บทที่ 6 : กระต่ายตุ๋น
อาเถาได้รับการสอนยิงธนูและล่าสัตว์มาจากบิดา ครั้งนี้โกวจื่อเป็คนพบเจอกระต่ายตอนมุดดงหญ้าเข้าไปหาผักป่า เมื่อพบแล้วก็ส่งสัญญาณให้สหายอย่างแเี อาเถาใช้ความนิ่งเหนี่ยวไกยิงธนูออกไปอย่างแม่นยำ
โกวจื่อดีใจมาก ทุกครั้งเขาไม่เคยมีส่วนร่วมช่วยสหายล่าสัตว์เลย แต่ครั้งนี้เขาได้ช่วยอาเถาแล้ว ถ้าได้กระต่ายสักขาคงจะดี มารดาของเขาไม่ได้กินเนื้อมาเป็ปีแล้ว หากได้หางกระต่ายสักเล็กน้อยไปต้มกินน้ำซุปกันคงจะดีมาก
“แม่ โกวจื่อเป็คนเจอกระต่ายตัวนี้ แบ่งให้เขาด้วยได้ไหมครับ?” อาเถามองมารดาอย่างขอร้อง ในมือเล็กถือกระต่ายตัวโตหนักหลายชั่ง ครั้งก่อนเขาเอาไก่ป่าไปให้คุณย่าหลิน ขอให้ช่วยต้มแล้วแบ่งให้โกวจื่อบ้าง แต่ถูกป้าสะใภ้ใหญ่ขัดขวาง เอาไปให้ลูกพี่ลูกน้องเขากินจนหมดเกลี้ยง ไม่สนคำต่อว่าของคุณย่า ทั้งยังบอกว่าอีกหน่อยพวกพี่สาวน้องชายของเขาจะทำงานในหน่วยงานรัฐเหมือนลุงใหญ่ ต้องบำรุงให้ดี ส่วนเศษเดนแบบโกวจื่อปล่อยให้ตายข้างถนนยังถือว่า์เมตตา
เช่นนี้อาเถาจึงไม่เคยเอาของที่หามาได้ไปบ้านคุณย่าอีกเลย คราวนี้เขาฝากความหวังไว้ที่มารดาแล้ว
“ได้ แม่จะผ่าแบ่งกันคนละครึ่งตัว” ซ่งอี้หรานหยิบกระต่ายในมือบุตรชายไปจัดการหลังบ้าน หนังกระต่ายถลกให้ดีสามารถนำมาทำเป็เสื้อกันหนาวได้ เด็กๆ สมัยก่อนก็ได้เสื้อขนกระต่ายป้องกันความหนาวเย็น เธอคิดทำเสื้อกันหนาวขนกระต่ายให้ลูกชาย แม้เสื้อผ้าของเขาจะดีกว่าของโกวจื่อ แต่ก็เป็ผ้าหยาบทั่วไป ไม่สามารถป้องกันอากาศหนาวจัดได้
เสื้อผ้าของอาเถาล้วนได้มาจากผู้เป็ย่าและยาย ทั้งสองครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย ผ้าที่พอจะหาให้หลานชายได้เท่านี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
อาเถาได้ฟังคำตอบของมารดาแล้วะโดีใจจนตัวลอย “ผมจะไปบอกข่าวดีนี้กับโกวจื่อ เขารออยู่หน้าบ้าน”
“ไปเรียกโกวจื่อเข้ามา” อากาศตอนนี้แม้ไม่หนาวเย็น แต่ลมพัดแรงขนาดนี้ เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งของโกวจื่อจะทนต่อความหนาวเย็นได้อย่างไร
อาเถากอดมารดาด้วยความดีใจ ก่อนหน้านี้แม่ของเขาห้ามไม่ให้โกวจื่อเข้าบ้านเพราะเหม็นกลิ่นตัวจนกินอะไรไม่ลง ตอนนี้โกวจื่อช่วยเขาล่ากระต่ายได้ แม่คงเห็นประโยชน์ในตัวสหายของเขาแล้ว!
“รีบไปเรียกโกวจื่อมา” ซ่งอี้หรานลูบหัวบุตรชาย
อาเถาพุ่งตัวออกไปด้วยความรวดเร็ว ลานหน้าบ้านถูกถากถางจนเตียนโล่ง เด็กน้อยไม่ต้องเดินด้วยความระมัดระวังสัตว์เลื้อยคลานมีพิษอีกแล้ว อาเถาเปิดประตูบ้าน เห็นสหายยืนกอดตัวเองด้วยความหนาว “โกวจื่อ เข้ามาเร็ว แม่ฉันอนุญาตให้นายเข้าบ้านได้ แถมแบ่งกระต่ายให้ครึ่งหนึ่งด้วย”
เด็กน้อยเดินจูงมือสหายเข้าบ้านด้วยใบหน้าปลื้มปริ่ม โกวจื่อมีสีหน้าลำบากใจเมื่อมารดาสหายจะให้กระต่ายครึ่งตัว “ฉันขอแค่น้ำแกงกระต่ายเล็กน้อยก็พอ อาเถาอย่าให้เนื้อเยอะขนาดนั้นกับฉันเลย ฉันอยู่กับแม่แค่สองคน เรากินไม่เยอะ”
อาเถาพาโกวจื่อเข้ามานั่งรอในบ้าน เก้าอี้สูงเกิน เกือบถึงอกของโกวจื่อ อาเถาช่วยอุ้มสหายขึ้นนั่งบนเก้าอี้ เด็กน้อยสองคนช่วยกันตะเกียกตะกายขึ้นเก้าอี้ กว่าจะนั่งได้ก็เล่นเอาเหงื่อแตก ความจริงอาเถามีเก้าอี้ตัวเล็กไว้ปีนขึ้นเก้าอี้ตัวใหญ่ที่บิดาทำให้ แต่ตอนนี้ซ่งอี้หรานนำไปนั่งถลกหนังกระต่าย “เื่เนื้อกระต่ายแม่ฉันเป็คนตัดสินใจ นายอย่าเกรงใจ พ่อฉันส่งของมาให้ทุกเดือน”
โกวจื่อยังมีสีหน้าลำบากใจที่จะพูดอยู่มาก “คือ… ถึงให้เนื้อกระต่ายมา บ้านฉันก็ไม่มีเครื่องปรุงรสทำให้มันอร่อยหรอก ขอน้ำแกงบ้านนายสักเล็กน้อยก็พอ แม่ฉันกินแต่ผักป่าติดกันมาหลายวันแล้ว”
อาเถากำลังจะตอบ มารดาของเขาออกมาตอบก่อน “เช่นนั้นรอสักครู่ น้ากำลังต้มน้ำ” มือของซ่งอี้หรานยังมีเืกระต่ายติดอยู่ เื่แล่เนื้อเถือหนังเธอถนัดนัก เพราะชาติก่อนต้องนำหนังสัตว์มาทำชุดให้เหล่าสนมนางในใส่ เธอชำแหละมานักต่อนัก เมื่อคิดถึงชีวิตที่ตนเคยฆ่าแล้วก็สลดใจ เธอเองก็ทำบาปกรรมมาเยอะเหลือเกิน
เกิดชาตินี้ก็ยังต้องทำกรรมต่อ ไม่เป็ไร เพื่ออาเถาที่เธอถือเป็บุตรชายได้กินอิ่ม ให้ฆ่าสัตว์อีกกี่ชีวิตย่อมได้
“ขอบคุณครับน้าซ่ง” โกวจื่อขอบคุณ ดวงตาของเขามองมารดาสหายด้วยความชื่นชมเสมอมา แม้ใครจะว่าน้าซ่งเป็คนไม่เอาไหน สำหรับโกวจื่อแล้ว หากไม่เอาไหนได้อยู่บ้านอิฐหลังใหญ่ ได้กินครบสามมื้อ ได้มีเสื้อผ้าดีๆ ใส่ โกวจื่อขอเป็คนไม่เอาไหนแบบน้าซ่ง!
ซ่งอี้หรานปล่อยให้เด็กสองคนคุยเล่นกันอยู่ที่โต๊ะกินข้าว เธอไม่มีชารับแขก ไม่มีขนมรับแขก ได้แต่ให้โกวจื่อดื่มน้ำอุ่นรอ
เธอตัดสินใจทำตุ๋นเนื้อกระต่าย เ้าของร่างเดิมมีเครื่องปรุงหลายชนิด เรียกว่าเป็คนชอบกินของอร่อย ทั้งพริกแห้ง เกลือ น้ำตาล และน้ำมัน มีอยู่ไม่น้อยเลย มีหัวมันเหลืออยู่นิดหน่อย เธอคิดจะใส่มันลงไปด้วย ซ่งอี้หรานใช้เวลาหนึ่งชั่วยามกว่าเนื้อกระต่ายตุ๋นจะเปื่อยยุ่ย
กลิ่นหอมของเนื้อกระต่ายตุ๋นทำให้เด็กสองคนอยู่ไม่สุข ก้นไม่ติดเก้าอี้อีกต่อไป อาเถาเดินเข้าเดินออกครัวเพื่อถามมารดาว่าใกล้เสร็จหรือยังหลายรอบ โกวจื่อกินน้ำอุ่นจนหมดกา
ในที่สุดซ่งอี้หรานก็ออกมาพร้อมกระต่ายตุ๋นชามโต กับหมั่นโถวอุ่นร้อนสองลูก เธอแบ่งให้เด็กสองคนคนละลูก ส่วนตัวเองตั้งใจกินเนื้อกระต่ายเพียงเล็กน้อยก็พอ เธอ้าลดน้ำหนักอย่างเร่งด่วน “กินได้เลย กำลังร้อนๆ”
อาเถาไม่รีรอกัดหงับเข้าที่หมั่นโถวคำโต ก่อนจะเอื้อมสุดแขนหยิบขากระต่ายมากิน ดวงตาเล็กตี่โตขึ้นเล็กน้อย “อร่อย! อร่อยมาก!”
โกวจื่อกลืนน้ำลาย เขาเอียงอายเล็กน้อย พยายามมองหากระต่ายชิ้นที่เล็กที่สุด ซ่งอี้หรานเดาความคิดเ้าเด็กหัวเหม็นคนนี้ออก เธอตักขากระต่ายขนาดเท่ากับที่บุตรชายกินใส่ถ้วยให้เขา “โกวจื่อรีบกินตอนกำลังร้อน”
อาหารเป็สิ่งสำคัญ ทุกบ้านหวงแหน แต่ซ่งอี้หรานไม่คิดมาก นี่คือเนื้อที่บุตรชายกับโกวจื่อหามา เขามีสิทธิ์กินได้ตามใจ
โกวจื่อยิ้มโชว์ฟันหรอมแหรม เขาหยิบเนื้อกระต่ายขึ้นมาด้วยมือสั่นๆ ก่อนจะละเลียดกินทีละน้อยพร้อมหมั่นโถวนุ่มฟู ต่างกับอาเถาที่ยัดเอาๆ จนพุงกลมป่องออกมา เขามองสหายด้วยใบหน้าจนใจ “โกวจื่อ ฉันไปส่งนายไม่ได้แล้ว เอิ้ก!”
อาเถาจุกจนเรอออกมาเสียงดัง ซ่งอี้หรานส่ายหน้า บอกให้กินแต่พอประมาณก็ไม่ยอมเชื่อฟัง เ้าเด็กตะกละต้องปล่อยให้จุกจนลุกไม่ได้
โกวจื่อหัวเราะ “ฉันกลับเองได้ น้าซ่ง ที่เหลือในถ้วยขอกลับไปให้แม่ผมได้ไหมครับ?”
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวน้าไปตักสำหรับพี่เหม่ยให้ รอเดี๋ยวนะ” เธอลุกขึ้นไปตักเนื้อกระต่ายตุ๋นใส่กล่องเก็บความร้อนที่สามีนำกลับมา ก่อนจะเอามาส่งให้โกวจื่อ “รีบเอากลับไปให้แม่ตอนยังร้อนนะจ้ะ”
“ขอบคุณครับ! คุณน้ามีอะไรให้ช่วยบอกผมได้เลยนะครับ” โกวจื่อรับกล่องเก็บความร้อนมาด้วยความดีใจล้นอก เด็กน้อยหันไปบอกลาอาเถาที่ตอนนี้นั่งสัปหงก “ฉันกลับก่อนนะอาเถา พรุ่งนี้เราค่อยขึ้นเขาไปหาผักป่ากันอีก”
ทั้งสองโบกมือลากันที่โต๊ะกินข้าว ซ่งอี้หรานต้องอุ้มบุตรชายเข้าไปนอนที่ห้อง เพราะตอนนี้เด็กตะกละอิ่มจนไม่สามารถลุกขึ้นเดินเองได้
ต่างกับโกวจื่อที่รีบวิ่งกลับบ้านอย่างรวดเร็ว เด็กน้อยนำกล่องอาหารซ่อนไว้ใต้เสื้อ เขาเข้าบ้านจากทางด้านหลังซึ่งค่อนข้างไร้ผู้คน
บ้านหลังน้อยเก่าทรุดโทรมไร้การซ่อมแซมตั้งอยู่เดียวดาย โกวจื่อเห็นมารดากำลังหิ้วถังน้ำมาสองถัง แขนเล็กของมารดาเกร็งจนเห็นเส้นเืปูดโปน มือแดงช้ำเพราะถูกความเย็นกัดกิน เมื่อเห็นบุตรชายกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาท่าทางมีพิรุธ เหม่ยเหนียงเอ่ยถามอย่างสงสัย “อาโกว ทำไมทำท่าทางเหมือนไปขโมยของบ้านใครมา?”
โกวจื่อไม่ตอบ แต่ช่วยมารดายกถังน้ำเข้าบ้าน ก่อนจะรีบปิดประตูผุๆ แล้วนำกล่องอาหารออกมา ทันทีที่เปิดกลิ่นหอมพวยพุ่งออกมาทั่วบ้าน “แม่ครับรีบมากินเนื้อกระต่ายตุ๋นเร็ว น้าซ่งแบ่งมาให้แม่เยอะเลย”
“นี่มันเื่อะไรกัน ลูกไปขอของบ้านภรรยานายทหารคนนั้นกินเหรอ!? แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปรบกวน อาเถาคนนั้นก็อยู่ให้ห่าง ชาวบ้านจะคิดว่าเราจงใจเกาะบ้านนั้นกิน” เหม่ยเหนียงเป็แม่ม่าย สามีตายเพราะช่วยขับไล่หมาป่าจนถูกกัดเสียชีวิต ความดีในอดีตจางหายตามกาลเวลา ความอดอยากของสองแม่ลูกเป็เื่พูดคุยเพื่อเพิ่มกำลังใจให้กับชาวบ้านคนอื่นๆ เมื่อใดที่หิวจนท้อแท้ พวกเขาจะพูดทำนองว่า อย่างน้อยเราก็มีชีวิตดีกว่าบ้านแม่ม่ายเหม่ยเหนียงนั่น
“เปล่านะ วันนี้ผมเจอกระต่ายแล้วบอกอาเถาจนยิงมันได้ น้าซ่งให้เนื้อตอบแทนมา เป็เื่สมเหตุสมผลแล้วนะครับ” โกวจื่อไม่คิดว่าตนเองเอาเปรียบสหายจนเกินไป เดี๋ยวพรุ่งนี้ช่วยอาเถาเก็บผักป่ามากหน่อยก็ย่อมได้