# ตอนที่ 10
## ตัวป่วนของบ้าน
บ่ายวันนั้น บ้านไม้เก่าหลังเล็กยังไม่กลับเข้าสู่จังหวะเดิมนัก
แม้โธมจะเดินลงเขาไปแล้วนานพอที่หมอกจะกินรอยเท้าจนจาง แต่ความรู้สึกว่ามีคนนอกเพิ่งเข้ามาถึงบ้านยังไม่จางไป
ลูคัสปิดประตู วางมือค้างบนสลักไม้ครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้ามา
แอชยืนอยู่ไม่ไกล
เ้าตัวเล็กไม่ได้พุ่งเข้ามาเหมือนเวลาหิวหรืออยากเล่น
มันค่อยๆ เดินเข้ามา หยุดตรงปลายรองเท้าเขา แล้วเงยหน้าขึ้นดมชายแขนเสื้อที่ใช้พยุงบานประตูเมื่อครู่
หนึ่งครั้ง
อีกครั้ง
จากนั้นดวงตาสีเข้มเล็กๆ ก็หรี่ลงอย่างไม่พอใจ
ลูคัสก้มมองตาม
กลิ่นลมจากข้างนอกยังอยู่
กลิ่นไม้เฉลียง
กลิ่นหนังเปียกหมอกของเสื้อคลุมอีกฝ่าย
และเศษกลิ่นคนแปลกหน้าที่ติดอยู่บางๆ แต่สำหรับแอช แค่นั้นก็ชัดพอแล้ว
มันยกอุ้งเท้าหน้าข้างหนึ่งขึ้นแปะบนรองเท้าเขา เหมือนจะยึดไว้ตรงนั้นทั้งคนทั้งกลิ่น
ภาพนั้นเล็กมาก
แต่จริงจังจนลูคัสเกือบหลุดหัวเราะ
"อะไร"
"นี่จะเฝ้าฉันเลยหรือ"
แอชทำเสียงต่ำๆ ในลำคอแทนคำตอบ ก่อนขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนสันปีกอุ่นๆ แตะข้อเท้าเขา
ลูคัสย่อตัวลง ลูบเหนือหัวมันเบาๆ หนึ่งครั้ง
"หมดแล้ว"
"เขากลับลงหมู่บ้านไปแล้ว"
เ้าตัวเล็กยังมองเขาเขม็ง ราวกับยังไม่ยอมวางใจง่ายๆ
สุดท้ายลูคัสจึงเดินไปที่อ่างน้ำข้างครัว ตักน้ำอุ่นใส่ชามตื้น แล้วเช็ดมือ เช็ดข้อมือ เช็ดชายแขนเสื้อช้าๆ ส่วนแอชนั่งเฝ้าอยู่ใกล้ตู้ไม้ ดวงตาจับอยู่ที่เขาไม่วาง
พอเขาวางผ้าลง แอชก็รีบเข้ามาดมอีกครั้ง
คราวนี้อาการเกร็งๆ ค่อยคลายลง
มันเอาหัวมาชนหลังมือเขาเบาๆ เหมือนยอมรับว่ากลิ่นไม่คุ้นนั้นจางลงพอแล้ว
ลูคัสหัวเราะในลำคอ
"เื่เยอะจริงนะ"
เขาพูดไปอย่างนั้น แต่ปลายนิ้วก็ยังลูบสันหัวเล็กๆ นั้นอีกครั้งอยู่ดี
แสงบ่ายขยับช้าๆ อยู่บนพื้นไม้ ลูคัสหันไปมองบ้านรอบตัว
ผ้าม่านเก่าตรงหน้าต่างด้านตะวันตกยังต้องเปลี่ยน
ฟืนต้องขยับให้พ้นมุมชื้น
ตะกร้าผ้าก็เริ่มล้นอีกแล้ว
หลังเช้าที่ตึงเครียดแบบนั้น เขาอยากให้บ้านกลับไปมีจังหวะธรรมดาอีกสักหน่อย
"มาทำงานต่อกันเถอะ"
เขาบอกทั้งตัวเองและเ้าตัวป่วนตรงหน้า
แอชกะพริบตา
คงยังไม่เข้าใจคำว่า "ทำงาน" มากนัก
แต่พอเขาเดินออกจากครัว มันก็เดินตามทันที
งานแรกของบ่ายนั้นควรเป็เื่ง่าย
อย่างน้อยลูคัสก็คิดแบบนั้น
เขาแค่จะดึงผ้าม่านผืนเก่าลงมาซัก แล้วเอาผืนที่สภาพดีกว่าเดิมขึ้นไปแขวนแทน
ปัญหาคือแอชไม่ได้มองว่านี่เป็เื่ผ้าม่าน
มันเห็นแค่ว่ามีของชิ้นหนึ่งกำลังจะเข้ามาใกล้ลูคัสเกินไป
พอเขาเขย่งตัวปลดผ้าจากตะขอ เ้าตัวเล็กก็ลุกขึ้นยืนบนขาหลัง เอาอุ้งเท้าหน้าแปะบนหน้าแข้งเขาแล้วส่งเสียงครางต่ำเหมือนประท้วง
"ไม่ต้องช่วยตอนนี้"
ลูคัสบอก
แต่แอชไม่ฟัง
ผ้าม่านเก่าหลุดลงมาท่ามกลางฝุ่นบางๆ และในจังหวะนั้นแอชก็พุ่งเข้าไปคาบชายผ้าพอดี
ผลคือัตัวจิ๋วถูกผ้าผืนยาวคลุมหัว เหลือเพียงก้อนเล็กๆ กระดุกกระดิกอยู่ใต้ผ้าครู่หนึ่ง ก่อนหัวสามเหลี่ยมเล็กจะโผล่ออกมาตรงชายผ้าด้วยสีหน้าขุ่นเต็มที่
ลูคัสหลุดหัวเราะ
"ตกลงนายช่วยฉันอยู่ หรือกำลังสู้กับผ้าม่านอยู่"
แอชส่ายหัวแรงๆ แล้วคาบผ้าต่อเหมือนตั้งใจจะเอาชนะให้ได้
ปัญหาคือผ้าม่านยาวกว่าเ้าตัวมันหลายเท่า
มันดึง
ผ้าก็ไหลตามพื้น
มันถอย
ผ้าก็ยังตามมา
ไม่นานเ้าตัวเล็กก็ต้องถอยหลังหน้ามุ่ย เพราะผ้าม่านไม่ยอมแพ้เสียที
ลูคัสย่อตัวลง แตะหัวมันเบาๆ หนึ่งครั้งแล้วพูดชัดๆ
"ปล่อย"
คราวนี้แอชจึงค่อยคลายเขี้ยวอย่างไม่เต็มใจ
ทันทีที่ผ้าหลุดจากปาก มันก็กลับมาเบียดหน้าแข้งเขาอีก เหมือนจะบอกว่าปล่อยก็ปล่อย แต่มันยังไม่ยอมถอยห่าง
ลูคัสพับผ้าม่านเก่าวางลงตะกร้าผ้า แล้วหยิบผืนใหม่ขึ้นมา
แอชเห็นปุ๊บก็รีบงับมุมผ้าอีก
ลูคัสดึงขึ้น
แอชดึงลง
ผ้าตึงค้างอยู่กลางอากาศเหมือนเชือกที่ไม่มีใครยอมปล่อย
ลูคัสหรี่ตาลงนิดหนึ่ง
"อันนี้ต้องใช้"
แอชครางตอบในลำคอ เหมือนยังไม่วางใจ
สุดท้ายลูคัสต้องวางผ้าลง ให้มันดมทั้งสองมือ แล้วชี้ไปที่หน้าต่างก่อนพูดช้าๆ
"ทำให้บ้านบังลม"
"ไม่ได้พาฉันไปไหน"
แอชมองหน้าเขา มองผ้า แล้วจึงค่อยๆ ยกอุ้งเท้าที่เหยียบทับมุมผ้าอยู่ออก เหมือนยอมให้ทำต่อ แต่ยังไม่เลิกเฝ้า
ลูคัสหลุดยิ้ม
"ขอบใจที่ยอม"
เขาแขวนผ้าม่านใหม่ได้ในที่สุด โดยมีแอชนั่งเฝ้าอยู่บนโต๊ะเตี้ยด้านล่าง พอเสร็จ เ้าตัวเล็กก็รีบเดินเข้ามาดมชายเสื้อเขาอีกรอบ เหมือนมาตรวจงาน แล้วจึงยอมถอยให้สองก้าว
ก่อนจะเดินตามมาติดๆ อีกสามก้าว
งานถัดไปคือจัดฟืน
ลูคัสย้ายตะกร้าฟืนจากมุมชื้นมาวางใกล้เตาผิง เริ่มคัดท่อนไม้ที่ยังใช้ได้ออกจากไม้ผุ ระหว่างนั้นแอชเดินวนอยู่แถวนั้นเหมือนเงาเล็กๆ สีแดงหม่น
เขาหยิบถุงมือหนังวางไว้กับขอบโต๊ะ
ไม่กี่อึดใจต่อมา ถุงมือคู่นั้นก็ไปโผล่อยู่ข้างผ้าพับนอน
เขาวางผ้าขี้ริ้วไว้ริมหน้าต่าง
ครู่เดียวผ้าผืนนั้นก็ถูกคาบมากองใกล้ชามน้ำ
เขาหยิบเชือกเส้นสั้นขึ้นมาจะมัดฟืน
ไม่ทันใช้ มันก็ถูกลากไปวางข้างถุงมืออีก
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ห้องโถงก็ดูประหลาดไป
ของที่เป็ของลูคัสถูกย้ายมารวมกันเป็กองเล็กๆ กลางบ้าน
ถุงมืออยู่บนผ้าพับ
เชือกพาดขอบชาม
ผ้าขี้ริ้วกองอยู่ตรงรองเท้า
และแอชนั่งเฝ้ากองสมบัติเ่าั้ด้วยสีหน้าจริงจังเกินขนาดตัว
ลูคัสยืนมองอยู่เงียบๆ
เขาควรเก็บของเข้าที่
ควรสอนว่าบางอย่างคาบเล่นไม่ได้
แต่พอเห็นลูกัตัวเท่าแมวนั่งเฝ้ากองข้าวของแบบนั้น ความคิดจะดุก็ช้าลงเอง
"นายกำลังก่อกองอะไรอยู่"
แอชยกหัวขึ้น
จากนั้นเอาอุ้งเท้าวางทับถุงมือข้างหนึ่งเหมือนยืนยันกรรมสิทธิ์ทันที
ลูคัสหลุดหัวเราะอีกครั้ง
"อ๋อ"
"นี่คือกองของหวงสินะ"
หางเล็กๆ เคาะพื้นหนึ่งที
จะนับว่าตอบรับก็ได้
ลูคัสเดินเข้าไปย่อตัวลงตรงหน้าเ้าตัวป่วน พาดแขนไว้บนเข่าแล้วมองมันนิ่งๆ
"ฟังนะ"
"ถ้านายคาบของฉันไปซ่อนไว้ ฉันต้องหา"
"ถ้าฉันต้องหา ฉันก็มีเวลาเกาหลังหูนายช้าลง"
แอชกะพริบตา
ดูเหมือนมันจะสนใจประโยคหลังมากกว่าเหตุผลที่เหลือ
ลูคัสส่ายหน้าเบาๆ
"ใช่"
"ฉันก็คิดอย่างนั้น"
เขายื่นมือไปหยิบถุงมือกลับช้าๆ คราวนี้แอชไม่กันแรงเหมือนก่อน มันแค่ขยับตามมือเขา เหมือนอยากแน่ใจว่าของชิ้นนั้นจะไม่พาเขาเดินหายไปอีกมุมบ้าน
เมื่อลูคัสเก็บของเข้าที่ได้สองสามชิ้น เขาก็นึกว่าเื่คงสงบแล้ว
เขาคิดเร็วไป
เพราะทันทีที่หันหลังไปยกตะกร้าฟืน แอชก็เงียบหาย
เขาเรียนรู้ความเงียบแบบนี้ของแอชเร็วกว่าหลายอย่าง
ลูคัสหันกลับมาแทบพร้อมกัน
ไม่เจอที่ผ้าพับ
ไม่เจอข้างเตาผิง
แต่ได้ยินเสียงครืดเบาๆ ดังมาจากครัว
พอเดินตามไป เขาก็ต้องหยุด
แอชคาบผ้าขี้ริ้วผืนสะอาดอยู่
ตรงหน้าเท้ามันวางชามไม้ตื้นอยู่ใบหนึ่ง
เ้าตัวเล็กกำลังลากทั้งสองอย่างไปยังมุมแคบข้างตู้เตี้ย ที่ลูคัสชอบยืนเอนสะโพกอยู่เวลาปรุงอาหาร
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง
ชามไม้กับผ้าขี้ริ้วกองอยู่ตรงที่เขามักยืนทำครัวพอดี
ลมหายใจของลูคัสค่อยๆ ผ่อนลง
ลูคัสย่อตัวลงข้างเ้าตัวเล็ก
"ฉันไม่ได้จะหายไปไหน"
"แค่จะเก็บบ้าน"
แอชมองหน้าเขา แล้วเอาหัวมาชนท้องแขนเบาๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะนั่งทับผ้าขี้ริ้วตามเดิมเหมือนยังไม่พร้อมยอมถอยทั้งหมด
ลูคัสหลุดยิ้ม
"แล้วถ้านายเอาผ้าสะอาดมานั่งทับแบบนี้ ฉันก็ต้องซักใหม่อีก"
คำบ่นนั้นไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดเลย
แอชนั่งนิ่ง หลุบตาลงช้าๆ เหมือนแค่นี้ก็พอ
ท้ายที่สุดลูคัสจึงยกมือขึ้นลูบหัวมันอีกครั้ง
"ตัวป่วน"
คำนี้เบามาก
เบาจนแทบเป็ลมหายใจ
ปลายหางมันเคาะพื้นเบาๆ สองครั้ง
เมื่อลูคัสเปลี่ยนวิธี บ้านก็ค่อยสงบลงบ้าง
เขาหาเศษผ้านุ่มผืนหนึ่งที่ไม่ใช้แล้ว ม้วนเป็ก้อนหลวมๆ วางตรงหน้าแอช
"อันนี้ของนาย"
เ้าตัวเล็กมองอย่างระแวง
ลูคัสจึงหยิบขึ้นมาโยนสั้นๆ ไปไม่ไกลนัก
ก้อนผ้ากลิ้งบนพื้นไม้สองตลบแล้วหยุด
แอชมองตามทันที หูเล็กๆ ตั้งขึ้น
"ถ้าอยากคาบอะไร คาบอันนี้"
คราวนี้มันเดินไปคาบกลับมาอย่างระมัดระวัง
ลูคัสรับ โยนกลับไปอีก
แอชรีบวิ่งตามเร็วขึ้น
ห้องโถงที่เคยมีแค่เสียงไม้เก่าลั่น จึงมีเสียงเล็บเล็กๆ กระทบพื้นตามจังหวะวิ่ง กับเสียงผ้าถูกคาบลากไปมาเพิ่มขึ้นมา
ลูคัสใช้่ที่แอชวุ่นกับก้อนผ้าเก็บฟืนได้อีกพอสมควร
เขาจัดตะกร้าเข้าที่ คัดไม้ชื้นออกมากองเล็กๆ แล้วขยับเก้าอี้ให้พ้นทาง
ทุกอย่างดูจะไปได้ดี
จนกระทั่งเ้าตัวป่วนหันมาเห็นว่าเขากำลังสนใจท่อนไม้นานเกินสามลมหายใจ
ก้อนผ้าถูกทิ้งกลางทางทันที
แอชรีบกลับมาหาเขาทันที แล้วใช้หัวดันข้อมือเขาจนท่อนไม้เกือบหล่น
ลูคัสรีบประคองไว้
"เดี๋ยวก่อน"
"อันนี้ต้องใช้จริงๆ"
แอชกลับยิ่งคิดว่าสิ่งนั้นน่าสงสัย เพราะจู่ๆ ไฟวาบจิ๋วก็พุ่งออกจากรูจมูกมัน เหมือนจามไม่สุด
เปลวเล็กนั้นไม่พุ่งโดนคน
ไม่โดนผ้าม่าน
แต่เฉียดท่อนไม้ชื้นสองสามท่อนที่กองอยู่ข้างเตาผิง
ลูคัสหันขวับทันที
เขาคิดว่าจะต้องหยิบน้ำมาดับเหมือนตอนครัววันก่อน
แต่ไม้ไม่ลุกไหม้ มีแค่ควันขาวจางๆ ลอยขึ้นจากผิวไม้ชื้น แล้วความชื้นที่เกาะอยู่ตรงเปลือกนอกก็ค่อยจางลง
เขาชะงัก
แอชเองก็ชะงัก
ทั้งคู่หันไปมองกองฟืนพร้อมกัน
ลูคัสเดินเข้าไปหยิบท่อนไม้นั้นขึ้นมาลองจับ
อุ่น
ผิวแห้งกว่าเดิม
ไม่ได้ไหม้เสียหาย
มันแค่ไล่ความชื้นออกไปพอให้เอาเข้ากองไฟได้ง่ายขึ้น
เขาหันกลับมามองแอชช้าๆ
เ้าตัวเล็กนั่งแข็งอยู่กับที่ เหมือนรอให้โดนดุ
ลูคัสปล่อยความเงียบไว้ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า
"เมื่อกี้นายไม่ได้ตั้งใจ"
แอชกะพริบตา
"แต่ช่วยได้จริง"
ปลายหางเล็กๆ ที่แข็งค้างเมื่อครู่กระดิกอย่างไม่แน่ใจ
ลูคัสหยิบท่อนไม้ชื้นอีกอันขึ้นมาโชว์ให้มันดู
"อันนี้ด้วยได้ไหม"
ถ้ามีใครผ่านมาเห็น คงได้แต่มองเขาแปลกๆ ที่คุยกับลูกัตัวจิ๋วเื่ตากฟืน
แอชมองท่อนไม้
มองหน้าเขา
จากนั้นยื่นคอไปข้างหน้า สูดลมหายใจเข้าเหมือนรวบรวมสมาธิ แล้วพ่นเปลวสั้นๆ ออกมาอย่างระวัง
ครั้งนี้ไฟไม่ใช่การสะบัดใ
มันเป็เปลวเล็ก แคบ และสั้น
แตะผิวท่อนไม้แล้วดับ
ลูคัสพลิกไม้ในมือกลับไปกลับมา
แห้งขึ้นจริง
ยังไม่ทั่วทุกจุด
แต่ดีพอให้เห็นว่านี่ไม่ใช่เื่บังเอิญ
ลูคัสนึกถึงที่เคยอ่านมา เื่สัตว์เวทที่เรียนรู้พลังของตัวเองผ่านอารมณ์ และเื่การให้รางวัลให้ถูกจังหวะ
ลูคัสจึงย่อตัวลงตรงหน้าแอชทันที วางท่อนไม้ไว้ข้างๆ แล้วลูบหัวมันช้าๆ หนึ่งครั้ง สองครั้ง
"เก่งมาก"
"แต่พ่นตอนฉันบอก"
"ห้ามพ่นใส่ของอื่น"
แอชทำเสียงต่ำในคอเบาๆ เหมือนฟังอยู่ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งมัวแต่ภูมิใจ
ลูคัสหัวเราะน้อยๆ
"ใช่"
"ฉันรู้ว่านายกำลังภูมิใจ"
จากนั้นบ่ายที่เกือบหมดไปกับการไล่เก็บของ ก็กลายเป็การคัดไม้ชื้นมากองเล็กๆ แล้วให้แอชช่วยแตะไฟทีละท่อน โดยมีเขาคอยดูอยู่ใกล้ๆ
บางท่อนโดนมากไปจนปลายดำ
บางท่อนน้อยไปจนแทบไม่ต่าง
บางครั้งเ้าตัวเล็กเสียสมาธิกลางทางเพราะหันมาดูว่าเขายังอยู่แถวนั้นไหม
แต่ทุกครั้งที่มันทำได้ดี ลูคัสก็แตะหัวมันเบาๆ หรือเกาหลังหูให้หนึ่งที
และทุกครั้งที่มันเริ่มจะพ่นมั่ว เขาก็พูดว่า "พอ" ด้วยน้ำเสียงเรียบแบบเดิม
บ้านทั้งหลังเลยเต็มไปด้วยกลิ่นไม้แห้งอุ่นๆ คละกับกลิ่นขี้เถ้าจางๆ และเสียงครางพอใจของัตัวเล็กที่ได้ทั้งช่วยงาน ได้ทั้งเฝ้าคนของตัวเองอยู่ใกล้ๆ
เมื่อแสงบ่ายเริ่มเปลี่ยนเป็ทองอ่อน ลูคัสก็นั่งลงบนเก้าอี้ใกล้เตาผิงในที่สุด
เขาเมื่อยไหล่
เมื่อยหลัง
และพื้นรอบตัวก็ยังไม่เรียบร้อยเสียทีเดียว
ก้อนผ้าของเล่นตกอยู่กลางทางเดิน
ถุงมือหนังยังวางผิดที่
แต่ฟืนครึ่งตะกร้าพร้อมใช้มากกว่าตอนเริ่มบ่าย
ผ้าม่านเปลี่ยนแล้ว
และเ้าตัวป่วนของบ้านก็กำลังเดินวนอยู่หน้าเขา เหมือนยังไม่แน่ใจว่าหลังจากทำบ้านวุ่นมาทั้งวัน มันจะยังได้มานั่งใกล้เหมือนเดิมไหม
ลูคัสมองมันอยู่เงียบๆ
พอเห็นมันเดินวนอยู่แบบนั้น ความคิดจะดุจริงจังก็เบาลงเอง
เขาตบหน้าขาตัวเองเบาๆ
"มานี่"
แอชรีบขึ้นมาทันที
เร็วเสียจนเกือบลื่นตอนก้าวขึ้นเก้าอี้
ลูคัสยกแขนรับมันไว้ก่อนจะวางเ้าตัวเล็กลงบนตัก ัไฟจิ๋วหมุนตัวหาที่พอดีอยู่สองรอบ ก่อนจะทิ้งน้ำหนักลงช้าๆ
ลูคัสลูบจากสันหัวลงมาถึงคอช้าๆ
"วันนี้นายวุ่นมาก"
แอชไม่เงยหน้า
แต่หูข้างหนึ่งกระตุก
"วุ่นมากจริงๆ"
เขาพูดซ้ำ น้ำเสียงฟังดูบ่น แต่ฝ่ามือก็ยังลูบไปเรื่อยๆ ไม่หยุด
"ห้ามคาบตะปู"
"ห้ามดึงผ้าม่าน"
"ห้ามลากของครัวไปกองมุมห้อง"
"แล้วก็ห้ามทำเหมือนถุงมือฉันเป็ไข่ที่จะต้องฟัก"
ปลายหางแอชกระดิกหนึ่งครั้งตรงขอบเข่าเขา เหมือนไม่เห็นด้วยกับข้อหาหลังสุด
ลูคัสหัวเราะในลำคอ
"แต่ถ้าจะช่วยตากฟืน ก็พอให้อภัยได้อยู่"
เ้าตัวเล็กเงยหน้าขึ้นนิดหนึ่ง
ท่าทางมันน่าจะรู้ว่าตัวเองยังไม่ถูกผลักออกไป
มันค่อยๆ ดันหัวมาซุกตรงข้อพับแขนเขา
ความเหนื่อยจากการเก็บบ้านและเก็บของตามหลังลูกัยังอยู่เต็มตัว
ความตึงในใจค่อยคลายลงทีละนิด
ลูคัสเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ช้าๆ ใช้ปลายนิ้วเกาหลังหูแอชเบาๆ อีกครั้ง
"ฉันเข้าใจอยู่หรอก"
"แต่เข้าใจก็ใช่ว่าจะปล่อยให้นายป่วนทั้งบ้านได้ทุกครั้ง"
คำบ่นนั้นไม่มีพิษ
แอชครางตอบเบาๆ เหมือนได้ยินแค่ครึ่งเดียว แล้วเก็บเฉพาะส่วนอบอุ่นเอาไว้
ลูคัสมองตะกร้าฟืนที่แห้งขึ้นกว่าเดิม แล้วก้มมองหัวเล็กๆ ที่ซบอยู่ตรงข้อพับแขนอีกครั้ง
เขาลูบหัวแอชช้าๆ อีกที
"ฟังไว้นะ"
"ฉันจะไม่ปล่อยให้นายย้ายตะปูทั้งกล่องอีก"
"แต่ฉันก็จะไม่ปล่อยให้นายต้องเดาอยู่คนเดียวเหมือนกัน"
เสียงของเขาเบามาก
เบาพอๆ กับไฟในเตา
แอชไม่ตอบ
เ้าตัวเล็กเริ่มเคลิ้ม มีเพียงปลายหางที่ขยับช้าๆ
ลูคัสมองไปรอบห้องอีกครั้ง
ห้องยังรกอยู่บ้าง
ของบางชิ้นยังวางผิดที่
เศษผ้าของเล่นตกอยู่ใต้โต๊ะ
แต่ฟืนแห้งขึ้น
ผ้าม่านก็เปลี่ยนแล้ว
ลูคัสก้มมองเ้าตัวป่วนบนตักอีกครั้ง
"พรุ่งนี้ค่อยป่วนใหม่นะ"
เขาบ่นเบาๆ
"วันนี้พอแล้ว"
แอชไม่ขยับ
มีเพียงลมหายใจอุ่นจิ๋วๆ ที่ค่อยๆ สม่ำเสมอขึ้น
ลูคัสจึงได้แต่ยิ้ม มือยังวางอยู่บนหัวมัน
ลูคัสนั่งอยู่ตรงนั้นอีกพักใหญ่โดยไม่รีบลุก
มือข้างหนึ่งยังวางอยู่บนหัวแอชเบาๆ ส่วนอีกข้างวางบนที่เท้าแขนเก้าอี้ไม้เก่า ตรงไม้ที่เริ่มเรียบเพราะเขาแตะอยู่บ่อยๆ
ไฟในเตาผิงลดจากเปลวสว่างเป็แสงแดงนุ่ม
เสียงไม้แตกเบาๆ ดังขึ้นเป็่
ข้างนอกหน้าต่าง หมอกเย็นของหุบเขาเมฆาค่อยๆ ไหลต่ำลงมาจากไหล่เขา คลุมเงาของรั้วไม้และลานดินด้านหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง จนโลกข้างนอกดูไกลออกไปทีละนิด
บ้านค่อยๆ กลับเข้าสู่จังหวะที่เขาคุ้น
ลูคัสค่อยๆ ถอนมือออกจากหัวแอชอย่างระวัง
เ้าตัวเล็กขยับปลายหางเพียงเล็กน้อย แต่ไม่ตื่น
เขาเลยค่อยๆ ลุกขึ้น เก็บถ้วยน้ำที่วางไว้ข้างเตาผิง เก็บผ้าเช็ดมือที่พาดพนักเก้าอี้ แล้วก้มลงหยิบเศษผ้าผืนเล็กที่ตอนบ่ายโดนแอชคาบผิดที่ไปกองไว้ใต้โต๊ะ
พอเขาขยับเก้าอี้ไม้แค่นิดเดียว เสียงขาครูดพื้นก็ทำให้แอชลืมตาขึ้นมาครึ่งหนึ่ง
ดวงตาสีเข้มเล็กๆ นั้นมองตามเขาอยู่สองวินาทีเต็ม ก่อนจะค่อยปิดลงอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้เดินหายไปไหน
ลูคัสหลุดยิ้ม
"แค่นี้ก็ยังต้องเช็กอีกนะ"
เขาพูดเบามาก เหมือนพึมพำกับไฟในเตามากกว่าพูดกับัที่เกือบหลับสนิท
แต่แอชก็ยังขยับปลายหูตอบรับอยู่ดี
ลูคัสเดินไปที่มุมครัว
บนโต๊ะยังมีชามตื้นที่ใช้ใส่อาหารเย็นวางเอียงอยู่หนึ่งใบ ข้างกันเป็ช้อนด้ามไม้ที่เกือบถูกคาบหายไปพร้อมผ้าเช็ดมือก่อนหน้านี้
เขาจัดของให้เข้าที่ทีละชิ้น
ทุกอย่างเป็งานเล็กๆ
แต่พอทำไปทีละอย่าง ใจที่ยังตึงอยู่ก็ค่อยคลายลง
กลิ่นคนแปลกหน้ายังหลงอยู่บ้างตรงรอยต่อของประตูหน้ากับผนังไม้
บางเบาเสียจนถ้าเป็เขาเมื่อก่อน เขาอาจไม่ทันสนใจ
แต่แอชจับได้ั้แ่แรก
ลูคัสวางชามลงบนชั้น
แล้วหันกลับไปมองแอชอีกครั้ง
ตอนนี้เ้าตัวเล็กนอนขดแน่นกว่าเดิม หางตวัดมาปิดเกือบถึงปลายเท้า ปีกข้างหนึ่งคลุมตัวเองไว้อย่างไม่รู้ตัว คล้ายเด็กที่ดื้อทั้งวันจนเหนื่อยเกินกว่าจะฝืนต่อ
ลูคัสยืนพิงโต๊ะครัวเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นจึงหยิบผ้าห่มผืนเล็กที่พับอยู่ข้างตะกร้าผ้าออกมา
ผ้าผืนนั้นไม่หนามาก เป็ผ้าเก่าที่ผ่านการซักจนเนื้อนุ่ม แต่ยังอุ่นพอสำหรับคืนเย็นในหุบเขา
เขาเดินกลับไปหาแอชอีกครั้ง ค่อยๆ โน้มตัวลง แล้วคลี่ผ้าห่มลงทับบนสันหลังเล็กๆ นั้นอย่างเบามือที่สุด
แอชขยับตัวนิดเดียว
ไม่ลืมตา
แต่จมูกเล็กๆ ขยับสองครั้ง เหมือนดมให้แน่ใจว่าผ้าผืนนั้นมีกลิ่นของลูคัสจริง
เมื่อแน่ใจแล้วมันก็ซุกตัวลึกขึ้นกว่าเดิม
ปลายหางที่เคยตึงตลอดบ่ายค่อยคลายออกช้าๆ
ลูคัสนั่งยองลงข้างเก้าอี้
คราวนี้เขาไม่ได้ลูบหัวแอชทันที
เขาแค่นั่งอยู่ใกล้ๆ เงียบๆ
ได้ยินแต่เสียงลมลอดรอยไม้ เสียงไฟอ่อนในเตา และลมหายใจสม่ำเสมอของแอช
"พอแล้วสำหรับวันนี้"
เขาพูดกับอากาศเบาๆ
"คืนนี้พอแล้ว"
ลูคัสนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนเงยหน้ามองหน้าต่าง
ด้านนอกมืดลงกว่าเดิมแล้ว
แนวรั้วจางหายไปเกือบหมดในหมอก
คืนนี้คงไม่มีใครยืนมองจากข้างนอกอีก
หรือถ้ามี เขาก็ไม่คิดจะยอมให้สายตานั้นไหลตามเข้ามาถึงกลางห้องนั่งเล่น
เขาเดินไปเช็กกลอนประตูอีกครั้ง
เช็กหน้าต่างสองบาน
เติมฟืนในเตาเพิ่มอีกท่อน
แล้วกลับมานั่งที่เดิม
แอชยังหลับอยู่
คราวนี้ลูคัสเหยียดขาออกยาว พิงหลังกับพนักเก้าอี้ ปล่อยให้ความเงียบอุ่นๆ โอบอยู่รอบตัว
ในหัวเขายังมีเื่ต้องคิดอีกมาก
ทั้งคนในหมู่บ้าน ทั้งข่าวลือที่คงไม่ได้หายไปง่ายๆ
รวมถึงพรุ่งนี้ ถ้าต้องลงไปหาเสบียงหรือสมุนไพรเพิ่ม เขาควรพูดกับใครด้วยน้ำเสียงแบบไหน
แต่ความคิดเ่าั้ไม่หนักเท่าตอนบ่ายอีกแล้ว
ลูคัสหลับตาลงชั่วครู่
ไม่ได้ถึงกับหลับจริง
แค่นั่งพักอยู่กับความอุ่นจากไฟ และลมหายใจสม่ำเสมอของแอชข้างตัว
ตอนที่เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง เวลาผ่านไปไม่นานนัก
ถ่านไฟในเตาผิงยุบต่ำลงอีกนิด
ในห้องยังเงียบเหมือนเดิม
แอชยังอยู่ที่เดิม
ผ้าห่มยังคลุมหลังมันอยู่
เขามองแอชแล้วส่ายหัวน้อยๆ
"พรุ่งนี้ถ้าจะป่วนอีก ก็เอาแค่ครึ่งวันนี้พอนะ"
คำบ่นแ่เบานั้นไม่ได้้าคำตอบ
แต่ปลายหางใต้ผ้าห่มขยับอีกครั้ง เหมือนตอบกลับมาในความฝัน
ลูคัสหัวเราะในลำคอ
ก่อนยกมือขึ้นลูบหัวมันเบาๆ เป็ครั้งสุดท้ายของคืน
แล้ววางมือค้างอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง
นานพอให้ความอุ่นจากฝ่ามือซึมผ่านเกล็ดเล็กๆ
เื่ลงหมู่บ้าน เื่สมุนไพร เื่ข่าวลือ เอาไว้ค่อยว่ากันพรุ่งนี้
และบนชั้นใกล้เตา ห่อสมุนไพรที่ป้าเซรีนให้มายังส่งกลิ่นแห้งจางๆ ไม่ยอมจางไปไหน
คืนนี้เขาแค่ดึงผ้าห่มขึ้นให้คลุมสันหลังเล็กๆ นั้นอีกนิด
แล้วนั่งฟังเสียงไฟในเตากับลมหายใจสม่ำเสมอของแอชอยู่เงียบๆ จนทั้งห้องค่อยๆ นิ่งลง