เวลาผ่านไป 3ชั่วโมงเฉินมู่อิ๋งก็หลอมโอสถเซียนระดับสมบูรณ์ระดับหนึ่งออกมา 1 เม็ดอาจารย์หลอมโอสถทุกคนที่เฝ้ามองอยู่จับตาดูสีหน้าตื่นเต้นยินดียิ่งพวกเขาหันไปมองหน้ามองตากันแล้วกระซิบกระซาบกันเอง อาจารย์หลอมโอสถคนแรกมองๆเด็กหนุ่มคนนั้น ถามว่า “เ้ามาจากที่ใด?”
“แดนเทพเป่ยต้าไห่”เฉินมู่อิ๋งตอบ อาจารย์หลอมโอสถรีบโบกมือ “ไม่ใช่ๆข้าหมายถึงว่าก่อนจะบรรลุเป็เทพ เ้าอยู่ที่ใด?”
“ข้ามาจากโลกมนุษย์”เฉินมู่อิ๋งตอบ อาจารย์หลอมโอสถทำหน้าไม่ถูกใจกับคำตอบที่กว้างเสียจนไม่รู้เื่ไพลินิญญาจึงบอกว่า {เ้านายๆ ตอบเขาว่า โลกพันเล็กลำดับที่ 2,900 ซิ}
“ข้ามาจากโลกพันเล็กลำดับที่ 2,900” เฉินมู่อิ๋งตอบตามที่ไพลินิญญาบอก อาจารย์หลอมโอสถเลิกคิ้วขึ้น“หือ? โลกพันเล็ก ลำดับที่ 2,900?”
เขาเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ยากนักที่จะมีคนจากโลกพันเล็กบรรลุเป็เทพได้”
เขาเห็นเ้าหนุ่มมองอย่างสงสัยจึงอธิบายว่า“พลังฟ้าดินของโลกพันเล็กทุกแห่งล้วนน้อยนิดยิ่งนักจึงยากมากที่ผู้ฝึกตนจากโลกเ่าั้จะฝึกฝนจนบรรลุเป็เทพได้”
“อ่อ”เฉินมู่อิ๋งพยักหน้าเข้าใจ ใช่ พลังฟ้าดินของที่นั่นน้อยนิดจริงๆ นั่นแหละหากว่าเขาไม่ได้เข้าไปในเหวอเวจีก็คงยังไม่อาจบรรลุขั้นได้เลยกระมัง
เหล่าอาจารย์หลอมโอสถหันไปกระซิบกระซาบคุยกันอีกคราอาจารย์หลอมโอสถคนแรกจึงพูดว่า “เ้ามาเป็ศิษย์ข้า เอ้า กราบอาจารย์เสียซิ”
“ฮ๊าย! ฉีเล่อ เ้าจะแย่งรับศิษย์อย่างนี้ไม่ได้นา”อาจารย์หลอมโอสถคนหนึ่งรีบร้องขึ้นมาทันทีทันใด ฉีเล่อยืดอกเชิดหน้า หันไปพูดว่า“เหตุใดจะไม่ได้เล่า เ้าคนนี้เป็ต้นกล้าที่ดีข้าย่อมอยากรับเป็ศิษย์”
คำพูดของฉีเล่อทำให้อาจารย์หลอมโอสถด่าออกมา1 ประโยค “เ้าหน้าหนายิ่ง”
“เฮอะ! ของอย่างนี้ใครดีใครได้” ฉีเล่อพูดอย่างหน้าหนายิ่งทำอาจารย์หลอมโอสถคนอื่นๆ มองอย่างหมั่นไส้ยิ่งนัก เฉินมู่อิ๋งมองๆเหล่าอาจารย์หลอมโอสถแล้วถามว่า “หากข้ากราบอาจารย์ ข้าจะได้ผลประโยชน์อะไรบ้าง?”
“แค่กๆ”เหล่าอาจารย์หลอมโอสถกระแอมกระไอกันทุกคน แอบด่าอยู่ในใจเจอคนเขี้ยวลากดินอีกคนแล้ว!
ฉีเล่อยิ่งกระแอมกระไอมากกว่าทุกคนเขาหันไปมองเด็กหนุ่มคนนั้นพูดว่า “กราบข้าเป็อาจารย์เ้าย่อมได้รับผลประโยชน์ไม่น้อย”
“เช่นนั้นท่านช่วยบอกผลประโยชน์ที่ข้าควรได้รับมาให้หมดเถิดข้าจะได้ลองพิจารณาดูว่าควรจะกราบผู้ใดเป็อาจารย์” เฉินมู่อิ๋งบอกน้ำเสียงราบเรียบทำเหล่าอาจารย์หลอมโอสถตกตะลึงกันเลยทีเดียว พวกเขาก่นด่าในใจ เ้าคนๆนี้เขี้ยวลากดินยิ่งนัก! เขี้ยวลากดินพอๆ กับผู้าุโสิบหกเลยกระมัง!
ฉีเล่อรีบพูดผลประโยชน์ที่ศิษย์ของเขาควรได้รับออกมาจนหมดอาจารย์หลอมโอสถคนอื่นๆ ก็พูดต่อแจกแจงรายละเอียดผลประโยชน์ของศิษย์ของเขาออกมาอย่างละเอียดลออเฉินมู่อิ๋งตั้งใจฟังพวกเขาพูดจนกระทั่งเหล่าอาจารย์หลอมโอสถพูดจนครบทุกคนแล้วเฉินมู่อิ๋งจึงกุมมือคารวะเหล่าอาจารย์พูดว่า “ขอบคุณพวกท่านมาก ถ้าอย่างไรขอเวลาข้าคิดสักหน่อยเถอะ”
“ได้”ฉีเล่อพูดแล้วพูดต่อว่า “เอาล่ะตอนนี้เ้าผ่านเป็ศิษย์ขั้นต้นแล้วเ้าตามศิษย์พี่ไปที่ห้องพักของเ้าเถอะ”
“ขอบคุณท่านมาก”เฉินมู่อิ๋งบอกพลางคารวะอีกครั้ง ฉีเล่อจึงให้ศิษย์พาเด็กหนุ่มไปเฉินมู่อิ๋งจึงเดินตามศิษย์พี่ไป ยังเดินไปไม่กี่ก้าวจู่ๆ ก็ถูกเรียก“เดี๋ยวก่อนเ้าหนู”
มีอาจารย์หลอมโอสถท่านหนึ่งเดินมาขวางหน้าเด็กหนุ่มเอาไว้เฉินมู่อิ๋งมองคนที่มาขวางหน้าเขารู้สึกถึงกลิ่นอายที่คล้ายกับพี่สาวัจากตัวอาจารย์หลอมโอสถที่ยังดูเด็กยิ่งนักอายุน่าจะพอๆ กับเขากระมัง
“เ้ามีกลิ่นอายั”หลงจิ่งเทียน(龙景添)เอ่ยขึ้นพลางมองเด็กหนุ่ม ไม่ใช่ซิ ต้องบอกว่าเป็เด็กสาวต่างหากเขาได้กลิ่นสตรีจากเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ผิดแน่นอน คนอื่นๆก็มองดูองค์รัชทายาทเผ่าัคนนั้นกับเด็กหนุ่มคนนั้นเป็ตาเดียวหรือว่าเขาจะเป็ัเช่นเดียวกันกับองค์รัชทายาทงั้นรึ?
หลงจิ่งเทียนยื่นหน้าไปสูดกลิ่นเฉินมู่อิ๋งผงะถอยไปทันที ทำให้เกือบชนคนที่จู่ๆก็มาอยู่ข้างหลังเขาโดยที่เขาไม่ทันรู้ตัวเลย คนๆ นั้นเป็บุรุษคนหนึ่งเขายื่นมือข้ามไหล่เด็กหนุ่มไปพลางผลักหน้าหลงจิ่งเทียนออกพลางดุ “ฮื้อ! เ้าจะทำเช่นนี้ไม่ได้นะจิ่งเทียน”
“พี่ใหญ่ข้าได้กลิ่นอายัจากตัวเขาจริงๆ” หลงจิ่งเทียนบอก ยืดตัวตรง มองดูเด็กหนุ่มเอ้ย! เด็กสาวตรงหน้าอย่างแน่ใจเฉินมู่อิ๋งก้าวเท้าไปด้านข้างทันทีอย่างระวังตัวคนข้างหลังเขาต้องมีวรยุทธ์สูงยิ่งนัก ไม่เช่นนั้นจะเข้าใกล้เขาโดยที่เขาไม่รู้ตัวได้อย่างไร
“ผู้าุโสิบแปดองค์รัชทายาทหลง” ฉีเล่อเรียกอย่างนอบน้อมยิ่งเฉินมู่อิ๋งจึงหันไปมองคนที่ถูกเรียกว่า ‘ผู้าุโสิบแปด’กับ ‘องค์รัชทายาทหลง’ ที่จู่ๆก็เข้ามาขวางทางเขา สองคนนี้้าอะไร?
หลินจื่อเซียน林子仙) ในคราบผู้าุโสิบแปดจึงสะบัดแขนเสื้อทีหนึ่งศิษย์ของสำนักโอสถก็ถูกพัดออกไปไกล “อ้า!”
เขาเซไปหลายสิบก้าวกว่าจะตั้งตัวยืนได้จากนั้นหลินจื่อเซียนก็วาดอาคมขึ้นมาครอบคลุมตัวเธอ หลงจิ่งเทียนและเด็กหนุ่มศิษย์ใหม่คนนั้นเอาไว้เฉินมู่อิ๋งหรี่ตามองผนึกอาคม เตรียมพร้อมจะสู้ทุกวินาที หลินจื่อเซียนจึงรีบบอก“เ้าไม่ต้องตื่นตัวไป ข้าเห็นว่าเ้ามีพร์จึงอยากรับเ้าเป็ศิษย์”
“รับข้าเป็ศิษย์?”เฉินมู่อิ๋งทวนคำ จ้องผู้าุโสิบแปดเขม็ง หลินจื่อเซียนยิ้มให้แล้วบอกว่า“วิชามายาลวงตาของเ้าอาจจะตบตาคนอื่นได้แต่ตบตาข้าไม่ได้หรอกน้องสาวอีกทั้งวิชาปลอมใบหน้าของเ้าก็ดีจริงๆ ฝีมือเทียบเท่ากับข้าเลยทีเดียว”
{ไอหยา! คนๆ นี้ดูออกได้อย่างไร?} ไพลินิญญาพูดอยู่ในห้วงจิตเฉินมู่อิ๋งหรี่ตามองผู้าุโสิบแปด “ท่านเป็ใคร?”
“ข้าคือผู้าุโสิบแปดของสำนักโอสถพร์ของเ้าดีจริงๆ หากฝึกฝนอีกนิดหน่อยเ้าย่อมเก่งกาจแน่” หลินจื่อเซียนบอกพลางใช้พลังจิตตรวจสอบเด็กสาวตรงหน้าเฉินมู่อิ๋งรู้สึกว่ามีพลังไร้รูปลักษณ์สายหนึ่งกวาดมาบนตัวเขาเขาจึงเผลอใช้พลังของมือทารกเล็กๆ คู่นั้นต้านเอาไว้
“โอ้! เ้าเป็ชิงเฉิน* ด้วยรึ?” หลินจื่อเซียนอุทานออกมาเธอเก็บพลังจิตกลับไป เฉินมู่อิ๋งทวนคำ “ชิงเฉิน?”
(ชิงเฉินเนี่ยนซือหมายถึงผู้มีพลังจิต)
“หมายถึงผู้มีพลังจิตน่ะ”หลินจื่อเซียนบอก “ร่างจิตของเ้าเพิ่งจะก่อตัวได้นิดหน่อยหากฝึกฝนให้ดีจะเป็พลังที่ยิ่งใหญ่กว่าพลังเทพเสียอีก”
“ท่านก็มีมือเล็กๆด้วยรึ?” เฉินมู่อิ๋งถาม หลินจื่อเซียนยิ้ม “ข้าไม่ได้มีแค่มือเล็กๆ หรอกเ้าใช้จิตมองข้าซิ”
“ใช้จิตมอง?”เฉินมู่อิ๋งทวนคำอย่างไม่เข้าใจ หลินจื่อเซียนจึงบอก “หลับตาลง มองดูข้าใช้ใจเ้ามอง”
เฉินมู่อิ๋งหลับตาลงคิดๆ ใช้ใจมอง? ใช้ใจมองอย่างไร?
เขามองอย่างไรก็มองไม่เห็นอะไรเลยเห็นแต่ความมืด เขาเพ่งมองทั้งๆ ที่หลับตาจนคิ้วขมวดเข้าหากันหลินจื่อเซียนจึงบอกว่า “ไม่ต้องรีบร้อน ตอนนี้เ้ายังมองไม่เห็นก็ช่างเถอะมาว่ากันเื่เป็ศิษย์ข้าดีกว่า ว่าอย่างไรน้องสาว เ้าจะยอมเป็ศิษย์ข้าไหม?”
เฉินมู่อิ๋งลืมตาขึ้น“เป็ศิษย์ท่านแล้วข้าจะได้ผลประโยชน์อะไรบ้างล่ะ?”
“แน่นอนว่าข้าสอนเ้าหลอมโอสถแบบไม่ใช้หม้อหลอมได้ซึ่งมีไม่กี่คนหรอกนะที่ทำแบบนี้ได้” หลินจื่อเซียนบอก หลงจิ่งเทียนรีบพูด“เ้านี่วาสนาดีนัก พี่ใหญ่ข้าปกติแล้วไม่รับใครเป็ศิษย์ง่ายๆ หรอกนะ”
“เอ่อ...ขอข้าคิดดูก่อนล่ะกัน”เฉินมู่อิ๋งบอก หลินจื่อเซียนจึงยื่นหยกชิ้นหนึ่งให้“งั้นเ้ามีอะไรสงสัยไม่เข้าใจก็ไปถามข้าได้ทุกเมื่อ”
เฉินมู่อิ๋งจึงรับหยกชิ้นนั้นมาเก็บเอาไว้หลินจื่อเซียนคลายอาคมออก คนอื่นๆ แน่นอนว่าย่อมไม่เห็นคนในผนึกอาคม ทั้งยังไม่ได้ยินเสียงจึงไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกันหลินจื่อเซียนเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ นานๆ ทีเธอถึงจะมีโอกาสมาดูการรับศิษย์ใหม่ดังนั้นจึงใช้โอกาสนี้ให้คุ้มสักหน่อย หลงจิ่งเทียนก็ก้าวไปนั่งข้างๆ ‘เจ้ใหญ่’ ของเขา เฉินมู่อิ๋งมองทั้งสองคนนั้นจนกระทั่งศิษย์พี่คนเดิมเดินมาสะกิด “ไปๆ ข้าจะพาเ้าไปที่เรือนของเ้า”
“อ่า อ่อ”เฉินมู่อิ๋งดึงสติกลับมา เดินตามศิษย์พี่คนนั้นไป แล้วถามว่า “ศิษย์พี่ผู้าุโสิบแปดคือใครรึ?”
“ผู้าุโสิบแปดก็คือผู้าุโสิบแปดน่ะซิ”ศิษย์พี่ตอบ แล้วอธิบายว่า “สำนักเรา มีเ้าสำนักรองจากเ้าสำนักลงมาก็คือผู้าุโซึ่งมีอยู่ 20 กว่าคนอีกหน่อยเ้าก็จะได้เห็นเองนั่นแหละ ั้แ่ผู้าุโสิบหกเป็ต้นไปพวกเขาล้วนเป็พวกเดียวกัน นอกจากพวกของผู้าุโสิบหกก็ยังไม่มีผู้าุโคนใหม่อีกเลย นี่ก็หลายปีมาแล้วที่ในสำนักเรายังไม่ปรากฏผู้มีพร์คนใหม่ที่หลอมโอสถระดับ์ได้อีกดังนั้นข้าจะเตือนเ้าไว้หน่อยว่าเ้าอย่าได้เผลอไปทำให้พวกผู้าุโทั้งหลายไม่พอใจเชียวนะ”
“อ่อขอบคุณศิษย์พี่มาก” เฉินมู่อิ๋งบอกพลางยิ้มให้หลังจากนั้นศิษย์พี่คนนั้นก็คุยเื่ต่างๆ ที่ศิษย์น้องควรจะรู้เอาไว้ให้ฟังเฉินมู่อิ๋งฟังไปจนกระทั่งถึงเรือนไม้เรียงรายในบริเวณหนึ่ง ศิษย์พี่ก็บอกว่า“นี่เป็เรือนพักของศิษย์ขั้นต้น เอ้า เ้าเอาหยกนี่ไปจะได้เข้าเรือนได้”
เฉินมู่อิ๋งรับหยกชิ้นนั้นมาเขาค่อนข้างคุ้นกับหยกที่ใช้เปิดประตูแล้วเพียงแต่ว่าเขาไม่เคยได้ใช้หยกประเภทนี้เลยสักครั้งเพราะพลังในการผ่านอาคมของพี่สาวัทำให้เขาสามารถผ่านอาคมทุกชนิดได้อย่างง่ายดายราวกับไร้อาคมแค่แตะประตูเขาก็เปิดเข้าไปได้แล้ว จึงไม่เคยได้ใช้หยกในการเปิดประตูศิษย์พี่ส่งศิษย์น้องแล้วก็เดินจากไป
เฉินมู่อิ๋งมองหมายเลขบนหยกชิ้นนั้นแล้วเดินไปที่เรือนซึ่งมีหมายเลขตรงกันเขาเปิดประตูเดินเข้าไปมองเรือนหลังเล็กที่เรียบง่าย ภายในมีเตียง ตู้ โต๊ะเขาเห็นประตู 2 บานจึงเปิดดู บานหนึ่งเป็ประตูด้านหลัง ข้างหลังเป็สวนสมุนไพรที่ได้รับการดูแลอย่างดีส่วนประตูอีกบานเป็ห้องส้วมและห้องอาบน้ำลักษณะเหมือนห้องส้วมบนเรือล่องเมฆาไม่มีผิดดูท่าทางแล้วที่นี่ก็คงลอกแบบห้องส้วมห้องอาบน้ำมาจากตำหนักไป๋หยุนแน่นอน ดูๆจนทั่วเรือนหลังน้อยแล้วเขาจึงเดินไปดูแปลงสมุนไพรข้างหลัง มีสมุนไพรที่เขารู้จักและไม่รู้จักหลายชนิดทีเดียว
หลังจากดูสมุนไพรแล้วเขาจึงออกจากเรือนไปเดินเล่นรอบๆเรือน มองดูทิวทัศน์ในบริเวณรอบๆ ที่ร่มรื่นยิ่งนักกลิ่นหอมสมุนไพรโชยชายไปทั่วบริเวณ เขาสูดกลิ่นหอมเข้าไปรู้สึกกระปรี้กระเปร่าไม่น้อยเลยหลังจากนั้นเขาก็เดินไปทางหอตำรา ซึ่งการเรียนของที่นี่เป็แบบศึกษาด้วยตัวเองหากว่า้าคำชี้แนะจากอาจารย์ก็กราบอาจารย์ที่ตัวเองเลื่อมใสแล้วขอคำชี้แนะจากอาจารย์ท่านนั้นๆ
เมื่อไปถึงหอตำราเขาก็เห็นคนหลายคนนั่งอยู่ตามมุมต่างๆ บ้างนั่งโต๊ะ บ้างนอนอิงอยู่บนผืนขนสัตว์หนานุ่มบ้างยืนอ่านตำรา บางคนเหลือบมองผู้มาใหม่แวบหนึ่งแล้วก็ไม่สนใจเฉินมู่อิ๋งเดินเข้าไปมองม้วนตำราบนชั้นแต่ละชั้นเขาหยิบตำราที่เกี่ยวกับสมุนไพรมาอ่านก่อนเพราะยังมีสมุนไพรอีกหลายชนิดที่เขาไม่รู้จัก ดังนั้นก่อนจะหลอมโอสถเขาควรจะต้องรู้จักสมุนไพรทุกชนิดเสียก่อน เขาเอาตำราไปนั่งอ่านที่โต๊ะว่างๆตัวหนึ่ง เปิดอ่านอย่างละเอียดลออยิ่ง
ขณะที่เฉินมู่อิ๋งได้เป็ศิษย์ขั้นต้นของสำนักโอสถ เรือเยว่กวงก็มาถึงชายแดนเทพพอดีหยางเจียงหยุนกับจิงจ้านจึงลอบเข้าแดนเทพอย่างลับๆหากพวกเขาไม่ใช้พลังก็จะไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาไม่ใช่เทพ เป้าหมายของพวกเขาคือตำหนักเทพดวงชะตาิเทียน
ซึ่งตำหนักของเทพดวงชะตาิเทียนนี้อยู่ในตำหนักเก้าชั้นฟ้าดังนั้นพวกเขาจึงมุ่งหน้าไปยังตำหนักเก้าชั้นฟ้าซึ่งอยู่เกือบกึ่งกลางแดนเทพจงยางต้าไห่ส่วนตรงกลางของแดนเทพจงยางต้าไห่นั้นเป็ตำหนักไป๋หยุน อันเป็ที่อยู่ของตี้จวินตำหนักไป๋หยุนนั้นไม่ว่าใครก็ไม่อาจล่วงล้ำเข้าไปได้ เพียงแค่ผนึกอาคมรอบๆตำหนักก็แข็งแกร่งเสียจนทำให้ผู้บุกรุกกลายเป็จุณได้ในพริบตาความแข็งแกร่งของอาคมทำให้ไม่มีใครกล้าเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงเด็ดขาด
เมื่อมาถึงแดนเทพแน่นอนว่าพลังของพวกเขาไม่ถูกกดเอาไว้เพราะที่นี่ไม่มีกฎเกณฑ์เหมือนโลกพันเล็กและโลกน้อยใหญ่ทั้งสามพันที่นี่มีแต่ผู้แข็งแกร่งต่อให้เป็คนที่อ่อนแอที่สุดในดินแดนนี้ก็ยังมีพลังสูงกว่าเซียนจากโลกพันเล็กมากนักพวกเขาใช้ของวิเศษเหินไปในอากาศ มุ่งหน้าไปยังตำหนักเก้าชั้นฟ้า
เวลาผ่านไป 1เดือนในที่สุดพวกเขาสองคนก็มาถึงด้านนอกของตำหนักเก้าชั้นฟ้าหยางเจียงหยุนมองเมืองใต้ตำหนักเก้าชั้นฟ้าแล้วลอยตัวลงนอกเมืองในจุดที่ไร้ผู้คนจิงจ้านตามไปติดๆ หยางเจียงหยุนจึงเดินเข้าเมืองไป จิงจ้านตามไป หยางเจียงหยุนเลือกโรงเตี้ยมแห่งหนึ่งเหมาห้องที่ดีที่สุดของโรงเตี้ยมเอาไว้ 2 ห้องแล้วเข้าพัก พลางสั่งจิงจ้านว่า“เ้าหาทางลอบเข้าไปในตำหนักเก้าชั้นฟ้าให้ได้ เข้าไปสืบหาบันทึกของเ้าเด็กมนุษย์เฉินมู่อิ๋งแห่งโลกพันเล็กลำดับที่2,900 เกิดที่เมืองซินหยาง ส่วนปีเกิดข้าจำไม่ได้แล้ว”
“พะย่ะค่ะ”จิงจ้านรับคำ หยางเจียงหยุนจึงเตือนน้ำเสียงเย็นเยียบว่า“อยู่ที่นี่ใช้คำพูดเฉกเช่นสามัญ อย่าให้ใครสงสัยฐานะของพวกเรา”
“พะ...อ่า...ขอรับ”จิงจ้านรับคำแล้วถอยออกไป หยางเจียงหยุนก็นั่งอยู่ในห้องปรับสมดุลของพลังในร่างแน่นอนว่าเขายังคงต่อต้านจิตาอยู่เล็กน้อยดังนั้นจึงยังไม่สามารถหลอมรวมได้ทั้งหมดคล้ายกับว่าถ้าเขายินยอมหลอมรวมทั้งหมดแล้ว เขาอาจจะสูญเสียจิติญญาของตัวเองไปถูกจิตากลืนกินจิติญญาไปจนไม่เหลือหลอ
จิงจ้านออกจากโรงเตี้ยมไปแล้วคิดหาวิธีลอบเข้าไปในตำหนักเก้าชั้นฟ้าเขายอมแม้กระทั่งสมัครเป็บ่าวรับใช้ของตำหนักเก้าชั้นฟ้าแล้วก็ถูกผู้ดูแลพาเข้าตำหนักเก้าชั้นฟ้าไป แน่นอนว่าฐานะบ่าวของเขาย่อมเป็บ่าวใช้แรงงานเช่นหาบน้ำ ตัดฟืน ฯลฯหรือต่อให้เขาต้องทำงานที่ต่ำต้อยกว่านี้เขาก็ยอมทนได้เพียงเพื่อลอบเข้าไปในตำหนักเทพดวงชะตาิเทียนได้สำเร็จก็พอ
เวลาผ่านไปอีก 1เดือนจิงจ้านก็หาทางลอบเข้าตำหนักเทพดวงชะตาิเทียนได้สำเร็จโชคดีที่พระชายาของเทพิเทียนไม่อยู่พอดี จึงทำให้จิงจ้านโล่งอกไม่น้อยเลยเพราะหากนางอยู่ที่ตำหนักด้วยจมูกัของนางย่อมได้กลิ่นอายที่ผิดแผกไปจากเทพคนอื่นๆ จากตัวเขาแน่แท้เขาหลบเลี่ยงเทพบริวารในตำหนัก ลอบเข้าไปในห้องเก็บบันทึกดวงชะตา เขาค่อยๆค้นบันทึกดวงชะตาอย่างเงียบกริบ หยิบจับม้วนบันทึกออกมาอย่างเบามือเปิดอ่านแล้วก็วางเก็บไว้เหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยนความสามารถเหมือนตีนแมวย่องเบานี้จึงทำให้เขาสามารถสืบข่าวให้องค์าาสำเร็จมานับไม่ถ้วนแล้ว
เขาค่อยๆค้นบันทึกไปทีละม้วน...ทีละม้วน จนกระทั่งเจอบันทึกของ ‘เฉินมู่อิ๋ง’เขาเปิดอ่านทันที ในบันทึกเขียนเอาไว้ว่า
แซ่ : เฉิน
ชื่อ : มู่อิ๋ง
เพศ : หญิง
วันที่เกิด :รัชศก หยาง ปีที่ 15 เดือน อ้าย วันที่ 9
สถานที่เกิด :จวนเสนาบดีเฉินจงกุ้ย
เมือง : เมืองซินหยาง
แคว้น : แคว้นซินหยาง
บิดา : เฉินจงกุ้ย
มารดา : เฉินม่านอิ๋ง แซ่เดิม หวง
วันที่ตาย : รัชศก หยาง ปีที่ 15 เดือน ยี่ วันที่ 10
สถานที่ตาย :จวนเสนาบดีเฉินจงกุ้ย
เมือง : เมืองซินหยาง
แคว้น : แคว้นซินหยาง
เขาอ่านข้อความที่เขียนเอาไว้ซึ่งมีอยู่เพียงเท่านี้ไม่มีบันทึกการเกิดใหม่อีก ทำให้เขาคิ้วขมวดเสียจนยับย่น เขามองที่ ‘เพศ’ ซึ่งระบุว่าเป็ ‘หญิง’
“หรือว่าจะไม่ใช่เ้าเด็กคนนั้น?”เขาคิดๆ แล้วค้นหาบันทึกม้วนอื่นๆ มาดู แต่ก็ไม่เจอเลย ส่วนใหญ่ชื่อเหมือนแต่เมืองที่เกิดไม่ใช่ ซ้ำชื่อบิดามารดาผู้ให้กำเนิดก็ไม่ใช่เฉินจงกุ้ยและเฉินม่านอิ๋งเลยเขาค้นๆ บันทึกจนหมดทั้งชั้นนั้นเลยทีเดียว แต่ก็ไม่พบบันทึกของ ‘เฉินมู่อิ๋ง’ ที่เป็ลูกของเสนาบดีเฉินกับเฉินม่านอิ๋งเลยเขาพบบันทึกที่ตรงกับเ้าเด็กนั่นเพียงม้วนเดียว ซ้ำยังเป็ ‘หญิง’ ที่เกิดได้เพียงเดือนกว่าๆ ก็ตกตายไปเสียแล้วช่างอายุสั้นยิ่งนัก แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา“หรือว่าเ้าเด็กคนนั้นจะถูกนำมาเลี้ยงดูแทนเด็กคนนี้?”
ใช่! มักมีบ่อยไปที่เด็กทารกตายไปแล้วครอบครัวแอบนำทารกคนใหม่มาเลี้ยงดูแทนทารกที่ตายเพื่อหลอกปู่ย่าตายายหรือไม่ก็พ่อหรือแม่ของเด็กเพื่อมิให้เสียใจหรือไม่ก็หวังผลในการสืบตระกูล หากว่าเป็เช่นนี้จริงๆการจะสืบหาตัวตนที่แท้จริงของเ้าเด็กคนนั้นก็ยากเสียแล้ว เพราะบันทึกย่อมบันทึกข้อมูลตามความจริงแต่เ้าเด็กนั่นกลับใช้ชีวิตแทนเด็กเฉินมู่อิ๋งที่ตายไปดังนั้นชื่อของเ้าเด็กคนนั่นย่อมไม่ใช่เฉินมู่อิ๋งแน่นอนเขาเอาบันทึกม้วนนั้นใส่เข้าไปในถุงคุนเฉียนแล้วลอบออกจากห้องเก็บบันทึกอย่างเงียบกริบ
ขณะที่เขากำลังเดินจากไปนั้นจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเรียก “เ้าคนนั้นน่ะ หยุดก่อน”
จิงจ้านหันไปมองแล้วรีบกุมมือคารวะ“ท่านเทพ”
วะ! ไยต้องมาเจอตอนนี้ด้วยนะ! เขาแอบก่นด่าอยู่ในใจเทพิเทียนมองบ่าวคนนั้นแล้วเอ่ยว่า “เ้าหน้าตาไม่คุ้นเลย”
“อ่า...”จิงจ้านไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรดี
“ไอหยา! เ้ามาทำอะไรที่นี่!?ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้เดินเพ่นพ่านน่ะ” เทพบริวารคนหนึ่งปราดเข้ามาตะคอกบ่าวใหม่เทพิเทียนจึงโบกมือไล่ “ไปๆ”
เทพบริวารจึงรีบรับคำ“พะย่ะค่ะๆ”
จากนั้นเขาก็รีบลากบ่าวใหม่ออกไปทันทีจิงจ้านแอบโล่งอก ขณะเดียวกันเทพบริวารก็ด่า “เ้านี่นะ เที่ยวเดินเพ่นพ่านไปเช่นนี้ไม่ได้นะทีหลังอย่าได้ทำเช่นนี้อีก ไม่เช่นนั้นข้าจะไล่เ้าออกไปเสียท่านเทพยิ่งไม่ชอบให้ใครเดินเพ่นพ่านเสียด้วย”
“อ่า ขออภัยขอรับขออภัยขอรับ ข้าหลงทางขอรับ” จิงจ้านแก้ตัว เทพบริวารไล่ “ไปๆรีบไปทำงานของเ้าเสีย”
จิงจ้านจึงรีบเดินไปทันทีเมื่อเดินลับตาไปแล้วเขาก็รีบหลบออกจากตำหนักเทพดวงชะตาไปทันที แล้วรีบไปพบเ้านายนำม้วนบันทึกมอบให้เ้านาย “องค์...เอ่อ นายท่านขอรับ”
เขาส่งม้วนบันทึกให้หยางเจียงหยุนรับมาเปิดอ่าน เขาอ่านจบแล้วก็เงยหน้ามองจิงจ้าน“นี่มันหมายความว่าอย่างไร?”
“อ่า ข้าพบบันทึกนี้ม้วนเดียวขอรับที่มีบันทึกตรงกับเ้าเด็กเฉินมู่อิ๋งที่ท่านให้ตามหาขอรับ”จิงจ้านตอบ
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ