บทที่ 21 เ้าเด็กคนนี้ช่างเ้าเล่ห์นัก!
เอ้อร์เป่าไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบก้าวเท้าเดินออกไปข้างนอกทันที
"เ้าจะไปไหนหรือ" เจียงเหลียนจูเรียกเขาไว้
เอ้อร์เป่าตอบอย่างคล่องแคล่วว่า "ข้าจะไปขอยืมกุยช่ายจากท่านยายหลูบ้านข้าง ๆ ขอรับ บ้านพวกเขามีกุยช่ายปลูกไว้เยอะแยะเลย"
"กลับมา กลับมาก่อน ไปขอยืมของมือเปล่าเช่นนั้นไม่ดีหรอก หากให้เงินเขาก็คงไม่รับ เ้าหิ้วเนื้อหมาป่าไปครึ่งจินเพื่อแลกเปลี่ยน บอกเขาว่าถ้าไม่รับเนื้อหมาป่าก็ไม่ต้องให้ผัก พวกเราจะไม่เอาเปรียบผู้อื่น"
"ได้เลยขอรับ! ข้าเชื่อท่านแม่" เอ้อร์เป่าหยิบเนื้อหมาป่าแห้งไปเล็กน้อยแล้วเดินจากไปด้วยความดีใจ
ครู่ต่อมา เอ้อร์เป่าก็กลับมา
เนื้อหมาป่าไม่ได้ถูกนำไปแลก
แต่ในมือกลับมีของเพิ่มขึ้นมามากมาย
ไม่เพียงแต่หิ้วกุยช่ายกำใหญ่เท่านั้น แต่ยังหิ้วผักกาดดองห่อใหญ่แถมยังหนีบผักกาดขาวหัวโตไว้ที่รักแร้อีกหนึ่งหัว
เอ้อร์เป่าหัวเราะ ฮิฮิ "ท่านแม่ ท่านยายหลูไม่ยอมรับเนื้อของบ้านเราเด็ดขาดเลย บอกว่าท่านแม่ทำเช่นนี้ดูห่างเหินเกินไป อีกทั้งผักพวกนี้ไม่มีราคาในเมื่อจะห่อเกี๊ยวก็ควรมีหลายรสชาติหน่อยจึงให้ของข้ามามากมายถึงเพียงนี้ขอรับ"
เจียงเหลียนจูหัวเราะเช่นกัน "เช่นนั้นก็ได้ งั้นพวกเราก็ห่อเพิ่มอีกหน่อย ถือเสียว่าเป็งานฉลองขึ้นบ้านใหม่ มาเฉลิมฉลองกันให้เต็มที่"
เนื้อหมูหนึ่งจินมีไม่มาก จึงใส่เนื้อหมาป่าเพิ่มเข้าไปอีกสองจินแบ่งเป็ไส้กุยช่ายไส้ผักกาดดองและไส้ผักกาดขาวไส้ละถ้วยเล็ก ๆ
แม่ลูกสามคนช่วยกันลงแรงห่อเกี๊ยว
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าอย่าว่าแต่เคยทานเกี๊ยวเลยแม้แต่การห่อเกี๊ยวก็ไม่เคยทำมาก่อน
่แรกเริ่มทำไม่เป็ห่อออกมาเบี้ยวบูดดูน่าเกลียดแปลก ๆ แต่หลังจากได้รับการสอนจากเจียงเหลียนจู ไม่นานต้าเป่าก็เรียนรู้ได้
ส่วนเอ้อร์เป่าหลังจากล้มเหลวหลายครั้งก็เริ่มห่อได้เป็รูปเป็ร่างขึ้นมา
"ท่านแม่ อันที่ห่อออกมาน่าเกลียดข้าจะเหมาทานเองทั้งหมด"
เจียงเหลียนจูเย้าแหย่ว่า "ได้! เ้าพูดเองนะ อันที่น่าเกลียดทั้งหมดจะวางไว้ในชามของเ้า"
ต้าเป่าอาศัยจังหวะที่เอ้อร์เป่าไม่ทันสังเกต แอบเลื่อนเกี๊ยวหน้าตาประหลาดสองสามลูกที่ตนห่อไว้ตอนแรกไปวางตรงหน้าเอ้อร์เป่าอย่างเงียบ ๆ
เจียงเหลียนจูมองเห็นแต่ไม่ได้พูดออกมา เ้าเด็กคนนี้ช่างเ้าเล่ห์นัก!
เอ้อร์เป่าพูดต่อว่า "ท่านแม่ คนอื่นเวลาปีใหม่จะทานเกี๊ยวกัน ทานเกี๊ยวแล้วครอบครัวจะได้พร้อมหน้าพร้อมตา หลังจากพวกเราทานเกี๊ยวมื้อนี้แล้วท่านพ่อจะกลับมาอยู่พร้อมหน้ากับพวกเราไหมขอรับ"
พอถูกถามเช่นนี้ต้าเป่าก็เริ่มประหม่า
เขาส่งสายตาให้เอ้อร์เป่าเป็สัญญาณว่าอย่าพูดต่อ
เอ้อร์เป่าจึงเพิ่งตระหนักว่าตนเองพูดมากเกินไป
เมื่อก่อนเวลาพวกเขาพูดถึงหวังเหล่าอู่ผู้เป็พ่อ แม่เลี้ยงจะโกรธและทุบตีพวกเขา ด่าทอว่าหวังเหล่าอู่ทิ้งลูกไม่ดูแล ทิ้งภาระลูกติดหลายคนไว้ให้นางดูแลจงใจทิ้งให้นางต้องกลายเป็แม่หม้าย นางเป็หญิงสาวดั่งดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน เข้าบ้านมาเป็แม่เลี้ยงไม่พอยังต้องมาเป็แม่หม้ายเลี้ยงลูกติดสามคน ถูกครอบครัวสามีไล่ออกมาไม่มีอะไรจะกิน ไม่มีอะไรจะดื่ม และยากที่จะแต่งงานใหม่ ทั้งหมดเป็เพราะหวังเหล่าอู่
แต่หวังเหล่าอู่คือพ่อของพวกเขา คนอื่นต่างก็มีพ่อแม่อยู่ มีพ่อแม่คอยปกป้อง ในใจของเด็ก ๆ เองก็คิดถึงหวังเหล่าอู่มากเช่นกัน
ครั้งนี้เผลอพูดออกมาจึงรู้สึกเสียใจและกังวล กลัวว่าเื่ของหวังเหล่าอู่จะไปสะกิดปมจนเจียงเหลียนจูกลับไปเป็เหมือนเมื่อก่อน
ทว่าเจียงเหลียนจูกลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้ม
"พวกเ้าคิดถึงบิดาของพวกเ้าหรือ?"
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่ารีบส่ายหน้าพร้อมกันทันที
เจียงเหลียนจูยิ้มแล้วกล่าวว่า "คิดถึงเขาก็ไม่ผิดหรอกนะ แม่จะไม่โกรธแล้ว อย่างไรเขาก็เป็พ่อของพวกเ้า หากพวกเ้าคิดถึงเขาจริง ๆ หลังจากทานเกี๊ยวแล้วบางทีเขาอาจจะกลับมาหาพวกเ้าก็ได้นะ"
อืม... ในความฝันตอนกลางคืนน่ะนะ
แต่ในใจเจียงเหลียนจูเดาว่า คงตายไปแล้วกระมัง
มิเช่นนั้นเด็กที่น่ารักทั้งสามคนนี้จะถูกทิ้งขว้างเช่นนี้ได้อย่างไร หากไม่ใช่เพราะตายแล้วจะมีเหตุผลอื่นใดอีก
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าไม่พูดอะไรอีก ก้มหน้าก้มตาห่อเกี๊ยวอย่างตั้งใจ
ประจวบเหมาะกับที่ซานเป่าตัวน้อยตื่นพอดี และอยากจะเข้ามาลองห่อเกี๊ยวเล่นด้วยความตื่นเต้น ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าจึงเริ่มสอนนางทำให้บทสนทนาเปลี่ยนเื่ไป
การห่อเกี๊ยวเป็งานที่ต้องใช้ความละเอียด เมื่อยุ่งอยู่เช่นนี้จนดวงอาทิตย์ตกดินจึงห่อเสร็จ
เด็ก ๆ ต่างรอไม่ไหว เริ่มต้มน้ำเพื่อเตรียมลวกเกี๊ยว
เมื่อน้ำเดือดพล่านเกี๊ยวก็ถูกใส่ลงไป เจียงเหลียนจูใส่ลงไปก่อนสี่สิบกว่าลูกเพราะกลัวว่าถ้าใส่มากเกินไปจะติดก้นหม้อ
ไม่นานนัก กลิ่นหอมก็โชยออกมาจากหม้อ
หนานเป่าตัวน้อยน้ำลายไหลจนหยดลงมา นางถือชามไม้และช้อนไม้ใบเล็ก เขย่งเท้าชะโงกหน้ามองในหม้อ
เอ้อร์เป่าคอยเติมฟืน ต้าเป่าคอยเติมน้ำซุป เจียงเหลียนจูคอยสั่งการอยู่ข้าง ๆ ไม่ใช่ว่านางี้เีแต่เป็เพราะเด็ก ๆ ทนไม่ไหว อยากทานเกี๊ยวหม้อนี้ใจจะขาด จึงยืนกรานที่จะลงมือทำเอง
ลงมือทำเองย่อมกินได้อร่อยกว่า
การต้มเกี๊ยวต้องเติมน้ำเย็นสามครั้ง หลังจากน้ำเย็นเดือดครั้งที่สาม เกี๊ยวก็สุกและตักออกจากหม้อได้
"เสร็จแล้ว! สุกแล้ว! มาเถอะ หนานหนาน แม่จะตักให้เ้าก่อนนะ" เจียงเหลียนจูตักเกี๊ยวให้หนานเป่าตัวน้อยจนเต็มชาม
สิบลูก
เกี๊ยวมีขนาดใหญ่ สิบลูกก็เต็มชามใบโตแล้ว
นางหวงของกินและทานเก่ง จึงให้นางทานก่อน
"หนานหนาน ระวังร้อนนะ ทานเสร็จแล้วแม่จะต้มให้พวกเ้าต่อ อย่ารีบร้อนเป่าให้เย็นก่อนค่อยทานนะลูก"
จากนั้นจึงตักให้ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าคนละชามโต
สุดท้ายจึงเป็ส่วนของนางเอง
แม่ลูกทั้งสี่นำมาวางบนโต๊ะและเริ่มลิ้มรส
หนานเป่าตัวน้อยทานไปร้องเสียงหลงด้วยความร่าเริง นางยังพูดไม่ได้แต่ดูจากสีหน้าที่ตื่นเต้นดีใจ เจียงเหลียนจูก็รู้ว่ารสชาติเกี๊ยวนี้นั้นไม่เลวเลย
เอ้อร์เป่าก็รอไม่ไหวเช่นกันคีบขึ้นมาหนึ่งลูก เป่าเบา ๆ สองทีแล้วส่งเข้าปากจนถูกความร้อนลวกจนร้องพลางกลิ้งเกี๊ยวไปมาในปาก สุดท้ายจึงกลืนลงไป
"ท่านแม่ขอรับ! ที่แท้เกี๊ยวมันอร่อยขนาดนี้เลยหรือ นี่คือรสชาติของเกี๊ยวนี่เอง! ฮือ ฮือ."
ไม่รู้ว่าร้องไห้เพราะความร้อนหรือร้องไห้เพราะความตื้นตัน หรือเป็ทั้งสองอย่าง
ต้าเป่าวิจารณ์อย่างจริงจัง "อร่อยขอรับ อร่อยกว่าซาลาเปาไส้หมูเสียอีก แป้งบางไส้แน่น กลิ่นกุยช่ายหอมสดชื่น รสชาติผักกาดดองเข้มข้น ผักกาดขาวก็นุ่มละมุน"
เอ้อร์เป่าเงยหน้ามองเขา ในขณะที่เขากำลังร้องไห้อย่างตื่นเต้นที่แท้ต้าเป่าแอบชิมครบทั้งสามรสชาติไปแล้ว
"พี่ใหญ่ ท่านมีปากเหล็กหรือขอรับ ท่านไม่กลัวร้อนหรือ!"
ต้าเป่ายังคงทานต่อไปโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน
ซานเป่าทานอย่างตะกละตะกลามต่อไป
เอ้อร์เป่าทนแรงกดดันไม่ไหว เขาจะยอมแพ้ไม่ได้เช่นกัน
เจียงเหลียนจูหัวเราะจนหุบปากไม่ลง มีเด็กพวกนี้อยู่ด้วยชีวิตคงไม่มีวันเงียบเหงาแน่นอน
"ค่อย ๆ ทานกัน ไม่มีใครแย่ง! ถ้าชอบต่อไปพวกเราจะทานทุกวัน ให้พวกเ้าทานจนเบื่อไปเลย"
รสชาติเกี๊ยวนี้นั้นดีจริง ๆ หลัก ๆ เป็เพราะวัตถุดิบต่าง ๆ ในสมัยนี้ไม่มีมลพิษ การปรุงแบบง่าย ๆ ก็สามารถสร้างรสชาติที่อร่อยเกินจินตนาการได้
ของขวัญจากธรรมชาติคือสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้
เด็กหนึ่งคนทานเกี๊ยวลูกโตสิบลูกย่อมไม่อิ่ม เมื่อทานไปได้ครึ่งหนึ่ง เจียงเหลียนจูก็ลงมือต้มเพิ่มอีกหลายสิบลูก
เมื่อเด็ก ๆ ทานในชามหมดนางก็ตักให้แต่ละคนอีกคนละสิบลูก
เด็กทั้งสามทานจนเหงื่อท่วมหัว รู้สึกสดชื่นและเต็มอิ่ม สุดท้ายลูบท้องกลม ๆ ของตนเองด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง
เจียงเหลียนจูเองก็ทานไปสิบกว่าลูก รสชาติอร่อยมากจริง ๆ
หลังจากทุกคนทานเสร็จ เจียงเหลียนจูก็ต้มอีกหม้อหนึ่ง ครั้งนี้เตรียมไว้ให้หัวหน้าหมู่บ้านและท่านยายหลูเพื่อนบ้าน
วันนี้ถือเสียว่าเป็งานเลี้ยงฉลองขึ้นบ้านใหม่ บ้านหลังนี้ได้รับอนุญาตให้เข้าอยู่โดยหัวหน้าหมู่บ้าน ซึ่งเป็คนแรกที่มีบุญคุณต่อพวกนางแม่ลูก จึงต้องส่งเกี๊ยวชามโตไปให้และท่านยายหลูที่ส่งผักมาให้มากมายในวันนี้ แม้ผักจะไม่มีราคาแต่ความปรารถนาดีนั้นมีค่า จึงต้องส่งเกี๊ยวชามโตไปให้เช่นกัน