จวงเหวินหลิน ถึงกับตกตะลึงตาค้าง ทำไมเอะอะก็ลงไม้ลงมือกันเล่า? คนบ้านหานนี่ช่างไร้มารยาทเสียจริง
จวงเหวินหลินเปิดปากพูดด้วยความขุ่นเคือง “หานชีเยวี่ย!”
“ปากเสียขนาดนี้ก็สมควรโดนตบแล้วล่ะ!” หานชีเยวี่ยยิ้มมุมปากเล็กน้อยชาติที่เเล้วหล่อนก็คันไม้คันมืออยากจะตบแม่ลูกคู่นี้จะแย่อยู่แล้ว!
จวงเหวินหลินจ้องหานชีเยวี่ย แล้วรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“ชี …สหายหานชีเยวี่ย เธอช่วยบอกให้คนของเธอปล่อยแม่ฉันหน่อยได้ไหม? ” จวงเหวินหลินพยายามกดอารมณ์ขุ่นเคืองไว้ในใจเพื่อขอร้อง
ทว่าภายในใจเขากลับคิดว่าหานชีเยวี่ยช่างเป็หญิงที่น่ารังเกียจเสียเหลือเกินคงจะปล่อยเธอไปง่ายๆ ไม่ได้แล้ว เดิมทีเขาคิดว่าจะทำดีกับเธอสักหน่อย แต่ในเมื่อเธอไม่รู้บุญคุณก็อย่ามาโทษเขาที่ใจร้ายแล้วกัน!
ชีเยวี่ยมองจวงเหวินหลินด้วยสายตาที่เ็า ดวงตาฉายแววอำมหิตราวกับนกที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ
จวงเหวินหลินรู้สึกใกลัวขึ้นมา พลางคิดว่าพวกเขาไม่ได้มีเื่บาดหมางกันมากมายขนาดนั้นนี่?
หานชีเยวี่ยมองจวงเหวินหลินราวกับว่าชาติที่แล้วหล่อนได้ไปฆ่าบีบคอจวงเหวินหลินมา
“สหายหานชีเยวี่ย…” จวงเหวินหลินใร้องลั่นเหมือนเห็นผีจนถอยเท้าไปหนึ่งก้าว
เสียงของจวงเหวินหลินทำให้หานชีเยวี่ยได้สติคืนมา
“จวงเหวินหลิน ดูแลตู้ฉาให้ดี ฉันไม่ได้มีแค่แม่สองคนแต่ฉันยังมีพี่ชายอีกหกคนด้วย”
พี่ชายหกคน? หมายความว่ายังไง?
จวงเหวินหลินเห็นสะใภ้บ้านหานทั้งสองกำลังรุมทำร้ายทุบตีแม่ของตนอยู่ฝ่ายเดียวจึงงได้รู้ถึงความหมายที่จะสื่อ สีหน้าของเขานั้นแลดูจะซีดเผือดลงกว่าเดิม
พวกบ้านนอกไร้มารยาทดีแต่ใช้กำลัง!
หลังจากทั้งสอง ‘พูดคุย’ กันอย่าง ‘ดี’ แล้ว ชีเยวี่ยเห็นว่าตู้ฉาโดนตบจนสาแก่ใจแล้วเธอก็เดินเข้าไปพูดไกล่เกลี่ย สะใภ้ทั้งสองจึงยั้งมือรุมตบตู้ฉาลง
จวงเหวินหลินรีบเข้าไปพยุงตู้ฉาที่หน้าตาบวมปูดผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าขาดวิ่นแล้วพาออกไป
ตู้ฉาที่ถูกทำร้ายอย่างรุนแรงสาหัสจนแทบหายใจไม่ไหวไม่ยอมกล้ำกลืนความอัปยศนี้ไว้ดึงตัวลูกชายไว้แน่นด้วยความเคียดแค้น
“ฉันจะไปขอความเป็ธรรมจากผู้นำชุมชน! ฉันจะฟ้องพวกเธอให้พวกเธอถูกย้ายไปทำงานในไร่นาอันห่างไกล!” ตู้ฉาทนกับความเ็ปบนใบหน้าเอ่ยปากพูดข่มขู่!
หานชีเยวี่ยมองจวงเหวินหลินแล้วถาม “อยากไปฟ้องผู้นำชุมชนงั้นหรือ?”
จวงเหวินหลินส่ายหัวรัวจนหัวแทบจะหลุดออกจากบ่าเขาพูดบางอย่างที่ข้างหูของตู้ฉา จากนั้นสองแม่ลูกจึงรีบเผ่นราวกับเหาะออกไป
คนที่มุงดูพากันหัวร่อยกใหญ่
แม่สื่อสกุลตู้กัดฟันแล้วก้าวออกไปประชันหน้ากับย่าเฒ่า
“พี่สะใภ้ ฉันไม่ยักรู้มาก่อนว่าเื่เบื้องลึกเื้ัมันจะมีมูลเหตุแบบนี้”
แม่ผัวลูกสะใภ้บ้านหานต่างไม่มีใครแยแสเธอแม้แต่น้อยปิดประตูบ้านเสียงดังโครม!
เมื่อกลับเข้ามาในบ้าน ทุกคนต่างจัดการตัวเองเล็กน้อยซย่าซิ่วเหอและหยางชุนจือสะใภ้ทั้งสองก็ออกไปทำงานแล้ว เดิมทีพวกเธอคิดว่าวันนี้ญาติฝ่ายเ้าบ่าวจะมาจึงกลับมาก่อนเวลาเพื่อทำอาหารทว่าตอนนี้เื่แต่งงานคงไม่เกิดขึ้นแล้ว พวกเธอจึงไปทำงานที่ไร่ต่อ
“อาเยวี่ย ย่ารู้ว่าบ้านจวงฐานะดี พ่อหนุ่มคนนั้นก็หน้าตาหล่อเหลาแต่งไปก็ได้เป็คนเมือง แต่หลานอายุยังน้อย อาจไม่รู้ว่าเื่พวกนี้มันอันตรายแค่ไหนแม่ผัวไม่ดี ก็ลำบากไปทั้งชีวิต!” ย่าหานพร่ำสอนชีเยวี่ยด้วยความหวังดี
ชีเยวี่ยเห็นถึงความกังวลของย่าเฒ่า จึงยิ้มแล้วพูดว่า“ย่าจ๋า หนูรู้ดีว่าพวกเขาเป็พวกข้างนอกสุกใส ข้างในเป็โพรง แต่งเข้าไปก็เหมือนตกนรกทั้งเป็”
แต่งเข้าบ้านคนเมือง จะได้กินหรูอยู่สบายเยี่ยงคนเมืองเสียอย่างไรทะเบียนบ้านของเธออยู่นอกเมือง แม้ว่าจะแต่งกับคนเมืองได้ ก็ไม่ได้รับการจัดสรรเสบียงเพิ่มให้อยู่ดี
ย่าหานเห็นชีเยวี่ยเข้าใจ ก็เบาใจลงไปไม่น้อย “ชีเยวี่ย ย่าเห็นสีหน้าหลานดูไม่สู้ดีนัก ไปนอนพักสักหน่อยเถอะ”
ชีเยวี่ยพยักหน้า แล้วกลับเข้าห้อง เมื่อมั่นใจว่าย่าไม่ได้ตามเข้ามาชีเยวี่ยจึงรีบลองเข้าไปในมิติทันที
เพียงชั่วพริบตา เธอก็เข้ามาถึงภายในมิติที่ใช้ชีวิตอย่างคุ้นเคยมานับสิบปี
ลานกว้างในมิติที่เคยว่างเปล่าหายวับไปแล้ว บัดนี้กลับกลายเป็ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ตระการตาซึ่งซูเปอร์มาร์เก็ตนี้เป็ห้างสรรพสินค้าของจวงเหวินหลินที่เธอ ‘ปล้น’ ก่อนจะมาเกิดใหม่
ความคิดล่องลอยย้อนกลับไปยังชาติที่แล้ว
เธอแต่งงานกับจวงเหวินหลินด้วยความหวังเต็มเปี่ยมไม่นานหลังจากนั้น การสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้กลับมาเปิดขึ้นอีกครั้ง เธออดตาหลับขับตานอนตั้งใจอ่านหนังสือสอบอย่างหนักแต่จดหมายตอบรับกลับถูกจวงเหวินหลินเอาไปจากที่ทำการไปรษณีย์แล้วส่งให้หานเสี่ยวเยวี่ยแทน
ชีเยวี่ยไม่เห็นจดหมายตอบรับ จึงคิดว่าตัวเองสอบไม่ติด
จวงเหวินหลินได้ไปเรียนมหาวิทยาลัย ส่วนชีเยวี่ยถูกบังคับให้อยู่บ้านทำงานหนักดูแลปรนนิบัติรับใช้คนบ้านจวงกว่าสิบคน แถมยังต้องประหยัดอดออมเพื่อส่งเสียสามีเรียนหนังสือ
ชีเยวี่ยทำงานหนักในทุกๆ วัน แต่เพราะทะเบียนบ้านเป็คนชนบทจึงไม่ได้รับจัดสรรเสบียงให้ แค่กินข้าวเพิ่มคำเดียวก็ถูกตู้ฉาด่าแล้ว!
จวงเหวินหลินเล่าเรียนจบแล้วก็อยู่ทำงานในเมืองตู้ฉาบอกว่าจวงเหวินหลินใช้ชีวิตอยู่อย่างแร้นแค้น จึงบีบบังคับให้ชีเยวี่ยกลับบ้านไปเอาเงินมาช่วยเหลือจุนเจือ
พอชีเยวี่ยไม่ยอมไป เธอก็ถูกตบตี ด่าทอเหยียดหยามสารพัด
ไม่ง่ายเลยกว่าคนเฒ่าคนแก่ในบ้านของจวงเหวินหลินที่นอนเป็อัมพาตบนเตียงและคนแก่ที่ป่วยกระเสาะกระแสะจะทยอยจากไปทีละคนชีเยวี่ยคิดว่าถึงเวลาจะได้ย้ายไปอยู่กับสามีในเมืองเสียที
แต่ตู้ฉากลับ ‘หวังดี’ บอกกับตัวหล่อนว่า จวงเหวินหลินแต่งงานมีครอบครัวในเมืองได้สี่ปีแล้วแถมมีลูกชายอายุสามขวบแล้วด้วย
ชีเยวี่ยราวกับถูกฟ้าผ่าเข้าเต็มเปา ตู้ฉาด่าว่าหานชีเยวี่ยยอมเป็คนใช้ให้ฟรีๆเป็นังแพศยาที่ยอมประเคนตัวเองให้ลูกชายที่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่เอา!
ชีเยวี่ยผู้เปล่าเปลี่ยวถูกตู้ฉาทุบตีอย่างรุนแรงในขณะที่ยื้อยุดฉุดกระชากลากถูกันอยู่นั้น หัวของเธอได้กระแทกเข้ากับมุมโต๊ะจนล้มลงไปกองกับพื้นชี่เยวี่ยกล้ำกลืนลมหายใจเฮือกสุดท้ายพร้อมกับความคับแค้นและโกรธเคือง ท่ามกลางเสียงด่าทออันหยาบทรามอย่างที่สุดของตู้ฉา
หานชีเยวี่ยนอนตายตาไม่หลับ ดูคนบ้านจวงเอาร่างอันไร้ิญญาของเธอไปทิ้งในหลุมบนูเาซ้ำยังป่าวประกาศว่าเธอเป็นางแพศยาที่คิดจะหนีตามชู้ไป
บ้านหานที่มีข่าวลูกสาวเสียๆ หายๆ จึงถูกคนนินทาลับหลังไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ นับวันชีวิตยิ่งลำบากยากเข็ญลงไปอีก
หานชีเยวี่ยเฝ้ารอแก้แค้นบ้านจวงด้วยความอาฆาต
ในค่ำคืนที่ฝนโหมกระหน่ำคืนหนึ่ง บ้านของจวงเหวินหลินหลังถูกฟ้าผ่าลงมากลายเป็มิติที่ติดตัวเธอ
สิ่งที่ไม่เคยได้มาตอนในตอนที่ยังมีชีวิต จึงกลับกลายเป็สมบัติส่วนตัวของเธอหลังความตาย
มิตินี้มีข้อจำกัดมาก สามารถเก็บได้เฉพาะของของชีเยวี่ยเองและทรัพย์สินของบ้านจวงเท่านั้น หลังจากค้นพบข้อนี้ ทุกครั้งที่ผ่านบ้านจวง ชีเยวี่ยก็ไม่เกรงใจที่จะ‘เก็บ’ ทรัพย์สินบางส่วนออกมาด้วย
ผ่านไปหลายสิบปี ชีเยวี่ยผ่านบ้านจวงเจ็ดแปดครั้งบ้านจวงก็ถูก ‘ปล้น’ ไปเจ็ดแปดครั้ง
ชีเยวี่ยเป็ิญญา ไม่สามารถหยิบใช้ทรัพย์สินเ่าั้ได้แต่เมื่อเห็นคนบ้านจวงโมโหเดือดดาล เธอก็มีความสุข
การ ‘เก็บกวาด’ บ้านจวงกลายเป็ความบันเทิงอย่างหนึ่งในชีวิตหลังความตายของเธอ
ซูเปอร์มาร์เก็ตตรงหน้า เป็ซูเปอร์มาร์เก็ตที่จวงเหวินหลินเปิดหลังจากลาออกจากงานราชการมาทำธุรกิจ
ครานี้ตกมาอยู่ในมือของชีเยวี่ย หลังจากที่ชีเยวี่ยเก็บซูเปอร์มาร์เก็ตไว้ในมิติเรียบร้อยยังไม่ทันได้ดื่มด่ำกับความทุกข์ของจวงเหวินหลิน เธอก็ได้กลับชาติมาเกิดใหม่เสียก่อน
ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปบ้านจวง ยังจะสามารถ ‘ปล้น’ บ้านจวงได้อยู่ไหมนะ? แต่พอมานั่งคิดทบทวนดูอีกทีชาติที่แล้วก็ถือว่าได้สะสางกันแล้ว ถ้าบ้านจวงอยู่สงบๆ ไม่มายุ่งวุ่นวายกับเธอ เช่นนั้นก็นับว่าต่างคนต่างอยู่ก็แล้วกัน!
ชีเยวี่ยเพ่งสมาธิกลับมาที่ซูเปอร์มาร์เก็ตในมิติ
ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเจ็ดแปดร้อยตารางเมตร มีทั้งเสื้อผ้าของใช้เบ็ดเตล็ด บุหรี่ สุรา ของใช้ในชีวิตประจำวัน ขนมขบเคี้ยว ข้าวสาร น้ำมันพืชของแช่แข็ง อาหารสด ของแห้ง อาหารปรุงสำเร็จ ขนมอบ อาหารตุ๋น ทุกอย่างมีอย่างครบถ้วนครบครันนอกจากนี้ยังมีโซนสำนักงานและโกดัง
ชีเยวี่ยหยิบซาลาเปาหมูสองลูกกับนมหนึ่งกล่อง พลางเดินไปกินไปสำรวจอาณาจักรของตนที่ได้มาจากการ ‘ปล้น’! การที่มองดูสินค้าที่มากมายก่ายกอง ทำเอาชีเยวี่ยยิ้มแก้มปริจนหุบยิ้มไม่ลง
รวยแล้วเรา!
แค่อาหารอย่างเดียวในซูเปอร์มาร์เก็ตก็เพียงพอให้คนทั้งครอบครัวกินได้หลายสิบปีแล้ว
ถ้าเหมือนชาติที่แล้ว เวลาในมิติหยุดนิ่ง ก็ไม่ต้องกลัวว่าของจะหมดอายุหรือเน่าเสีย
หลังจากสำรวจรอบหนึ่งแล้วชีเยวี่ยก็เริ่มจัดระเบียบมิติของในมิตินั้นถูกเก็บรวบรวมเข้ามาหลายครั้ง จึงต้องแยกสิ่งของออกตามแต่ละยุคสมัยต่างๆอย่างละเอียดเพื่อหาของที่ใช้ได้ในปัจจุบัน
ชีเยวี่ยแยกเงินตามปี คำนวณแล้ว เงินที่ใช้ได้ตอนนี้มีเจ็ดแปดร้อยหยวนยังมีอีกพันสองพันหยวนที่ใช้ได้ในปีหน้าและปีถัดไป
ส่วนที่เหลือเป็เงินที่ยังใช้ไม่ได้ในตอนนี้ แล้วจึงมัดรวมกันตามปีแล้วเก็บไว้ในตู้
ของใช้อื่นๆ มีหลายอย่างที่ใช้ได้ในยุคปัจจุบันเธอก็นำออกมาเก็บแยกไว้…
ชีเยวี่ยจัดการอย่างคล่องแคล่ว ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่เธอเหนื่อยจนขยับไม่ไหว จึงออกมาจากมิติ
ร่างกายที่อ่อนล้า เมื่อหัวถึงหมอนจึงหลับไปทันทีเมื่อตื่นขึ้นมา ชีเยวี่ยมองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง
เธอได้กลับชาติมาเกิดใหม่จริงๆ หรือแค่ฝันไปกันนะ?