องค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 131 จากลา

            "เป็นความผิดของข้าเองที่ร่างกายเจ้ายังอ่อนแอเกินไป ไม่เหมาะจะมีลูกตั้งแต่แรก" คืนก่อนออกเดินทาง จางเจิ้นอันยังคงรู้สึกผิดอยู่บ้าง

            "พูดตอนนี้แล้วมีประโยชน์อะไร?ก่อนหน้านี้ข้าก็บอกแล้วว่าอย่า แต่ท่านก็ยังไม่ยอมหยุด"อันซิ่วเอ๋อร์เหลือบมองเขาอย่างตัดพ้อ คล้ายจะตำหนิ

            จางเจิ้นอันได้ยินดังนั้นก็ลูบจมูกตัวเองรู้สึกละอายใจยิ่งขึ้น เขารู้ว่านางบอบบาง ร่างกายอ่อนแอ แต่ทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดเขาก็มักจะห้ามใจตัวเองไม่ได้

            ตอนที่ยังไม่มีลูก เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากพอตอนนี้มีลูกแล้ว เห็นนางทรมานเพราะแพ้ท้องขนาดนี้ เขาก็รู้สึกผิดอย่างยิ่งแต่พอได้ยินนางตัดพ้อ เขาก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนเด็กๆ

            สุดท้าย เขาจึงได้แต่แสร้งทำเสียงเข้มกล่าวว่า"รอเจ้าหนูนี่คลอดออกมา ข้าจะอบรมเขาให้ดีๆ เลย"

            "เจ้าหนู?" อันซิ่วเอ๋อร์ขมวดคิ้ว "ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงล่ะเจ้าคะ?"

            "จะมีเด็กผู้หญิงที่ไหนทรมานแม่ได้ขนาดนี้?"จางเจิ้นอันหลุดปากพูดออกไปแต่พอรู้สึกถึงความไม่พอใจและความกังวลในน้ำเสียงของอันซิ่วเอ๋อร์เขาก็รีบเปลี่ยนคำพูด "ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงเจ้าก็อบรมเอาเองก็แล้วกัน"

            "ข้าไม่มีใจจะอบรมสั่งสอนพวกเขาหรอกเจ้าค่ะมีแต่จะรักพวกเขาไม่รู้จบ" อันซิ่วเอ๋อร์ลูบท้องตัวเองเบาๆ

            ท้องของนางตอนนี้ยังคงแบนราบมองไม่ออกเลยว่ากำลังมีอีกชีวิตหนึ่งอยู่ข้างในบางครั้งนางยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองกำลังจะมีลูกแล้ว

            สำหรับลูกคนนี้แม้ตอนแรกนางจะรู้สึกว่าเขามาผิดเวลาไปหน่อย แต่ตอนนี้ในใจกลับมีแต่ความยินดีในความฝันนั้น นางถูกพรากโอกาสที่จะเป็นแม่ไป แต่ตอนนี้นางกำลังจะมีลูกแล้วไม่ใช่หรือ? ในที่สุดนางก็จะหลุดพ้นจากฝันร้ายนั้นเสียที

            นางจะดูแลลูกคนนี้ให้ดีที่สุดแน่นอน

            "ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงท่านจะชอบไหมเจ้าคะ?" นางหันไปถามเขา

            "ชอบสิ แน่นอนว่าต้องชอบขอแค่เป็นลูกที่เจ้าคลอดให้ ข้าก็ชอบทั้งนั้น" เขาตอบโดยไม่ลังเล

            อันซิ่วเอ๋อร์จึงหัวเราะออกมาอายุเขาก็สามสิบกว่าแล้ว ชายอื่นในวัยนี้ ลูกคงโตจนวิ่งเล่นได้แล้วแต่เขากลับยังไม่มีลูก ไม่เคยได้สัมผัสความสุขของการเป็นพ่อ

            อันที่จริง อยู่ในตระกูลจางบางครั้งพอได้ยินอูซื่อพูดกระทบกระเทียบ นางก็แอบเสียใจอยู่เหมือนกันนางเองก็อยากมีลูก อยากมีมาตลอด จนกระทั่งรู้สึกกังวลตอนนี้ในที่สุดก็ตั้งท้องมาแล้ว

            "เจ้าอย่าคิดมากข้าไม่อยู่บ้านก็ดูแลตัวเองดีๆ" จางเจิ้นอันลูบมือนางเบาๆ"ไม่ต้องกังวลอะไร อยากกินอะไรก็บอกแม่นมวันนี้ข้าสั่งยาบำรุงไว้ให้เจ้ามากมาย มอบให้ห้องครัวเล็กไปหมดแล้วเจ้าจำไว้ให้พวกเขาต้มให้กินด้วยล่ะ"

            พอนึกถึงรสชาติยาบำรุงคิ้วของอันซิ่วเอ๋อร์ก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย กินยามาหลายวัน นางเบื่อเต็มทีแล้วแค่นึกถึงก็อยากจะอาเจียน

            "เจ้าอยากกินอะไรก็บอกให้ห้องครัวเตรียมให้ อยากได้อะไร ก็ให้ป่านเซี่ยไปเอาที่ห้องเก็บของ"จางเจิ้นอันกำชับอีก

            "ไม่ต้องไปใส่ใจท่านแม่ไม่ต้องกลัวนาง ถ้านางยังพูดจาไม่ดีอะไรอีก เจ้าก็เอาลูกมาเป็นเกราะกำบังคาดว่านางคงไม่กล้าทำอะไรเกินเลย" จางเจิ้นอันกล่าวต่อ

            "อืม" อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้าจำไว้ทีละเรื่อง

            จางเจิ้นอันพยักหน้า เขากลัวว่าพอเขาไปแล้วอันซิ่วเอ๋อร์จะอยู่คนเดียวในจวนนี้ อูซื่อและพวกที่ไม่หวังดีคนอื่นๆจะก่อเรื่องอะไรขึ้นมา

            ถึงแม้อูซื่อจะรักน้องชายเขามากกว่าถึงแม้จะวางแผนเพื่อน้องชายจนทำร้ายตัวเองไปบ้าง แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นแม่ของเขานี่คือลูกคนแรกของเขา เป็นหลานคนแรกของนาง นางก็น่าจะยินดีเมื่อวานนางยังให้พ่อบ้านส่งของบำรุงมาให้ตั้งมากมาย

            เขากลัวว่านางจะฉวยโอกาสตอนเขาไม่อยู่ก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีก ตอนบ่ายเขาถึงได้ไปพบนางครั้งหนึ่งตอนนั้นนางยังทำหน้าไม่พอใจอยู่บ้าง บอกว่าถึงจะไม่ชอบอันซิ่วเอ๋อร์แต่ก็ตั้งตารอหลานในท้องของนางอยู่

            จางเจิ้นอันคิดในใจว่าถึงแม้บางครั้งนางจะทำอะไรไม่เข้าท่าไปบ้างแต่ถึงอย่างไรก็คงไม่มาหาเรื่องอันซิ่วเอ๋อร์ในช่วงนี้เพราะเห็นแก่นางกำลังตั้งท้องอยู่

            "เจ้าอยู่บ้านคนเดียวต้องดูแลตัวเองดีๆ ข้าจะพยายามกลับมาให้ได้อย่างช้าที่สุดก็กลางเดือนสิบสอง"เขาคิดแล้วกำชับอีกครั้ง

            "ทราบแล้วเจ้าค่ะท่านก็ดูแลตัวเองดีๆ นะเจ้าคะ เดินทางข้างนอกต้องระวังตัวมากๆ มีสติอยู่เสมอรู้ไหม?"

            อันซิ่วเอ๋อร์พูดพลางหัวเราะ"ท่านไม่ต้องห่วงข้าหรอก ข้าไม่ได้อยู่คนเดียวนี่นาข้ายังมีลูกเป็นเพื่อนอยู่บ้าน รอให้ข้าหายแพ้ท้องก่อนข้าจะอ่านหนังสือให้เขาฟังทุกวัน เล่านิทานให้เขาฟัง บางทีรอคลอดออกมาอาจจะเป็นเด็กอัจฉริยะก็ได้"

            จางเจิ้นอันเหลือบมองนางแวบหนึ่ง"ถ้าอย่างนั้น ตอนเจ้าอ่านหนังสือให้เขาฟัง ก็อย่าอ่านผิดล่ะ"

            "ดูถูกข้านี่!ช่วงนี้ข้าขยันเรียนรู้จะตายไป ท่านไม่เห็นหรือไร?" อันซิ่วเอ๋อร์ค้อนเขาอย่างไม่พอใจที่ถูกดูถูก

            "คนเขาว่าห่างกันสามวันต้องมองกันใหม่แล้วนะ ท่านมัวแต่ออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าจรดเย็นไม่รู้เลยว่าข้าเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนแล้ว" ช่วงนี้นางอยู่บ้านไม่มีอะไรทำก็แค่เรียนรู้งานบ้าน เรียนรู้กฎระเบียบ แล้วก็อ่านหนังสือบางทีก็คัดลายมือสองสามตัว หรือไม่ก็ไปเดินชมดอกไม้ในสวนนอกนั้นก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว

            "ข้าผิดเอง เจ้าไม่ต้องฝืนตัวเองหรอกแค่มีความสุขก็พอแล้ว ในใจข้า เจ้าก็ยังเป็นเจ้าคนเดิม เป็นยอดดวงใจของข้าเสมอ"จางเจิ้นอันกล่าวอย่างจริงจัง

            "ข้าไม่เชื่อหรอก" อันซิ่วเอ๋อร์ส่ายหน้า ถึงเขาจะพูดอย่างนั้น นางก็ดีใจอยู่หรอกแต่ถ้านางเชื่อจริงๆ ก็คงโง่เต็มทีแล้ว

            เขาในตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วเขาไม่ได้เป็นแค่ชาวประมงที่ต้องการภรรยาไว้ซักผ้าทำกับข้าวอีกต่อไปเขามีเรื่องต้องทำมากมาย ความต้องการของเขาก็ไม่ใช่แค่การจับปลาให้ได้มากขึ้นไม่เหมือนเมื่อก่อนที่แค่เห็นรอยยิ้มของนาง ความกังวลทั้งหมดก็มลายหายไป

            ตอนนี้เขายุ่งเสียจนแทบไม่มีเวลามองหน้านางจะมีเวลาที่ไหนมาสนใจว่านางกำลังร้องไห้หรือหัวเราะ

            หากวันหนึ่งเขามีปัญหา หรือมีเรื่องกลุ้มใจอยากจะระบายให้นางฟัง แต่นางกลับไม่เข้าใจอะไรเลย เขาก็คงค่อยๆไปหาสตรีอื่นที่เข้าใจเขา ไปหาคนรู้ใจ แล้วพอมีคนรู้ใจแล้วเขาจะยังนึกถึงนางอีกหรือ?

            "เจ้าไม่เข้าใจอะไรเลยอ่านหนังสือก็ไม่ออก แม้แต่โคลงกลอนง่ายๆ ก็ต่อไม่ได้สู้เด็กรับใช้ที่คอยฝนหมึกให้ข้ายังไม่ได้" เหมือนอย่างในบทละครสตรีที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุข คอยรินเหล้าให้ สุดท้ายก็มักจะถูกรังเกียจเดียดฉันท์

            รูปโฉมย่อมร่วงโรยไปตามกาลเวลาดอกไม้ดอกเดียวมองนานๆ เข้าก็ย่อมรู้สึกเบื่อหน่าย

            นางไม่อยากเป็นดอกไม้ที่เขาเบื่อหน่ายไม่อยากเป็นแค่ดอกไม้ดอกหนึ่งในบรรดาหมื่นแสนดอกที่เขาเคยผ่านมา

            "คิดอะไรอยู่?" จางเจิ้นอันสังเกตเห็นท่าทางเหม่อลอยของนางได้อย่างรวดเร็ว

            "เปล่าเจ้าค่ะ ไม่ได้คิดอะไร"อันซิ่วเอ๋อร์ส่ายหน้า

            "เมื่อครู่เจ้าเหม่อชัดๆยังจะบอกว่าไม่ได้คิดอะไร?" จางเจิ้นอันขมวดคิ้ว"ข้าได้ยินว่าคนท้องมักจะคิดมาก พอข้าไม่อยู่บ้านเจ้าอย่าคิดฟุ้งซ่านล่ะ ไม่อย่างนั้นจะเก็บไปคิดมากคนเดียว ไม่มีใครช่วยปลอบใจนะ"

            "เรื่องทุกข์ใจ เรื่องเสียใจอย่าเก็บไปคิดมาก รอข้ากลับมา ค่อยมาเล่าให้ข้าฟัง" ใบหน้าเคร่งขรึมของเขายามอยู่ต่อหน้านาง อ่อนโยนลงราวกับสายน้ำไปนานแล้วนานแล้วที่นางไม่ได้เห็นสีหน้าเคร่งขรึมไม่น่าเข้าใกล้ของเขา

            นางพยักหน้าเบาๆ กล่าวเสียงแผ่ว"ข้าไม่ได้คิดมากเจ้าค่ะข้าแค่คิดถึงตอนที่เราอยู่ที่หมู่บ้านชิงสุ่ย น้ำในแม่น้ำไหลเอื่อยๆเขียวใสเป็นระลอกคลื่น ท่านถือไม้ถ่อ พาข้าล่องไปในดงหญ้าเขียวมีเพียงจันทร์เสี้ยวกับดวงดาวเป็นเพื่อน"

            ตอนนั้นไม่รู้สึกอะไร พอกลับมาคิดตอนนี้กลับรู้สึกว่ามันช่างงดงามเหลือเกิน

            "ต่อไปพวกเราก็ยังไปได้อีกการจากกันครั้งนี้เป็นเพียงชั่วคราว" จางเจิ้นอันกล่าว"วันหน้าจะพาเจ้านั่งเรือลำใหญ่กว่าล่องไปในแม่น้ำที่กว้างกว่า ชมดาวชมจันทร์ที่สว่างกว่า"

            "เจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้า

            จางเจิ้นอันจึงตบที่นอนเบาๆ"นอนเถอะ"

            "ข้ายังไม่อยากนอนข้ากลัวว่าพอตื่นขึ้นมา จะไม่เห็นท่านแล้ว" อันซิ่วเอ๋อร์เงยหน้ามองเขาอย่างน้อยใจ

            "ข้าอยู่เป็นเพื่อนเจ้าตรงนี้นอนเถอะนะ เพื่อลูก ดูสิ เจ้าผอมลงไปตั้งเยอะในช่วงหลายวันนี้" จางเจิ้นอันกล่าว "หวังว่าตอนข้ากลับมาเจ้าจะอ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้น"

            "อืม ข้าจะกินยาตามเวลา กินข้าวเยอะๆ"อันซิ่วเอ๋อร์รับปากเขาอย่างแข็งขัน

            หลายวันนี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรปกติแล้วอาหารพวกนี้นางคิดว่าอร่อยจะตาย เมื่อก่อนแค่ได้กินข้าวสวยร้อนๆ สักชามนางก็มีความสุขแทบแย่แล้ว แต่ตอนนี้ อาหารดีๆ วางอยู่ตรงหน้านางกลับเอาแต่คลื่นไส้ นางรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำของดีเสียของอย่างน่าเสียดาย

            "เชื่อฟังนะ รีบนอนแต่หัวค่ำบำรุงร่างกายให้แข็งแรง อย่าทำให้ข้าเป็นห่วง" จางเจิ้นอันพูดพลางช่วยถอดรองเท้าให้นางแล้วอุ้มนางขึ้นไปนอนบนเตียง ห่มผ้าให้เรียบร้อย

            เขาโอบกอดนางไว้ทั้งที่ยังอยู่ในผ้าห่มนางมองเขา ตาแป๋วไม่กะพริบ

            เขายื่นมือไปปิดตานางเบาๆ นางจึงหลับตาลงครู่ต่อมา เขาได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของนาง เขาจึงค่อยๆ ลุกขึ้นเดินออกไปเงียบๆ

            เขาเองก็ทนเห็นภาพการจากลาไม่ได้เช่นกันแทนที่จะรอให้นางตื่นมาร้องไห้ สู้จากไปตอนนี้เลยดีกว่า

            พอออกมาข้างนอกก็เจอแม่นมกับป่านเซี่ยรออยู่ เขาจึงกำชับให้พวกนางดูแลอันซิ่วเอ๋อร์ให้ดีจากนั้นก็ไม่ลังเลอีก หันหลังเดินจากไปด้วยฝีเท้าหนักแน่น

            อันซิ่วเอ๋อร์ตื่นขึ้นมากลางดึกพอตื่นขึ้นมา คลำข้างตัวดูก็พบว่าว่างเปล่า แม้แต่ที่นอนข้างๆ ก็เย็นชืดแล้วเขาคงไปนานแล้ว

            แต่ที่น่าแปลกคือ ตอนที่เขาอยู่นางมักจะออดอ้อน งอแง แต่พอรู้ว่าเขาไปแล้วจริงๆ นางกลับไม่ได้ลุกขึ้นมาเพียงแค่นอนเหม่ออยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็หลับตาลงอีกครั้ง

            เพียงแต่พอนางหลับตาลงก็กลับนอนไม่หลับอีกเลย พลิกตัวไปมาอยู่ค่อนคืน จนกระทั่งฟ้าสาง

            เหมือนเช่นเคยป่านเซี่ยเข้ามาปรนนิบัตินางล้างหน้า จากนั้นก็ยกยาบำรุงครรภ์เข้ามา พอได้กลิ่นยานางก็รู้สึกอยากอาเจียน แต่สุดท้ายก็กัดฟัน บีบจมูก กลืนยาลงไปรวดเดียว

            "วันนี้ฮูหยินเก่งมากเลยเจ้าค่ะ"ป่านเซี่ยชมอยู่ข้างๆ

            อันซิ่วเอ๋อร์เงยหน้ามองนาง"ข้าไม่ใช่เด็กเล็กๆ เสียหน่อย เจ้าเด็กคนนี้นี่ยังมาหลอกล่อข้าเหมือนเด็กๆ"

            นางไม่เคยทำท่าถือตัววางอำนาจปฏิบัติต่อป่านเซี่ยและคนอื่นๆ เหมือนพี่เหมือนน้องไม่เคยหยิ่งยโสเพราะฐานะของตนเลยแม้แต่น้อยทำให้คนที่อยู่ใกล้ชิดรู้สึกว่านางเป็นคนดีมาก

            อันที่จริงนางก็ไม่ได้ทำอะไรให้พวกนางเป็นพิเศษแต่พวกนางกลับรักใคร่นาง เรื่องนี้ช่างน่าแปลกนางก็แค่ยิ้มตอบเวลาที่พวกนางทำความเคารพเท่านั้นเอง

            แต่แค่ความจริงใจเล็กๆ น้อยๆ นี้ก็เพียงพอที่จะซื้อใจคนได้แล้ว บ่าวไพร่ในจวนนี้ก็เป็นคนเหมือนกันในใจของพวกเขาย่อมมีตาชั่งแยกแยะดีชั่ว

             

    คล้ายกับเรื่ององค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592