บทที่ 21 เริ่มมีทะเลจิต มองเห็นสีสัน
หลี่กวนฉีเพิ่งลืมตาขึ้นมาก็พบว่าหลานเหอและบรรดาศิษย์ในโถงต่างจ้องมองมาที่เขา ทั้งยังมองด้วยสายตาเหมือนกำลังมองสิ่งประหลาด
ตัวเขาเองก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงตัดสินใจเผชิญหน้าอย่างตรงไปตรงมา
ก็แค่รวบรวมปราณิญญาสำเร็จ ทะลวงถึงขอบเขตก่อปราณขั้นหนึ่งเท่านั้น ไม่มีอะไรน่าตื่นตระหนกเลย
เขาทำตามรวบรวมปราณิญญา ไม่นานก็เข้าสู่สภาวะอันลึกลับยิ่ง
เขาราวกับอยู่ท่ามกลางฟ้าดิน รอบกายมีจุดแสงหลากสีมากมาย
ในบรรดาจุดแสงเหล่านี้ มีเพียงจุดแสงสีม่วงที่ถูกดึงดูดเข้าสู่ร่างกายของเขา
ตอนนี้เขารู้สึกสบายไปทั้งร่าง เพียงแต่สิ่งสกปรกเหนียวเหนอะบนร่างกายทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกทนไม่ไหว
ยิ่งไปกว่านั้น มันยังส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงอย่างที่สุดอีกด้วย
หลานเหอยิ้มน้อย ๆ แล้วกล่าวเบา ๆ ว่า “สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็สิ่งสกปรกในร่างกายของพวกเรา การฝึกฝนและเข้าสู่วิถีธรรม จะค่อย ๆ ขับสิ่งสกปรกเหล่านี้ออกจากร่างกาย”
“เ้าจงกลับไปทำความสะอาดร่างกายก่อนเถิด ส่วนคนอื่น ๆ ตอนนี้สามารถดูตำราฝึกร่างกายและวิชารวบรวมปราณิญญาที่อยู่ตรงหน้าได้ หากมีปัญหาใด สามารถถามข้าได้โดยตรง”
หลี่กวนฉีคิดว่าการออกจากชั้นเรียนแรกไปเลยคงไม่ค่อยดีนัก แต่กลิ่นเหม็นบนร่างกายทำให้เขาทนไม่ไหวจริง ๆ
เขาจึงขออภัยหลานเหอแล้วรีบมุ่งหน้าไปยังยอดเขาเทียนเหลย
เมื่อเดินมาถึงเชิงเขาเทียนเหลย ก็เห็นชายชราผู้หนึ่งกำลังนั่งสมาธิอยู่
เมื่อรับรู้ว่าเขามาถึง ชายชราก็ลืมตาขึ้นทันที หลี่หนานถิงมองดูหลี่กวนฉีแล้วกล่าวอย่างตกตะลึงว่า
“เ้าเด็กนี่ ทะลวงถึงขอบเขตก่อปราณแล้วหรือ?”
“เ้าไม่ได้กำลังเรียนอยู่หรอกหรือ? เหตุใดถึงทะลวงได้เล่า?”
หลี่กวนฉีเกาศีรษะ แล้วพูดอย่างเก้อเขินว่า “ข้าทะลวงขอบเขตในชั้นเรียนเลยขอรับ ก็เลย...ทำให้ร่างกายดูยับเยินไปหมด”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่หนานถิงก็อดหัวเราะไม่ได้ เขาหัวเราะเสียงดังพลางกล่าวว่า “ฮ่า ๆ สมแล้วที่เป็ศิษย์ของข้า”
“ในประวัติศาสตร์ของสำนักกระบี่ต้าเซี่ย ยังไม่เคยมีผู้ใดที่สามารถทะลวงขอบเขตได้ในคาบเรียนแรก”
“ไปกันเถอะ ข้าจะพาเ้ากลับ”
หลี่หนานถิงคว้าตัวเด็กหนุ่มแล้วลอยขึ้นไปในอากาศ
ระหว่างทางก็พบกับศิษย์ของยอดเขาเทียนเหลยที่กำลังฝึกฝนอยู่มากมาย เมื่อพวกเขาเห็นหลี่กวนฉีที่ตัวดำปี๋ไปทั้งตัว ต่างก็ตกตะลึงเล็กน้อย
กู่หรานวางกระบี่ในมือลง แล้วใช้ข้อศอกกระทุ้งคนตัวสูงข้าง ๆ พลางพึมพำเบา ๆ ว่า
“ข้าไม่ได้ตาฝาดใช่หรือไม่? วันนี้ศิษย์น้องเพิ่งไปฟังบรรยายที่ยอดเขาเทียนสุ่ยไม่ใช่หรือ? เหตุใดถึง… ทะลวงขอบเขตได้แล้ว???”
คนตัวสูงก็งุนงงเช่นกัน พึมพำว่า “พร์ของศิษย์น้องเล็กช่างเหนือธรรมชาติเกินไปแล้ว”
“ตามหลักแล้ว คาบเรียนแรกไม่ควรเป็ท่านอาจารย์หลานบรรยายความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเข้าสู่ประตูเซียนหรอกหรือ?”
ไม่นานนัก ข่าวที่หลี่กวนฉี ศิษย์ของยอดเขาเทียนเหลย ทะลวงขอบเขตก่อปราณขั้นหนึ่งในคาบเรียนแรกก็แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว
ชั่วขณะหนึ่ง คำว่าอัจฉริยะก็ไม่อาจใช้บรรยายหลี่กวนฉีได้อีกต่อไป
นี่คือท่วงท่าของปีศาจอย่างแท้จริง!
ในขณะที่ศิษย์ใหม่คนอื่น ๆ ยังคงพยายามอย่างยากลำบากเพื่อยกหินหนักร้อยชั่งด้วยมือเดียวในขั้นฝึกร่างกาย
เขาผู้นี้ได้ก้าวข้ามไปถึงขอบเขตก่อปราณขั้นหนึ่งแล้ว
กลับถึงห้อง อาบน้ำเสร็จ หลี่กวนฉีจึงรู้สึกว่าตนเองกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
เพียงแค่น้ำอาบ เขาก็อาบถึงสามรอบ ขัดผิวจนแดง จึงรู้สึกดีขึ้นบ้าง
เมื่อเดินออกจากห้อง หลี่กวนฉีพบว่าท่านอาจารย์ยังไม่ได้จากไป อีกทั้งบนโต๊ะยังมีขวดหยกและหินิญญาวางอยู่หลายชิ้น
ดวงตาของหลี่หนานถิงเผยแววภาคภูมิใจ พลางพยักหน้าให้หลี่กวนฉีนั่งลงข้างกาย
เด็กหนุ่มก็ไม่ได้เกรงใจ เดินไปนั่งลงข้างชายชรา
ชายชรามองดูเด็กหนุ่มด้วยสายตาชื่นชม จากนั้นกล่าวเสียงเบาว่า “หลานเหอได้เล่าเื่หลิงซวีและสายโลหิต์ให้พวกเ้าฟังแล้วหรือไม่?”
เห็นเด็กหนุ่มพยักหน้า ชายชราจึงเงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วเอ่ยเสียงแ่เบา “เื่ของหลิงซวีนั้น เป็สิ่งที่ถูกกำหนดไว้แต่แรกเกิดแล้ว มีหรือไม่มีก็เหมือนกัน ไม่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางการบำเพ็ญของเ้า”
“เมื่อเ้าก้าวเท้าเข้าสู่เส้นทางเซียนแล้ว วันนี้ข้าจะบอกเ้าถึงการฝึกฝนต่อจากนี้”
หลี่กวนฉีสีหน้าเคร่งขรึม นั่งตัวตรงโดยไม่รู้ตัว
“ขอบเขตก่อปราณแบ่งเป็เก้าขั้น สามขั้นแรกมีไว้สำหรับการขัดเกลาอวัยวะภายใน สามขั้นกลางมีไว้สำหรับการขัดเกลาเส้นลมปราณ และสามขั้นสุดท้ายมีไว้สำหรับการขัดเกลาจิติญญา”
“จุดประสงค์ก็เพื่อให้ร่างกายของเ้าสามารถปรับตัวเข้ากับปราณิญญาได้ดีขึ้น และปรับตัวเข้ากับจิติญญาที่เพิ่งเกิดใหม่”
“ตอนนี้เ้ารู้สึกว่าห้วงจิตขยายขึ้นเล็กน้อยใช่หรือไม่?”
หลี่กวนฉีพยักหน้า หลังจากที่เขาทะลวงขอบเขตพลังที่ยอดเขาเทียนสุ่ย ก็พบว่าบริเวณห้วงจิตระหว่างคิ้วของตนเองเหมือนมีบางสิ่งปรากฏขึ้น
ชายชราหัวเราะเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “ไม่ต้องกังวลไป นั่นเป็ปรากฏการณ์ที่แสดงว่าเ้าเริ่มมีทะเลจิตแล้ว เช่นเดียวกับตันเถียนของเ้า”
“ตอนนี้ตันเถียนของเ้ายังไม่มั่นคง เ้าต้องไม่รีบร้อนเป็อันขาด”
“ในตอนนี้ ตันเถียนของเ้าเปราะบางดั่งทารกแรกเกิด ดังนั้นเมื่อฝึกฝน เ้าต้องเข้าสู่สมาธิโดยปราศจากความคิดฟุ้งซ่าน”
หลี่กวนฉีพยักหน้าอย่างจริงจัง เห็นได้ชัดว่าเขาจดจำเื่นี้ไว้ในใจแล้ว
“เมื่อเ้าฝึกฝนจนถึงขอบเขตก่อปราณขั้นเก้า เ้าก็สามารถลองทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานได้”
“แต่พร์ของเ้านั้นดีเยี่ยมนัก จึงควรฝึกฝนจนถึงขอบเขตก่อปราณขั้นสมบูรณ์แบบเสียก่อน แล้วค่อยพิจารณาเื่การทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน”
“ด้วยพร์ของเ้าและการช่วยเหลือจากโอสถเสริมรากฐาน ข้าไม่กังวลเลยเื่การสร้างรากฐานของเ้า”
ชายชรากล่าวต่อทันที “ตอนนี้เ้ามีคะแนนสะสมอยู่ห้าร้อย เ้าสามารถไปที่หอตำราบนยอดเขาเทียนจู้เพื่อหาวิชาที่เหมาะกับตัวเองได้แล้ว”
พูดจบ ชายชราก็ส่งถุงผ้าใบหนึ่งมาให้
“ถุงใบนี้ เ้าเอาไว้ใช้เถอะ”
หลี่กวนฉีถามด้วยความสงสัยว่า “ถุงนี้มีประโยชน์อะไร ถุงเล็ก ๆ แบบนี้คงเก็บของได้ไม่มากนักกระมัง”
“ฮ่า ๆ ๆ เ้าลองใช้จิตััจากห้วงจิตดูสิ”
“จงรวมสมาธิของเ้า แล้วจินตนาการว่าจิตััในทะเลจิตของเ้าเป็ดั่งเส้นไหมเงิน”
หลี่กวนฉีหยุดใช้ตาทิพย์ แล้วรับรู้ถึงการมีอยู่ของจิตััในทะเลจิตได้ทันที
จิตััที่เป็ดั่งหมอกนั้นมีไม่มากนัก ราวกับโอ่งใบใหญ่ที่มีน้ำอยู่เพียงก้นโอ่งเท่านั้น
จากนั้นเขาก็รวมสมาธิพยายามเคลื่อนย้ายจิตัั และสามารถทำสำเร็จได้จริง ๆ!
อีกทั้งเขายังพบว่าจิตัันี้เป็ดั่งดวงตาคู่ที่สอง สามารถมองเห็นทุกสิ่งภายนอกได้อย่างชัดเจน!
“ไม่ใช่ขาวดำอีกต่อไปแล้ว...”
ดวงตาของหลี่กวนฉีพลันชื้นขึ้น หยดน้ำใสไหลออกมาจากดวงตาโดยไม่อาจควบคุมได้
ริมฝีปากสั่นระริกขณะสะอื้นว่า “ข้า… ข้ามองเห็นสีแล้ว!!”
ชายชราหัวเราะพลางยื่นมือตบหลังเขาเบา ๆ อารมณ์ของเด็กหนุ่มจึงผ่อนคลายลงไม่น้อย
จิติญญาััถุงเก็บของ พบว่าภายในนั้นมีพื้นที่ขนาดสิบจั้งอย่างน่าประหลาดใจ!
ชายชราหัวเราะเบา ๆ พลางกล่าวว่า “เ้าลองใช้ถุงเก็บของเก็บสิ่งของบนโต๊ะดูสิ”
ฉับพลัน! เพียงแค่หลี่กวนฉีคิดในใจ ของทั้งหมดบนโต๊ะก็ถูกเก็บเข้าไปในถุงเก็บของจนหมดสิ้น
หลี่กวนฉียิ้มกว้าง เก็บถุงเก็บของไว้อย่างมีความสุข
หลังจากนั้นชายชราก็เล่าเื่ราวมากมายเกี่ยวกับโลกแห่งการฝึกฝนให้หลี่กวนฉีฟัง
ทุกเื่ล้วนทำให้หลี่กวนฉีรู้สึกตื่นเต้นและเปิดหูเปิดตา
อย่างเช่น ในโลกนี้มีภูตผีอยู่จริง ๆ!
ภูตผีที่ขาดสามิญญาเจ็ดจิต หรือมีความแค้นลึกล้ำจนไม่เข้าสู่วัฏสงสารด้วยเหตุผลต่าง ๆ
ยังมีดอกไม้ หญ้า และผลึกมากมายในโลกนี้ รวมถึงสิ่งมีชีวิตพิเศษที่สามารถฝึกฝนได้หลังจากได้รับสติปัญญา
ดูเหมือนว่าทุกคนกำลังแสวงหาการฝึกฝนเพื่อชีวิตอันยืนยาว
ส่วนเหล่าิญญาดอกไม้และหญ้านั้นกำลังพยายามบำเพ็ญเพียรเพื่อแปลงร่างเป็มนุษย์
หลี่กวนฉียังไม่รู้ว่าอีกไม่นานเขาจะได้เห็นสิ่งเหล่านี้ที่อาจารย์ของเขาพูดถึงด้วยตาตัวเอง
วันนี้ ชายชราและเด็กหนุ่มนั่งคุยกันในเรือนเป็เวลานาน
ชายชราอธิบายปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการฝึกฝนให้หลี่กวนฉีฟังอย่างอดทน และบอกเขาว่าสามารถฝึกหมัดมวยได้วันละสองรอบ ไม่จำเป็ต้องละทิ้งเพราะการฝึกฝน เพราะหลังจากที่ชายชราครุ่นคิดเป็เวลานาน เขาพบว่าท่าหมัดนั้นไม่ใช่แค่ท่าทางธรรมดา แต่ละท่าประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลงมากมาย และการควบคุมร่างกายของผู้บำเพ็ญเพียรนั้นช่างวิเศษยิ่งนัก
เขาถึงกับคิดว่าจะขอความเห็นจากเด็กหนุ่มดีหรือไม่ เพื่อให้ศิษย์ทุกคนบนยอดเขาเทียนเหลยได้ฝึกฝนท่าหมัดนี้