“พี่ครับ”
“อืม”
“พี่ครับ”
“อืม พี่อยู่นี่”
ในห้องพักผู้ป่วย ซูอินเล่นเกมทวนคำอยู่กับน้องชายตัวน้อย
เรื่องครั้งนี้คงทำให้เขาตกใจกลัวและรู้สึกไม่ปลอดภัยแม้ว่าสองพี่น้องจะอยู่เตียงเดียวกัน แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่วางใจเอามากๆผ่านไปไม่กี่นาทีก็จะคอยเรียกแต่ซูอินเพื่อให้มั่นใจว่าเธอยังมีสติและสามารถตอบรับ ดวงตาโตราวกับผลองุ่นถึงได้แสดงความรู้สึกวางใจ
เมิ่งเถียนเฟินกลัวว่าซูอินจะถูกรบกวนการพักผ่อนจึงเอ่ยตักเตือน “อันอัน พี่ยังไม่หายดีต้องพักผ่อนเยอะๆ อย่ารบกวนพี่เขา”
“แม่คะ หนูไม่เป็นอะไร มีอันอันอยู่ด้วยแบบนี้ไม่เบื่อดีค่ะ”
เด็กชายตัวน้อยที่ไม่อยากห่างพี่สาวแม้แต่ก้าวเดียวเมื่อได้ยินพี่สาวพูดเช่นนั้นก็รู้สึกเหมือนตนเองได้รับกระบี่อาญาสิทธิ์จากฮ่องเต้ก้นน้อยๆ ขยับ ร่างกายเขยิบเข้าไปใกล้พี่สาวมากขึ้น
ซูอินตื่นขึ้นมาในช่วงเที่ยงเมิ่งเถียนเฟินเก็บข้าวของก่อนจะไปซื้อข้าวที่โรงอาหาร
ในตอนที่เมิ่งเถียนเฟินกำลังจะซื้อข้าวก็พบโจวกุ้ยฮวาที่รีบเดินเข้ามาเพื่อนำของใช้ส่วนตัวออกจากล็อกเกอร์เมื่อเห็นเมิ่งเถียนเฟิน อีกฝ่ายอดไม่ได้ที่จะเข้ามาหาเรื่อง
แม้ว่าเมิ่งเถียนเฟินจะเป็นคนประนีประนอมแต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับซูอินโดยเฉพาะครั้งนี้ที่ซูอินได้รับบาดเจ็บหนักจนเกือบไม่ฟื้นทำให้ในใจของเธอร้อนรุ่มและโต้ตอบกลับไป
“เธอละทิ้งหน้าที่ในเวลางานจนถูกคณบดีจับได้และถูกไล่ออกมันเกี่ยวอะไรกับฉันหรือ”
พนักงานคนอื่นๆ ที่ทำงานในโรงอาหารยังไม่มีใครรู้สาเหตุที่โจวกุ้ยฮวาออกจากงานกะทันหัน จนเมื่อได้รู้เช่นนั้น พวกเขาก็เข้าใจในทันที
เมื่อทำให้โจวกุ้ยฮวาต้องอับอาย เมิ่งเถียนเฟินก็กลัวว่าหากอยู่นานจะทำให้อาหารเย็นชืดเสียก่อนเธอไม่อยู่ต่อให้เสียเวลาและรีบกลับขึ้นไปบนตึก
ในฐานะโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในเมืองห้องพักผู้ป่วยของโรงพยาบาลประชาชนประจำเมืองจึงค่อนข้างแออัดต้องขอบคุณอวี๋ฉิงที่ทำให้ซูอินและน้องชายของเธอได้ใช้ห้องพักผู้ป่วยสำหรับเจ้าหน้าที่ทหารผ่านศึกห้องพักนี้มีขนาดกว้างขวาง มีเตียงพิเศษสำหรับคนเฝ้า ด้านข้างมีห้องรับแขกเล็กๆในห้องน้ำมีฝักบัวและเครื่องทำน้ำอุ่น
ทั้งสามคนแม่ลูกนั่งอยู่ในห้องรับแขกเพื่อรับประทานอาหารซูอินจึงใช้โอกาสนี้ถามถึงสถานการณ์ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“โจวกุ้ยฮวาหรือคะ เธอมาทำอะไร คงจะมาดูสินะว่าหนูตายหรือเปล่าจะได้กลับไปบอกอู๋อู๋และหลิงเมิ่งเพื่อเอาความดีความชอบ”
เมิ่งเถียนเฟิน : …
ทำไมอินอินทำเหมือนกับว่าอยู่ในเหตุการณ์เลยล่ะ
“อินอินอย่าโกรธเลย ป้าของลูกต่อว่าเธอไปแล้ว อีกทั้งยัง…ตบตีเธอด้วยจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ คณบดีที่เข้ามาพอรู้ว่าเธอออกมาในเวลางานจึงไล่เธอออกเมื่อครู่ตอนที่แม่ไปซื้อข้าวที่โรงอาหารก็เห็นเธออยู่ที่นั่นเหมือนว่าจะมาเก็บของ หน้ายังไม่หายบวมเลย”
“ถูกไล่ออกหรือคะ”
ซูอินแทบสำลักข้าว เธอรีบกลืนและรีบดื่มน้ำตาม
โจวกุ้ยฮวาให้ความสำคัญกับงานนี้มากเธอยังจำได้ว่าหล่อนมักจะบอกคนที่เจอว่าตัวเองทำงานที่โรงพยาบาลประชาชนประจำเมืองโดยเฉพาะเวลาที่พูดคำว่า “โรงพยาบาลประจำเมือง”ก็มักจะยืดอกและแสดงสีหน้าเย่อหยิ่ง
คิดไม่ถึงว่าเรื่องเล็กๆ แค่นี้แต่ดันถูกคณบดีมาพบเข้าทำให้ต้องตกงาน
สิ่งที่น้าสะใภ้คนนี้เคยทำกับเธอ เธอจะมองข้ามมันไปซูอินจำได้ว่าตอนที่เธอเพิ่งจะกลับชาติมาเกิด ในคฤหาสน์ตระกูลหลิงโจวกุ้ยฮวายังเอ่ยปากสั่งสอนเธอต่อหน้าญาติทั้งสองฝ่ายและบอกว่าเธอเป็นเด็กหัวแข็ง
ในเวลานั้นเธอจำใส่ใจว่าโจวกุ้ยฮวาอยู่ในรายชื่อคนที่เธอจะต้องคิดบัญชี
แต่คาดไม่ถึงว่ายังไม่ทันได้ลงมือ โจวกุ้ยฮวาก็หาเหาใส่หัวตัวเองจนสูญเสียงานที่ตัวเองให้ความสำคัญอย่างมากไป
“เป็นเรื่องดีจริงๆ…”
ในใจของซูอินเหตุการณ์พลันเปลี่ยนไปเหมือนแสงแดดในฤดูร้อนนอกหน้าต่างเธอคีบเนื้อชิ้นใหญ่ที่สุกจนส่งกลิ่นหอมใส่ลงในถ้วยของเด็กชายตัวน้อย “อันอัน กินเนื้อเร็วกินเนื้อเยอะๆ จะได้ตัวสูง”
เด็กชายตัวน้อยคีบเนื้อเข้าปาก แก้มของเขาขยับไปมา กินไปด้วยและเอ่ยเป็นคำพูดที่ไม่ชัดนัก“ตัวสูงๆจะได้ปกป้องพี่สาว”
น้องชายของเธอคือเทวดาตัวน้อย
เพราะอารมณ์ดีทำให้วันนี้ซูอินกินข้าวเกินครึ่งถ้วย
กินเสร็จก็รอย่อยสักครู่ เมื่อรู้ข่าวว่าเธอฟื้นแล้วคุณหนูอวี๋รีบมาที่โรงพยาบาล
เมื่อเห็นเด็กชายตัวน้อยที่นอนรับแดดอยู่บนโซฟาคุณหนูอวี๋ก็รีบพุ่งตัวเข้าไปและกอดเธอด้วยความยินดี
“ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอจะไม่เป็นอะไร”
คนที่แสดงท่าทีเย่อหยิ่งมาตลอด แต่ซูอินรู้สึกได้ว่าไหล่ทั้งสองข้างของอีกฝ่ายสั่นเทา
ซูอินยื่นมือไปกอดตอบมุมปากของเธอเผยรอยยิ้มก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย “ใช่ ฉันไม่เป็นอะไร”
ผ่านช่วงเวลาที่น่าจะเอ่ยคำพูดที่น่าประทับใจไปแล้วอวี๋ฉิงรีบปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ ถามถึงอาการของซูอินและเมื่อรู้ว่ามันไม่ได้หนักหนา อวี๋ฉิงจึงหันไปเล่าให้เธอฟังว่าสองสามวันที่ผ่านมานี้เกิดเรื่องอะไรบ้าง
ก่อนรับประทานอาหารเมิ่งเถียนเฟินได้เล่าให้เธอฟังแล้วแต่หลายวันมานี้เมิ่งเถียนเฟินอยู่แต่ที่โรงพยาบาล นอกจากดูแลซูอันแล้วก็คอยเป็นกังวลเรื่องที่ซูอินสลบไม่ยอมฟื้น จนไม่ได้สนใจว่าภายนอกเกิดอะไรขึ้นบ้าง
แต่อวี๋ฉิงใส่ใจเรื่องนี้ เธอไม่เพียงใส่ใจธรรมดา แต่ยังใส่สีตีไข่ปล่อยข่าวลือต่างๆว่าเด็กสาวที่รวมกลุ่มกับพวกอันธพาลทำร้ายคนอื่นเป็นทายาทมหาเศรษฐีในเมืองนี้
ข่าวกองทุนการกุศลและเหตุการณ์ที่เหล่าอันธพาลก่อเรื่องทะเลาะวิวาทนั้นมีความเกี่ยวข้องกันถึงแม้จะไม่ได้ถ่ายติดหน้าซูอิน แต่คนจำนวนหนึ่งก็ทำตัวเป็นเชอร์ล็อก โฮล์มส์วิเคราะห์จากเสื้อผ้าที่ใส่ รูปร่าง และสิ่งต่างๆจนรับรู้ว่าเด็กสาวที่ถูกทำร้ายคือคนที่มอบทุนการศึกษาของกองทุนการกุศล
ทายาทเศรษฐีรวมตัวกันทำร้ายนักเรียนยากจนเรื่องนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนมากมาย
แต่ในวันนี้เรื่องที่เกิดขึ้นทวีความรุนแรงขึ้นไปอีกขั้นเกินกว่าที่ตระกูลหลิงจะจัดการได้
และสิ่งนี้ก็เป็นความปรารถนาเดิมที่ซูอินต้องการแจ้งให้แก่หลี่หมิงฉีได้รู้ตระกูลหลิงกว้างขวาง หากไม่มีพลังความคิดเห็นของประชาชนเธอก็แทบจะไม่สามารถสู้กับตระกูลหลิง จากสิ่งที่คุณหนูอวี๋พูดทุกอย่างในโลกภายนอกกำลังขับเคลื่อนไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์
“ไม่ต้องขอบคุณฉันมากหรอกนะ~” คุณหนูอวี๋เอ่ยด้วยสีหน้าเย่อหยิ่ง
สิ่งที่ซูอินตอบแทนเธอคือการโอบกอด “ฉิงฉิง ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอดีที่สุด”
คุณหนูอวี๋แสดงสีหน้าราวกับรับไม่ได้ก่อนจะดันร่างซูอินออกและหันไปกอดเด็กชายตัวน้อย “ปกติแล้วสิ่งที่ฉันไม่ชอบที่สุดคืออารมณ์หงุดหงิด เธอเป็นเพื่อนฉันฉันจะปล่อยให้เธอโดนรังแกคงไม่ได้ ในเมื่อเธอโดนรังแกฉันก็ต้องช่วยเธอระบายความแค้น ใช่ไหมอันอัน”
เด็กชายตัวน้อยพยักหน้าแรง หมัดเล็กๆ กำแน่น “ระบายความแค้น!”
เจ้าตัวน้อยแสดงท่าทีได้ช่างน่ารักน่าเอ็นดูอวี๋ฉิงกอดเขาไว้พร้อมบีบเจ้าตัวน้อยหลายครั้ง แต่เมื่อนึกได้ว่าอันอันไม่สบายอยู่เธอจึงไม่แกล้งอะไรมาก และยอมปล่อยหลังจากที่กอดเขาอยู่ครู่หนึ่ง
“เห็นท่าทีแบบนี้ของอันอัน ฉันก็นึกบางอย่างขึ้นได้ อินอินวันนั้นที่เธอหมดสติ เธอน่าจะไม่รู้ว่า…”
ซูอิน : ?
“ดูท่าทางแล้วน่าจะไม่รู้ หลังจากที่เธอหมดสติ อันอันคอยอยู่ข้างๆ เธอขวางพวกอันธพาล ตะโกนบอกพวกมันว่าไม่ให้ทำร้ายเธอ พูดตามตรงสถานการณ์แบบนั้นฉันเห็นยังกลัวเลย แต่เขาเป็นเด็กตัวแค่นั้นกลับไม่ยอมถอยสักก้าวและไม่ร้องไห้สักนิด เก่งมากจริงๆ”
มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ
ซูอินไม่เคยรู้เลย เธอสร้างภาพเหตุการณ์นั้นโดยจินตนาการก่อนจะก้มมองเด็กชายตัวน้อยที่อยู่ข้างๆ
น้องชายตัวน้อยเงยหน้าขึ้นมามองเธอพอดี ดวงตาโตราวกับผลองุ่นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเสียงอ้อแอ้ของเด็กน้อยเอ่ยขึ้น “พวกเขาทำร้ายพี่สาวไม่ได้ อันอันไม่อนุญาต”
น้องชายของเธอ…
ในใจของซูอินเต็มไปด้วยความประทับใจ คำพูดต่างๆ มากมายที่ไร้ขอบเขตเมื่อจะเอ่ยออกมา กลับกลายเป็นเพียงเสียงถอนหายใจ
เธออุ้มเด็กชายตัวน้อย และกอดร่างเล็กนั้นเอาไว้แน่น