บทที่ 6 ชายผู้โดนดูถูกเหยียดหยามพาร์ท 5
เมื่อทุกคนเข้ามารวมตัวกันรอบๆเธออาเรียก็เริ่มใช้เวทโล่ไฟขนาดใหญ่รอบตัวคลื่นอสูรพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วจากโถงหลักซึ่งคาดว่าจะเป็ห้องบอสและกระจายตัวไปทั่วโซนที่กลุ่มของอาเรียอยู่ณ ขณะนี้ อย่างไรก็ตามโล่ไฟของเธอก็กางไวพอที่จะต้านทานการจู่โจมจากคลื่นอสูรได้ทัน
*WHHEEE!!!!*
คลื่นอสูรลูกนี้นั้นใหญ่เป็พิเศษจนคนอื่นๆนอกจากอาเรียนั้นเริ่มรู้สึกตื่นตระหนกมันใหญ่กว่าคลื่นลูกก่อนๆมากหากบอกว่ามีบางส่วนจากในนี้ตายขณะเคลื่อนที่สู่โซนอื่นที่นี่ก็ควรจะเต็มไปด้วยซากอสูรในตอนที่พวกเขาเข้ามาอย่างไรก็ตามมันมีพวกซากอสูรเพียงน้อยนิดอยู่ภายในนี้เมื่อตอนที่พวกเขาเข้ามาในตอนต้น
ความจริงควรจะพูดว่านี่คือขนาดของคลื่นอสูรปกติด้วยพื้นที่ที่เปิดโล่งบวกกับเพดานของถ้ำที่เปิดสู่ภายนอกทำให้คลื่นอสูรบางส่วนบินออกทาง้าของเพดานในโซนนี้ด้วยและเหลืออยู่ประมาณครึ่งเดียวที่ออกไปสู่โซนถัดไปเมื่อได้เห็นขนาดจริงๆของคลื่นอสูรเช่นนี้มันทำให้พวกเขาอดคิดไม่ได้ว่าสิ่งมีชีวิตแบบไหนที่รอคอยเขาอยู่ในห้องด้านหน้า
เมื่อคลื่นอสูรลูกใหญ่ปะทะเข้ากับโล่ของอาเรียโล่ของเธอในปัจจุบันเต็มไปด้วยเสียงเสียดสีของอสูรบินตัวเล็กๆที่พุ่งใส่โล่ไฟพวกมันส่วนใหญ่ตายในทันทีที่ปะทะอย่างไรก็ตามพวกมันก็ยังพุ่งเข้าชนอย่างไม่คิดชีวิตเพราะจำนวนที่มหาศาลทำให้ภัยคุกคามมากขื้นทุกครั้งที่เกิดการปะทะ
อาเรียค่อยลดเส้นผ่านศูนย์กลางโล่ของเธอลงและดูเหมือนความหนาของโล่เธอจะเพิ่มขึ้นทีละน้อยไม่เพียงเท่านั้นแต่ยังดูเหมือนว่าโล่ของเธอนั้นจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากจนแทบจะดูเป็ไปไม่ได้สำหรับอสูรตัวน้อยเหล่านี้ที่จะโจมตีทะลวงผ่านมาได้
เธอเรียนรู้เทคนิคนี้มาจากอาจารย์ของเธอโดยปกติแล้วผู้คนมักจะใช้เทคนิคดังกล่าวเพื่อประหยัดพลังเวท อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ของมันนอกจากจะช่วยประหยัดพลังเวทแล้วมันยังสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้มากขึ้นอีกด้วย
ด้วยเทคนิคเดียวกันกับการสร้างสะพานให้โค้งเพื่อให้อนุภาคที่อยู่ใกล้เคียงกันบางส่วนช่วยในการรับแรงทำให้สามารถรับแรงได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับรูปทรงแบบราบเรียบการลดขนาดของรัศมีของทรงกลมลง มันจะทำให้พื้นที่ของทรงกลมนั้นเป็ทรงกลมมากขึ้นหากนึกภาพไม่ออกให้จินตนาการถึงพื้นโลกที่เราแทบจะมองว่ามันราบเรียบแต่ที่มันเป็เช่นนั้นเพราะขนาดที่ใหญ่เกินไป หากรัศมีเล็กลงเหลือเท่าขนาดหนึ่งกำมือเราก็จะรู้สึกถึงความโค้งมนของผิวทรงกลมได้อย่างชัดเจนอาเรียในปัจจุบันก็ใช้เทคนิคเช่นเดียวกันและเธอยังคงใส่พลังเวทลงไปเท่าเดิมนั่นทำให้โล่ไฟของเธอหนาขึ้นกว่าเดิม
ยาวนานกว่าทุกครั้งคลื่นอสูรลูกดังกล่าวคงอยู่เกือบห้านาทีก่อนที่จะเคลื่อนที่ผ่านพวกเขาไปทั้งหมดโชคดีที่มันไม่นานไปกว่านั้นเพราะหากนานเกินไประยะเวลาสำหรับการกำจัดบอสของดันเจี้ยนอาจจะไม่เพียงพอตอนนี้สแลชเดาว่าบอสนั้นอาจจะเป็สาเหตุของคลื่นอสูรอย่างไรก็ตามเขาไม่ได้คิดว่าบอสสามารถที่จะควบคุมหรือเรียกคลื่นอสูรได้ตามใจนึกเพราะ่เวลาที่แน่นอนเกินไปของคลื่นอสูรพวกนี้มันเหมือนกับเวลาที่ถูกกำหนดไว้เขาไม่แน่ใจว่าทำไมกำหนดเวลาถึงเปลี่ยนไปอาจเกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่างต่อบอสของดันเจี้ยนมันอาจจะแข็งแกร่งขึ้นทำให้คลื่นอสูรออกมาบ่อยขึ้น หรือมันอาจจะอ่อนแอลงเขาทำได้เพียงคาดเดาเท่านั้น แต่มันไม่ใช่ความ้าของบอสที่อยากเปลี่ยนเวลาแน่นอนนั่นคือสิ่งที่เขามั่นใจ
ทีมของเขาเดินทางมาถึงดันเจี้ยนนี้ใน่ดึกใกล้รุ่งสางและครั้งนี้ก็เป็ครั้งที่สองของการเกิดคลื่นอสูรดังนั้น่เวลาในปัจจุบันจึงเช้าแล้วและมีแสงแดดส่องเข้ามาในโซนนี้หากพิจารณาถึงเื่ดังกล่าวพวกเขาก็ได้เห็นคลื่นอสูรมาตลอดคืนดังนั้นจึงไม่ยากเกินไปที่จะสามารถบอกได้ว่าคลื่นอสูรดังกล่าวปล่อยออกมาในทุกๆชั่วโมงจริงๆแม้เขาจะยังไม่เคยพบในตอนกลางวันก็ตามแต่เพื่อนของเขาที่เป็สารถีก็เดินทางผ่านโซนดังกล่าวทั้งตอนกลางวันและกลางคืนและก็ยืนยัน่เวลาหนึ่งชั่วโมงเช่นกันมันไม่ใช่กิจวัตรแต่เป็กำหนดเวลาที่แน่นอนดังนั้นจึงทำให้เขามั่นใจเกี่ยวกับบอสว่ามันไม่ใช่ตัวตนที่สามารถควบคุมคลื่นอสูรได้
“เธอจะเก็บหินิญญาไฟก่อนมั้ย??”สแลชหันไปหาอาเรียเธอคอยเฝ้าดูการต่อสู้ของพวกเขากับเดธไนท์ตลอดเวลาทำให้เธอไม่มีเวลาไปเก็บหินิญญาไฟที่เธอ้าไม่เพียงเท่านั้น ท้ายที่สุดเธอก็ยังต้องเป็คนจัดการกับศัตรูที่เหลืออยู่ดีเขาจึงอดไม่ได้ที่จะสมเพศตัวเองเล็กน้อยแน่นอนว่าอีกสองคนก็มีความรู้สึกใกล้เคียงกัน
“มันจะหายไปหลังจากที่ปราบบอสเลยหรือเปล่าคะ??”อาเรียถาม
“ไม่..เดิมทีมันเป็ของที่มีในธรรมชาติที่นี่อยู่แล้ว” สแลชให้คำตอบ
“งั้นเราไปกันต่อเลยก็ได้ค่ะเดี๋ยวค่อยกลับมาเก็บตอนเสร็จแล้วก็ได้”เพราะเธอเองก็อยากจะเห็นการต่อสู้ของคนอื่นๆมากขึ้นทำให้เธอเลือกที่จะรีบไปที่โซนถัดไปเวลาที่เธอได้เห็นผู้คนมีความมุ่งมั่นและกระหายในชัยชนะมันทำให้เธอรู้สึกฮึกเหิมและเอาชนะปมที่อยู่ในใจของตัวเองได้
อย่างไรก็ตามการตัดสินใจเช่นนั้นก็เป็ผลดีกับสแลชและคนอื่นๆอย่างน้อยก็ในมุมมองของสแลชเพราะเขา้าปราบบอสให้เร็วที่สุดเพราะมันยังมีความเป็ไปได้ที่ครั้งถัดไปของคลื่นอสูรอาจจะเกิดขึ้นระหว่างการต่อสู้และมันหมายถึงหายนะหากเป็เช่นนั้น พวกเขาจะไม่สามารถเตรียมการได้ทันจะต้องมีคนได้รับาเ็เป็อย่างน้อยหรือในกรณีที่แย่กว่าอาจถึงขั้นมีคนเสียชีวิตนั่นคือสิ่งที่สิ่งที่สแลชประเมินหากพวกเขากำจัดบอสได้ช้าเกินไป นั่นทำให้เขารู้สึกชื่นชมอาเรียอย่างมากกับการตัดสินใจที่รอบคอบของเธอ
“เอาล่ะงั้นพวกเราควรจะผ่านเข้าไปได้แล้ว” สแลชกล่าว
หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มเดินเข้าสู่โซนถัดไปโซนนี้เป็โซนที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต หากพิจารณาจากทางเข้าโซนนี้ก็ดูหรูหราเป็พิเศษ หลังจากผ่าน มันเป็โถงทางเดินยาวและกว้างกว่าสี่เมตรถูกก่อด้วยอิฐหินอย่างดีมีเสาหินขนาดใหญ่ที่ตั้งอย่างเป็ระเบียบในสองข้างทางของทางเดิน
มันคือโถงทางเดินสู่ห้องบัลลังก์นั่นเองพวกเขาเห็นห้องบัลลังก์รางๆอยู่ห่างออกไปราวยี่สิบเมตรอย่างไรก็ตามในปัจจุบันดูเหมือนว่าประตูขนาดใหญ่ของห้องบัลลังก์นั้นแง้มไว้เพียงครึ่งเดียวและค่อยๆปิดลงเรื่อยๆ
“ประตูกำลังจะปิดรีบไป!!” สแลชะโบอกทุกคนเขาคว้าตัวอาเรียที่เคลื่อนที่ช้าที่สุดในกลุ่มแล้วพุ่งเข้าห้องบัลลังก์ทันทีพวกเขาผ่านเข้ามาได้แบบฉิวเฉียด เมื่อพวกเขาเข้ามาประตูเหล็กขนาดั์ด้านหลังก็ปิดลงส่งเสียงอึกทึกคึกโครม
ทั้งหมดหันกลับไปดูที่ด้านหลังทันทีที่ประตูปิดประตูเหล็กบานใหญ่ในตอนนี้ถูกปิดสนิทแต่ด้านในของประตูนั้นเต็มไปด้วยร่อยรอยแห่งการทำลายล้างยากที่จะบอกได้ว่ามันเป็ร่องรอยของอะไรเพราะสิ่งมีชีวิตที่น่าจะเป็บอสของดันเจี้ยนแห่งนี้พวกเขาก็ได้พบมันแล้วในปัจจุบันและดูเหมือนว่ามันจะไม่สามารถแม้แต่จะส่งพลังบางๆๆมาถึงประตูได้ด้วยซ้ำ
ความจริงต้องบอกว่ามันไม่มีความจำเป็ใดๆเลยที่จะส่งพลังออกมาถึงประตูและทุกคนสามารถเดาเื่นี้ได้เนื่องจากว่าบอสในปัจจุบันนั้นมีลักษณะคล้ายชายชราที่ถูกล่ามด้วยโซ่ขนาดใหญ่เขาควรจะเสียแรงไปกับการปลดโซ่ที่ข้อมือข้อเท้ามากกว่าที่จะมาเสียแรงกับประตูที่อยู่ห่างออกไปเกือบยี่สิบเมตร
บอสที่อยู่ในรูปลักษณ์ของชายชรานั้นปัจจุบันเขานั่งอยู่ด้านหน้าบัลลังคล้ายกับผู้พิทักษ์แตกต่างกันเพียงศักดิ์ศรีและลักษณะการนั่งของเขานั้นดูแตกต่างจากผู้พิทักษ์เป็อย่างมากเขานั่งคุกเข่าและถูกตรึงด้วยโซ่ขนาดใหญ่ที่มือทั้งสองข้างและที่ข้อเท้าทั้งสองข้างก็ถูกล่ามด้วยโซ่เส้นใหญ่เช่นกันความจริงสภาพของเขาน่าสมเพชเกินกว่าจะเป็บอส
ทุกคนมุ่งหน้าเข้าไปเพื่อที่จะสำรวจด้านในและจัดการกับบอสอย่างไรก็ตามในตอนนั้นเองที่สแลชััได้ถึงอันตรายบางอย่างและก่อนที่พวกอาเรียจะทันได้ตอบสนองมือของสแลชก็ผลักพวกเธอกลับไปด้านหลังแล้ว
ชั่วพริบตาแขนหนึ่งข้างของสแลชที่ผลักอาเรียกลับมาก็ถูกตัดออกด้วยเคียวขนาดใหญ่ทุกคนไม่สามารถตั้งตัวได้ทันกับสิ่งนี้ สแลชรีบกระโจนถอยหลังเข้าไปลึกในห้องบอสทันทีที่อสูรในผ้าคลุมสีดำปรากฏตัวเขารีบกินยาห้ามเืและกัดฟันปฐมพยาบาลตัวเองอย่างเร่งรีบ เขารู้ตัวว่าเขาติดกับ
แม้ปฏิกิริยาของเขาจะรวดเร็ว แต่มันยังคงช้าไปเล็กน้อยและเคียวนั่นก็โดนบางส่วนของแขนอาเรียเช่นกันอย่างไรก็ตามเธอนั้นไม่มีปัญหาอะไรเลยเขาจึงคิดว่าอสูรในผ้าคลุมนั้นได้หลอกเขาเพื่อแยกพวกเขาออกจากกันแต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คืออสูรดังกล่าวก็ประหลาดใจไม่แพ้กันกับเขาที่เด็กหญิงไม่ได้รับผลกระทบใดๆเลย
อาเรียกางโล่เวทโปร่งแสงรอบตัวทันทีที่เื่นี้เกิดขึ้นเธอเข้าใจว่าอสูรดังกล่าวนั้นไมได้เป็ภัยคุกคามกับเธอเลยด้วยเหตุผลสองข้อ ข้อแรกเธอไม่รู้สึกถึงอันตรายจากมัน สัญชาตญาณของเธอยังคงเฉียบคมเสมอแต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกถึงอันตรายจริงๆ
ข้อสองเธอรู้ว่ามันเป็เพียงร่างเวทมนตร์ที่ถูกสร้างขึ้น เพราะเมื่อเคียวัักับเธอพลังเวทบางส่วนถูกดูดเข้ามาในแกนเวทของเธอแต่ที่เธอต้องกางโล่เวททันทีเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันคนอื่นที่อยู่ใกล้กับเธอ
สักพักเหล่าอสูรบินตัวเล็กๆก็ปรากฏตัวออกมาจากตามซอกหลืบของกำแพงของห้องบัลลังและมันก็หมุนวนราวกับพายุโดยมีชายชราที่นังอยู่ตรงกลางของห้องเป็จุดศูนย์กลาง กวาดผ่านจุดที่อาเรียและคนอื่นๆอยู่
“เธอคงสภาพโล่เวทของเธอได้นานขนาดไหนอาเรีย!!” สแลชะโถามหลังจากที่ฝูงอสูรบินปกคลุมตำแหน่งของอาเรียจนหมด
“ทั้งวันก็น่าจะไหวค่ะ..”เสียงอาเรียดังลอดผ่านมาเบาๆ จากเสียงหึ่งๆของคลื่นอสูร ดังนั้นตอนนี้ปัญหาที่ควรจะกังวลในปัจจุบันไม่ใช่เด็กๆแต่เป็ตัวเขาเองดูเหมือนว่าการคาดการก่อนหน้าของเขาจะถูกต้องว่าบอสนั้นไม่ได้ควบคุมคลื่นอสูรเพราะดูเหมือนว่าอสูรในผ้าคลุมก็กังวลกับคลื่นอสูรและถอยออกมาเช่นกัน
“จอมปราชญ์ั..ยังไม่ตายแม้จะถูกขังในพื้นที่ของเวทปราบั??”สแลชกล่าวกับชายชราที่อยู่ด้านข้าง
“ผ่านไปกว่ายี่สิบปีแต่ดูเหมือนว่าทุกคนที่เข้ามาจะยังจำข้าได้ช่างน่าทึ่งจริงๆ” อสูรสีดำกล่าวตอบสแลชแทนเขารอดจากเวทปราบัมาได้เพราะตัวเขาเองก็เป็ถึงผู้ใช้เวทในระดับจอมปราชญ์หากเป็ัตัวอื่นๆคงตายไปนานแล้ว
“ทุกคนที่เข้ามา???”สแลชกล่าวด้วยความสงสัย
“ถูกต้องก่อนหน้านี้มีคนเข้ามาที่นี่ 3 คน หนึ่งคนนั้นตายอย่างง่ายดาย และมีคนนึงรอดกลับออกไปได้ด้วยรู้สึกจะเป็นักเวทย์ที่อันตรายเอาเื่ แม้แต่ตอนที่ข้ายังสภาพสมบูรณ์ก็ยังยากที่เอาชนะเขาได้คิดว่างั้นนะส่วนอีกคนนั้นเป็จอมปราชญ์ที่น่ากลัวพลังเวทของเขาเป็สิ่งที่ข้าหวาดกลัว จนข้าต้องหลบซ่อนเหมือนหนูตอนที่เ้านั่นเข้ามาที่นี่”อสูรในผ้าคลุมตอบดูเหมือนว่าเขาไม่ได้มีความตั้งใจจะโจมตีสแลชต่อเลยอย่างไรก็ตามสแลชก็ยังคงระมัดระวังในตอนที่พูดกับเขาในปัจจุบันสแลชพอจะเดาได้คร่าวๆใครคือคนที่จอมปราชญ์ักล่าวถึงเขามั่นใจว่านักเวทย์ที่จอมปราชญ์ัพูดถึงคืออาคอน ส่วนคนที่ตายก็ควรจะเป็อดีตอันดับหนึ่งของนักล่าระดับA ที่แอบเข้ามา เขาไม่มั่นใจว่าจอมปราชญ์ที่ัตัวนี้กล่าวถึงคือใครเพราะในมาโทรเดียนั้นไม่ได้มีจอมปราชญ์มานานมากแล้ว ความจริงปราชญ์ัควรจะเป็คนจอมปราชญ์คนล่าสุดของมาโทนเดีย
“ไม่ต้องกังวลไปข้าจะไม่โจมตีเ้าข้าทำข้อตกลงกับนักเวทคนนั้นเอาไว้ว่าข้าจะช่วยให้เ้าได้รับสุดยอดพลังที่ตกค้างอยู่ที่นี่ข้าเหลือเวลาอีกไม่มากทำให้ข้าต้องยอมรับข้อตกลงดังกล่าวของเ้าหนูนักเวทนั่น”ปราชญ์ักล่าว
“แล้วมั่นใจได้ไงว่าเป็ข้า..??”สแลชถามเพราะเขาคิดว่าคนที่อาคอน้าจะมอบพลังให้ควรเป็อาเรียศิษย์ของเขา
“เพราะเ้ามีกลิ่นพลังเวทของเขานั่นคือสิ่งที่เราตกลงกันไว้เืของชายที่มีพลังเวทของเขาฝังอยู่จะเป็กุญแจปลดคำสาป”
“ข้าจะเชื่อใจเ้าได้ยังไง”สแลชกล่าว
“เ้าอาจจะไว้ใจข้าไม่ได้แต่เ้าไม่สามารถไว้ใจชายคนนั้นได้งั้นเหรอเ้าไม่ได้ถูกเขาส่งมาที่นี่??”ปราชญ์ักล่าวเพื่อตอบข้อสงสัยของสแลชหากคิดย้อนกลับจากที่โรบุสบอกนี่คือภารกิจที่เจาะจงว่าต้องเป็เขาเท่านั้นถึงจะสามารถรับได้ดังนั้นมันเป็ภารกิจที่กำหนดที่เขาั้แ่ต้นดังนั้นคำพูดของปราชญ์ัจึงมีความน่าเชือถือมากขึ้นเล็กน้อยแต่มันก็ยังยากที่จะตัดสินใจสำหรับสแลช
ปัจจุบันคลื่นอสูรที่ไหลวนอยู่ในห้องนั้นก็ตีวงแคบลงมาเรื่อยๆเสียงของอสูรที่บินรอบๆนี้ดังมากจนทำให้การสนทนาดังกล่าวมีเพียงเขาและปราชญ์ัเท่านั้นที่ได้ยินและเขาพอจะเดาฉากสุดท้ายที่เป็จุดเริ่มต้นของเสียงโหยหวยของอสูรได้เช่นกันมีความเป็ไปได้สูงว่าคลื่นอสูรนี้จะมีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับอาคอน
“คลื่นอสูรนี่ถูกสร้างขึ้นโดยจอมปราชญ์ที่มาที่นี่เป็คนแรกมันกัดกินจิติญญาของข้าและดูเหมือนจะเป็เพราะคลื่นอสูรนี่จึงทำให้เ้านักเวทย์นั่นต้องเข้ามาหาข้า”ปราชญ์ัเหมือนจะรู้ว่าสแลชยังคงมีความสงสัยในบางอย่างจึงเริ่มอธิบาย “อย่างที่เ้าได้เห็นมันโผล่มาถี่ขึ้นและข้ากำลังจะตาย เวลาของข้าเหลือน้อยแล้วแขนของเ้ามันจะกลับมาเป็ปกติหลังจากที่เ้าได้รับพลัง”
“ถ้าข้าตกลงข้าจะมั่นใจได้ยังไงว่าคลื่นอสูรพวกนี้จะไม่สังหารข้าในภายหลังท่านจะรอดออกไปส่วนข้าจะตาย” แม้เวลาเหลือน้อยแต่สแลชยังคงเป็กังวลกับสิ่งต่างๆคลื่นอสูรนั้นบีบเข้ามาเรื่อยๆแต่เหมือนว่าสแลชจะลืมบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญไป
*CRACK..*
ใช่แล้วปราชญ์ันั้นกล่าวไปั้แ่ต้นว่าเขาแค่้าเืและเืของสแลชก็ไหลท่วมไปั้แ่ตอนแรกที่พวกเขาเข้ามาแล้วปราชญ์ัเลือกที่จะลงมือก่อนและอธิบายทีหลังเพราะเขาเข้าใจดีว่าปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้นและในตอนนี้โซ่ที่ตรึงชายชราก็เริ่มจะถูกคลายออก
แขนขวาของแสลชที่ถูกตัดขาดตอนนี้ก็เต็มไปด้วยอักขระสีดำและมันก็ลอยเข้าไปหาสแลชและเริ่มเชื่อมต่อนี่คืองานวิจัยที่อาคอนพบแต่ไม่ได้รายงานมาที่สมาคมเขาทราบวิธีที่จะทำให้ได้รับพลังของคำสาปัแต่เขาก็ไม่ได้บอกเื่ดังกล่าวกับทางสมาคมเขาเป็เช่นนี้เสมอ ไม่ไว้ใจใครแม้แต่สมาคม เื่ของอาเรียที่มีความเกี่ยวข้องกับmad alchemist เองก็ถูกปิดบังจากสมาคมเช่นกัน
มันเป็สุดยอดพลังที่เหนือจินตนาการแน่นอนสำหรับคำสาปของเวทปราบัที่เหลือทิ้งไว้โดยจอมเวทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างนักบุญดับตะวันมันจะเป็พลังที่สำคัญอย่างมากสำหรับการต่อต้านกองทัพัอย่างไรก็ตามเขาก็ยังคงเลือกที่จะปิดบังเื่นี้
*CLANK!!!*
ในที่สุดโซ่ตรวนที่ผูกมัดชายชรามานานแสนนานก็ถูกทำลายเขาลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความยินดีก่อนที่จะหันไปหาสแลชและกล่าว“น่าเสียดายที่การรวมตัวกันของเ้ากับคำสาปันั้นช้าเกินไปถ้ามันเร็วกว่านี้ข้าคงยอมทำตามสัญญากับนักเวทหนุ่มนั่น เ้าที่ได้รับคำสาปัจะเป็ภัยคุกคามต่อข้าดังนั้นข้าไม่อาจปล่อยเ้ารอดไปได้”เขากล่าว จากนั้นก็ร่ายเวทมนตร์เอกลักษณ์ของเขาดาบยาวสีดำก็ปรากฏออกมาในมือและชายชราก็พุ่งเข้าไปโจมตีสแลช
ทันใดนั้นเองสายโซ่ผนึกสีดำก็พุ่งออกมาจากสแลชนี่คือกลิ่นอายที่จอมปราชญ์ัััได้จากสแลช กลิ่นอายที่อาคอนทิ้งไว้สายโซ่สีดำพุ่งเข้าใส่ชายชรามันราวกับโซ่ล่องหนที่ทะลวงผ่านทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างง่ายดายมันชอนไชไปตามร่างของชายชราจากนั้นก็กัดกินร่างของชายชราจนเืท่วมตัวของเขาและทำให้เขาขยับไม่ได้
ในทำนองเดียวกันดูเหมือนว่าปราชญ์ันั้นจะพูดความจริงเกี่ยวกับเื่ที่เขาพูดไปก่อนหน้าแขนขวาของสแลชในตอนนี้หลอมรวมเข้ากับคำสาปัเรียบร้อยแล้วและาแทั้งหมดก็ได้รับการรักษา
“รู้รึยังว่าทำไมข้าถึงไม่เคยเชื่อถือคำพูดของเ้า..เ้าอาจจะอยู่ในนี้นานเกินไปจนไม่เคยได้ยินชื่อเสียงด้านนี้ของนักเวทที่เ้ากล่าวถึงเขาคืออาคอนและเขาไม่ใช่คนประเภทที่จะเ้าควรจะไว้ใจ”สแลชกล่าวจากนั้นจึงใช้คำสาปัที่พึ่งจะได้รับมาหมาดๆในการลงมือสังหารปราชญ์ั
คำสาปักัดกินทุกส่วนของร่างกายปราชญ์ัดูเหมือนว่ามันจะทรงพลังขึ้นเมื่อมีคนคอยควบคุมและไม่นานร่างกายของปราชญ์ัก็สลายไปหมดเหลือแต่เพียงผนึกสีดำที่อาคอนใส่ไว้ในตัวเขาั้แ่ต้นที่ตอนนี้เกาะกุมแสงสีหม่นบางอย่างอยู่ตรงกลาง มันค่อยๆกลั่นแสงสีหม่นอย่างช้าๆจนในที่สุดมันกลายเป็แหวนคล้ายกับัที่ขดรวมกันเป็วงและพุ่งเข้าหาอาเรีย
ในตอนนี้อาเรียรู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่พุ่งมาหาตนและพยายามจะต่อต้านอย่างไรก็ตามคลื่นพลังเวทที่ยิ่งใหญ่ของอาจารย์เธอก็ะเิขึ้นมันดึงวงแหวนดังกล่าวเข้ามาหาเธอและทำลายคลื่นอสูรรอบๆทั้งหมดดูเหมือนว่าเธอและสแลชจะได้รับของขวัญคนละชิ้นจากการผจญภัยในครั้งนี้