หว่านอิ๋งอิ๋งนำเอาจดหมายรับรองจากบิดามารดาที่ระบุว่าได้รับหมั้นสกุลหลิวเอาไว้ให้นางแล้วยื่นให้กับประมุขสกุลโม่
“นายท่านเ้าคะ ครอบครัวของข้า อยากจะให้ข้าแต่งงานเหลือเกิน จึงได้รับหมั้นเอาไว้โดยไม่บอกกล่าว เพื่อแสดงความกตัญญูบุตรสาวอย่างข้าจึงอยากจะไปทำความรู้จักกับคู่หมั้นให้ดี เขาจะได้ไม่รังเกียจข้าเ้าค่ะ”
“นี่เป็เื่น่ายินดีนัก เ้าได้หมั้นหมายกับหัวหน้าองครักษ์สกุลชิง ข้าได้ยินชื่อเสียงของคนผู้นี้มานาน เขารับใช้ใต้เท้าชิงมาอย่างซื่อสัตย์ ซ้ำยังเป็คนกล้าหาญและวรยุทธ์สูง ถือว่าเป็วาสนาของเ้าแล้วอิ๋งอิ๋ง”
ฮูหยินใหญ่สกุลโม่ที่รับจดหมายไปอ่านต่อก็ยิ้มกว้าง
“สัญญาจ้างของเ้าเองก็หมดพอดี เดิมทีข้าก็อยากจะรั้งเ้าเอาไว้ แต่ยามนี้เ้าคงร้อนใจอยากจะไปพบคู่หมั้นเร็วๆ เช่นนั้นก็คงต้องปล่อยเ้าไป สตรีวัยเช่นเ้า ในเมื่อมีบุรุษดีๆ เช่นนี้ผ่านเข้ามาก็ควรจะรีบคว้าเอาไว้”
หว่านอิ๋งอิ๋งรีบยอบกายรับอย่างชดช้อย
“เ้าค่ะ ในเมื่อบิดามารดาเห็นชอบ ข้าน้อยก็คงต้องทำตาม”
“ข้าได้ยินมาว่าหัวหน้าองครักษ์หลิวผู้นี้รูปร่างองอาจผึ่งผาย ใบหน้าหล่อเหลา สตรีทั่วย่านท่านเ้ากรมล้วนชอบพอในตัวเขา เ้าเคยพบเขาที่เมืองฉู่จิ้งมิใช่หรือ? เป็อย่างไรบ้าง?”
หว่านอิ๋งอิ๋งหน้าตึงเล็กน้อย นางข่มใจเพื่อเยินยอชายหนุ่ม
“เ้าค่ะก็เป็ดังข่าวซุบซิบพวกนั้น”
“อิ๋งอิ๋ง มิใช่ว่าเ้าแอบชอบเขาั้แ่คราวนั้นแล้วให้ครอบครัวตอบตกลงหรอกนะ” โม่ฮูหยินสัพยอก
หว่านอิ๋งอิ๋งนึกถึงเรือนร่างของหลิวเฉิงที่เหลือเพียงชั้นในตัวเดียวแล้วหน้าแดงขึ้น จะว่าไปร่างกายของเขาก็...ดูดีทีเดียว
“เอ๊ะ! เ้าหน้าแดงเช่นนี้ ข้าคงเดาไม่ผิดกระมัง?”
“มิได้เ้าค่ะ ข้ากับเขามิได้สนิทกันเลยสักนิด”
ประมุขสกุลโม่จึงได้เขียนจดหมายแนะนำความสามารถและผลงานดีเด่นของนางเพื่อให้หว่านอิ๋งอิ๋งไปสมัครเป็องครักษ์หญิงสกุลชิง
องครักษ์หญิงอันดับหนึ่งของสกุลโม่เห็นว่าตนเองรู้จักกับคุณหนูสี่ ไม่อยากจะไปยื่นจดหมายสมัครกับหลิวเฉิง นางจึงไปแอบสืบว่าชิงเว่ยเว่ยจะออกไปที่ใดบ้าง?
‘หากข้าสมัครผ่านหลิวหน้าตายนั่น เขาก็คงจะไม่รับข้าแน่’
อันที่จริง นอกจากนางคิดจะหาวิธีเกลี้ยกล่อมให้เขาเป็ฝ่ายถอนหมั้นแล้ว วันหน้านางต้องเป็หัวหน้าองครักษ์หญิงแห่งสกุลชิงให้จงได้
...ตำแหน่งนี้คงต้องเบียดให้หลิวเฉิงถอยออกจากการอารักขาคุณหนูสี่...
วันหยุดสุดสัปดาห์ ไห่ฮ่าวชวนหลิวเฉิงไปร่ำสุรากันที่โรงน้ำชาเล็กๆ ที่ถนนถัดไป พวกเขาเคยไปที่นั่นมาแล้วครั้งหนึ่ง หลิวเฉิงชอบที่ร้านนี้มีฉากกั้นมิดชิด ทำให้แขกที่เข้ามาไม่อาจจะเห็นได้ว่าโต๊ะข้างๆ เป็ผู้ใด
ในร้านมีดนตรีขับกล่อมเบาๆ ทำให้ผู้ที่มาดื่มกินไม่อาจจะได้ยินเสียงสนทนาของโต๊ะอื่น เหมาะแก่การสนทนาเื่สำคัญ
“เอาโต๊ะด้านในสุดก็แล้วกัน จะได้ไม่มีคนสังเกตพวกเรา”
“ได้! หัวหน้าหลิว ครั้งนี้ข้าจะเลี้ยงท่านเอง”
ไห่ฮ่าวยิ้มกริ่ม เขาเพิ่งได้เงินค่าเสียชื่อเสียงจากจ้งหนิง นางเอามายัดใส่มือให้พร้อมทั้งขออภัยที่พาดพิงเื่ของเขากับหลินเต๋อลงในบันทึกของหัวหน้าหลิวที่นางนำออกขาย
‘ไหนๆ ท่านก็เสียชื่อเสียงไปแล้ว บันทึกข้าก็ขายไปจนหมด ถ้าอย่างนั้นข้าจ่ายเงินค่าเสียหายให้ท่านก็แล้วกัน’
ไห่ฮ่าวปฏิเสธไม่ลงเมื่อเห็นจำนวนเงินตรงหน้า เขาจึงรับเอาไว้และคิดว่าแบ่งเลี้ยงสุราอาหารหัวหน้าหลิวสักสองสามมื้อก็ไม่เสียหาย
“เ้าไปได้โชคมาจากที่ใดกันจึงได้ใจใหญ่จะเลี้ยงข้า?”
“เอาเถอะน่า พวกเราไปฉลองวันหยุดกันให้เต็มคราบก็แล้วกัน ข้างบนโรงน้ำชานั่นมีห้องพักราคาถูกด้วย พวกเราดื่มกันเมาแล้วก็ขึ้นนอนพักได้เลย ข้าจ่ายหมดทุกอย่างเอง”
“ดี! ในเมื่อองครักษ์ไห่ใจกว้างถึงเพียงนี้ ข้าจะรับไว้”
หว่านอิ๋งอิ๋งเห็นหลังไวๆ ก็จำได้ว่าเป็ไห่ฮ่าวกับหลิวเฉิง นางจึงได้สะกดรอยตามไป โต๊ะที่พวกเขานั่งดื่มสุราเป็ด้านในสุดและอยู่ห่างจากผู้อื่นมาก ต่อให้นางนั่งโต๊ะที่ใกล้ที่สุดก็ไม่อาจจะได้ยินเสียงพูดคุยกันของพวกเขา
หว่านอิ๋งอิ๋งจึงได้ยอมมุดเข้าไปในกองข้าวของที่อยู่ข้างผนังร้านด้านนอก แนบหูฟังการสนทนาของบุรุษทั้งสอง
‘เฮ้ย! องครักษ์หญิงอันดันหนึ่งอย่างข้า เหตุใดต้องมาลำบากเพราะพวกเ้าสองคนเช่นนี้?’
พอเริ่มดื่มหมดไปสามกา ไห่ฮ่าวก็เริ่มสนทนาถึงเื่การรับองครักษ์หญิงให้กับคุณหนูสี่
“ข้ารู้สึกว่าหัวหน้าหลิวจะตั้งมาตรฐานสูงไปหน่อย ไม่ว่าสตรีคนใดมาทดสอบฝีมือท่านก็ไม่ลดราวาศอกสักนิด”
“หึ! สตรีก็คือสตรี ฝีมือของนางจะเหนือกว่าบุรุษอย่างเราได้หรือ? เ้าดูสิ ข้าก็แค่จู่โจมรุนแรงสิบห้ากระบวนท่าพวกนางก็พ่ายแพ้แล้ว เยี่ยงนี้จะป้องกันอันตรายให้คุณหนูสี่ได้อย่างไร?”
ไห่ฮ่าวหัวเราะหึๆ เขาคันปากยิบๆ อยากจะบอกหลิวเฉิงเหลือเกินว่าด้วยวรยุทธ์ของคุณหนูสี่ พวกเราสองคนต่างหากที่จะได้รับการปกป้อง ที่คุณหนู้าก็คือสตรีที่พอจะต่อสู้ได้และดูแลเื่เสื้อผ้าอาหารการกินให้นางได้ต่างหากเพราะการเดินทางไกลคราวนี้ จ้งซูกับจ้งหนิงไม่ได้ติดตามไปด้วย
“จริงของท่าน แล้วอย่างนี้ท่านจะหาองครักษ์หญิงให้คุณหนูสี่ได้ทันเวลาหรือ? อีกไม่นานก็ต้องเดินทางแล้วนะ”
“ข้าคิดว่าไม่ต้องรับผู้อื่นก็ได้ ให้จ้งซูกับจ้งหนิงไปข้าก็ดูแลพวกนางได้”
“หืม? ที่แท้ท่านก็กีดกันองครักษ์หญิงนี่เอง ท่านยังไม่เลิกอคติกับองครักษ์หญิงอีกหรือ?”
“ข้าว่าสตรีไม่ควรได้ตำแหน่งองครักษ์หญิง ด้วยเพศของพวกนาง สุดท้ายก็ต้องให้บุรุษอย่างเราปกป้อง”
หว่านอิ๋งอิ๋งยิ่งฟังก็ยิ่งโมโห นางรู้แล้วว่าหลิวเฉิงไม่้ารับองครักษ์เข้าสู่สกุลชิง ดังนั้นจึงได้ลงมืออย่างเต็มที่ในการทดสอบสตรีเ่าั้
‘หลิวเฉิง ท่านอย่าคิดนะว่าจะกำจัดข้าไปได้ง่ายๆ’
หลังจากสืบจนแน่ชัดว่าเหลืออีกสองวันคุณหนูชิงเว่ยเว่ยก็จะออกเดินทางจากเมืองหลวง หว่านอิ๋งอิ๋งก็ไปดักขบวนของนางที่ย่านไฉ่ฟู่เพราะได้ข่าวว่าวันนี้ คุณหนูสี่สกุลชิงจะออกไปซื้อขนม
รออยู่ครึ่งชั่วยาม รถม้าสกุลชิงก็มาจอดที่หน้าร้านขนมอบรูปสัตว์ต่างๆ ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานแต่มีลูกค้าล้นหลาม เด็กหญิงลงจากรถพร้อมด้วยจ้งซูและจ้งหนิงสาวใช้คู่ใจ และยังมีไห่ฮ่าวองครักษ์หนุ่มหน้าขรึมถือกระบี่เดินตามอยู่ด้านหลัง หัวหน้าองครักษ์หลิวเฉิงกับองครักษ์อีกแปดนายยืนรออยู่หน้าร้าน
ด้วยฐานะบุตรสาวแก้วตาดวงใจของท่านเ้ากรมกลาโหม ชิงเว่ยเว่ยที่เคยถูกลอบทำร้ายจนเจ็บป่วยอยู่หลายปีจึงได้รับการอารักขาอย่างดีเข้มแข็งที่สุด
หว่านอิ๋งอิ๋งใช้ผ้าสีขาวคาดปิดบังส่วนล่างของใบหน้าเดินปะปนกับผู้คนเข้าไปในร้านขนมโดยที่หลิวเฉิงยังไม่ทันจะเห็น นางก้าวเข้าไปใกล้คุณหนูสี่
“แม่นางหว่าน! เป็เ้าเองหรือ?”
“เ้าค่ะ ข้าบังเอิญผ่านมาทางนี้พอดี”
เด็กหญิงโคลงศีรษะ คำบอกเล่าของหว่านอิ๋งอิ๋งดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าใดนัก
“คฤหาสน์สกุลโม่อยู่ห่างจากย่านนี้มาก เหตุใดจึงได้บังเอิญผ่านมา?”
“ในเมื่อคุณหนูกล่าวเช่นนี้ข้าก็ไม่ปิดบัง ข้าตั้งใจจะมาสมัครเป็องครักษ์สกุลชิงเ้าค่ะ นี่เป็จดหมายแนะนำตัวของข้า”
ชิงเว่ยเว่ยรับจดหมายแนะนำจากประมุขสกุลโม่ไปอ่าน นางรู้สึกตื่นเต้นที่รู้ว่าหว่านอิ๋งอิ๋งมือขว้างมีดฝีมือดีอยากจะมาเป็องครักษ์ให้ตน ฝีมือของคนผู้นี้นางก็เคยมาแล้วที่เมืองฉู่จิ้ง
“หากเป็เ้า ไม่น่าจะมีปัญหา พวกเรากลับไปคุยที่จวนสกุลชิงกัน”
เมื่อเดินออกจากร้านมาถึงรถม้า หัวหน้าองครักษ์ที่มองเห็นสตรีน่าตายบั้นท้ายเย้ายวนที่ตนแอบฝันเห็นอยู่บ่อยๆ ก็ทำตาโตชั่วขณะหนึ่ง ไห่ฮ่าวที่เดินตามหลังชิงเว่ยเว่ยรีบเข้าไปกระซิบ
“นางมาสมัครเป็องครักษ์หญิงสกุลชิงของเรา เห็นว่าคุณหนูเองก็ชอบเสียดาย เห็นทีท่านจะสกัดกั้นนางไม่ได้แล้ว”
หลิวเฉิงขบกรามเล็กน้อย “ไม่มีทาง ข้าจะไม่ให้นางมาอยู่ในสกุลชิงโดยเด็ดขาด”
ไม่เพียงแต่หว่านอิ๋งอิ๋งผู้นี้ทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนเท่านั้น แต่นางยังกุมความลับอันน่าอับอายของเขาเอาไว้ด้วย นางวันใดนางเกิดพูดเื่นั้นขึ้นมา เขาก็ไม่รู้ว่าจะมีหน้าอยู่เป็หัวหน้าองครักษ์ได้เช่นไร?
...เขาไม่มีทางยอมให้นางอยู่ด้วยเด็ดขาด!....
*********************
