ยามท้องฟ้าเปลี่ยนเป็สีเข้มดุจหมึก
หิมะโปรยปรายลงมาดังหยาดพิรุณพร่างพรม ความหนาวเหน็บไล่ให้ผู้คนถอยร่นไปอยู่ใต้ชายคา ซุกตัวอยู่ข้างเตาไฟอุ่นร้อน น่าสงสารก็แต่สุนัขข้างถนนที่ไร้ที่พักพิงดังเช่นมนุษย์ ทำเพียงแอบกายสั่นงันงกอยู่ใต้ต้นไม้ หูลู่ของมันกระดิกเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นในความความเงียบสงัด
บนถนนรกร้างปรากฏร่างของคนผู้หนึ่ง ร่างนั้นเหยียบย่างลงบนพื้นถนนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนอย่างเชื่องช้า บนกายสวมชุดสีฟ้าอ่อนทาบทับด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์สีขาว ไหล่ซ้ายมีย่ามขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ใบหน้าซีดขาวราวหิมะที่ตกกระทบลงบนแก้มมองตรงไปข้างหน้า ทว่าแววตากลับเหม่อลอยดุจปลายทางสายตาคือบางสิ่งที่อยู่ไกลออกไป กระทั่งปลายเท้าสะดุด ร่างกายซวนเซล้มลงไปบนหิมะเย็นเยียบ ดวงตาเลื่อนลอยจึงคล้ายได้สติ
ดวงหน้าผุดผาดเงยขึ้นมองผืนฟ้ามืดมิด ทั่วทั้งร่างท่วมท้นไปด้วยความโศกเศร้าอาดูร ทว่ากลับไร้ซึ่งน้ำตา ไร้ซึ่งเสียงสะอื้นไห้ มีเพียงความเ็ปล้ำลึกสะท้อนอยู่ในดวงตาดอกท้อ
“ข้าไม่เชื่อ..ว่าเป็ลูกของข้า”
น้ำเสียงเ็าที่ดังก้องอยู่ในหูเป็ดังเข็มพิษทิ่มแทงทั่วร่าง
นางรู้ว่าเขาเกลียดชังนางยิ่งนัก แต่กลับไม่คิดว่าความเกลียดชังของเขาจะลึกล้ำจนลงมือตัดรอนสายเืของตนได้อย่างไม่ลังเล อีกทั้งยังผลักไสไปไว้ในมือผู้อื่นอย่างเืเย็น
“แทนที่จะมาหาข้า มิสู้เ้าไปเยี่ยมเยียนตระกูลซ่งสักครา ไม่แน่ว่าบิดาของลูกในท้องเ้า..จะอยู่ที่นั่น”
ไม่ยอมรับก็ช่างเถิด ทว่าเหตุใดต้องเอ่ยวาจาร้ายกาจถึงเพียงนั้นด้วยเล่า ตลอดหลายปีที่นางเพียรพยายาม หากเขาไม่โง่เขลาก็คงกระจ่างแก่ใจว่านางรู้สึกเช่นไร คุณชายชาติกำเนิดสูงส่ง บัณฑิตเพียบพร้อมด้วยสติปัญญา นางไม่เคยเหลือบแลแม้เพียงหางตา ลมหายใจเข้าออกล้วนมีเพียงเขา
คำกล่าวหาของเขาหนักดังขุนเขา นางไม่อาจแบกรับไว้ได้
“เฉินซือหยาง..” เสียงกระซิบดังผะแ่ ลอยหายไปกับเสียงลมครวญ
ความรักของนาง เขาไม่้า เช่นนั้นนับจากนี้..
นางก็จะไม่รักเขา
ไม่ห่วงหา
ไร้อาวรณ์
เป็ตายไม่ขอยุ่งเกี่ยว!
มือขาวนวลเลื่อนขึ้นมาลูบท้องแ่เบา ในดวงตาโศกพลันปรากฏความเด็ดขาดสายหนึ่ง
ในเมื่อผู้เป็บิดาไม่ยอมรับ นางก็จะเป็ทั้งบิดาและมารดาให้ลูกของนางเอง นางจะทำให้เห็น ว่าสตรีที่โง่งมเช่นนาง..ก็สามารถเลี้ยงลูกให้เติบโตขึ้นมาอย่างดีได้ด้วยตัวคนเดียว!