จือเหยารู้สึกขัดใจเป็อย่างยิงนางกำลังจะให้หลิวอี้รักษาให้กับนางก็ถูกคนมาขัดขวางเอาไว้อีก ตอนนี้นางแทบจะอยากออกไปสังหารคนพวกนั้นแต่ก็ทำไม่ได้เพราะหากว่านางจะใช้พลังอีกรอบนางจะาเ็มากกว่าเดิม
“ข้าคิดว่าวันนี้ข้ากลับไปพักก่อนจะดีกว่า ข้ารู้สึกว่าแขกของท่านจะเยอะมาก จึงไม่อยากที่จะอยู่รบกวน”
“หากว่าท่านออกไปตอนนี้ท่านคิดว่าท่านจะหนีพ้นงั้นหรอ พวกเขาทั้งสองคนมีพลังระดับจอมยุทธขั้นสูงถึงสองคน”
“ก็ไม่แน่”
จือเหยาลุกขึ้นไปนั่งที่ตักของอี้หยางและนำมือของเขามากอดรอบเอวนางเอาไว้
“นี่เ้าจะทำอะไร”
“ท่านจะทิ้งข้าได้ลงรึ เพราะตอนนี้ข้าเป็ผู้หญิงของท่านแล้ว”
“เ้ามาเป็ผู้หญิงของข้าั้แ่ตอนไหน”
“ก็ตอนที่ท่านขย่ำหน้าอกของข้ายังไงละหรือท่านจะพูดว่าท่านไม่ได้ทำ”
หลิวอี้พูดไม่ออก
“เ้าจะเอายังไง”
“ท่านก็รู้ว่าข้าใช้พลังไม่ได้ แต่ท่านก็ยังจะหนีข้าไป”
“ได้ๆ ข้าจะไม่หนีเ้า แต่ตอนนี้เ้าช่วยไปนั่งที่อื่นก่อนจะได้หรือไม่”
“ไม่ข้าจะนั่งตรงนี้เผื่อท่านคิดจะหนีข้าไปอีก”
หลิวอี้ได้แต่ทำใจ ในเมื่อนางอยากจะให้เขากอดเขาก็จะทำมากกว่ากอด มือของเขาเริ่มที่จะอยู่ไม่เป็ที่เลื่อนไปตามร่างกายของนาง
จือเหยาเห็นท่าไม่ดีจึงจับมือของเขาเอาไว้ทั้งสองข้าง
“ท่านหยุดแกล้งข้าก่อนจะได้หรือไม่ ช่วยจัดการคนที่อยู่ด้านนอกก่อน”
“เ้าจะให้จัดการพวกเขายังไง”
“ข้าก็ไม่รู้”
“ให้ข้าสังหารพวกเขาดีหรือไม่จากนั้นก็บอกว่าเ้าเป็คนทำเพราะยังไงองค์จักรพรรดิคงจะไม่กล้าทำอะไรท่าน”
“นี่ท่านบ้าไปแล้วรึ การสังหารคนภายในเมืองหลวงมันคือข้อห้ามและเป็กฎของทุกทวีป ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถแหกกฎได้”
“แล้วเ้าจะเอายังไง”
“ท่านเพียงแค่ทำให้พวกเขาาเ็และไล่พวกเขาไปก็พอ”
“จัดให้”
หลิวอี้ยกมือข้างขวาของเขาขึ้นมาและเริ่มวาดมือเป็รูปกระบี่ กระบี่ที่เกิดจากการใช้พลังปราณก็ปรากฎออกมา จากนั้นมันก็ลอยไปยังทิศทางที่ทั้งสองจอมยุทธกำลังยืนอยู่
ทั้งสองเห็นกระบี่พลังปราณพุ่งเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว ทั้งสองจึงทำการใช้พลังปราณสร้างโล่ป้องกัน
กระบี่พลังปราณที่หลิวอี้สร้างขึ้นมาปะทะกับโล่ป้องกันที่สองจอมยุทธช่วยกันสร้างขึ้น พลังทั้งสองสายปะทะกัน พลังของโล่สลายหายไปหลังจากที่ปะทะกับพลังกระบี่ ทั้งสองจอมยุทธกระเด็นออกไปคนละทิศละทางจากนั้นก็กระอักเืออกมา พวกเขาลุกขึ้นมาประคองกันและกันหลบหนีไป จากนั้นปราณกระบี่จึงสลายหายไป
จือเหยาที่นั่งอยู่บนตักของหลิวอี้นางเห็นทุกอย่าง นางถึงกับเอามือปิดปากของนางเอาไว้เพราะนางไม่อยากจะเชื่อสายตาของนาง
“พวกเขาไปแล้ว ข้าไปได้หรือยัง”
จือเหยาได้สิติจากคำพูดของหลิวอี้
“ท่านทำแบบนั้นได้ยังไง”
“ทำแบบไหน”
“ก็ท่านสามารถสร้างกระบี่จากปราณของตัวท่านเองได้”นางก็ฝึกฝนวิชากระบี่เหมือนกันแต่นางก็ไม่สามารถสร้างกระบี่จากปราณของนางได้
“ข้าบอกกับเ้าไม่ได้”
“หากว่าข้ากราบท่านเป็อาจารย์ท่านจะยอมสอนข้าได้หรือไม่”
“ข้าไม่รับลูกศิษย์ เ้าเลิกพูดจาไร้สาระได้แล้วและลงไปจากตัวข้า”
“ท่านจะรักษาให้ข้าตอนไหน”
“วันพรุ้งนี้ข้าจะมาพบกับเ้าเวลาเดิม เ้าให้คนเตรียมอาหารรอข้าด้วย”
“เ้าค่ะ”
หลิวอี้ออกจากเรือนของนางไปที่เขาต้องรีบกลับไปเป็เพราะว่าเขาไม่อยากจะให้คนที่จวนสงสัยและวันนี้เขาอยากจะไปสืบหาห้องของเย่หลิงผู้เป็ที่เป็พี่สาวของเย่เอ๋อ หลิวอี้เขาคิดที่จะสั่งสอนพวกตระกูลเย่ที่ดูถูกเขา เขาจึง้าที่จะแก้แค้นเย่หลิง เพราะว่าเขายังหาที่อยู่ของเย่เอ๋อไม่เจอ
หลิวอี้ลอยตัวไปตามหลังคาเพื่อตามหาห้องของเย่หลิง ในที่สุดเขาก็พบเจอเป้าหมาย เขารอคอยจังหวะอยู่บนหลังคา
เย่หลิงตอนนี้กำลังนั่งฝึกฝนพลังปราณ ตอนนี้พลังของนางอยู่ในระดับนักรบขั้นสูง อีกเพียงก้าวเดียวพลังของนางก็จะไปยังระดับใหม่ ความจริงที่นางต้องรีบฝึกฝนเป็เพราะว่าน้องสาวของนางกำลังจะนำหน้านางไป พวกนางทั้งสองคนต่างก็แข่งขันกันมาั้แ่ยังเด็ก เย่หลิงจะฝึกฝนทางด้านพลังฝีมือ ส่วนเย่เอ๋อจะฝึกฝนทางด้านการปรุงโอสถ
หลิวอี้เห็นว่าได้เวลาเขาหยิบผงขาวขึ้นมาจากนั้นเขาก็ใช้พลังปราณเผาไหม้ผงขาวจนกลายเป็ควันและบังคับให้มันลอยเข้าไปที่ห้องของเย่หลิง
เย่หลิงที่นั่งอยู่ภายในห้องหลังจากที่นางได้สูดดมควันของผงสีขาวโดยไม่รู้ตัว ร่างกายของนางก็เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ
“โดนผงปลุกอารมณ์ที่ข้าปรุงขึ้นมา เ้าไม่มีทางรอดแน่นอน ไม่ได้เข้าหอกับน้องก็เข้ากับพี่แทนก็แล้วกัน”
อี้หยางที่นั่งอยู่บนหลังคาพูดและยิ้มขึ้นมาด้วยความชั่วร้าย