว่ะเพื่อน”
“นายดึงฉันเข้ากลุ่มได้ไหม”
“เต็มแล้ว นายดูสิยอดห้าร้อยเมื่อเช้านี้เอง”
“พวกนั้นมันทำไปทำไมนะแค่นินทาฉันไม่สนหรอกแต่บางคนคำพูดดูคุกคามทางเพศมาก”
“แล้วนายจะเอายังไงล่ะ”
“นายไม่ต้องออกกลุ่มนะช่วยสืบให้ฉันหน่อยฉันอยากรู้ว่าใครต้นเื่และ้าอะไรมันจะส่งผลเสียต่อลูกตาลไหม”
“นี่เพื่อนนายตกคำว่าพี่นะเว้ย” ปรเมนทร์ยิ้มกรุ้มกริ่ม
“ทำไมล่ะ ฉันชอบเธอเรียกชื่อเฉยๆ จะเป็อะไรไปเรียกพี่มันห่างเหินจะตาย”
“เหรอ” ปรเมนทร์พูดยานคางก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นผู้หญิงอีกคนกำลังเดินมา
“แล้วลูกเกดล่ะ”
“ไม่เกี่ยวกันสักหน่อย”
“นายใจร้ายไปไหม เธอกำลังเดินมาทางนี้”กรินทร์เงียบปากก้มหน้าไถมือถือเพื่อนอ่านข้อความก่อนจะกดออกเมื่อเสียงกันฐกาญจน์ดังอยู่ใกล้แล้วส่งคืนปรเมนทร์พลางกำชับ
“นายอย่าออกจากกลุ่มนะ”
“ตกลง”
“กลุ่มอะไรกันเหรอกรินทร์”
“เปล่าหรอก ไม่มีอะไร”
“จริงเหรอ”
“อืม” กรินทร์ยิ้มอ่อน ปรเมนทร์มองเพื่อนคุยกับเธอตามปกติไม่ได้มีท่าทีพิศวาสอะไรเลยแม้แต่น้อย เขามองเธอเหมือนเพื่อนร่วมชั้นเรียนคนอื่นๆผิดกับคนในรูปที่ถูกแอบถ่ายสายตาที่เขามองรุ่นพี่มันแตกต่าง ทั้งยังผิดกับสายตาของกันฐกาญจน์ที่มองเขาก่อนที่เธอจะหันไปเห็นปรเมศวร์
“ปูนมาแล้ว” กรินทร์และปรเมนทร์มองตาม “ปูน ปูนมานี่สิ”กันฐกาญจน์เรียก ปรเมนทร์เหลือบมองกรินทร์
หนุ่มร่างผอมท่าทางเ้าสำอางเดินตรงมายังกลุ่มทักทายทุกคนก่อนนั่งลงเริ่มคุยกันเื่งานที่ได้รับมอบหมายให้ไปทำ แลกเปลี่ยนกันในจุดที่ไม่เข้าใจจนกลุ่มเพื่อนมากันครบทุกคนแล้วกรินทร์ก็หันไปเจอญาณินท์ลงสองแถวมา เขามองเธอเดินไปจ่ายเงินก่อนข้ามถนนตรงมายังตึก
‘รถยังไม่ซ่อมเหรอ’ กรินทร์ได้แค่คิดไม่เดินเข้าไปหาเพราะไม่อยากเป็เป้าสายตาหลังจากเห็นภาพนั้นทว่ารุ่นพี่กลับเดินเข้ามาหาเอาดื้อๆ
“นี่โทรหาก็ไม่รับสาย”
“หา” กรินทร์เบิกตาโพลงมองหน้ารุ่นพี่ ปรเมนทร์แอบเม้มริมฝีปากหางตาเขาเห็นกันฐกาญจน์มองรุ่นพี่กับกรินทร์ขมวดคิ้วหน้ามุ่ยหันไปจับแขนปรเมศวร์ แต่เพื่อนของเธอส่ายหน้าเบาๆ
‘เพื่อนกูชักจะ So Hot แล้วสิ’ปรเมนทร์นึกในขณะที่กรินทร์รีบล้วงมือถือขึ้นมาดู สองสายไม่ได้รับั้แ่เช้าและมันคงเป็ตอนที่ตนเองขับรถอยู่พอดี
“ขอโทษครับสุดสวย ตอนนั้นผมคงขับรถอยู่”
“เรียกดีๆ” รุ่นพี่หญิงปราม ปรเมนทร์แอบอมยิ้มพลางยกมือบังขบขันที่มิวายเพื่อนโดนดุ
“ขอโทษครับ ว่าแต่พี่ตาลมีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไร แค่จะขอติดรถมาด้วย พอดีตื่นสายลืมไปว่าคุณพ่อยังไม่เอามอเตอร์ไซค์ไปซ่อมให้”ทุกคนที่นั่งอยู่ในโต๊ะตั้งใจฟังเธอพูด
“อ๋อ ขอโทษครับ คุณพ่อท่านคงยุ่ง”
“อือ ไปล่ะ แค่เดินมาบ่นเฉยๆ หงุดหงิด”
“เอ้า” กรินทร์มองตามรุ่นพี่เดินออกไปก่อนหันมาเจอแววตาเพื่อนที่มองตนชายหนุ่มเห็นกันฐกาญจน์หน้างอ เห็นใบหน้าปรเมนทร์ที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความขบขันแววตาของปรเมศวร์ที่มองมาซ่อนความเ็ปและผิดหวังในคราเดียว
“เอ่อ” กรินทร์ยกแขนซ้ายขึ้นดูนาฬิกา รีบกลบเกลื่อนทำลายบรรยากาศหม่นที่ก่อตัวบนโต๊ะ“ได้เวลาเรียนแล้วล่ะ พวกเราไปกันเถอะ”
กรินทร์เก็บของทั้งที่มองทุกคนรอบโต๊ะ พยักหน้าให้ปรเมนทร์ก่อนลุกขึ้นเดินนำเพื่อนเข้าห้องเรียนทั้งวันเขาอยากจะส่งข้อความหาญาณินท์แต่กันฐกาญจน์ก็ประกบแทบจะตลอดเวลา เธอไม่งอแงเหมือนวันวานมื้อเที่ยงก็ไปกินข้าวกันก่อนแยกย้ายกลับบ้านเพราะวันนี้เลิกเรียนไว
“กรินทร์ไปดูหนังด้วยกันไหม” กันฐกาญจน์ถาม
“ไม่หรอก เราคิดว่าอาจมีธุระต้องไปทำ”
“คิดเหรอ อาจงั้นเหรอ”
“อืม” กันฐกาญจน์มองหน้าชายหนุ่มนิ่งอยู่สักพัก
เธอไม่อยากรบเร้าเพราะอ่านใจเขาไม่ออกกรินทร์ไม่เหมือนตอนปีหนึ่งเทอมแรก ที่ชวนไปไหนก็ไปด้วยเสมอ มีโอกาสไปเที่ยวสองต่อสองบ่อยๆแต่พอเข้าเทอมสองอยู่ๆ เขาก็ปฏิเสธทุกอย่างดื้อๆ ทั้งเคยอ้างว่าถ้าปูนไปก็จะไป
เธอเคยถามว่าไปแค่สองคนไม่ได้เหรอเหตุผลของเขาคือไปหลายคนมันน่าจะดีกว่า และปูนจะได้ช่วยดูแลลูกเกดอีกแรง หญิงสาวไม่เข้าใจแต่ก็ยอมตอนแรกก็เป็แบบนั้นจริงๆ ตอนหลังเริ่มตีตัวออกหาก ตอนนี้เวลานี้หรืออนาคตข้างหน้าหากดูจากท่าทีแล้วเขาไม่น่าจะอยากไปไหนมาไหนด้วยกันอีก
“ปูนกับปาล์มก็ไปนะ แฟนปาล์มก็ไป” กันฐกาญจน์หยั่งเชิง
“เราต้องเอารถไปเช็กน่ะ”
“รถใคร”เธอถาม