หลังจากผ่านมานานในที่สุดผมก็เริ่มขยับร่างกายได้อีกครั้งถึงอย่างนั้นตอนนี้ดวงอาทิตย์ก็ได้ลับขอบฟ้าไปแล้วทำให้ป่าที่ปกติก็ไม่ได้สว่างมากนักยิ่งมืดขึ้นไปอีกแสงสว่างเดียวที่ผมมีคือแสงจากกองไฟที่ชายคนนั้นได้ก่อเอาไว้
แม้เขาจะไม่ได้ช่วยพาผมไปห้องพยาบาลแต่ชายคนนั้นก็นั่งเฝ้าผมอยู่จนร่างกายผมขยับได้อีกครั้งทำเอาผมตัดสินใจไม่ถูกเลยว่าควรจะเข้าไปโวยวายใส่เขาที่ไม่ยอมพาผมไปห้องพยาบาลหรือขอบคุณที่นั่งเฝ้าผมมาตลอดดี
“ โอ้~ คุณหนูขยับตัวได้แล้วสินะ ” เขาเหมือนจะััได้ว่าผมดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งจึงเอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสบายๆขณะยื่นไม้เขี่ยกองไฟตรงหน้า
แม้จะยังไม่เห็นหน้าแต่การทำตัวสบายๆทั้งที่อยู่ในป่ายามค่ำคืนแบบนี้แปลว่าเขาต้องมีฝีมือพอสมควรแน่และแน่นอนพวกคนมีฝีมือในปีเดียวกับผมนั้นส่วนมากมักเป็พวกตัวหลักผมควรจะเว้นระยะห่างกับเขาดีไหมนะ
แต่ถึงอย่างนั้นบางที...แม้จะมีโอกาสไม่มากแต่ถ้าเขาไม่ใช่พวกตัวละครหลักมันจะเป็เื่ที่ดีมากหากได้ผูกมิตรกับคนแข็งแกร่งแบบเขา
“มานั่งพักที่นี่สิคุณหนู ป่าตอนกลางคืนมันค่อนข้างอันตรายพวกเรารอจนเช้าแล้วค่อยกลับจะดีกว่า” เขาชี้ไม้ในมือไปทางที่ว่างตรงข้ามกับจุดที่เขานั่งพร้อมกับดึงไม้ที่เสียบย่างบางอย่างข้างกองไฟออกมาหนึ่งไม้
จริงอย่างที่ชายคนนั้นบอกยามค่ำคืนนั้นเป็เวลาออกล่าของพวกสัตว์ปีศาจอย่างแท้จริง แม้ในเวลานี้ผมก็ยังคงได้ยินเสียงเห่าหอนและเสียงขู่คำรามดังมาเป็ระยะอยู่ไม่ขาดแต่ที่พวกมันไม่ได้เข้ามาโจมตีทั้งผมและชายคนนั้นเลยบางทีอาจเพราะเขาทำบางอย่างที่คล้ายๆกับอาณาเขตสำหรับขับไล่สัตว์ปีศาจขึ้นมาในบริเวณนี้เป็แน่
ผมดึงมีดและเขากระต่ายที่ปักอยู่บนซากเ้ากระต่ายมาเก็บไว้ก่อนจะเดินช้าๆไปทางกองไฟแม้จะขยับร่างกายได้แล้วก็จริงแต่ทั้งร่างก็ยังเจ็บจนไม่อยากขยับตัวมากถ้าไม่จำเป็อยู่ดี
ถึงอย่างนั้นหากไม่นับเื่อันตรายรอบตัวด้วยการเรียกร้องจากภายในทำให้ผมไม่สามารถล้มตัวลงนอนต่อไปเฉยๆได้ตอนนี้ร่างกายผมหิวจนท้องไส้แสบไปหมดแล้ว
“ ฮ่าๆ ดะ...ดูสภาพนั่นสิ” ที่ข้างกองไฟชายหนุ่มกำลังหัวเราะใส่ผมอย่างกับกำลังดูตลก ไอ้หมอนี่เสียมารยาทจริงคนพึ่งสู้มาจะให้เสื้อผ้าทรงผมเรียบร้อยรึยังไง
ผมยกมือขึ้นสางผมบนหัวอย่างหยาบๆรู้สึกใบหน้าร้อนผะผ่าวทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่านี่จะเรียกว่าเป็ร่างของผมอย่างเต็มปากไม่ได้แท้ๆ
“ พอได้แล้วน่า! แล้วนี่นายเป็ใครกันน่ะ ” อย่างที่คิด ผมยกเื่ผูกมิตรอะไรนั่นทิ้งไปดีกว่ายังไงพวกคนจากชั้นเรียนระดับสูงไม่มีทางมีพวกนิสัยน่าคบหรอก ผมคิดขณะตะเบ็งเสียงอย่างไม่พอใจพยายามไม่ให้เป็เสียงตะคอกเพราะกลัวเสียงผมจะดังเกินจนกระตุ้นสัตว์ปีศาจใกล้ๆและอย่างน้อยเขาก็ดูแลผมใน่ที่ขยับไม่ได้อยู่ตลอดด้วย
“ โอ๊ะ คุณหนูคู่หมั้นทำหน้าโกรธแบบนี้ก็เป็หรอเนี่ยแต่มาถามชื่อข้าทั้งที่พวกเราก็อยู่ชั้นเรียนเดียวกันมาตั้ง 1 ปีนี่ทำเอาข้าปวดใจอยู่เหมือนกันนะ” ชายที่นั่งอยู่ข้างกองไฟดัดเสียงเศร้าแต่ก็กัดเนื้อเสียบไม้ในมือด้วยท่าทางไม่ได้สนใจนัก
มีฝีมือพอสมควรแล้วทั้งที่พึ่งจะเริ่มเข้าปี2 ได้ไม่นาน มีความสามารถในการยั่วโมโหคนอื่น ท่าทางดูไม่แยแสสิ่งที่ตนไม่สนใจและใบหน้าที่แม้จะมองไม่ชัดแต่ก็ดูเถื่อนๆเหมือนพวกนักเลงหรือว่าบางทีชายคนนี้จะเป็หมอนั่น!
“ ระหรือว่าท่านคือ ” ผมพูดตะกุกตะกักน้ำเสียงอ่อนลงทันทีถ้าเป็หมอนั่นจริงผมก็ไม่อยากยุ่งด้วยนักหรอก
“ ก็ดูจำกันได้อยู่นี่นาคุณหนูใช่แล้วล่ะข้าก็คือเ้าชายรูปงามกลาดิอุสผู้นั้นนั่นเองแล้วสรุปเื่อะไรที่ทำให้คู่หมั้นเ้าชายลำดับที่ 1อย่างคุณหนูมาเข้าป่าคนเดียวแบบนี้คืออะไรล่ะ ” กลาดิอุสถามผมกลับบางทีนี่อาจเป็สาเหตุที่ทำให้เขาสนใจจนเฝ้าผมมาจนถึงตอนนี้แม้จะน่าแปลกใจที่มาร์คัสยังไม่ประกาศยกเลิกการหมั้นทั้งที่ตามปกติหมอนั่นควรจะเขี่ยผมทิ้งไปแล้วแต่ตอนนี้ผมควรคิดเื่คำตอบที่ต้องตอบกลาดิอุสก่อน
พูดถึงกลาดิอุสหมอนี่เป็เ้าชายจากต่างแดนเช่นเดียวกับเคนเดลและนางเอกเขาเข้ามาในโรงเรียนนี้เพราะสนธิสัญญา 4 อาณาจักร แน่นอนว่าหมอนี่ก็ใช้เวทย์มนต์ไม่ได้เช่นเดียวกับเคนเดลแต่ศิลปะการต่อสู้ก็ทำให้ผู้คนในอาณาจักรอูสคัวแข็งแกร่งไม่ต่างจากอาณาจักรอื่น
แม้ผมจะเรียกว่าวิชานั่นว่าศิลปะการต่อสู้แต่นั่นก็เป็การเรียกรวมๆของผมเองความจริงแล้ววิชาพวกนั้นมันจะมีสำนักหรือตระกูลที่สอนแต่ละวิชาโดยเฉพาะเป็ระบบที่ใกล้เคียงกับสำนักวรยุทธในพวกนิยายกำลังภายในที่เคยพบเจอในโลกก่อนของผม
แต่นอกจากระบบการสอนวิชาต่างๆที่คล้ายแล้วสิ่งอื่นอย่างวัฒนธรรมประเพณีกลับไม่เหมือนเลยสักนิด เท่าที่ผมเคยได้ยินมามีทั้งคนที่บอกว่ามันเป็แดนเถื่อนบ้างก็บอกว่าเป็ดินแดนของพวกชั้นต่ำ แม้จะเป็การเหยียดที่มีปกติในโลกนี้แต่บางทีอาจมีข้อเท็จจริงอยู่ในนั้นบ้างก็ได้
และชายที่อยู่เบื้องหน้าผมก็เป็หนึ่งในเ้าชายของอาณาจักรแห่งนักรบนั่นผมจึงไม่คิดว่าการตอบความจริงไปจะเป็สิ่งที่ดีนักไม่เอาอีกแล้วการถูกใช้เป็หมากในกระดาน
“ดิฉันเพียง้าที่จะแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็วคือ...เพื่อให้ตัวดิฉันสามารถเคียงข้างท่านมาร์คัสได้อย่างภาคภูมิดิฉันจึงต้องฝึกให้หนักขึ้นเท่านั้น” ผมตัดสินใจยืมชื่ออดีตคู่หมั้นเพื่อเสริมการโกหกครั้งนี้แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าหากกลาดิอุสรู้เื่ที่ผมถูกไล่ออกจากตระกูลอยู่แล้วมันจะกลายเป็การโกหกที่ไม่เนียนเลยก็ตาม
“ หืม...แข็งแกร่งขึ้นเพื่อคู่หมั้นสินะท่านรักคู่หมั้นของท่านขนาดนั้นจริงรึ ” กลาดิอุสถามผมด้วยท่าทางจริงจังผิดปกติจนแม้จะตอบกลับด้วยการพยักหน้าผมก็ต้องหลบสายตานั่นการจะโกหกต่อสายตาจริงจังแบบนั้นมันยากจริงๆ
“เป็อย่างนั้นสินะ ” น้ำเสียงของชายหนุ่มกลับมาเป็ปกติอีกครั้งอย่างรวดเร็วบางทีเขาอาจจะหมดความสนใจเื่ผมแล้ว...แต่ในมือของเขานั่นมันเนื้อย่างไม้สุดท้ายไม่ใช่รึไงเขาจะกินมันแล้วหรอ จะกินจริงๆโดยไม่เหลือให้ผมสักไม้เลยหรอ
“ อ๊ะอยากกินเ้านี่หรอคุณหนู ”กลาดิอุสดูเหมือนจะสังเกตได้ถึงสายตาที่กำลังจับจ้องแม้ตัวผมจะยืนห่างไปไกลพอสมควร
ถึงอย่างนั้น...
อ้ามมมเขาอ้าปากกว้างกัดเนื้อบนไม้คำโตเหมือนรู้ว่าผมกำลังจ้องมันเนื้อชั้นดีที่มีชั้นไขมันแทรกอย่างพอเหมาะเมื่อถูกกัดเข้าไปไขมันที่แทรกอยู่ก็สาดกระจายออกมาความชุ่มฉ่ำของเนื้อที่ะเิออกมานั่นเป็ของจริง ผมการันตีได้แม้จะมองภายใต้แสงสลัวจากระยะไกลก็ตามว่าเนื้อนั่นต้องอร่อยเหาะแน่!
และความจริงที่เนื้อแสนอร่อยนั่นพึ่งจะถูกกินไปต่อหน้าต่อตาก็ทำเอาผมแทบทรุดในท้องแสบร้อนเหมือนกำลังประท้วงที่ผมพลาดสิ่งสำคัญแบบนั้นไปมันคือความผิดที่กระเพาะไม่อาจให้อภัยให้ผมได้และศัตรูที่ชิงความอร่อยนั้นไปก็คือชายที่นั่งทำหน้ามีความสุขอยู่ข้างกองไฟ
ผมเผลอเอามือไปกุมมีดที่เหน็บไว้บนเอวขณะที่ในหัวคิดไปว่าจะโจมตีดีไหม...
ไม่ได้สิ ไม่ได้!กลับมาก่อนสติของผม มันก็แค่เนื้อแสนอร่อยเกรดพรีเมี่ยมถูกกินไปด้วยท่าทางอร่อยแบบสุดๆต่อหน้าต่อตาเองของแค่นี้ทำให้คนอย่างผมโกรธไม่ได้หรอกที่สำคัญผมก็มีเนื้อเ้ากระต่ายนั่นอยู่ดังนั้นผมไม่สนใจเนื้อแสนอร่อยเกรดพรีเมี่ยมของหมอนั่นหรอกไม่ สน ใจ
ผมหันหลังกลับไปที่ซากเ้ากระต่ายเงียบๆแล้วเริ่มลงมือตัดส่วนที่น่าจะกินได้บริเวณต้นขาของมันออกมาเนื้อนั่นมันดูไม่สดเลยสักนิดแถมกลิ่นที่ออกมาก็ไม่ได้น่าพอใจเลยด้วย มันเป็เพราะผมไม่ได้รีดเืตอนที่เ้ากระต่ายตายใหม่ๆหรือเป็เพราะเนื้อสัตว์ปีศาจจะมีกลิ่นแรงอยู่แล้วอ่า...ทำไมที่ตาผมมันรู้สึกชื้นๆกันนะ
จัดการกับกับเนื้อที่น่าเศร้าของเ้ากระต่ายอยู่ไม่นานผมก็เดินไปที่ข้างกองไฟก่อนจะกระแทกตัวนั่งลงตรงข้ามชายหนุ่มแท่งไม้แหลมที่มีเนื้อเ้ากระต่ายเสียบจนแน่นเกือบ 10 ไม้ถูกปักอยู่ข้างกองไฟโดยมีสายตาที่ดูมีความสุขจับจ้องอยู่
“แน่ใจแล้วหรอคุณหนูเขาว่ากันว่าเนื้อสัตว์ปีศาจนอกจากกลิ่นจะไม่ดีนักแล้วรสชาติก็ยังสุดจะทนแถมว่ากันว่าคนที่กินเข้าไปก็มักจะท้องเสียด้วยที่สำคัญสัตว์ปีศาจบางชนิดยังมีพิษถึงตายเลยนะ ” กลาดิอุสทำเสียงน่ากลัวใส่ผมแต่เขาคิดว่านี่มันน่ากลัวแล้วจริงๆรึไง เื่ของกินที่น่ากลัวที่สุดมันเกิดขึ้นตอนที่เขากินเนื้อแสนอร่อยไม้สุดท้ายนั่นไปต่างหาก
ผมเมินเขาโดยสมบูรณ์ขณะจดจ่ออยู่กับการปิ้งเนื้อรอบกองไฟภาพของเนื้อที่ค่อยๆเปลี่ยนสีช้าๆนี้มันช่างงดงามจนทำให้ผมอดคิดถึงหมูกะทะในโลกก่อนไม่ได้ความสวยงามของเนื้อที่ถูกย่างนั้นมันสามารถเยียวยาาแในจิตใจได้เลยไม่ว่าจะาเ็มาหนักเท่าไรน่าเสียดายที่เนื้อบนไม้ของผมไม่สามารถทำแบบนั้นได้
“ นะนี่คิดจะกินมันจริงๆรึคุณหนูถ้าเปลี่ยนใจมาขอร้องข้าบางทีข้าอาจจะออกไปล่าสัตว์มาให้ได้นะ ” กลาดิอุสถามผมด้วยเสียงฟังดูแหยงๆปนรู้สึกผิดแต่เขาอาจไม่รู้ว่าคนที่ทำให้ผมเป็แบบนี้ส่วนหนึ่งก็เป็เขาเองนั่นล่ะเพราะฉะนั้นจงรับความรู้สึกผิดนี้ไปเสีย
ไม้แล้วไม้เล่าผมเคี้ยวเนื้อเ้ากระต่ายด้วยใจที่ร้อนระอุไม่แพ้ไฟในกองคอยดูเถอะสักวันผมต้องทำให้หมอนี่ร้องไห้ขอร้องให้ยกโทษกับความผิดในวันนี้ให้ได้
แต่ว่าก็ว่าเนื้อเ้ากระต่ายนี่นอกจากกลิ่นที่แย่แล้วรสชาติของเนื้อมันก็ไม่ได้แย่มากเท่าไรนักนี่ก็จริงที่ไม่ใช่ว่าอร่อยเลอเลิศแต่ก็ไม่ถึงกับทำให้ขยะแขยงจนกินไม่ได้ขนาดนั้นนะบางทีหมอนี่อาจจะตั้งใจพูดให้ดูเกินจริงเพราะอยากให้ผมขอร้องแน่น่าเสียดายนะเ้าหนุ่มที่ความฝันนั้นไม่เป็จริงน่ะ
“ เอ้านี่ ”มีมือยื่นเข้ามาใกล้เนื้อบนไม้ในมือผมก่อนจะโปรยผงบางอย่างสีขาวลงไป นี่ที่ต่างโลกเขาวางยากันต่อหน้าขนาดนี้เลยรึไง
“ ก็แค่เกลือน่า!” เสียงเกือบะโดังออกมาจากชายหนุ่มด้านหน้าผม แม้ไม่มั่นใจนักเพราะแสงที่สลัวแต่รู้สึกว่าหน้าเขาดูแดงขึ้นเล็กน้อยความรู้สึกผิดทำงานแล้วสินะ นี่นายก็หน้าแดงเป็เหมือนกันนี่นาพ่อนักเลง
แม้ผมจะแอบแซวในใจไปแต่ก็ต้องขอบคุณเกลือนี่จริงๆแค่ถูกโรยไปนิดเดียวรสชาติก็ดีขึ้นทันตาเห็น ถึงกลิ่นจะยังแย่อยู่เช่นเดิมแต่นี่ล่ะมันคืออาหารวัฒนธรรมการปรุงอาหารจงเจริญ
“ ...คุณหนูนี่สุดยอดจริงๆ...”
“ ว่าไงนะ! อ๊ะ...เมื่อครู่ท่านได้พูดอะไรไหมคะ ”เพราะเหมือนจะได้ยินเสียงกระซิบบางอย่างผมจึงได้ถามออกไปตอนนี้เนื้อที่ผมแล่มาได้เข้าไปอยู่ในท้องผมหมดแล้ว อย่างที่คิดนั่นแหละว่าแค่เื่เนื้อแสนอร่อยถูกกินไปต่อหน้าต่อตามันทำให้ผมอารมณ์เสียไม่ได้หรอก
ที่สำคัญหลังจากกินจนอิ่มแล้วผมก็รู้สึกได้ว่าอาการปวดกล้ามเนื้อที่แม้จะใช้พลังศักดิ์สิทธิ์รักษามานานจนตอนนี้ก็ยังไม่หายนั้นกำลังดีขึ้นอย่างรวดเร็วบางทีคงไม่ใช่ว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ไม่มีผลแต่เป็เพราะไม่มีโปรตีนมารักษาอะไรแบบนั้นรึเปล่านะถึงอย่างนั้นทั้งที่เป็แผลแต่ก็ไม่เห็นจำเป็ต้องกินอะไรแบบนี้ก็รักษาได้ทันทีเลยแท้ๆทั้งสองข้อเท็จจริงนี้มันดูขัดแย้งกันอย่างน่าประหลาด
แต่ถึงจะรู้สึกไม่สมเหตุสมผลอย่างบอกไม่ถูกตอนนี้ก็เชื่อตามนี้ไปก่อนก็แล้วกันและหากยึดตามหลักนี้แปลว่าในอนาคตก่อนผมสู้ด้วยเวทย์เสริมพลังผมคงต้องกินอาหารเตรียมไว้มากๆหรือไม่ก็สร้างโปรตีนอัดเม็ดไว้กินระหว่างสู้เสียแล้ว
“ ...พออิ่มก็กลับมาทำหน้านิ่งเหมือนปกติแล้ว...” เสียงกระซิบเบาๆเหมือนพูดกับตัวเองดังขึ้นอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ผมได้ยินมันชัดเจนทุกคำเพราะเตรียมตัวฟังอยู่แล้ว
นี่หมอนี่นินทาผมระยะเผาขนโดยที่คิดว่าผมจะไม่รู้เรอะ!
“ท่านกลาดิอุสหาก้าพูดคุยกันกรุณาพูดอย่างชัดเจนด้วยค่ะ ” ผมทำเสียงเรียบพูดออกไปแต่อีกฝ่ายกลับสะดุ้งตัวเล็กน้อยนี่คิดว่าผมไม่ได้ยินเสียงซุบซิบนั่นจริงๆรึไง
“ *เ้าบ้านั่น*...ฮะๆพอดีข้าสงสัยอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ ว่าแต่คุณหนูไม่คิดจะพูดกับข้าแบบเป็กันเองกว่านี้รึพอดีข้ารู้สึกว่าถ้ามีสหายที่สามารถพูดคุยอย่างเป็กันเองอยู่ใกล้ๆก็คงจะรู้สึกดีไม่น้อยแล้วหากสหายคนนั้นเกิดอยากแข็งแกร่งขึ้นมาข้าก็คงพร้อมที่จะสอนวิชาเท่าที่ข้าจะสอนให้ได้อย่างเต็มใจเลย” กลาดิอุสกระซิบกับตัวเองเบาๆก่อนจะยิ้มเหยๆแล้วเปรยออกมาด้วยท่าทางที่ดูยังไงก็เป็การล่อแบบเปิดเผยชัดๆนี่เขาคิดว่าผมจะตกลงกับการล่อแบบนี้รึไง
แต่ก็ใช่ ผมปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาล่อเหยื่อตรงหน้าได้สำเร็จแม้ไม่น่าจะเรียนวิธีฝึกพลังกายของพวกนักรบได้แต่แค่เทคนิคการต่อสู้หรือการใช้มีดก็มีประโยชน์สำหรับผมในตอนนี้ที่ใช้เวทย์เสริมพลังเป็หลักมากแล้ว
แน่นอนว่าการตัดสินใจติดต่อกับผู้ที่เป็หนึ่งในเป้าหมายจีบจะดูเสี่ยงเกินไปแต่มันก็เป็ความเสี่ยงที่หอมหวานเกินไปจนผมไม่อาจปฏิเสธได้ตอนนี้ผมได้แต่ภาวนาให้สิ่งนี้ไม่ได้ไปรบกวนเส้นทางของนางเอกเท่านั้น
“ อะไรกันเนี่ยจะว่าไปแล้วดิฉันเองพอคิดดูดีๆอีกทีั้แ่เข้ามาเรียนที่นี่มันช่างเหงาเสียเหลือเกินจนทำให้ดิฉันรู้สึกว่าถ้ามีเ้าชายใจดีมาช่วยสอน เอ้ยช่วยเป็สหายให้ก็คงจะดีใจไม่น้อยเลยนะ ” ผมตั้งใจพูดตอบกลับไปแบบเดียวกันกับกลาดิอุสในเมื่อเขาก็เริ่มด้วยการเปรยแบบนั้นมาการที่ผมจะตอบไปแบบเดียวกันก็คงไม่ว่าอะไรใช่ไหม
แม้ความจริงแล้วที่ผมไม่ได้ตอบเขาไปดีๆส่วนหนึ่งจะเป็เพราะมันทำให้ใจผมรู้สึกพ่ายแพ้ต่อเขามากเกินไปก็ตาม
“ ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาเป็สหายกันดีไหมล่ะคุณหนู” กลาดิอุสยื่นมือมาทางผมพร้อมยิ้มอย่างมีชัยแม้ผมจะคิดว่าสายตาเขาดูจ้องทะลุไปด้านหลังมากกว่าจ้องมายังผมแต่บางทีผมคงจะคิดมากไปเอง
ทว่ายังไม่ทันที่ผมจะยื่นมือไปแตะที่มือของชายหนุ่มตรงหน้าสติผมก็พร่ามัวอย่างกะทันหันไม่ว่าผงนั่นจะใช่หรือไม่ใช่เกลือก็ตาม หรือจะเป็เพราะเ้ากระต่ายมีพิษก็ไม่รู้สุดท้ายแล้วผมก็อดเสียใจที่ระวังตัวน้อยไปอยู่ดี
++ + + +
ผมลืมตาขึ้นมาในห้องสี่เหลี่ยมที่ดูโทรมมากๆแห่งหนึ่งมันเป็ห้องที่มืดมิดแต่น่าแปลกที่ผมยังสามารถรับรู้ถึงสิ่งที่อยู่รอบตัวได้อย่างชัดเจนราวกับเป็ห้องที่มีแสงสว่าง
ห้องนี้ไม่มีหน้าต่างทางเข้าออกเดียวคือประตูโลหะหนาเบื้องหน้าของผมและที่นั่นชายร่างใหญ่ดูมีฝีมือกำลังยืนเฝ้าอยู่ด้วยท่าทีเคร่งขรึมปิดให้โอกาสที่จะหนีออกไปจากห้องนี้ของผมอย่างสิ้นเชิง
ที่สำคัญคือแม้จะเป็ห้องปิดและมีผู้คุมขนาดนี้แล้วร่างกายของผมยังถูกมัดติดกับเก้าอี้ด้วยเชือกเส้นใหญ่เกินจำเป็จนผมอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกคนที่จับตัวผมมาจะมัดคนที่แขนหักทั้งสองข้างอีกทำไม
แต่สิ่งที่น่าแปลกที่สุดในตอนนี้คือแม้สิ่งที่ผมรับรู้ทั้งหมดจะเหมือนจริงมากแต่ผมก็ไม่รู้สึกว่ามันเป็ความจริงแม้เพียงนิดมันเป็ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งดูหนัง VR อยู่มากกว่า
“ ช่างเป็คนที่น่าสงสารจริงๆเลยนะได้ข่าวว่าเคยฟื้นขึ้นมาแล้วรอบหนึ่งแต่สุดท้ายก็ต้องมาลงเอยแบบนี้ ” ชายร่างใหญ่ทางด้านขวาเอ่ยขึ้นขณะสายหัวช้าๆ
“ ช่วยไม่ได้นี่ก็ดันเป็คนที่ขัดขวางแผนของท่านผู้นั้นหลายต่อหลายครั้งแถมยังไม่ยอมหนีไปตอนที่มีโอกาสอีกข้าไม่รู้จะเรียกว่าโง่งมหรือเสียสละเหมือนกัน ” ชายร่างใหญ่ทางซ้ายถอนหายใจยาว
ผมอยากจะะโออกไปจริงๆว่าผมได้ไปขัดขวางแผนใครตอนไหนแค่บอกมาดีๆผมจะหลีกทางให้ด้วยความเต็มใจเลย พวกเ้าชายประเทศนี้ก็ขยันทะเลาะกันเสียจริงสิ่งที่เรียกว่าอำนาจมันหอมหวานจนแม้จะฆ่าคนไปมากแค่ไหนก็คุ้มหากได้มันมาสินะ
เพราะอย่างนี้ไงผมถึงอยากรีบหลบออกไปจากฉากพวกนี้หลบไปอยู่ที่เงียบๆที่ไหนสักที่
ภาพตรงหน้าค่อยๆพร่ามัวลงอีกครั้งความมืดอันคุ้นเคยโผล่ขึ้นมาแย่งชิงสิ่งที่ผมมองไปจนหมดก่อนที่แสงสว่างจะทำให้ผมเห็นฉากใหม่ที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
“ทำไมอาจารย์ถึงไม่สอนผมให้หมดเลยล่ะครับ แม้ผมจะทำมันเองไม่ได้แต่สักวันผมจะหาคนที่เหมาะสมมาสืบทอดวิชาของอาจารย์ได้อย่างแน่นอน” เสียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งอ้อนถามผม เขาใช้ใบหน้าน่ารักของตัวเองเป็ไพ่ตายได้อย่างช่ำชองแต่น่าเสียดายที่ผมไม่สามารถสอนเขาได้จริงๆ
มันไม่ใช่ว่าผมไม่อยากให้เขาได้เรียนรู้มากกว่านี้เพียงแต่วิชานี้แม้จะดูคล้ายการปรุงยาทั่วไปแต่ความจริงแล้วมีความแตกต่างเป็อย่างมาก
ผู้เรียนนอกจากจะต้องละเอียดอ่อนในเื่สัดส่วนของยาตามปกติแล้วยังต้องสามารถควบคุมเวทย์มนต์ที่ละเอียดอ่อนมากๆด้วยที่สำคัญคือกฎที่สืบทอดต่อกันมาว่าห้ามสอนให้กับเพศชายนั้นเองที่เป็ปัญหาใหญ่
“ น่าเสียดายนะเด็กน้อย” เด็กหนุ่มทำหน้าหงอยลงอย่างน่าสงสารเมื่อได้ยินคำตอบของผม ผมนั้นรู้ดีว่าเขานั้นอยากช่วยจากใจจริง
บางทีคงเพราะเด็กหนุ่มเองก็รู้ว่าผมเหลือเวลาอยู่อีกไม่นานและการหาผู้สืบทอดนั้นก็เป็สิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะทำให้สำเร็จก่อนตาย
“ แต่นั่นสินะกฎบางข้อเองก็ควรจะเปลี่ยนไปตามเวลาบ้าง ” ผมยิ้มอย่างอ่อนโยนขณะที่ยื่นกุญแจดอกหนึ่งออกไป
“แม้จะไม่สามารถสอนเ้าได้แต่เ้าช่วยรักษากุญแจนี้ไว้ได้ไหมเด็กน้อย เพื่อที่ในสักวันหากเ้าพบผู้เหมาะสมที่ผ่านการทดสอบของข้าได้เ้าจะได้มอบมันให้กับเธอผู้นั้น” ผมบอกเด็กชายที่พยักหน้ารับอย่างแรง แววตาส่องประกายของเขานั้นทำให้ผมวางใจจริงๆ
++ + + +
“ อ่า~ปวดหัวชะมัด ” ผมบ่นขณะกุมหัวที่ปวดตุบๆ มันเป็เพราะฤทธิ์ยาสีขาวของกลาดิอุสหรือเป็เพราะฝันประหลาดนั่นกันนะ
ถึงอย่างนั้นก็โชคดีที่ตอนนี้ร่างของผมอยู่บนเตียงสีขาวที่คุ้นตายาบนชั้นวางยังไม่ลดเลยสักนิดจากครั้งก่อนและพลังศักดิ์สิทธิ์อันคุ้นเคยที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
ได้กลับมายังห้องพยาบาลห้องนี้ทำให้พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ผมใช้ไปถูกเติมเต็มอีกครั้งความจริงแล้วแม้ทั้ง 2 ครั้งที่ผมได้ใช้มันจะแทบไม่ลดก็จริงแต่การที่พลังนี้ไม่สามารถฟื้นฟูได้ทุกที่ทำให้การที่มันเต็มอยู่ก็อุ่นใจกว่า
ว่าแต่ตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันนะเ้าบ้ากลาดิอุสวางยาผมจริงๆหรือผมสลบไปเพราะกินเนื้อสัตว์ปีศาจ ที่สำคัญคือกลาดิอุสเ้าหมอนั่นถ้าพาผมกลับมาที่ห้องพยาบาลได้ทำไมไม่ทำแต่แรกแต่เลือกเฝ้าผมจนมืดค่ำกันผมเดาไม่ออกจริงๆว่าการวางตัวแปลกๆนี่มันหมายความว่ายังไง
“ อรุณสวัสดิ์นะคุณหนู” เสียงสดใสทักทายผมจากด้านข้าง ตรงนั้นมีร่างของชายหนุ่มผิวเข้มคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่ห่างไปจากผมมากนัก
เขากำลังก้มหน้าปอกผลแอปเปิลส่งเข้าปากตัวเองด้วยท่าทางตั้งใจจนทำให้เส้นผมสีครามของเขาเลื่อนมาปิดใบหน้าส่วนใหญ่ของเขาแม้เส้นผมของเขาจะยาวประมาณไหล่ก็ตาม
ถึงอย่างนั้นออร่าหนุ่มหล่อที่ส่งออกมาจากหมอนี่ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ามาร์คัสหรือเคนเดลเลยสมแล้วจริงๆที่เป็เป้าหมายจีบของนางเอก แต่มันก็เท่านั้นเพราะมันทำอะไรผมไม่ได้ยังไงล่ะ
“ อรุณสวัสดิ์สหายว่าแต่นายพอจะบอกได้ไหมว่าทำไมฉันถึงได้มาอยู่ที่นี่แล้วถ้าจำไม่ผิดฉันสลบแบบไม่ปกติด้วยนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ ” ผมถามกลาดิอุสไปด้วยรอยยิ้มเป็มิตรแม้ดวงตาจะไม่ยิ้มเลยก็ตามในเมื่อตกลงเป็เพื่อนกันแล้วคงไม่ผิดใช่ไหมถ้าผมจะถามลามปามไปแบบนี้
“ เอ่อ คือพอดีว่ามีใครบางคนจู่โจมพวกเราน่ะแล้วตอนนั้นข้าเห็นคุณหนูสลบไปเลยใมากจนรีบพาตัวมาที่นี่...ระเื่ก็น่าจะมีเท่านี้แหละ ” มันเป็คำโกหกที่ไม่เนียนจนผมคิดว่าเขากำลังพยายามให้ผมจับได้ว่าเขากำลังโกหกอยู่รึเปล่าเลย
หมอนี่ที่เลือกนั่งเฝ้าตอนผมขยับไม่ได้จะพาผมมาห้องพยาบาลตอนผมสลบนี่นะแถมพูดเื่คนจู่โจมนั่นทั้งที่ตัวเองไม่มีแผลเลยสักนิดอีก แต่การที่ผมมาอยู่ที่นี่อย่างน้อยในตอนนี้เขาคงยังไม่คิดทำร้ายผมแล้วอะไรที่ทำให้เขาโกหกผมกันล่ะ
แกรกเสียงม่านที่ล้อมเตียงของผมถูกดึงให้เปิดออกอย่างกะทันหันพร้อมร่างที่คุ้นเคยปรากฏตัวขึ้น
“ตื่นแล้วสินะคุณไมร่า ” อาจารย์ลีออนทีใบหน้ามีร่อยยิ้มยืนอยู่แต่กลับทำให้ผมรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก
“เธอคิดอะไรอยู่ถึงได้เข้าไปในป่านั่นกัน ทั้งที่เธอเองก็น่าจะรู้ว่าแม้จะเป็แค่ชายป่าแต่สำหรับนักเวทที่ยังมีวงแหวนไม่ถึง3 วงการได้สู้กับสัตว์ปีศาจระดับ F มันก็อันตรายอยู่มากถึงอย่างนั้นทำไมตามเ้าพวกนี้เข้าไปอีกล่ะ” แม้จะยังทำหน้ายิ้มแต่พอเจอท่าทางแบบนั้นผมบอกตามตรงเลยว่าอาจารย์นี่น่ากลัวกว่าที่ผมคิดมากเลยทั้งที่ในเกมเป็ npc ที่ดูใจดีอยู่ตลอดเวลาแท้ๆ
ว่าแต่เ้าพวกนั้นนี่อาจารย์ลีออนหมายความว่าอะไรกัน
“ ว่ายังไงล่ะกลาดิอุสเ้าพวกนั้นที่อาจารย์ลีออนบอกหมายถึงนายกับใครกันล่ะ ” ผมหันไปมองหน้ากลาดิอุสที่เลิกใช้มีดปอกแอปเปิลแล้วหันมายัดเข้าปากทันทีเพื่อปิดปากตัวเองแทน
เ้าหมอนี่มีนิสัยแบบนี้อยู่แล้วงั้นหรอทั้งที่ผมจำได้ว่าในเกมดูเป็ผู้ชายเลวๆแนวที่พร้อมจะพาแหกกฎของโรงเรียนมากกว่าแต่ตอนนี้กลับกลายเป็ไอ้หนุ่มปากเสียที่ชอบใช้ปากกวนคนอื่นแถมสิ่งที่ทำเวลาทำอะไรไม่ถูกแบบตอนนี้มันก็ค่อนข้างน่ารักด้วย
แต่ผมจะยังประมาทไม่ได้! ดูอย่างเ้ามาร์คัสนั่นสิ ผมยังจำได้อยู่เลยว่ามันเ้าเล่ห์ขนาดไหนทั้งที่เจอในเกมในความทรงจำของไมร่า และตอนเจอหน้ากันในวันพิธีประทานพร
“ ข้าเองล่ะ ” ในความเงียบหลังจากผมถามกลาดิอุสผ่านไปไม่นานก็มีเสียงของใครบางคนดังตอบกลับผมเสียงนั้นดังมาจากเก้าอี้ที่ว่างเปล่าฝั่งตรงข้ามกับที่กลาดิอุสนั่ง
ผมหันขวับอย่างประหลาดใจเมื่อครู่มันเป็เก้าอี้ว่างแน่ๆแต่ตอนนี้มีเอลฟ์หนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ เส้นผมยาวสีเขียวอันเป็เอกลัษณ์นั่นถูกมัดไว้อย่างประณีตและใบหน้าของเอลฟ์คนนี้นั้นก็เป็ใบหน้าที่ผมรู้จักดี
เคนเดลหรอ!ได้ยังไงกัน ทำไมเ้าเอลฟ์เพื่อนไม่คบนี่ถึงได้มาอยู่ที่นี่ด้วยล่ะที่สำคัญเลยคือแม้การเห็นเขาติดต่อกลาดิอุสหรือนางเอกจะเป็สิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้แต่ทำไมเขาถึงมาอยู่ในห้องนี้มีผมที่เป็ผู้ใช้เวทย์มนต์อยู่ด้วยกันล่ะไหนว่าพวกเอลฟ์เกลียดพวกผู้ใช้เวทย์มนต์ไม่ใช่รึไง
“ อ่ะ.. ห๊ะ?” ผมได้แต่ส่งเสียงออกไปอย่างงงงวย
“ อย่าสำคัญตัวผิดไปข้าบอกไว้ก่อนนะว่าข้าแค่ตามเ้ากลาดิอุสมันไปแล้วบังเอิญเจอเ้าอยู่ด้วยเฉยๆเลยชาวยพากลับมาส่งที่นี่” เคนเดลชิงพูดขึ้นด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
แต่ก็จริงถือว่าสมเหตุสมผลกว่ากลาดิอุสอยู่ บางทีหมอนี่อาจตามหากลาดิอุสด้วยเื่บางอย่างแล้วดันไปเจอเ้านี่กำลังอยู่กับผมและอาจเพราะรำคาญนักเวทย์อย่างผมเลยทำให้สลบก่อนจะพาผมมาที่ห้องพยาบาลหลังเสร็จธุระกับกลาดิอุส
’ ...ก็คงสมเหตุสมผลอยู่ล่ะนะน่าจะใช่แหละ’ผมบอกตัวเองอย่างนี้เพราะไม่อยากคิดในแง่ร้ายว่าเ้าสองคนนี้อาจรู้บางอย่างแล้ววางแผนใช้ประโยชน์ผมในสักทาง
เอาเข้าจริงความฝันนั่นทำให้ผมใจไม่ดีเลยเื่การขัดขวางแผนของท่านผู้นั้นอะไรนั่นอาจเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจเพราะถูกใช้งานโดยไม่รู้ตัวก็ได้และเ้าสองคนที่อยู่ที่นี่กับผมก็มีสถานะเป็เ้าชายจากต่างเมืองด้วย
“นี่คุณหนูอย่าไปเชื่อมันนะ เ้าเอลฟ์นี่น่ะมัน...อื้อ อื้อ~” กลาดิอุสที่เคี้ยวแอปเปิลเก่าในปากหมดไปตอนไหนก็ไม่รู้พยายามจะพูดบางอย่างแต่แอปเปิลลูกใหม่ก็ลอยไปยัดปากเขาก่อนจะได้พูดจนจบส่วนเคนเดลที่อยู่อีกฝั่งก็ยิ้มน้อยๆอย่างพอใจ
เ้าเอลฟ์นี่...ยิ้ม? ผมจำได้ว่าในเกมเคนเดลแทบไม่เคยยิ้มเลยสักครั้งนอกจากตอนอยู่กับนางเอกมันควรจะเป็ภาพของหนุ่มเ็าที่มอบความอบอุ่นให้แก่นางเอกเท่านั้นไม่ใช่รึ ตอนนี้มันเกิดอะไรไปแล้วเนี่ย
หรือบางทีเกมนั่นจะเชื่อถือไม่ได้แล้วกันนะถ้าอย่างนั้นผมจะรับมือกับเื่ในอนาคตได้อย่างปลอดภัยได้ยังไงกัน