ความเงียบระหว่างสองชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูยาวนานจนรู้สึกอึดอัดนัทได้แต่ยืนมองร่างสูงโปร่งตรงหน้าอย่างประหม่าไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นบทสนทนาอย่างไร หรือควรจะทำอะไรต่อไปดี
ในระหว่างนั้น แสงไฟสลัวจากระเบียงหน้าห้องได้ส่องให้เห็นใบหน้าคมคายของอีกฝ่ายชัดเจนขึ้นทำให้นัทอาศัยโอกาสนี้สำรวจใบหน้านั้นแล้วนำไปเปรียบเทียบกับภาพเบลอในวิดีโอคลิป
ชายคนนั้นถอนสายตาจากเ้าตัวเล็กที่นอนอยู่ข้างหลังนัทแววตาของเขาดูอ่อนโยนลงเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองนัทอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มนุ่มนวลที่มุมปาก
“ผมขอเข้าไปด้านในได้มั้ยครับ?”
ในตอนนั้นเองนัทก็รู้สึกเหมือนถูกดึงออกจากภวังค์
เขาเพิ่งตระหนักว่าตัวเองยืนขวางประตูอยู่และยังไม่ได้เชิญแขกที่เข้ามาข้างในเลย
ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นปราดขึ้นมาบนใบหน้านัทรีบหลีกทางและผายมือไปยังด้านในห้องอย่างเก้ๆ กังๆ
“เอ่อ… เข้ามาข้างในก่อนสิครับ”
เขากล่าวเสียงเบาด้วยความรู้สึกประหม่าที่ยังคงคุกรุ่นอยู่
ชายคนนั้นพยักหน้ารับอย่างสุภาพพร้อมกับรอยยิ้มที่ยังคงแต้มอยู่บนใบหน้า
เขาค่อยๆ ก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบท่าทางระมัดระวังราวกับกลัวจะรบกวนการพักผ่อนของเด็กน้อยที่หลับใหลอยู่บนเตียง
ห้องพักของนัทนั้นเรียบง่ายจนเกือบจะพูดได้ว่าว่างเปล่าไม่มีห้องแยก มีเพียงห้องโถงเปิดโล่งที่มีทั้งเตียงนอน ตู้เย็น เครื่องซักผ้าเตาไฟฟ้า และโต๊ะไม้ตัวเล็กๆ เอาไว้สำหรับรับประทานอาหารสำหรับคนสองคนเท่านั้น
มันไม่ใช่ห้องพักที่ใหญ่โตหรูหราอะไรแต่ก็เป็พื้นที่ส่วนตัวที่อบอุ่นและเพียงพอสำหรับเขาและลูกชาย
นัทสังเกตว่าชายคนนั้นกวาดสายตามองไปรอบๆห้องอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ออกมา
“เอ่อ... ดื่มเบียร์มั้ยครับ?”
นัทเอ่ยถามพลางทำท่าเดินไปยังตู้เย็นเก่าๆที่ตั้งอยู่มุมห้อง
“ครับ ถ้าไม่เป็การรบกวน”
ชายคนนั้นตอบรับด้วยรอยยิ้มอีกเช่นเคย
เขาเลือกนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับนัทมองสำรวจห้องด้วยสายตาที่ดูจะเก็บรายละเอียดทุกอย่างราวกับกำลังทำความเข้าใจตัวตนของนัทผ่านข้าวของเครื่องใช้ในห้องนี้
ก่อนจะหันกลับมามองนัทที่กำลังเดินเข้าหาตู้เย็นที่ตั้งอยู่ด้านหลังแววตาของเขาคมกริบจนนัทรู้สึกเหมือนถูกเปลือยเปล่าแม้ว่าจะมองไม่เห็นอะไรก็ตาม
ฝีเท้าของนัทค่อนข้างจะรวดเร็วเล็กน้อยราวกับ้าหาอะไรทำเพื่อหลีกเลี่ยงความเงียบ และสายตาของชายแปลกหน้า
ปัก!
เขาเปิดตู้เย็น หยิบเบียร์เย็นๆ มาสองกระป๋องมองสำรวจดูด้านในเผื่อจะมีขนมขบเคี้ยวอะไรติดตู้บ้าง แต่ก็ต้องถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อพบว่ามีเพียงเบียร์เท่านั้นที่พอจะนำออกมาต้อนรับแขกได้
“ตื่นเต้นเหรอครับ?”
ชายคนนั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะทำสีหน้าแตกตื่นเล็กน้อย
นัทเดินกลับมาแล้ววางกระป๋องเบียร์ไว้บนโต๊ะไม้พลางสำรวจการแต่งกายแนวไบค์เกอร์ด้วยชุดหนังสีดำซึ่งตัวเขาเองก็ชื่นชอบการแต่งตัวแนวนี้เช่นกัน
“เอ่อ… ผมลืมแนะนำตัวเลยผม ‘ดีน’ นะครับ”
เขาพูดพร้อมกับยื่นมือมาตรงหน้า นัทมองมือที่ยื่นมานั้นด้วยความลังเลเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะตัดสินใจยื่นมือไปจับ
“นัท…นัทครับ”
นัทตอบเสียงแ่เขาเหลือบมองมือของตัวเองที่ถูกมือของดีนกอบกุมเบาๆ
ัันั้นอบอุ่นและมั่นคงอย่างน่าประหลาดทำให้นัทรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูกความรู้สึกแปลกใหม่นี้ทำให้เขาใจเต้นแรงขึ้นไปอีกจนรู้สึกได้ถึงจังหวะที่เต้นผิดปกติ
นัทรีบถอนมือออก แล้วเปิดกระป๋องหนึ่งยื่นให้ดีนอย่างรวดเร็วแล้วเปิดอีกกระป๋องสำหรับตัวเอง
พวกเขานั่งลงตรงข้ามกันบนเก้าอี้ไม้มองหน้ากันด้วยความเขินอาย เหมือนหนุ่มสาวที่เพิ่งเริ่มเดทกันใหม่ๆ
“เอ่อ… ผมอายุ 29คาดว่าคงเด็กกว่า… ถ้างั้นผมขอเรียกว่าพี่นัทนะครับผมเห็นว่าในโปรไฟล์พี่ระบุเอาไว้ว่าอายุ 32”
“อ่า… เอางั้นก็ได้ครับผมสบายๆ”
นัทตอบกลับสั้นๆ
แม้ว่าดีนจะพยายามทำลายความเงียบด้วยการชวนนัทพูดคุยอีกเล็กน้อยทว่าความเงียบก็กลับเข้ามาปกคลุมห้องอีกครั้ง
มีเพียงเสียงลมหายใจแ่ๆของคนทั้งสองเท่านั้นที่ดังลอดออกมาในความเงียบนั้น
นัทรู้สึกอึดอัดแต่ก็ไม่กล้าที่จะเป็ฝ่ายทำลายความเงียบนี้ลงก่อนเขาเหลือบมองไปยังเบาะนอนของลูกชายที่ยังคงหลับใหลอย่างไม่รู้เื่ราวใดๆ
ในใจก็นึกถึงความรับผิดชอบที่มีต่อลูกแต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกอยากรู้อยากลองที่เกิดขึ้นในใจก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ
“เอ่อ… ก่อนหน้านี้ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้บอกชื่อพี่นัทไป”
ดีนเอ่ยขึ้นหลังจากยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มอึกใหญ่เขาลดกระป๋องลง ใช้หลังมือเช็ดริมฝีปาก มองนัทด้วยแววตาที่จริงจังแต่ก็ยังคงมีความกังวลเจืออยู่เล็กน้อย
“คือมีหลายครั้งที่มีคนทักเข้ามาหาเพราะแค่อยากรู้อยากเห็นว่าผมเป็ใคร...ก็เลยไม่อยากมีปัญหากับที่ทำงานน่ะครับ”
ดีนรีบคลายความสงสัยโดยทันทีหลังจากเห็นสายตาที่จ้องมองเข้ามา
“อ่อ เป็แบบนี้เอง”
นัทตอบพลางคลี่ยิ้มให้ดีนอย่างเข้าใจก่อนจะยกกระป๋องเบียร์สีทองในมือขึ้นดื่มอึกใหญ่เพื่อย้อมใจก่อนเริ่มเปิดประสบการณ์
ดีนหัวเราะในใจให้กับท่าทางประหม่าของนัทเล็กน้อย
แน่นอนว่าที่ผ่านมาเขาเคยเจออาการแบบนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนก็แน่ล่ะ เขามันเป็ ‘ไบรุก’ ที่ชื่นชอบเปิดประสบการณ์ให้กับเหล่าชายแท้ที่อยากลองอะไรใหม่ๆ
เมื่อเห็นความประหม่าของนัทค่อยๆคลายลงไปทีละน้อยตามฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป
ดีนก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างเงียบเชียบราวกับเกรงใจ เขาค่อยๆ ยกเก้าอี้ตัวนั้นขึ้นอย่างแ่เบา ไร้เสียงก่อนจะวางมันลงอีกครั้งอย่างนุ่มนวล ข้างๆ กับเก้าอี้ที่นัทนั่งอยู่
“ผมขอถอดเสื้อคลุมนะครับ อากาศร้อน…”
ดีนหันมายิ้มๆ แล้วค่อยๆ ถอดเสื้อหนังสีเข้มตัวนอกออกเผยให้เห็นเพียงเสื้อยืดสีดำเรียบง่ายที่แนบสนิทไปกับรูปร่างกำยำของเขา
เขาพาดเสื้อหนังอย่างประณีตบนพนักพิงของเก้าอี้ราวกับกลัวว่ามันจะยับก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมอีกครั้ง
ในตอนนี้ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงอย่างเห็นได้ชัด จนััได้ถึงไออุ่นจากอีกฝ่าย
นัทเริ่มสังเกตสัดส่วนร่างกายของดีนอย่างละเอียดั้แ่โครงหน้าคมสัน ลำคอยาวหนา ไปจนถึงแผ่นอกกว้างที่เห็นลางๆภายใต้เสื้อยืดสีดำตัวนั้น
ดีนเป็คนสูงโปร่ง มีกล้ามเนื้อที่ดูเป็มัดๆมองปราดเดียวก็รู้ว่าต้องเข้าฟิตเนสเป็ประจำซึ่งแตกต่างจากรูปร่างของนัทที่เป็คนสมส่วน ไม่สูงมากนักแต่ก็ถือว่ามีรูปร่างดีในแบบของตัวเอง
แต่เมื่อมาอยู่ข้างๆ ดีนแล้วนัทรู้สึกตัวเองดูเล็กลงไปถนัดตา ความแตกต่างนั้นกลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกด้อยลงแต่กลับกระตุ้นความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน
“่นี้งานยุ่งมั้ยครับ?”
ดีนเอ่ยถามเสียงนุ่ม พลางยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบเบาๆดวงตาคมมองนัทอย่างเป็มิตร
นัทหัวเราะเบาๆ ก่อนตอบ
“ก็เรื่อยๆ ครับ หลังจากโสดผมก็หันมาทำงานออนไลน์น่ะ… จะได้มีเวลาดูแลเ้าตัวเล็ก”
เขาหยุดคิดเล็กน้อย ก่อนตัดสินใจพูดต่อ
“ผมเขียนบทความพวกคอนเทนต์ลงเว็บไซต์น่ะครับรับงานอิสระไปเรื่อย แล้วก็่นี้ผมกำลังหัดทำโมเดลพวกกันดั้มด้วยครับเมื่อก่อนตอนเด็กๆ ชอบมาก เพิ่งมีเวลาได้กลับมาทำอีกครั้ง”
“อ๋อ น่าสนใจนะครับ”
ดีนตอบด้วยท่าทีที่เข้าใจการพูดคุยของเขานั้นไม่ใช่แค่ขอไปที แต่เขาดูใส่ใจกับคู่สนทนาเป็พิเศษซึ่งทำให้นัทเห็นถึงความใส่ใจของอีกฝ่าย
“ผมเองก็เป็ฟรีแลนซ์ นอกจากถ่ายคลิป… อย่างที่พี่เห็นแล้ว ผมก็ทำพวกกราฟิกดีไซน์ ผมไม่ค่อยมีเวลาทำอะไรเป็งานอดิเรกเท่าไหร่ส่วนใหญ่ก็หมดไปกับการทำงานหน้าคอมเสียมากกว่า”
นัทพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะยกกระป๋องเบียร์ในมือขึ้นดื่มบ้าง เพียงไม่นานเบียร์กระป๋องแรกก็หมดเกลี้ยงนัทจึงลุกขึ้นอีกครั้ง
“เดี๋ยวผมไปเอามาให้อีกกระป๋องนะครับ”
เขาเดินไปยังตู้เย็นเปิดหยิบเบียร์มาสองกระป๋องแล้วเดินกลับมานั่งที่เดิม พร้อมกับยื่นกระป๋องหนึ่งให้ดีน
ดีนรับไปพร้อมกับรอยยิ้ม
“ขอบคุณครับพี่นัท”
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เงียบไปครู่หนึ่งนัทรู้สึกถึงความเงียบที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างอึดอัดเล็กน้อยเขาไม่แน่ใจว่าจะชวนดีนคุยเื่อะไรต่อ
“พี่นัทเคยลองอะไรแบบนี้มาก่อนมั้ย?”
จู่ๆ ดีนก็โพล่งถามเื่แบบนั้นออกมาพลางยกยิ้มมุมปากสายตาของเขาจับจ้องมาที่นัทอย่างไม่ลดละ ราวกับ้าอ่านความคิดในหัวของเขา
“เอ่อ... ไม่… ไม่เคยครับ”
นัทตอบด้วยเสียงที่แ่เบาลงอย่างเห็นได้ชัดความอายและความประหม่าทำให้เขาต้องหลบสายตาของดีนเขาก้มลงมองกระป๋องเบียร์ในมือที่ถูกเปิดไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ยกขึ้นดื่ม
“ไม่ต้องกังวลนะครับผมรู้ดีว่าผู้ชายอย่างเราๆ ลึกๆ แล้วอาจมี่หนึ่งที่มีความอยากลอง แต่ก็ไม่รู้จะไปลองที่ไหน”
น้ำเสียงของดีนฟังดูนุ่มนวลและมั่นใจแต่ก็แฝงไปด้วยความหนักแน่นบางอย่าง เขาเอื้อมมือมาแตะที่มือของนัทเบาๆัันั้นทำให้ขนอ่อนบนแขนของนัทลุกชันขึ้นมาเล็กน้อย
ระหว่างนั้นพวกเขาคุยกันเื่ทั่วไปอีกครั้งอย่างออกรสไม่ว่าจะเป็เื่การออกกำลังกาย ทีมฟุตบอลที่ชื่นชอบหรือแม้กระทั่งเื่อาหารการกิน
จนกระทั่งบทสนทนาวกกลับมาสู่เื่บนเตียงอีกครั้ง
“อะไรนะ?”
“หลายเดือนมานี้พี่ไม่เคยมีเื่อย่างว่ากับใครจริงๆ เหรอครับ?”