หลังจากหวังเต๋อจู้กลับไปแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวกับเด็กๆ สามคนก็มองดูลูกหมูกับลูกไก่ที่อยู่ในคอก
"แม่คะ ถ้าหมูพวกนี้โตขึ้นแล้วพวกเราจะได้กินมันไหมคะ?" ฉินไห่เยว่ด้วยความไร้เดียงสา
ต่งเสี่ยวเสี่ยวลูบผมเธอเบาๆ"เราเลี้ยงลูกหมูพวกนี้ก็เพื่อเอาไว้กินในอนาคตนั่นแหละ"
สถานการณ์ในยุคนี้ยังไม่ดีเท่าที่ควรผู้คนส่วนใหญ่ยังคงหาเลี้ยงชีพด้วยการเลี้ยงสัตว์และเพาะปลูกพืชผล
แต่ที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวอยากเลี้ยงก็เพราะว่าอย่างน้อยตอนหน้าหนาวจะได้มีอะไรกิน
เธอให้หวังเต๋อจู้เลือกหมูตัวที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยถ้าขุนดีๆ พอถึงหน้าหนาวก็น่าจะหนักเกินร้อยกิโลกรัม
หมูหนึ่งตัวเท่านี้ก็น่าจะมีเนื้อกินตลอดฤดูหนาวแล้ว
หรือเอามาทำเป็นเนื้อเค็มตากแห้งเก็บไว้กินได้อีก
ปีหน้าจะได้ซื้อเนื้อน้อยลงนี่ถือเป็นหนึ่งในแผนที่เธอวางเอาไว้
"พรุ่งนี้แม่จะแยกพวกมันออกจากกันต่อไปนี้พวกลูกต้องช่วยกันให้อาหารไก่นะ"
เด็กๆ ทั้งสามคนตอบพร้อมกัน
ช่วงนี้พวกเขาเป็นคนหาหญ้ามาเลี้ยงลูกกระต่ายสองตัวตลอดจนพวกเขาชินกับการช่วยต่งเสี่ยวเสี่ยวทำงานบ้าน
"งั้นรีบไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ตื่นเช้าๆพวกเราจะได้ไปเก็บสมุนไพรกันก่อน"
ทุกๆ สองวันเธอจะต้องไปเก็บสมุนไพรพอเก็บมาแล้วก็ต้องแปรรูป แถมยังต้องทำยาเม็ดอีกต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงยุ่งหัวหมุนเลยทีเดียว!
ฉินไห่หยางเดินเข้ามาในบ้านต่งเสี่ยวเสี่ยวก็จับไหล่เขาเอาไว้เบาๆ "พรุ่งนี้เช้าตื่นเช้าหน่อยนะเดี๋ยวแม่จะสอนวิธีป้องกันตัวให้"
เธอรักษาสัญญาอยู่เสมอ
ฉินไห่หยางพยักหน้าเบาๆเขารู้ดีว่าต้องทำอะไร
เช้าวันรุ่งขึ้นต่งเสี่ยวเสี่ยวเพิ่งจะตื่นขึ้นมาได้ไม่นาน เธอออกไปเดินดูรอบๆ อยู่สักพักพอกลับมาเด็กๆ ทั้งสามคนก็ยืนรออยู่ในลานบ้านเรียบร้อยแล้ว
ฉินไห่เยว่ยังคงนอนหลับไม่เต็มอิ่มถึงจะยืนอยู่แต่เธอก็ยังหาวหวอดๆ หัวเล็กๆ โยกไปมา ถ้าใครมาเห็นก็คงจะอดขำไม่ได้
"พวกลูก..." ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะไปเก็บสมุนไพรเลยด้วยซ้ำ
"อิอิ" ฉินไห่เยว่วิ่งเข้ามาจับมือต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยรอยยิ้ม"พวกหนูได้ยินที่แม่คุยกับพี่ชายแล้วค่ะพวกหนูก็อยากเรียนการป้องกันตัวเหมือนกันค่ะ"
เมื่อคืนเธอกับเฉินเฉินได้บังเอิญไปได้ยินเข้าทั้งสองคนเลยรู้สึกสนใจขึ้นมา
พอฉินไห่หยางตื่นเช้าพวกเขาสองคนก็เลยลุกขึ้นมาด้วย
ถึงฉินไห่เยว่จะรู้สึกง่วงแทบตายเธอก็ไม่อยากจะยอมแพ้
ต่งเสี่ยวเสี่ยวได้แต่ยิ้มเอ็นดู"งั้นต่อไปก็ตื่นให้เช้ากว่านี้หน่อยจะได้ฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรงขึ้น"
ต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพวกเขาจะได้ไม่เสียเปรียบ
เด็กๆ ทั้งสามคนพยักหน้ารัวๆ
ฉินซู่ตื่นนานแล้ว ได้ยินเสียงดังจากข้างนอกมุมปากก็เผยรอยยิ้มอบอุ่นออกมา เขารู้สึกมีความสุขขึ้นมาก
ต่งเสี่ยวเสี่ยวดูแลเด็กๆทั้งสามคนได้ดีจริงๆ แถมยังดูแลเขาเป็นอย่างดีอีกด้วย
ถ้าสักวันขาของเขาหายเป็นปกติได้จริงๆเขาจะไม่ทำให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวผิดหวังอย่างแน่นอน
หลังจากฝึกกับเด็กๆ สามคนในลานบ้านได้สักพักพอพระอาทิตย์ขึ้น พวกเขาก็สะพายตะกร้าเล็กๆ ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร
พวกเขาเพิ่งขึ้นเขาได้ไม่นานป้าซิ่วฉินและคนอื่นๆ ก็ตามมาข้างหลัง
"พวกเราจะตามพวกเขาไปดูสักหน่อยว่าพวกเขาเก็บสมุนไพรอะไรกันพวกเราจะได้เก็บไปขายที่ตลาดบ้าง อย่างน้อยก็พอมีรายได้ จริงไหม?"
ทุกคนต่างก็รู้สึกคล้อยตาม พวกเขาจึงตามไป
ป้าซิ่วฉินชื่อจริงคือหวังซิ่วฉินปีนี้อายุสี่สิบแปด มีหลานชายอ้วนท้วนสองคน และมีลูกชายหนึ่งคนกับลูกสาวหนึ่งคนลูกสาวแต่งงานไปอยู่หมู่บ้านข้างๆ ชีวิตก็ถือว่าใช้ได้
แต่เธอได้ลูกสะใภ้ที่มีนิสัยไม่ค่อยดีนักเธอจึงเที่ยวพูดเรื่องนี้ไปทั่วทั้งหมู่บ้าน
และเธอยังมีนิสัยที่ชอบเอาเปรียบคนอื่นมากด้วย
ถึงจะเป็นแบบนั้นแต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่เข้ากับเธอได้ดี
อย่างเช่นคนที่เธอพาขึ้นเขามาด้วยในวันนี้
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกับเด็กๆทั้งสามคนไม่ทันสังเกตว่ามีคนตามพวกเขาขึ้นมาบนเขา พวกเขาเก็บสมุนไพรไปเรื่อยๆตอนที่กำลังจะลงจากเขา ก็เจอกับหวังซิ่วฉินพอดี
"บังเอิญจังเลย สหายต่งพวกเธอก็มาด้วยเหรอ" หวังซิ่วฉินพูดพลางมองไปที่ใบหน้าของเฉินเฉิน
เด็กคนนี้ดูยังไงก็ไม่เหมือนลูกของฉินซู่เลยสักนิด
บางทีอาจจะ...
"ฉันว่าไม่บังเอิญหรอกค่ะ"ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ชอบหวังซิ่วฉิน "พวกเรามากันทุกๆสองวัน"
"พวกเธอเก็บเสร็จแล้วเหรอเก็บอะไรกันมาได้บ้าง?"
หวังซิ่วฉินถือโอกาสนี้เดินอ้อมไปด้านหลังพยายามจะดึงตะกร้าของพวกเขามาดู
ฉินไห่หยางจูงมือเฉินเฉินกับคนอื่นๆเดินไปข้างหน้า หวังซิ่วฉินจึงคว้าพลาด
"ก็แค่เก็บสมุนไพรธรรมดาๆเท่านั้นแหละค่ะ" มุมปากของต่งเสี่ยวเสี่ยวกระตุก"ที่บ้านมีคนป่วยคนหนึ่ง ทุกวันก็ต้องใช้ยาหรือว่าบ้านป้าซิ่วฉินก็มีคนป่วยด้วยเหรอคะ?"
"ถุยๆๆ!" สิ่งที่หวังซิ่วฉินเกลียดที่สุดก็คือเรื่องนี้"เธอพูดจาเหลวไหลอะไรกัน คนในบ้านฉันสบายดีเธออย่ามาแช่งพวกเรานะ!"
"แล้วในตะกร้าของป้าล่ะ?"ต่งเสี่ยวเสี่ยวเลิกคิ้วในตะกร้าของหวังซิ่วฉินมีแต่สมุนไพรที่เห็นได้ทั่วๆ ไป
คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ก็สามารถเก็บสมุนไพรพวกนี้ได้
"แล้วเธอมายุ่งอะไรด้วย!"หวังซิ่วฉินพูดไม่ออก จึงได้แต่ทำท่าฮึดฮัดแล้วบิดเอวเดินจากไป
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเบ้ปาก
เธออยากจะเก็บให้เยอะกว่านี้หน่อยเพราะพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้อาจจะต้องไปตลาด
เด็กๆ ทั้งสามคนบอกว่าพวกเขายังไหวพวกเขาจึงเดินเลี้ยวเข้าไปในป่าทางด้านซ้าย แต่ก็มีใครบางคนตามหลังพวกเขาไป
นั่นคือหลี่ซิงชาง ลูกชายคนโตของหวังซิ่วฉิน
หวังซิ่วฉินสั่งเขาเอาไว้ตั้งแต่เช้าแล้วว่าเธอจะพาพวกป้าๆ ในหมู่บ้านขึ้นเขา ส่วนลูกชายให้ตามต่งเสี่ยวเสี่ยวกับเด็กๆ ไป
ถ้าเจอสัตว์ หรือเจออะไรดีๆให้แย่งของมาได้เลย ไม่ต้องลังเล
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพาเด็กๆ สามคนเดินไปตามทางระหว่างทางก็เจอสมุนไพรไม่น้อย แถมยังได้สมุนไพรดีๆ มาอีกต้น
มันช่วยสลายลิ่มเลือดและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของฉินซู่มาก
"แม่คะ" ฉินไห่เยว่นั่งยองๆอยู่ตรงจุดหนึ่ง สองมือเท้าคางไว้ เธอจ้องมองของที่อยู่ตรงหน้า "ตรงนี้มีหัวไชเท้าป่าด้วยค่ะ!"
หัวไชเท้าป่า?
พอได้ยินแบบนั้นสีหน้าของต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เปลี่ยนไปเธอรีบเดินเข้าไปดูหัวไชเท้าป่าที่ฉินไห่เยว่พูดถึง
เธอเบิกตากว้างทันที"นี่มันโสมนี่!"
"โสม?" ฉินไห่เยว่พึมพำฉินไห่หยางกับเฉินเฉินที่อยู่ตรงนั้นก็เดินเข้ามา "โสมที่ขายได้แพงๆใช่ไหมครับ?"
"ใช่ โสมมีสรรพคุณในการบำรุงอย่างมากแถมรากยังอวบขนาดนี้ อย่างน้อยก็คงจะอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปี!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่คิดเลยว่าในป่านี้จะมีโสมอายุร้อยปีด้วย
ถ้าขุดโสมออกมาขายได้มันน่าจะมีมูลค่าหลายหมื่นหยวนเลยนะ!
พวกเขากำลังกระซิบกระซาบคุยกันอยู่ตรงนั้นหลี่ซิงชางที่อยู่ไม่ไกลนักเผลอได้ยินเข้าพอดี
ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง
โสมงั้นเหรอ แถมยังเป็นโสมอายุร้อยปีอีก!
ถ้าขุดไปขายได้จริงๆต่อจากนี้เขาคงไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกินแล้ว!
หลี่ซิงชางเริ่มร้อนรนขึ้นมาถ้าต่งเสี่ยวเสี่ยวขุดขึ้นมาก่อนจะทำยังไง?
เขาลูบมือเบาๆแล้วคิดว่าจะพุ่งออกไปทำให้เด็กๆ ทั้งสามคนตกใจกลัวหนีไปก่อนดีไหม
โสมต้นนี้ต้องเป็นของเขา!
เขายิ่งคิดดวงตาของเขาก็ยิ่งแดงก่ำกำเสื้อของตัวเองแน่น หัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมา
"ไปเถอะ กลับบ้านกันเถอะ"ต่งเสี่ยวเสี่ยวผูกเชือกไว้ที่กิ่งไม้เล็กๆ ข้างๆเพื่อทำเครื่องหมายเอาไว้
"พวกเราจะไม่เอามันไปเหรอ?"ฉินไห่หยางและคนอื่นๆ ไม่เข้าใจ ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังจะพูด จู่ๆเธอก็เห็นเงาตะคุ่มๆ ทางด้านขวา
เสียงดังกรอบแกรบ
เธอหันไปมองทันที ตอนแรกนึกว่าเป็นสัตว์แต่กลับเห็นเงาคนตะคุ่มๆ
ฮึ
ถึงจะจำไม่ได้ว่าคนคนนั้นเป็นใครแต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็พอจะเดาได้
เธอแค่นเสียงออกมา"พรุ่งนี้พวกเราค่อยขึ้นมาขุดใหม่ ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา"