บทที่ 5 เดินทางสู่ดินแดนฟู่หรง(1)
เสียงนกร้องดังแว่วหวาน จิวฮวาค่อยๆขยับตัวและลืมตาขึ้นมา จากนั้นเด็กสาวก็พบว่าตนนั้นกำลังนอนหลับอยู่ในกระโจมผ้าหยาบสีน้ำตาลอ่อน ภายในกระโจมนั้นไม่มีอะไรมากมาย มีเพียงที่นอนที่ทำมาจากเสื่อกก และผ้าห่มคลุมตัวซึ่งเธอกำลังใช้งานอยู่ กับกาน้ำเพียงเท่านั้น
จิวฮวาหันมองไปรอบๆด้วยความแปลกใจ ก่อนที่จะถอนหายใจออกมา หรือว่าจะฝันไปนะ และนี่คือเพิ่งเกิดใหม่อีกครั้ง เธออดที่จะกล่าวกับตัวเองไม่ได้
หากแต่ร่างสูงที่เปิดม่านกระโจม แล้วก้าวเข้ามา ก็ช่วยยืนยันให้เธอเสียก่อนว่าเธอไม่ได้กำลังฝันไป และยังคงเป็จิวฮวาคนเดิม “พี่ใหญ่” เสียงหวานเอ่ยเรียกพี่ชายด้วยความคนึงหา
หากแต่สงสัยว่าเสียงของเธอจะแหบแห้งเกินไป พี่ชายของเธอจึงได้ช่วยรินน้ำชาใส่ถ้วย แล้วส่งมาให้เธอดื่มเสียก่อน “3 ปีมานี้ลำบากเ้าแล้วจิวเอ๋อร์” จิ้นเหอเอ่ยด้วยเสียงเจือความสำนึกผิด และห่วงหาอาดูร
จิวฮวารีบส่ายหน้าไป มา ก่อนที่จะจ้องมองพี่ชายด้วยตากลมโต เธอแทบไม่กล้าที่จะกระพริบตาเพราะกลัวว่าพี่ชายตรงหน้านั้นจะจางหายไป “ไม่เลยเ้าค่ะ แค่ท่านพี่กลับมาน้องก็พอใจแล้ว 3 ปีที่ผ่านมาก็ถือว่าไม่ลำบากอันใดเลย”
จิ้นเหอเมื่อเห็นท่าทางน้องสาวก็อดที่จะยกมือขึ้นมาขยี้หัวเธอจนผมยุ่งเหยิงไม่ได้
“ท่านพี่เ้าคะ 3ปีที่ผ่านมา ท่านพี่หายไปไหนมาเ้าคะ” จิวฮวาเอ่ยถาม
จิ้นเหอ มองออกไปยังผนังกระโจม แต่สายตาของเขานั้นราวกับว่าเขากำลังมองทะลุสิ่งนั้นออกไป มองออกไปไกลแสนไกลเพียงใด จิวฮวาก็ไม่อาจทราบได้
“ตอนนั้นที่พี่มากับขบวน หลังจากออกเดินทางจากเฟเรนซ์ การเดินทางนั้นแสนราบรื่น เราแวะพักตามหมู่บ้านต่างๆ จากจุดเอ ไปบี และซี ตามตารางที่วางเอาไว้
จนกระทั่งก่อนเข้าซงหนู ดินแดนที่เป็จุดเปลี่ยนระหว่างดินแดนตะวันตกและตะวันออก พี่บังเอิญถูกกลุ่มโจรหนึ่งดักปล้น แต่ใน่ที่เอาตัวรอด พี่สังเกตดีๆก็พบว่ามันไม่ได้เล็งเพียงแค่สินค้า หากแต่มันกำลังมองหาใครบางคน
เมื่อมันเห็นพี่มันก็พุ่งเข้ามาหาพี่ หลังจากต่อสู้กันหลายกระบวนท่า พี่ก็พลาดท่าโดนดาบฟันเข้าที่ใบหน้า หากแต่เพราะวันนั้นเพราะหมอกลงจัด พื้นหญ้าจึงเปียกชื้น เท้าพี่ก้าวพลาดตกลงไปในแม่น้ำด้านล่าง ในตอนนั้นหัวพี่ก็ฟาดเข้ากับที่ก้อนหิน ด้านล่างเฉียดดวงตาขวาไปเพียงนิดหน่อย ก่อนที่พี่จะสลบไป
พวกมันคงเห็นว่าพี่สลบและไหลไปกับกระแสน้ำ จึงคิดว่าอย่างไรพี่ก็คงตายแน่ๆ มันจึงไม่ได้ตามไปตรวจสอบให้แน่ใจ โชคดีที่ร่างของพี่ไม่ได้คว่ำหน้าลง หลังจากที่กระแทกหิน แรงกระแทกก็ทำให้พี่สลบแบบนอนหงายไป ไม่เช่นนั้นพี่คงได้ไปพบหน้าท่านแม่แทนมาพบหน้าเ้าแล้ว
พี่สลบไปนานเท่าใดไม่ทราบ หากแต่มีพ่อค้าวาณิชย์กลุ่มหนึ่งมาตั้งกระโจมริมแม่น้ำที่พี่ถูกพัดเข้ามาพอดี เขาได้ช่วยเหลือพี่เอาไว้
ในตอนที่พี่ฟื้นขึ้นมา พี่ก็จำอะไรไม่ได้เลย ทุกอย่างมันขาวโพลนไปหมด รู้แต่ว่ากลุ่มคนที่ชวยพี่ไว้เป็คนของตระกูลสี เป็กลุ่มพ่อค้าใหญ่ของอาณาจักรฟู่หรง ที่บังเอิญกำลังเดินทางไปติดต่อการค้ากับชาวซงหนูพอดี
หลังจากพักรักษาตัวได้ 6 เดือน ความจำพี่ก็เริ่มกลับมา แต่กว่าความจำพี่จะกลับมาครบถ้วน ก็ต้องใช้เวลาถึงปีกว่า จากนั้นพี่ให้เป็ห่วงเ้ายิ่งนัก จึงได้ขอกำลังของตระกูลสี เดินทางไปยังเฟเรนซ์ เพื่อทำการช่วยเ้าออกมา
ใครจะไปคิด ว่าพอพี่เดินทางไปถึง เ้าก็ถูกจับไปแต่งงานพอดี พี่ใช้เวลาตามสืบเื่ราวประมาณหนึ่งจึงได้ทราบว่าเ้านั้นโดนบังคับแต่งงานไปกับไอ้เคาต์อะไรสักอย่าง มันผู้นี้ประวัติเลวยิ่งนัก ทั้งสันดานหยาบ และชอบฆ่า ข่มขืน ทรมานเป็ว่าเล่น พี่จึงรีบติดตามขบวนเ้าไปแล้วชิงตัวเ้าออกมาเช่นนี้”
“อ่อ….” จิวฮวาหลังจากฟังเื่ราวก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปดี เลยกล่าวว่าอ่อ ออกมาได้แค่คำเดียว แต่จากนั้นเธอก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ “ข้านึกออกแล้ว วันที่ข้าโดนบังคับมา นางคาเลนนนั่นบอกว่ามันฆ่าท่านพี่ ท่านพี่ว่าโจรพวกนั้นจะถูกมันจ้างมาใช่หรือไม่เ้าคะ”
จิ้นเหอนั่งคิดสักพัก ก็พยักหน้าตอบรับน้องสาวเบาๆ “ก็มีความเป็ไปได้อยู่”
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาหงส์ก็ประกายจ้า วาวโรจน์ด้วยความแค้นขึ้นมาทันที เด็กสาวหันไปมองพี่ชาย ก่อนที่จะจับแขนของเขาเอาไว้แน่น “ท่านพี่ เราเดินทางไปฟู่หรงกันเถิด ไปขอร้องให้ท่านตา กับท่านยายช่วยเรา ข้าคงไม่สามารถตายตาหลับได้ หากไม่ได้แก้แค้นพวกสารเลวนั่น”
“จิวเอ๋อร์ บัดนี้พี่เปลี่ยนสกุลจากเอมอนด์ เป็สีแล้ว ตอนนี้พี่มีนามว่าสีจิ้นเหอ” อยู่ๆจิ้นเหอก็กล่าวออกมา ระหว่างสบเข้าไปในดวงตาสีทองสว่างของน้องสาว
ดวงตาสีทองจากที่กำลังสาดส่องประกายความแค้นออกมา ก็เปลี่ยนเป็งุนงงขึ้นมาทันที แม้แต่ดวงหน้าน้อยๆที่กำลังอ้าปากขึ้นคล้ายคนอยากจะพูด แต่ไม่รู้จะพูดอะไร จึงได้แต่อ้าค้างเอาไว้แบบนั้น หลังจากอ้าปาก หุบปากได้ 2 ครั้ง ในที่สุดครั้งที่ 3 ก็มีเสียงออกมาจนได้ “อ่อ เอ่อ...ยินดีด้วยนะเ้าคะท่านพี่ ข้าเชื่อว่าพี่สะใภ้ต้องเป็คนดีแน่ๆเ้าค่ะ”
คราวนี้กลายเป็จิ้นเหอเองที่เป็ฝ่ายงง “ห๊ะ… พี่ยังไม่แต่งงาน”
จิวฮวาทำตาโตมองพี่ชายของตน “เอ่อ...งั้นพ่อแม่บุญธรรมคงเป็คนดี หวังว่าพวกเขาคงยอมรับข้า”
คราวนี้คล้ายคนเป็พี่จะเข้าใจบางอย่างได้กระจ่างขึ้น มือหนาถูกยกขึ้นมากุมขมับอย่างห้ามไม่ได้ “จิวเอ๋อร์ ท่านแม่ของเรามาจากตระกูลใด”
“ตระกูลสี ทำไมหรือเ้าคะ? เอ๊ะ?” เด็กสาวเอ่ยตอบด้วยความมึนงง ก่อนที่ร้องเอ๊ะออกมาเสียงดังลั่น ไม่ใช่เมื่อสักครู่พี่ชายบอกเปลี่ยนชื่อสกุลไปเป็แซ่สีแล้วหรอกหรือ
คนตัวโตจ้องมองน้องสาวด้วยสายตาพราวระยับอย่างล้อเรียนคนที่หัวช้า พอจิวฮวาเห็นสายตาพี่ชาย ก็อดไม่ได้ที่จะหน้าเหอร้อนออกมาด้วยความอับอายทันที “ข้าเกลียดท่านพี่แล้ว” เมื่อสู้ไม่ได้ก็แสดงท่าทางแง่งอนเข้าใส่เสียอย่างนั้น
เมื่อคนเป็พี่เห็นท่าทางของน้องสาวก็หัวเราะออกมาดังลั่น ทำให้เจียงมามา ที่เข้ามาใหม่ พร้อมกับถาดอาหารอดยิ้มตามออกมาไม่ได้
………………………
จะกล่าวไปแล้วโชตชะตานั้นก็น่าตลก เพราะกระแสน้ำพัดพา จากคนที่ควรตาย ก็ถูกช่วยไว้โดยคนที่ศัตรูไม่อยากให้ได้พบเจอกัน คนที่ช่วยจิ้นเหอไว้นั้น คือสีหลวนเหยาบุตรชายคนที่ 2 ของตระกูลสี ที่คอยดูแลธุรกิจทางภาคเหนือของอาณาจักรฟู่หรงนั่นเอง
ในครั้งแรกที่พบเจอ สีหยวนเหยาก็ให้รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเด็กหนุ่มตรงหน้านัก หากแต่จะถามก็คงไม่ได้ความว่าคือใครกัน จนกระทั่งหนุ่มน้อยความจำกลับคืน
เขาเดินเข้ามาหาที่ห้องทำงานในคืนหนึ่ง พร้อมกับหยกที่คุ้นตา เมื่อรับมาดูก็จำได้ทันทีว่าหยกนี้คือหยกของน้องสาวคนเล็ก ผู้เป็ที่รักยิ่งของบรรดาพี่น้องที่แต่งงานไปแดนไกล กับพ่อค้าต่างแดน
หากแต่พอได้ฟังเื่ราวที่หลานชายเล่า เขาก็ให้แค้นเคืองยิ่งนัก และรู้สึกเศร้าใจเกินจะกล่าว หลังจากที่เข้าส่งจดหมายไปให้ทางบ้านใหญ่ ท่านพ่อก็แทบจะยกทัพองค์รักษ์ลับไปจัดการเ้าพวกตระกูลเอมอนด์และรับหลานสาวคนเล็กกลับมาด้วยตนเอง ดีที่เข้ากับพี่ใหญ่ห้ามไว้ก่อน เพราะไม่้าให้กลายเป็การเปิดศึการะหว่างประเทศ ให้ฮ่องเต้ได้ทรงพิโรจน์
ขบวนเล็กๆจึงได้เดินทางออกจากฟู่หรงไปอย่างเงียบๆ กับยอดฝีมือ 20 กว่าคน พร้อมกับสีจิ้นเหอลูกชายของน้องสาว และสีจิ้นหง หลานชายคนโต ลูกชายของสีหลวนเคอพี่ชายใหญ่ ผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน
…………………………..
หลังจากทานอาหารเสร็จ จิวฮวาก็ได้ออกมานอกกระโจม เพื่อเดินเล่นรับลม และย่อยอาหาร เจียงมามากล่าวว่าเธอหลับไปถึง 2 วันเต็มๆ
เมื่ออกมานอกกระโจม จิ้นเหอจึงแนะนำเธอให้รู้จักกับชายคนหนึ่ง เขาเป็ชายร่างเพียว สูงโปร่ง แต่พอยืนข้างๆพี่ชายเธอที่เป็ลูกครึ่งก็ยังคงเตี้ยกว่าเล็กน้อย เขามีหน้าตาคมสวยได้รูป ผิวขาวกระจ่าง ปาดนิก จมูกหน่อย แต่กับลงตัวจนเป็ความงามที่เหนือบรรยาย ถ้าให้เขาไปอยู่ในโลกที่เธอจากมาก็คงเป็ไอดอลได้ง่ายโดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอศัลยกรรมเลยทีเดียว ชายคนนี้นั้นคือสีจิ้นหง หลานชายคนแรกของตระกูลสีนั่นเอง ปีนี้สีจิ้นหรง อายุ 26 ปี แต่งงานแล้ว และภรรยากำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอดเมื่อตอนที่เขาเริ่มออกเดินทาง คาดว่าเมื่อกลับไปถึง เด็กน้อยก็น่าจะไปขวบกว่าแล้ว
จิวฮวาอดถอนหายใจเบาๆไม่ได้ เมื่อนึกถึงบรรดาแฟนคลับที่หัวใจแตกสลาย ยามเมื่อไอดอลแต่งงานขึ้นมา