เมื่อทั้งสองคนกับหนึ่งภูติเข้าไปถึงที่หมายแล้วก็มองเห็นต้นไม้ภูติที่เริ่มจะทิ้งใบของตนลง จนตอนนี้ใบบนต้นเหลืออยู่ไม่มากเท่าไหร่นัก เธอและจิวจิวก็ได้ยินเสียงร่ำไห้ออกมาจากต้นไม้ต้นนี้เช่นเดียวกันมันเป็เสียงที่มีแต่ความเศร้าและเ็ป
“โอ๋ๆ คุณปู่ต้นไม้ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ ซินซินกับจิวจิวมาช่วยแล้ว ไหนบอกหนูสิค่ะ ว่าเกิดอะไรขึ้น” ซินซินเดินเข้าไปกอดต้นไม้ต้นใหญ่เท่าที่แขนสั้นๆ ของตนจะกอดได้
“แหล่งน้ำของที่นี่เริ่มแห้งลงนะหลานน้อย รากของปู่ไม่สามารถชอนไชไปถึงน้ำได้อีกแล้ว เลยทำให้ต้นไม้แถวนี้ต่างก็เริ่มทิ้งใบกันด้วยความท้อแท้ที่จะมีชีวิตอยู่ไปด้วย โดยเฉพาะบางต้นที่เพิ่งจะโตขึ้นมาได้ไม่กี่ปี ก็เริ่มที่จะเหี่ยวแห้งลงไปเรื่อยๆ แล้ว” ปู่ต้นไม้ที่ซินซินเรียก ได้บอกกับซินซิน ทางพ่อผู้เห็นเหตุการณ์ก็มองเห็นกิ่งไม้สั่นไหวเบาๆ เพียงเท่านั้น
“ถ้าอย่างนั้นคุณปู่ต้นไม้รู้สาเหตุไหมค่ะว่าทำไมน้ำถึงแห้งลง” เ้าตัวน้อยที่ยังคงเอาตัวและศีรษะแนบกับลำต้นของต้นไม้ใหญ่นี้อยู่ถามออกมา
“รู้สิลูกแต่ก็ยังไม่แน่ชัดนักเพราะต้นไม้ที่คอยสื่อสารกันก็ไม่สามารถติดต่อกันได้ที่พอจะมีข่าวล่าสุดก็เกี่ยวกับว่ามีสิ่งของไปขวางน้ำตกเพียงเท่านั้น แม่น้ำสายนี้เชื่อมต่อมาจากน้ำตกในป่าด้านในอีกชั้นหนึ่ง แล้วถึงจะไหลมารวมกันเกิดเป็แม่น้ำขึ้นมาแล้วก็ไหลออกไปสู่ทะเลสาบจิวหูด้านนอกด้วย หนูได้สังเกตไหมว่าน้ำในทะเลสาบเองก็เริ่มแห้งลงเช่นกัน”
ซินซินก็คิดตามที่ปู่ต้นไม้พูดจะว่าไป น้ำในทะเลสาบก็ลดลงมากจริงๆ แต่เนื่องจากอากาศที่หนาวมากขึ้นเธอก็เลยไม่ได้ไปเดินเล่นแถวนั้นมาสักพักแล้ว
“ที่นี่ยังไม่เข้าป่าชั้นในอีกเหรอจ๊ะ ถึงยังมีป่าชั้นในอีก” เ้าตัวน้อยถามด้วยความสงสัย
“ก็ชั้นในแหละหลานน้อย แต่เป็ชั้นในรอบนอก เดินเลยปู่เข้าไปถึงจะเป็ชั้นในของจริงและ ก็จะเจอน้ำตกมรกตที่ชื่อนี้เพราะสีของน้ำยามสะท้อนกลับตะวันจะเกิดสีเขียวเหมือนมรกตขึ้นมา” ปู่ต้นไม้ก็ยังใจดีอธิบายให้เ้าตัวน้อยฟัง
ทางด้านจิวจิวเอง ก็เริ่มแผ่พลังของตนเข้าปกคลุมเหล่าต้นไม้เอาไว้ก่อน ก่อนที่ต้นไม้เหล่านี้จะตรอมใจตายเพราะขาดน้ำ เมื่อต้นไม้ได้รับพลังจากจิวจิวแล้วทุกต้นก็รู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้นต่างโยกกิ่งไม้ของตนไปมาเบาๆ เพื่อเป็การแสดงความขอบคุณ
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวหนูกับจิวจิวจะเข้าไปดูกันถึงสาเหตุว่าทำไมน้ำถึงไม่ไหลมาถึงที่นี่นะคะ” เ้าตัวน้อยพูดจบก็ผละออกจากลำต้นใหญ่ของต้นไม้ เ้าจิวจิวเองก็หมดแรงเช่นเดียวกันจึงได้มานอนแผ่บนหัวของเพื่อนรักตน
“พ่อจ้าเราต้องเข้าไปด้านในของป่ากันอีกจ้ะ เพราะสาเหตุอยู่ที่น้ำตกที่เป็ต้นน้ำของทุกชีวิตที่นี่เราต้องรีบแก้ไขเพราะถ้าหากหิมะตกลงมากันมากแล้วน้ำเกิดเป็น้ำแข็งอีกพวกคุณปู่ต้นไม้อาจขาดน้ำจนแห้งตายได้จ้ะ”
“เราจะเจอกับสัตว์ร้ายไหมลูกแต่จะว่าไปั้แ่เราเข้ามาก็ไม่เจอสัตว์ร้ายอะไรเลยแม้กระทั้งสัตว์เลื้อยคลานอย่างงูก็ไม่มี หรือพวกมันจะจำศีลกันหมดแล้ว” พ่อก็พูดกับลูกสาวด้วยความแปลกใจ
“พ่ออยากเจอหรือจ๊ะ” เ้าตัวน้อยถามพ่อของตนด้วยความไร้เดียงสาออกมา
“ไม่อยากจ้ะลูกสาว การไม่เจอนะดีแล้ว เรารีบไปกันเถอะ จะได้ออกจากป่าไม่ค่ำนัก” พ่อรีบอุ้มตัวลูกสาวตัวเล็กขึ้นพร้อมโอบกระชับไว้แน่นกับอกของตน
“เมื่อพ่อบอกไม่อยากเจอ ก็ต้องไม่ได้เจอ” เ้าตัวน้อยพูดอู้อี้กับอกของผู้เป็พ่อ
คนทั้งสองกับหนึ่งภูติพากันเดินเข้ามาเรื่อยๆ ก็ได้ยินเสียงน้ำตกดังซู่ๆ ซ่าๆ พวกเขาก็พากันเดินตามเสียงไปเรื่อยๆ ก็เจอเข้ากับน้ำตกที่ใหญ่มากๆ และมีสีสวยงามจับตาและบริเวณโดยรอบน้ำตกก็มีพืชพรรณนานาชนิด ทั้งไม้ดอกไม้ผล ต่างแข่งกันอวดโฉมของตน และยิ่งแสงแดดตากระทบกับผืนน้ำก็ยิ่งดูระยิบระยับสวยงามมากขึ้นไปอีก
“ที่นี่ดูสวยงามและสมบูรณ์มากเลยนะลูกผิดกับด้านนอกลิบลับทีเดียว” จินเป่าพูดกับผู้เป็ลูกแล้ววางลูกสาวของตนให้ยืนอยู่ด้านข้างของตน
“นั่นสิจ้ะ เราคงต้องหาสาเหตุที่น้ำไหลไปไม่ถึงข้างนอกกันแล้ว” ผู้เป็ลูกสาวตอบรับกับผู้เป็พ่อพร้อมกับหันซ้ายหันขวาเพื่อมองดูรอบๆ ไปด้วย
“ซิน ซิน เจอแล้วจิวจิวรู้แล้วทำไมน้ำถึงไม่ไหลไปข้างนอก”เสียงจิวจิวร้องบอกมาอย่างตื่นเต้น
“อะไรเหรอจิวจิวเราจะแก้ได้ไหม” ซินซินถามขึ้นและก็แปลกใจที่จิวจิวหายไปจากหัวของตนเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่มาพร้อมกับเื่ดีๆ
“มีก้อนหินก้อนใหญ่มากมันมาขวางทางน้ำฝั่งที่น้ำจะต้องไหลไปยังแม่น้ำสายข้างนอกนั้นและก็เพราะเ้าหินก้อนใหญ่นี้อีกเหมือนกันจึงทำให้แม่น้ำอีกฝั่งเกิดล้นขึ้นมาทำให้ สัตว์ป่าและต้นไม้ทางด้านนั้นเดือดร้อนจากการที่น้ำเอ่อล้นแม่น้ำออกมา ทำให้ต้นไม้ก็เริ่มจะตายเพราะรากเน่า สัตว์ป่าเองก็ต้องหอบลูกตัวเล็กๆหนีกันอย่างชุลมุน” จิวจิวรายงานสิ่งที่มันเห็นออกมา
“ไปเราไปดูกันเถอะ ซินซินจะได้ขอพรให้เ้าก้อนหินั์นี้มันหายขึ้นมาอยู่บนฝั่งแล้วก็ให้มันฝั่งแน่นไปกับพื้นดินไปซะ มันจะได้ไม่ตกลงไปในน้ำเพื่อสร้างความเดือดร้อนอีก” เ้าตัวน้อยรีบฉุดแขนของผู้เป็พ่อให้เดินตามจิวจิวที่บินนำไปแล้ว
เมื่อมาถึงสถานที่ ที่จิวจิวบอก พ่อและลูกสาวก็ได้เห็นหินก้อนใหญ่ั์ปิดทางน้ำไหล ซินซิน จึงรีบขอพรที่ตนได้มาจากเ้าแม่ทันที เมื่อการขอพรจบลง ก็ไดเกิดแสงสว่างวาบบริเวณก้อนหินั์นั้น พอแสงนั้นหายไปแล้ว ก็ปรากฎว่าก้อนหินที่เคยขวางทางน้ำอยู่ ได้ขึ้นมาอยู่บนฝั่งเรียบร้อยแล้ว สายน้ำที่เคยถูกปิดกั้นก็ได้ไหลตามปกติแล้วเช่นเดียวกัน
เมื่อภารกิจครั้งนี้จบลงแล้ว ซินซินก็หวังว่าแม่น้ำอีกฝั่งที่เคยล้นก็น่าจะกลับมาเป็ปกติในไม่ช้า ทีนี้ก็มาถึงปฏิบัติการเก็บของป่ากันดีกว่า เพื่อเป็การเพิ่มเงินในกระเป๋าของตัวเอง
“จิว จิวเรามาช่วยกันหาของป่าไปขายกันเถอะไหนๆ ก็เข้ามาแล้ว ตอนกลับก็ค่อยเดินสำรวจทางน้ำว่าไหลไปสู่แม่น้ำที่ป่าด้านนอกหรือยัง”
“ได้เลย ทางด้านหลังต้นไม้นั้นมีถ้ำ เราจะลองเข้าไปสำรวจกันดูไหม จิวจิวไม่รับรู้ถึงมีชีวิตแถวนี้นอกจากพวกเรา”
“ไปกันเลย เดี๋ยวไปบอกคุณพ่อก่อน” ซินซินได้ใช้ขาสั้นๆ ของตนเดินไปหาผู้เป็พ่อที่กำลังเก็บสมุนไพรบางอย่างอยู่
“พ่อจ๋า เราไปสำรวจถ้ำกันเถอะ จิวจิวบอกว่าปลอดภัยจ้ะ” เ้าตัวน้อยนั่งยองๆ ข้างพ่อแล้วรีบเอ่ยชวนพ่อของตน
“ปลอดภัยแน่นะลูก ถ้าหนูอยากไปพ่อพาไปก็ได้ครับ” พ่อพูดขึ้นพร้อมกับยืนขึ้นโดยฉุดลูกสาวตัวน้อยให้ยืนขึ้นยืนด้วยกัน
สองคนพ่อและลูกได้เดินตามภูติน้อยจิวจิวที่บินนำอยู่ข้างหน้า ซินซินเองก็ได้นำไฟฉาย ส่งให้กับผู้เป็พ่อของตนเมื่อมาถึงปากถ้ำแล้ว ทั้งสองก็เดินเข้าไปเรื่อยๆ ถ้ำนี้มีขนาดกว้างพอให้ทั้งสองคนสามารถเินพร้อมกันเข้าไปได้และข้างในก็มีอากาศรอดผ่านด้วย
“พ่อว่าถ้ำนี่น่าจะมีทางออกที่ไหนสักแห่งเป็แน่เพราะมีลมพัดเข้ามาแล้วภายในถ้ำเองก็ไม่รู้สึกอับสักเท่าไหร่ด้วย”
“ซินซิน เดินมาทางนี้เร็วเข้า” เสียงจิวจิวร้องขึ้นมาอย่างตื่นเต้น ทำให้ซินซินต้องรีบดึงมือของพ่อเพื่อให้รีบเดินไปตามเสียงทีจิวจิวร้องเรียก
เมื่อมาถึงทั้งสองก็ต่างใจนตาค้างไปเสียแล้ว นี่มันกองสมบัติชัดๆ มีทองคำแท่งกองอยู่มากมายในหีบที่จิวจิวได้ทำการเปิดรอไว้ให้เพื่อนของตนได้เข้ามาดูแล้ว
“จิวจิวนี่มันสมบัติของใครกัน ทำไมมันถึงมากมายขนาดนี้” เ้าตัวน้อยถามกับภูติจิ๋ว เพื่อนของตัวเอง
“นั่นไงเ้าของ” จิวจิวพูดพร้อมกับลอยมายังร่างโปร่งแสงร่างหนึ่งซึ่งเป็ชายชรา หนวดเครายาวขาวโพลนยิ้มมาให้เธออย่างใจดี
“สมบัติพวกนี้เป็ของคุณปู่หรือค่ะ” เ้าตัวน้อยถามร่างโปร่งแสงนั้นด้วยความแปลกใจ ่เวลาที่เธอคุยกับิญญาคุณปู่นั้นเหมือนเวลาจะหยุดนิ่งทำให้จินเป่าไม่ได้รับรู้เื่อะไรด้วย
“ใช่แล้วลูกปู่ยกให้หนูนะ หนูจะได้เอาไปแลกเปลี่ยนเป็เงินเพื่อที่จะได้ใช้ช่วยเหลือผู้คนต่อไป กว่าจะพ้น่อดอยากและกว่าผู้คนจะลืมตาอ้าปากกันได้ก็น่าจะอีกหลายปี ของมีค่าพวกนี้แม้ตอนนี้จะยังขายไม่ได้แต่หนูก็รู้ว่าต่อไปมันจะมีค่าแค่ไหนใช่ไหม จงนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนะหลาน” เมื่อิญญานั้นพูดจบก็ได้หายวับไป
ซินซิน ก็รีบเก็บกองสมบัติย่อมๆ นั้นเข้าในมิติทันที ท่ามกลางความงุนงงสงสัยของพ่อของตัวเอง “ เก็บเข้าไปจะดีเหรอลูก เ้าของเป็ใครก็ไม่รู้ เราไม่ควรฉกฉวยเอาของคนอื่นนะครับ” จินเป่าสอนลูกสาวของตน
“คุณปู่เคราขาวยกให้หนูแล้วค่ะ คุณปู่บอกให้หนูนำไปช่วยเหลือคนที่เขาลำบาก” ซินซิน ตอบผู้เป็พ่อและตัวเธอก็รู้สึกดีใจที่ผู้เป็พ่อไม่ได้มีความโลภเลยสักนิด
“ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอบคุณแทนลูกสาวผมด้วยนะครับ เรากลับกันเถอะลูก” จินเป่าพูดเสียงดังออกมาเพื่อขอบคุณสิ่งที่เขามองไม่เห็น แล้วก็มาชวนลูกสาวตัวน้อยเดินออกจากถ้ำ
ิญญาคุณปู่ที่ได้ยินคำขอบคุณของจินเป่า ก็ได้แต่ยืนยิ้มอยู่ตรงที่สมบัติเคยกองอยู่ พร้อมกับมองส่งสองคนพ่อลูกกับหนึ่งภูติแล้ว ร่างิญญาโปร่งแสงของเขาก็จากไป เพราะเขาไม่มีห่วงกังวลอะไรอีกแล้ว
สองพ่อลูกเมื่อออกมาจากถ้ำก็เดินตามทางน้ำไหลมาตลอด โดยเ้าจิวจิวก็ได้ขึ้นไปนอนผึ่งพุงกลมๆของมันบนหัวของซินซินตามเคย
ตอนนี้ทั้งสามได้มาถึงบริเวณของต้นไม้จิติญญาภูติแล้ว ทำให้ว่าบรรยากาศดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน เพราะแม่น้ำที่แห้งขอดนั้นตอนนี้ได้มีน้ำแล้ว เหล่าต้นไม้จึงได้พากันโยกกิ่งของตนเหมือนกับเต้นรำฉลองกันด้วยความยินดี
“ซินซินต้องกลับบ้านก่อนนะคะ หากว่า้าความช่วยเหลืออะไรก็ส่งกระแสจิตไปที่จิวจิวนะคะ ไว้พบกันใหม่ค่ะ”
“ขอบคุณนะหลานตัวน้อย จงรับสิ่งนี้เพื่อเป็ของตอบแทนจากพวกเราด้วย” ต้นไม้จิติญญาภูติพูดออกมาพร้อมกับมีเห็ดหลินจือ วางอยู่ตรงหน้าของพ่อและซินซินเป็กองย่อมๆแต่ละดอกมีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ทุกดอก
“ขอบคุณนะคะ ซินซินจะขอรับน้ำใจของทุกคนไว้” เ้าตัวเล็กพูดจบกองเห็ดหลินจือ ก็หายเข้าไปในมิติ
เมื่อเดินออกมาจากป่าก็เห็นผู้คนพากันมาอยู่รอบชายป่ากันอย่างมากมาย จินเป่าและซินซินต่างก็พากันแปลกใจ
“นั่นจินเป่าออกมาแล้ว” ชาวบ้านคนหนึ่งรีบบอกพวกที่มาด้วยกัน
“มีอะไรกันหรือครับ” จินเป่าถามขึ้นกับชาวบ้านทุกคนที่พร้อมใจมองมาทางเขาเป็ตาเดียว
“ก็นางเจียว เจียวไปบอกกับทุกคนว่าเจอหมูป่าตัวใหญ่ไล่ขวิด พวกเราก็เลยพากันมาที่ป่าเพื่อจะได้ล่ามันเอามาเป็อาหารได้” ชาวบ้านชายที่อยู่ในกลุ่มตอบคำถามจินเป่า
“ผมก็ออกมาจากป่าแต่ก็ยังไม่เห็นสัตว์อะไรเลยนะครับนี่ก็ได้สมุนไพรมานิดหน่อย ่นี้เข้าหน้าหนาวผมว่าสัตว์มันน่าจะจำศีลกันหมดแล้ว” จินเป่าก็พูดให้ชาวบ้านฟังตามความจริง
ทางด้านเ้าตัวน้อยก็ยิ้มอย่างเดียวด้วยความสมใจที่หมูป่าไล่ขวิดคนปากเสีย