บทที่ 19 เขาหวั่นไหวแล้ว
เขาเป็ทหาร ต้องออกไปทำภารกิจเสี่ยงอันตรายอยู่บ่อยๆ การาเ็เป็เื่ปกติ ในฐานะทหารที่ดี การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเป็สิ่งจำเป็ที่ต้องฝึกฝน
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรู้ดีว่าอาการาเ็ของเด็กสาวหายเร็วขนาดไหน เรียกได้ว่าเหนือความคาดหมายของคนทั่วไป
เด็กสาวคนนี้น่าสนใจจริงๆ
กู้จี้เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย ภาพที่เด็กสาวพุ่งตัวออกไปเมื่อครู่นี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเขา ทุกครั้งที่นึกถึง เขาก็รู้สึกโมโหอย่างไม่มีเหตุผล
ทำไมเด็กผู้หญิงคนนี้ถึงไม่ถนอมร่างกายตัวเองบ้าง?
ขาเจ็บขนาดนั้น ยังกล้าพุ่งเข้าไปอีก!
ถ้าเกิดาเ็ซ้ำจะทำยังไง?
ในตอนนั้น กู้จี้เฉินใมาก ใจนหัวใจเต้นแรง
เขาเพิ่งจะมีปฏิกิริยาแบบนี้ รู้สึกใจหายเป็ครั้งแรก
แปลกใจที่ตัวเองเป็ห่วงเด็กผู้หญิงคนนี้ ทั้งที่เพิ่งเจอหน้ากันแค่สองครั้ง แต่เธอก็แตกต่างจากเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน
พอกลับมาตั้งสติได้ เขาก็เห็นจางชุ่ยเฟินยกขาจะเตะเด็กสาว ถ้าโดนเข้าไปเด็กคนนั้นต้องาเ็แน่ๆ
พอนึกถึงภาพนั้น กู้จี้เฉินก็รู้สึกไม่พอใจอย่างบอกไม่ถูก จึงยื่นมือออกไปปกป้องเธอโดยไม่รู้ตัว ร่างกายตอบสนองเร็วกว่าความคิดเสียอีก
แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังงง
เขาลืมตัวไปแล้ว
พอตั้งสติได้ กู้จี้เฉินก็เห็นเด็กสาวที่เขาปกป้องยิ้มแย้ม ดวงตากลมโตเป็ประกาย แววตาเ้าเล่ห์ ทำให้เธอดูสดใสร่าเริงสมวัย
จู่ๆ กู้จี้เฉินก็รู้สึกใจอ่อน แววตาที่เ็าของเขาก็อ่อนโยนลง อารมณ์ก็ดีขึ้น
"หัวหน้า!"
ทันใดนั้น เสียงของเฉินฉีก็ดังขึ้นจากข้างหลัง
กู้จี้เฉินชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไป
เฉินฉีหายใจหอบ เหงื่อท่วมหน้าผาก ดูเหมือนวิ่งมาตลอดทาง
พอรู้ว่าสหายตัวน้อยอยู่ที่โรงพยาบาล เฉินฉีก็รู้สึกคันไม้คันมือ อยากเจอเธอจะแย่!
พวกเขาเป็ทหาร ต้องฝึกซ้อมในค่ายตลอดเวลา และต้องออกไปทำภารกิจต่างๆ อยู่บ่อยๆ นานๆ ทีถึงจะได้มาอยู่ที่อำเภอสักครั้ง คราวนี้ก็เพราะต้องมาดูแลพี่ลู่ที่าเ็
ถ้าวันนี้ไม่ได้เจอสหายตัวน้อย ต่อไปคงไม่มีโอกาสได้เจออีกแล้ว!
เฉินฉีรู้สึกว่าสหายตัวน้อยคนนี้น่าสนใจมาก เขาชอบเธอมาก!
แต่น่าเสียดายที่หัวหน้าสั่งให้เขาไปจอดรถ เลยพลาดโอกาสเจอสหายตัวน้อย
เฉินฉีแทบอยากจะร้องไห้ เขาจึงรีบจอดรถแล้ววิ่งกลับมาอย่างเร็วที่สุด
เมื่อกี้เห็นสหายตัวน้อยเดินไปทางห้องพักผู้ป่วย ทำไมหาไม่เจอ?
หรือว่าเธอไปแล้ว?
เฉินฉีรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
เฉินฉีรู้จักนิสัยของกู้จี้เฉินดี ส่วนกู้จี้เฉินก็รู้ว่าเฉินฉีกำลังคิดอะไร แค่สายตาเดียวก็รู้แล้ว
พอเห็นเฉินฉีทำหน้าหงอยๆ กู้จี้เฉินก็เข้าใจได้ทันที
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเดินไปทางบันได
แต่พอเขาขยับตัว เฉินฉีก็ใ
ตอนที่เฉินฉีมาถึง เขารีบร้อนอยากเจอสหายตัวน้อยเลยจอดรถข้างทางมั่วๆ ถ้าหัวหน้ารู้เข้าต้องโดนดุแน่ๆ ตอนนี้พอเจอหน้ากู้จี้เฉินก็เริ่มใจเสียแล้ว
พอขึ้นไปถึงชั้นสาม ก็เห็นหัวหน้ายืนอยู่ที่หน้าบันได บรรยากาศรอบตัวดูน่ากลัว ยืนหันหลังให้เขา หน้านิ่งราวกับรูปปั้น เหมือนทุกครั้งก่อนที่เขาจะสั่งสอนลูกน้อง ทำให้เฉินฉีสะดุ้งใ
เฉินฉีถึงกับพูดไม่ออก
หรือว่าหัวหน้ารู้เื่ด้วยญาณทิพย์ เลยมายืนรออยู่ตรงนี้จะได้สั่งสอนเขาแบบไม่ทันตั้งตัว?
ตายแล้ว!
เฉินฉีมองกู้จี้เฉินที่เดินเข้ามาหาเขาด้วยความกังวล ถอยหลังไปหนึ่งก้าว
แต่...กลับเห็นกู้จี้เฉินเดินผ่านเขาขึ้นบันไดไป
เฉินฉีงงเป็ไก่ตาแตก
อะไรเนี่ย? ไม่ได้จะมาสั่งสอนเขา? หรือว่าหัวหน้าแค่มายืนดูเฉยๆ?
เฉินฉีทำหน้างงๆ
ไม่น่าใช่สิ่งที่หัวหน้าจะทำนะ!
เฉินฉีมองแผ่นหลังของกู้จี้เฉิน แล้วมองไปที่ที่กู้จี้เฉินยืนอยู่เมื่อกี้
แปลกจัง
เขาเกาหัวอย่างงงๆ อยากจะไปดูที่ๆ กู้จี้เฉินยืนอยู่เมื่อกี้ว่ามีอะไรแปลกๆ หรือเปล่า
แต่พอก้าวขาไปได้ก้าวเดียว กู้จี้เฉินที่กำลังเดินขึ้นบันไดก็เหมือนมีตาหลัง หันกลับมามองเขา
พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "เฉินฉี"
"ครับ!"
เฉินฉีรีบยืนตรงทำความเคารพอย่างรวดเร็ว
ด้วยชุดทหารสีเขียวที่สะดุดตา ยิ่งทำให้พวกเขาดูโดดเด่น ดึงดูดสายตาของคนที่เดินผ่านไปมา
แถมกู้จี้เฉินยังมีใบหน้าที่หล่อเหลา ถึงแม้ว่าจะต้องฝึกซ้อมกลางแดดและต้องผจญกับภารกิจต่างๆ ทำให้ผิวคล้ำและหยาบกร้าน แต่ด้วยโครงหน้าที่ดี เขาก็ยังดูดีอยู่มาก
คนเดินผ่านไปมาต่างก็หันมามองกู้จี้เฉิน มีพยาบาลสาวๆ หลายคนแอบมองเขาแล้วยิ้มเขินอาย
มุมปากของกู้จี้เฉินกระตุก หน้าบึ้งตึงขึ้น มองเฉินฉีด้วยสายตาเอือมระอา
"ไปซื้อข้าวเที่ยงที่โรงอาหารโรงพยาบาลมา"