เช้าวันรุ่งขึ้น ณ.ห้องบรรทมในตำหนักฉางซุน
กริ๊ด................
เสียงของฝางหลู ดังขึ้น ในห้องบรรทดของเหม่ยเหริน ด้วยความตื่นตระหนก รีบวิ่งออกมาอย่าง หวาดกลัวและใร้องเสียงดังลั่นทั่วตำหนักฉางซุน
ฝางหลู “ช่วยด้วยเพคะ เหม่ยเหริน ฆ่าตัวตาย เหม่ยเหริน สินแล้ว เหม่ยเหรินสินแล้ว(ะโไปด้วย วิ่งไปด้วย)
ซูเว่ยฉีและบรรดานางกำนัลรีบวิ่งไปดูเหม่ยเหรินที่ห้องบรรทม เห็นร่างของเหม่ยเหริน นอนอยู่ข้างๆมีอ่างที่เต็มไปด้วยเืที่หยดมาจากเเขนของเหม่ยเหริน บนโต๊ะยังมีจดหมายสั่งลา ลงลายนิ้วมือเืของเหม่ยเหริย
ฝางหลู “เหม่ยเหรินสินแล้วพวกเราทำอย่างไรดี ซูเว่ยฉี”
ซูเว่ยฉี “(ท่าทีร้องไห้)เมื่อคืนเหม่ยเหรินร้องไห้ทั้งคืน รับสั่งไม่ให้ข้าเข้าไปรบกวน ข้าก็เฝ้าอยู่หน้าห้องบรรทมทั่งคืนไม่คิดเลยว่าจะเกิดเื่เช่นนี้ขึ้น เช้านี้ข้าเห็นว่าพระนางยังไม่ตื่นจากบรรทม ข้าคิดว่าคงร้องไห้ทั้งคืนคงร่างกายไม่สู่ดี ข้าเลยเข้าครัวไปต้มน้ำแกงลูกแพรเพื่อมาพระนาง ไม่คิดเลยว่าพระนางจะจบชีวิตตนเองเช่นนี้ จบแล้วทุกอย่างจบสิ้นแล้ว เร็วเข้าพวกเ้ารีบไปแจ้งฝ่าา”
ฟางหลูได้ยินที่ซูเว่ยฉีกล่าวก็รีบวิ่งออกไปแจ้งฝ่าาและฮองเฮาทันที
ฮองเฮาได้รับข่าวจากฝางหลูแล้ว ก็รีบเร่งตามหมอหลวงมาที่ตำหนักฉางซุนทันที พร้อมกับนางสนมอีก สี่ตำหนัก
แต่มีเพียงหลู่ผินเท่านั้นที่มาถึงช้า ทำท่าทีไม่รู้เื่ร้าวแต่ในใจกลับพอใจยิ่งนักที่เหม่ยเหรินสินใจ แล้วกล่าวกับเล่าสนมคนอื่นๆ
หลูผิน(น้ำเสียงหยอกเย้า) “เกิดเื่อะไรขึ้นเพคะฮองเฮา เอะอะกันตั่งแต่รุ่งสางหรือว่ามีผู้ใดเสียชีวิตหรือเพคะ ผู้ใดกันหรือจะเป็นางสาระเลวผู้นั้น ตายแล้วหรือ”(ยิ้ม)
หลังจากนั้นหมอหลวงที่ฮองเฮาเชิญมาเข้าไปดูอาการ ไม่นานก็เดินออกมาจากห้องบรรทมของเหม่ยเหริน ฮองเฮาและเล่าสมนก็รีบร้อนเดินเข้าไปถามไถ่ทันที
ฮองเฮา “หมอหลวง เหม่ยเหรินเป็ยังไงบ้าง”
หมอหลวง “กลาบทูลฮองเฮา เหม่ยเหรินเสียเืมากทำให้สินพระชนแล้วพะยะคะ
หลังจากเล่าสนมที่ได้คำตอบ จากหมอหลวง บางคนก็เสียใจ บางคนก็ดีใจ ก็ได้เเต่ยื่นอยู่หน้าตำหนักฉางซุน ไม่มีผู้ใดออกความคิดเห็น และไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป หลูผินเลยกล่าวกันเล่าสนม
หลู่ผิน “คนก็ตายไปแล้วพวกเราอยู่ตรงนี้ก็ช่วยอะไรมิได้ งั้นกลับตำหนักกันก่อนดีไมเพคะ ฮองฮอง”
ฮองเฮา “งั้นเล่าสนมกลับตำหนักไปพักผ่อนกันก่อน หมอหลวงรบกวนเ้าช่วยหาผ้าขาว ปิดร่างเหม่ยเหรินไว้ให้ด้วย เื่อื่นๆไว้ค่อยว่ากันหลังจากนี้”
หมอหลวง “ได้พะยะคะ”
หลังจากสั่งการหมอหลวงแล้ว ฮองเฮาก็หันกลับมาต่อว่าเล่านางกำนัล ที่ดูแลตำหนักฉางซุน
ฮองเฮา “พวกเ้าทำงานกันอย่างไร ทำไมไม่ดูนายของพวกเ้าให้ดี ถึงปล่อยให้นางคิดสั้นเช่นนี้”
หลู่ผิน “แล้วเมื่อคืนใครเป็คนเฝ้ายามห้องบรรทม”
ซูเว่ยฉี “ เมื่อคืนเป็หม่อมฉันเองเพคะ”
ฮองเฮา “ข้าจำเ้าได้ เ้าเป็นางกำนัลคนสนิท นางคิดสั้นเ้าไม่รู้เลยหรือ”
ซูเว่ยฉี “เพราะเื่เมื่อวาน ที่หลูผินเสด็จมาหาเหม่ยเหรินที่ตำหนัก พระนางเสียพระทัยเป็อย่างมาก ตกกลางคืนพระนางก็ได้ร้องไห้หนัก ไม่ให้พวกหม่อมฉันเข้าไปในห้องบรรทม หม่อมฉันเลยได้แต่เฝ้าอยู่หน้าห้อง ฮองเฮาพูดถูก หม่อมฉันสมควรตาย หม่อนฉันควรจะใส่ใจเหม่ยเหรินให้มากกว่านี้เพคะ”
หลู่ผิน “เื่เมื่อวานข้าแค่มาเยียมน้องหญิง เหมือนเล่าสนมคนอื่นๆ เกี่ยวอะรกับข้า
ในเมื่อเ้ารู้ว่าสมควรตาย ก็รีบตามนางไปเถอะ”
พูดจบหลู่ผินได้ใช้ให้นางกำนัลคนสนิทของตนไปจับตัวซูเว่ยฉี
หลู่ผิน “เ้าไปจับตัวนางกำนัลผู้นี้ไว้ ให้นางเอาหัวโขยให้ตายต่อร่างเหม่ยเหริน ให้ตายตามนายของนางไป รีบหน่อยอย่าให้นายของเ้าที่อยู่ปรโลกต้องรอนาน”
ฝ่าาเสด็จ...........เสียงของหลี่กงกงดังขึ้น
ฝ่าา “นี้มันอะไรกัน (ส่งสายตาให้กับซูเว่ยฉี)”
หลู่ผิน “ก็เมื่อคืนนางกำนัลผู้นี้ เป็คนเฝ้ายามหน้าห้องบรรทมของเหม่ยเหริน หม่อมฉันกำลังจะลงโทษนางเพคะ”
ฝ่าา “อย่างงั้นหรือ”
ฮองเฮา “ฝ่าาหม่อมฉันมีความเห็นว่าไม่ควรฆ่านาง เพราะเื่นี้ เหม่ยเหริน คิดสั้นเองไม่เกี่ยวกับนาง แล้วอีกอย่างจวนตระกูลเจียนก็ยังไม่รู้เื่นี้ ถ้าลงโทษนาง จะไม่ยิ่งทำให้ผิดใจกับตระกลูเจียนหรือเพคะ”
หลู่ผิน “ฮองเฮาทรงมีความเมตตามากไป จึงทำให้เล่าข้ารับใช้ในวัง ต่างลืมกฎระเบียบไปหมด หม่อนฉันเห็นว่า ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม นางกำนัลผู้นี้สมควรต้องโทษปะาเพื่อรักษากฎระเบีบบ จะได้ไม่มีผู้ใดเอาเป็ เยี่ยงอย่าง”
ฮองเฮา “ หลูผิลข้าเข้าใจดี บิดาของเ้าคือเ้ากรมตุลาการ เ้าติดตามบิดาของเ้ามาั้แ่ยังเล็กย่อมต้องเคารบกฎหมายที่สุด แต่กฎหมายก็มิอาจละเลยความเป็มนุษยธรรม เหม่ยเหรินเสียชีวิตไปแล้วเ้ายังจะต้องค่อยกดดันผู้อื่นไปถึงไหน จะให้ถึงชีวิตอีกหรือ เ้าถึงจะสบายใจใช่หรือไม่”
ฝ่าา “ในเมื่อเหม่ยเหรินปิดประตูไม่ให้ผู้ได้เข้าไป นางเป็แค่นางกำนัล ไม่สามารถขัดรับสั่งและยิ่งไม่สามารถรล่วงรู้ว่านางจะคิดสั้น หลู่ผินแต่เ้ากับพูดจาไม่หยุดจะเอาชีวิตผู้อื่นให้ได้ ข้าให้เ้าช่วยฮองเฮาดูแลวังหลัง ไม่ใช้ให้เ้าใช้อำนาจรังแกผู้อื่น เ้ารู้ความผิดหรือไม”