ถึงผมจะบอกว่าจุดหมายใกล้ขึ้นก็เถอะแต่มันก็......ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 4เดือนเพื่อเดินทางไปให้ถึงเมืองหลวงของอาณาจักรลองเกอร์นุส ที่ซึ่งเป็ที่ตั้งของ พระราชวังมิสลอเรล
หลังข้ามชายแดนก็ผ่านมาได้ประมาณสามวันแล้วเส้นทางต่อจากนี้ไกลพอสมควรผมจึงตัดสินใจซื้อรถม้าที่เมืองค้าขายใกล้กับด่านชายแดนเกือบล้มละลายแล้วครับ......... ผมสอบถามเื่การเดินทางไปยังเมืองหลวงมาคร่าว ๆ เมืองค้าขายนี้อยู่ทางตะวันออกของประเทศถ้านับเป็จุดเริ่มต้นแล้วละก็เส้นทางที่พวกพ่อค้ามักจะใช้ประจำคือการผ่านทุ่งหญ้าบริเวณทิศใต้ไปแต่นั่นค่อนข้างอ้อมพอสมควร อีกเส้นทางหนึ่งคือการผ่านป่าใหญ่กลางประเทศไปเส้นทางนี้เป็ทางตรงใช้เวลาน้อยกว่า แต่ปัญหาคือที่ป่าใหญ่มีสัตว์อสูรจำนวนมากมีข่าวลือมาจากพวกพ่อค้าว่ามีคนพบหนึ่งใน สายพันธุ์ ั อาศัยอยู่ด้วย
แน่นอนว่าผมต้องเลือกเส้นทางที่ปลอดภัย
นั่นคือป่ายังไงล่ะครับ
ถ้าถามว่าปลอดภัยตรงไหนกันน่ะ!? ก็ต้องตอบว่าตรงเื่ของเวลาที่ใช้ผมอยากไปถึงให้เร็วที่สุดไงล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ผมคุมบังเหียนรถม้าขณะกำลังเดินทางไปเรื่อยๆ ในป่าใหญ่ เท่าที่ฟังมาป่าแห่งนี้คงจะชื่อ ‘ป่าแห่งผู้วายชนม์’.........ชื่อน่ากลัวจังเลยนะครับไม่ใช่แค่ชื่อเท่านั้นแต่บรรยากาศในป่ากลับน่ากลัวด้วยเช่นกัน ต้นไม้สูงใหญ่ที่ต้องเรียกว่าใหญ่มาก มาก มากมาก คงจะเกินสามสิบเมตรแน่นอนแสงแดดส่องลงมาแถบจะไม่ถึงพื้นมีแค่บางพื้นที่เท่านั้นที่มีแสงสว่าง น่ากลัวแฮะ
พุ่มไม้ใกล้กับรถม้ามีการขยับ
“ว๊ากกกกกั!!!!”
ผมใจนเผลอร้องเสียงดังเพราะมีอะไรบางอย่างวิ่งออกมาจากพุ่มไม้
“เห้อ~ ลามาน งั้นหรอ ”
สัตว์อสูรรูปร่างคล้ายกิ้งก่าหกขาวิ่งผ่านหน้ารถม้าไปอย่างรวดเร็ว
ผมผ่อนคลายลงเมื่อรู้ว่านั่นเป็แค่สัตว์อสูรไม่มีพิษมีภัยแต่ในจังหวะที่ผมกำลังโล่งใจก็มีเสียงดังขึ้นมาจากในป่าลึก
“ปล่อยฉันนะไอ้พวกสารเลว!!!!”
ชื่อของฉันคืออลิส โกลด์แชปแมน ลูกสาวเพียงคนเดียวของเศรษฐีแห่งประเทศอันยิ่งใหญ่ลองเกอร์นุสแห่งนี้ฉันกำลังจะเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวทั่วประเทศขณะนี้กำลังเตรียมตัวออกจากเมืองค้าขายใกล้กับด่านชายแดนฝั่งตะวันออก
“แต่เส้นทางนั้นมันอันตรายนะครับคุณหนู”
เสียงของอลันดังขึ้นเขาเป็พ่อบ้านส่วนตัวของฉัน
“ฉันอยากรีบกลับเมืองหลวงแล้วอลันทำตามคำสั่งของฉันก็พอ!”
ฉันเถียงกลับอลันที่แย้งขึ้นมา
“คุณหนูจะเอาแต่ใจแบบนี้ไม่ได้นะครับ”
หึฉันพ่นลมหายใจก่อนเบือนหน้าหนี
อลันทำหน้าที่เป็พ่อบ้านและคนคุ้มกันของฉันพร้อมกันเขาอยู่กับฉันมาั้แ่ฉันจำความได้ ฉันจึงไว้ใจให้เขาจัดการเื่การเดินทางผ่าน ป่าแห่งผู้วายชนม์ ที่นั่นก็แค่ป่าใหญ่เท่านั้นเองไม่เห็นจะมีอะไรน่ากลัวสักหน่อย!
....กว่าฉันจะรู้ตัวว่าคิดผิดก็สายไปแล้ว
หลังจากอลันต้องทำตามคำสั่งอย่างไม่มีทางเลือกเขาได้จ้างคนคุ้มกันเพิ่มอีกห้าคน เมื่อเตรียมพร้อมกันเสร็จแล้วพวกเราออกเดินทางจากเมืองค้าทันที
ฉันนั่งไขว้ห้างอย่างสบายใจอยู่บนรถม้าและแอบฟังสิ่งที่คนคุ้มกันคุยกัน
“นี่นายได้ยินเื่นั้นมารึเปล่า”
“เื่ไหน?”
“ก็เื่ที่มีคนพบหนึ่งในสายพันธุ์ัไง”
“หึเื่หลอกเด็กพรรค์นั้นสินะพวกพ่อค้ามันก็แค่อยากเก็บเส้นทางไว้คนเดียวเท่านั้นแหละน่า อย่ามาปอดแหก!”
ชายสองคนคุยกันข้างรถม้าของฉัน
“ยังมีอีกเื่นะ”
“เื่เยอะจริงนะแก”
“ฉันได้ยินพวกนักผจญภัยเล่ากันว่าที่นี่เป็ฐานลับของพวกเฟิร์สวัน หึ้ย! แค่คิดก็ขนลุกแล้ว”
เฟิร์สวันอย่างนั้นหรอกลุ่มคนที่คิดจะทำลายล้างโลกในาเมื่อ 500 ปีก่อนนั่นน่ะหรอฉันพอรู้ว่าพวกเขาเป็มนุษย์ที่ทรงพลังมากถึงขนาดนี้ทุกเผ่าพันธุ์บนโลกต้องร่วมมือกันเพื่อยับยั้งแผนชั่วของพวกเขาแต่มนุษย์มีอายุยืนยาวขนาดนั้นเลยหรอ?
“แค่ไอ้พวกจากตำนานนั่นน่ะหรอ!ขี้แยจริง ๆ นะแก ถ้าพวกมันโผล่มาฉันจะตัดคอมันซะ”
ไว้ได้หรือเปล่าเ้าพวกนี้เนี่ย?
อลันนั่งคุมบังเหียนด้วยท่าทีนิ่งจนฉันไม่คิดว่าเขาเป็คนที่โวยวายเื่การใช้เส้นทางนี้หรือเขาทำเป็กล้าอยู่กันแน่?ช่างมันเถอะ แค่พาฉันไปส่งให้เร็วที่สุดก็พอ สัมภาระอย่างอื่นจะถูกขนตามมาทีหลังตอนนี้จึงมีแค่รถม้าของพวกเราคันเดียวในป่าน่ากลัวเช่นนี้
หัวหน้าคนคุ้มกันที่ขี่ม้านำขบวนชูสัญญาณมือให้พวกเราหยุดรถ
“มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
อลันถามขึ้นมา
“เวทย์ตรวจจับมีปฏิกิริยากับสิ่งมีชีวิต”
สีหน้าของหัวหน้าคนคุ้มกันเคร่งเครียดอย่างมาก
“สัตว์อสูรอย่างนั้นหรอบอส”
“ไม่ใช่-----มีคนอยู่ข้างหน้าเราจำนวนประมาณสิบคน แถมยัง ...มีพลังเวทย์มหาศาล..........”
ทุกคนหยิบอาวุธของตัวเองขึ้นมาทันทีอยู่ในสภาวะระวังตัวตลอดเวลา
หัวหน้าคนคุ้มกันอาสาจะนำไปก่อนเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยเขากับอีกสองคนลงจากม้าและเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆเนื่องจากป่าแห่งนี้ค่อนข้างมืดและมีหมอกหนา ทัศนวิสัยจึงย่ำแย่อย่างมากทางข้าหน้าต่อจากนี้ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนจึงจำเป็จะต้องมีคนนำขบวนการเดินทางอยู่เสมอหัวหน้าคนคุ้มกันจำเป็จะต้องเดินเข้าไปหาอันตรายเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยว่าเป็อันตรายกับพวกเราหรือเปล่า
พวกเขาสามคนเดินหายเข้าไปในหมอกข้างหน้า
เวลาผ่านไปยังไม่ถึงหนึ่งนาที่ก็มีบางอย่างกลิ้งออกมาจากหมอกหนา
.........นี่มัน.......
“กรี๊ด!!!!!!!”
ฉันร้องมาอย่างสุดเสียงเพราะสิ่งที่กลิ้งออกมาคือ----หัวของทั้งสามคน
อลันรีบะโ
“ทุกคนถอยกลับ! ด่วน!”
แต่ไม่มีการตอบรับจากคนคุ้มกันอีกสองคน พวกเขาหายไปเหลือไว้แค่เพียงอาวุธที่ตกอยู่เท่านั้น
อลันหยิบดาบยาวขึ้นมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับบอกให้ฉันห้ามลงจากรถอย่างเด็ดขาด
มีเงาของคนหลายคนกำลังเคลื่อนที่อยู่ในหมอกทันทีที่เงานั้นปรากฏก็มีบางสิ่งบางอย่างพุ่งมาหาอลัน
“อึก!”
อลันยกแขนซ้ายขึ้นมากันหอกน้ำแข็งแทงทะลุแขนของเขา เืของอลันกระเด็นมาจนถึงกระจกของรถม้า ตอนี้ฉันสั่นด้วยความหวาดกลัวจนแม้แต่เสียงร้องก็ไม่ยอมออกมา
ใครบางคนพุ่งเข้ามาหาอลันอย่างรวดเร็วจากในหมอกดาบในมือนั่นฟันลงมาอย่างรวดเร็วอลันล้มลงตรงนั้นทั้งที่ยังไม่ได้ขยับตัวสักนิดเดียว แล้วกลุ่มคนใส่ชุดคลุมสีดำก็เปิดประตูรถม้าออก
ฉันหมดหนทางหนีแล้ว.......
ภาพที่ผมเห็นอยู่คือหัวของชายสามคนถูกทิ้งไว้บนพื้นโดยที่ไม่มีร่างกายชายคนหนึ่งใส่ชุดเหมือนพ่อบ้านกำลังนอนจมกองเือยู่หน้ารถม้าและ...เด็กสาวกำลังถูกลุ่มคนที่ดูยังไงก็แก๊งคนชั่วชัด ๆ กระชากตัวลงมาจากรถ
ดูจากการแต่งตัวแล้วเด็กสาวคนนั้นคงจะเป็ลูกผู้ดีที่ไหนสักแห่งแน่นอนโดนปล้นอย่างนั้นหรอ? แต่พวกนั้นไม่มีที่ท่าทีว่าจะชิงของอะไรไปเลยแฮะงั้นก็คงเป็ทหารรับจ้างที่รับทำงานสกปรกสินะ
ผมแอบดูเหตุการณ์อยู่อย่างเงียบๆ หลังพุ่มไม้
“พวกแก้าทรัพย์สมบัติของฉันอย่างนั้นหรอ!? ไอ้พวกโจรกระจอก!”
เด็กสาวะโขึ้น……..ไม่เหลือคราบของผู้ดีเลยครับนั่น
แก๊งคนชั่วยังคงเงียบแต่แล้วชายคนที่กำลังจับแขนของเด็กสาวไว้ก็พูดขึ้น
“พวกเราในนามของเฟิร์สวันจะทำการชำระล้างโลกจากสิ่งเสื่อมโทรมทั้งหลาย”
เ้านั่นพูดอย่างไร้อารมณ์สุดๆ เป็คนแน่รึเปล่านะ?
“เฟิร์สวัน!?”
เด็กสาวอึ้งไปเลยแฮะพวกนี้คือเฟิร์สวันอย่างนั้นหรอถ้าดูจากปริมาณพลังเวทย์ขนาดนั้นล่ะก็อาจจะมีคนเชื่อก็ได้มั้ง .........แต่ผมรู้ดีว่านั่นไม่ใช่
“กลุ่มสวะอย่างพวกแกทำไมต้องมาทำร้ายฉัน!!??”
โอ๊ยผมเจ็บใจนิด ๆ แต่เจ็บใจเื่อะไรนะ
“เราทำตามคำสั่งที่ได้รับเท่านั้น”
ทำตามคำสั่ง? ใครจะมีอำนาจขนาดสั่งวายร้ายในาศักสิทธิ์ได้กันนะ
“อลิสโกลด์แชปแมน เราขอพิพากษาเธอในฐานะของสิ่งเสื่อมโทรม”
เ้าคนที่พูดมาั้แ่เมื่อกี้แทงมือทะลุอกของเด็กสาวอย่างรวดเร็วเธอชื่ออลิสสินะ? เืไหลนองท่วมพื้นเด็กสาวล้มลง ลมหายใจเริ่มแ่เบาลง ตาของเธอสูญเสียแสงสว่างและกำลังจะดับลงไปทุกที
ผมเฝ้ามองเหตุการณ์ต่อด้วยท่าทีนิ่งสงบมันไม่ใช่เื่ของผมเลยไม่อยากที่จะแกว่งเท้าหาเสี้ยน ผมไม่ได้มีหน้าที่ต้องสงสารหรือช่วยทุกคนบนโลกนี้สักหน่อย
จบแล้วหรอโอ๊ะ ผู้ชายที่ดูเหมือนพ่อบ้านคนนั้นยังไม่ตายนี่ เขาขยับตัวไปทางร่างของเด็กสาวเข้าไปกอดเธอเอาไว้พร้อมกับน้ำตา พวกแก๊งคนชั่วหายตัวไปจังหวะนั้น------วาร์ปงั้นหรอ
“ขอโทษครับคุณหนู....ผ..ผมปกป้องไว้ไม่ได้”
............
ตาของคุณพ่อบ้านมองอลิสอย่างไม่ละสายตา
ผมขยับตัวออกจากพุ่มไม้ช้าๆ เพื่อกลับไปยังรถม้า
“ฉันไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งซะด้วยสิ............”
คำพูดเบาๆ ออกมาจากปากของผม
“[แพนโดร่า]..........ฉัน.....ช่วยได้เท่านี้แหละ”
เสียงอันแ่เบาลอยไปตามสายลมแล้วผมก็จากที่นั่นไปโดยไม่หันกลับไปมองอีก
หลังจากนั้นก็มีกลุ่มนักผจญภัยผ่านไปทางนั้นทันทีเป็กลุ่มของนักผจญภัยชั้นสูงเลยมีจอมเวทย์รักษาขั้นสูงอยู่ด้วยพวกเขาผ่านไปพบกับเด็กสาวและพ่อบ้านของเธอในสภาพที่ใกล้จะตายเต็มที จอมเวทย์รักษารีบใช้เวทย์รักษาขั้นสูงอย่างไม่รอช้า
เด็กสาวและพ่อบ้านรอดตายได้ราวกับปาฏิหาริย์ในสถานการณ์ที่สุดจะสิ้นหวังนั่นอาจเป็เพราะพวกเขาไม่เคยทิ้ง ความหวัง ในการมีชีวิตอยู่