“...หนึ่งหมื่น!หุ่นรบหนึ่งหมื่นตัว!!!”
ทุกคนบ้าคลั่งกันไปหมด
พาราฟินตะโกนโวยวายอย่างตื่นเต้นราวกับเด็กสี่ขวบเพิ่งได้ของเล่นใหม่ส่วนกิระก็ก่นด่าอย่างบ้าคลั่งจนเผลอหักปากกาที่หมุนเล่นอยู่เมื่อครู่เป็นสองท่อนหงุดหงิดตัวเองมีร่างอวตารของมังกรกัณฐ์ ที่ไม่ได้มีความสามารถโหดเหมือนอย่างทศกัณฐ์ไม่เห็นว่าร่างอวตารตัวนี้จะแถมกองกำลังสุดเท่แบบนั้นมาให้บ้างเลย
ส่วนฟาร์นาร์ทก็อ้าปากค้างพลันนึกถึงภาพตัวเองยืนอยู่กลางกองทัพ ชี้นิ้วสั่งการหุ่นรบหนึ่งหมื่นตัวให้เคลื่อนพลเข้าถล่มทำลายการป้องกันของเมืองระดับห้าตรงหน้าก่อนจะจบลงด้วยภาพที่ตัวเองยืนอยู่บนยอดมหาปราสาทพร้อมกับปักธงสัญลักษณ์ของอนันตนาคราชไว้บนนั้น
ส่วนทรินิตี้ก็ลิงโลดขึ้นมาทันควันเพราะสำหรับเธอแล้ว ยิ่งสงครามแย่งชิงเมืองวุ่นวายมากเท่าไหร่กิจการลอบสังหารที่เธอดูแลอยู่ก็ยิ่งเฟื่องฟูมากขึ้นเท่านั้น และด้วยร่างอวตารของไมยราพ ที่นับว่าเป็นจอมยาคนหนึ่ง ก็ย่อมทำให้ทั้งยาฟื้นพลังและยาพิษขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าในช่วงสงครามแน่นอน
ในขณะฮาลอสกลับเริ่มนั่งกุมขมับส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
ถ้ามีกำลังรบขนาดนั้นกันทั้งสองฝั่งเขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าในสงครามชิงไหวชิงพริบที่เป็นคลื่นใต้น้ำมานานหลายปีมันจะทวีความดุเดือดเลือดสาดเกินจินตนาการกันถึงขนาดไหน และเขาที่นับเป็นเสนาธิการคนหลักของกลุ่มย่อมจะเป็นหนึ่งในคนที่ต้องแบกรับกรรมชุดนี้ไปเต็มๆ อย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่ง
ส่วนอีกครึ่งก็ให้ไอ้ฬาร์มันแบกไปแล้วกัน ฮาลอสเหล่มองวิฬาร์ ก่อนจะเห็นว่ามันก็กำลังมองเขาอยู่เหมือนกัน
แผนที่เกมกว้างใหญ่ไพศาลพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูมิประเทศแบบต่างๆ ที่ถูกเติมแต่งจินตนาการจากผู้สร้างจนพิสดารทุกตารางกิโลเมตรมีสัตว์อสูรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นแต่ถ้าหากปล่อยผู้เล่นลงไปนอนกลางดินกินกลางทรายอยู่ในป่าเขาก็เกินไปหน่อยในเกมจึงมีเมืองต่างๆ กระจายอยู่ทั่วแมพเพื่อให้ผู้เล่นใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจรับส่งภารกิจ และทำกิจกรรมอื่นๆ กัน โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกสัตว์อสูรโจมตี
แต่ตัวเมืองเหล่านี้เองก็มีภารกิจให้ครอบครองได้เช่นกันผู้เล่นสามารถทำภารกิจลับเพื่อเริ่มแผนครอบครองเมืองหรืออาจจะใช้อีกวิธีที่ตรงไปตรงมาและไม่ต้องทำอะไรซับซ้อนก็ย่อมได้
นั่นคือการตีเมือง
การครอบครองเมืองสักเมืองหมายถึงเงินภาษีและพื้นที่ที่จะเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินจำนวนมาก ทุกกิลด์ที่มีกำลังมากพอจึงพยายามเข้าตีเมืองเพื่อยึดมาเป็นของตัวเองกันอย่างดุเดือดในช่วงแรกๆที่เกมเปิดให้บริการ
การตีเมืองไม่ใช่นึกอยากตีก็ตีแต่ทางกิลด์จะต้องยื่นเรื่องขอตีเมืองกับระบบล่วงหน้าอย่างน้อยเจ็ดวันก่อนเริ่มตีเมืองแน่นอนว่าจะแจ้งล่วงหน้าเป็นเดือนก็ไม่มีปัญหา
แต่ถ้าหากมีกิลด์ไหนครองเมืองนั้นอยู่ก่อนเจ็ดวันก่อนเริ่มกิจกรรม ระบบจะแจ้งเตือนไปยังเจ้าเมืองและผู้เล่นในเมืองนั้นๆให้เตรียมพร้อมล่วงหน้า และจากนั้นสงครามถึงจะเริ่มขึ้น
และเมื่อเริ่มกิจกรรมตีเมืองทั้งฝ่ายตีและฝ่ายป้องกันจะต้องเตรียมทัพรออยู่ในพื้นที่อาณาเขตของเมืองนั้นๆแล้วล่วงหน้า จากนั้นระบบจะสร้างบาเรียปิดล้อมเพื่อไม่ให้มีคนนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าออกจากอาณาเขตเมืองดังกล่าว
แน่นอนว่าช่วงแรกเมืองเหล่านี้ยังถูกครอบครองโดย NPC ทั้งหมด แต่ละกิลด์จึงเลือกตีเมืองที่ใกล้ตัวเองที่สุดจากนั้นจึงขยายอาณาเขตออกไปเรื่อยๆ เกิดเป็นมหาสงครามชิงเมืองของเกมอยู่นานเป็นปี
ทุกกิลด์ขยายอาณาเขตของตัวเองไปจนชนกับกิลด์อื่นจากนั้นจึงกลายเป็นมหาสงครามระลอกสอง นั่นคือการชิงเมืองระหว่างผู้เล่นด้วยกันเอง
แต่ละกิลด์มีกำลังมากน้อยแตกต่างกันและในที่สุดก็มีสี่กิลด์ที่ทะยานขึ้นมาอยู่ในแนวหน้าสุดของเกม ครอบครองอาณาเขตส่วนนอกของทวีปจนได้
และด้วยความยิ่งใหญ่ของแต่ละกิลด์ก็ทำให้พวกผู้เล่นถึงกับมีคำขวัญเรียกขานเพื่อบ่งบอกถึงความยกย่องนับถือให้ทั้งสี่กิลด์ว่า
ยิ่งใหญ่ไพศาลดาร์คฮอไรซอน
พยัคฆ์ร้ายมังกรร่อน อนันตนาคราช
เหี้ยมหาญองอาจกิเลนอัสนี
ร้อยบุปผาพันมาลีโรซาเลีย

ตรากิลด์ ดาร์ค ฮอไรซอน

ตรากิลด์ อนันตนาคราช

ตรากิลด์ กิเลนอัสนี

ตรากิลด์ โรซาเลีย
คำขวัญวรรคแรกมอบให้แด่ดาร์ด ฮอไรซอน กิลด์อันดับหนึ่งที่มีจำนวนสมาชิกและพื้นที่ในครอบครองมากที่สุด
ส่วนวรรคที่สองมอบให้แก่อนันตนาคราช กิลด์ที่มียอดฝีมืออยู่อย่างคับคั่ง แม้แปลกแยกแต่ก็มีความสามัคคีในตัวเอง
วรรคต่อมาก็เป็นของกิเลนอัสนีกิลด์แห่งนักรบผู้ไม่เคยยอมแพ้ แม้ต้องสู้จนตัวตาย
และวรรคสุดท้ายมอบให้กับกิลด์ผู้เล่นหญิงที่มิได้มีเพียงเฉพาะความงามแต่แฝงไปด้วยความอันตรายจากหนามอันแหลมคม อย่างโรซาเลีย
แต่เพราะทุกฝ่ายขยายอาณาเขตจนสุดหลังจากนั้นทั้งสี่กิลด์จึงต้องห้ำหั่นกันเอง
ทว่าทุกฝ่ายต่างก็มีกำลังกล้าแข็งทำให้หากคิดจะบุกตีเมืองของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ผลจริงก็ต้องทุ่มกำลังแบบหมดหน้าตัก เรื่องแบบนี้ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องคิดหน้าคิดหลังสักหน่อยเพราะดีไม่ดีอาจจะถูกศัตรูกิลด์อื่นลอบแทงข้างหลังทีเผลอนานวันเข้าก็กลายเป็นว่าไม่มีใครยอมขยับตัวเกิดเป็นสมดุลแปลกประหลาดของทั้งสี่กิลด์ ที่ย้ายการต่อสู้ไปอยู่ในที่ลับแทน
และนั่นจึงทำให้พวกเขาคิดว่าถ้าหากมีหุ่นรบในครอบครองถึงหลักหมื่นตัวจริงตาชั่งของสงครามจะต้องเอนเอียงมาทางอนันตนาคราชอย่างแน่นอน
“ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้นโว้ย!”เสียงโวยวายดังขึ้นมาอีกจากคนผมสั้นร่างยักษ์
“กองพลอสูรเรื่องขนย้ายเป็นปัญหาหลักก็จริง แต่เราว่าถ้าซ่อมได้จนทำให้ใช้งานได้ไม่จำกัดเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์กว่านะ” เจ้าของร่างเล็กที่สุดในห้องอย่างไซออนส่งสายตาไปถามมะปรางท่ามกลางความวุ่นวายของเหล่าลิงทโมนข้างๆที่ยังเต้นแร้งเต้นกาพลางโม้เหม็นกันไปมา
เธอถามเป็นเชิงขอความมั่นใจว่ามะปรางจะสามารถซ่อมมันได้หรือเปล่าเพราะในที่นี้ ไม่มีใครมีความเชี่ยวชาญเรื่องการช่างสูงไปกว่าเธอแล้ว
“ง่ะไม่รู้ซิ ก็ต้องลองอะ” เธอตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้พลางหลบสายตา
“งั้นเอาไปเก็บไว้ที่โกดังของปรางมันก่อนเถอะไหนๆ แล้วก็วาร์ปกลับไปด้วยกันเลยก็ได้นะ”
วิฬาร์ฟังที่ไซออนบอกก็ตอบตกลงไปแบบง่ายๆดูท่าทางเขาจะต้องวาร์ปไปอีกไกลเลย เพราะว่าแผนกที่มะปรางดูแลอยู่คือหน่วยงานวิจัยและพัฒนาอาวุธของอนันตนาคราชที่ตั้งอยู่ไกลถึงเมืองคิชภัฎ ที่อยู่ลึกเข้าไปที่กึ่งกลางของหิมพานต์
“เดี๋ยวก่อนนะแล้วตึกใหม่นั้นล่ะ งานก่อสร้างทำไปถึงไหนแล้ว?” ฮาลอสเอ่ยขัดทุกคนที่เผลอเออออตามไซออนกันไปหมดจนลืมนึกถึงสถานที่แห่งหนึ่งกันไป
“อีกสองเดือนก็น่าจะเสร็จพอดีตอนนี้เหลือแค่งานเก็บรายละเอียด ส่วนโครงสร้างหลักกับระบบทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว” มะปรางตอบอย่างรวดเร็ว เพราะว่าตึกวิจัยหลังใหม่นี้เธอเป็นคนออกแบบและคุมงานก่อสร้างเองทั้งหมดดังนั้นเธอจึงเป็นคนที่รู้เรื่องเกี่ยวกับมันมากที่สุด
“ถ้าเก็บไว้ที่นั่นเรื่องการขนย้ายจะยิ่งไม่เป็นเรื่องยากกว่าเดิมอีกหรือไง? ที่นั่นแม่งเข้าออกโคตรลำบากเลย” พาราฟินเหล่ตามองทุกคนอย่างมีนัยสำคัญท่ามกลางแววตาสับสนของวิฬาร์
แม้ว่าพวกเขาทั้งแปดจะเป็นผู้บริหารร่วมกันของกิลด์อนันตนาคราชแต่เพราะวิฬาร์ไม่ได้เข้าเกมมาตั้งแต่ต้น ทำให้ไม่ได้รับการอัปเดตเรื่องราวหลายๆส่วนของเกมจากเพื่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นฐานที่มั่นต่างๆ ที่กระจายตัวอยู่แต่ละที่ของเกมหรือฐานลับ โครงการพิเศษ เรื่องราวรายละเอียดปลีกย่อยทำให้เขาไม่เข้าใจถึงเรื่องที่เพื่อนๆ กำลังคุยกันอยู่เพราะงานหลักในช่วงที่ผ่านมาของวิฬาร์คือการดูแลเรื่องนอกเกมของอนันตนาคราชเป็นหลัก
เนื่องจากบางครั้งลูกค้าที่ว่าจ้างกลุ่มทหารรับจ้างของพวกเขาไม่ได้จ่ายเป็นเงินหรือไอเทมในเกมแต่อย่างเดียว แต่จ่ายเป็นเงินจริงของโลกข้างนอก รวมถึงมีการแลกเงินเข้าออกเกมอยู่เป็นระยะดังนั้น ระบบหลังบ้านของอนันตนาคราชจึงเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนกิลด์นี้ให้เดินไปข้างหน้าได้ด้วยเช่นกันเพราะนอกจากจะมีรายรับเป็นทั้งเงินจริงและเงินจากเกมแล้วกิลด์ก็ต้องจ่ายค่าจ้างของสมาชิกหลักในกิลด์เป็นเงินจริงด้วยทำให้ส่วนนี้จึงเป็นภาระในการดูแลของวิฬาร์มาโดยตลอด
อีกอย่างพวกเขาไม่ได้คิดหวังพึ่ง ดิ เอจ ออฟ อโพคาลิปส์ ในการหาเลี้ยงชีพเพียงอย่างเดียวเพราะพวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าวันดีคืนดี เกมจะปิดตัวลงหรือเกิดความไม่แน่นอนอะไรขึ้นบ้าง ดังนั้นการหมุนเงินไปลงทุนในทรัพย์สินแบบอื่นเพื่อเตรียมการสำหรับอนาคตก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน
และนี่คือหน้าที่ที่วิฬาร์ต้องแบกรับตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมานอกเกม
จนตอนนี้ที่ส่วนต่างๆเริ่มลงตัว อีกทั้งวิฬาร์มีเวลาเพิ่มมากขึ้น ทำให้ในที่สุดเขาก็ผละออกจากส่วนนั้นมาเล่นเกมร่วมกับเพื่อนๆ ได้ ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกำลังรบที่หมอบซ่อนอยู่มานานแสนนาน
“ไอ้ที่นั่นนี่คือที่ไหน?” เขาถามอย่างมึนๆ
“ก็ที่ ‘เกาะลอยฟ้า’ ไง” พาราฟินหันมาตอบพลางทำหน้าตาตื่นเหมือนกับเจอเด็กบ้านนอกเข้ากรุงที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรโดยไม่ได้สำเหนียกเลยว่าวิฬาร์ไม่ได้รู้รายละเอียดของเกมมากนัก
“ที่เป็นเมืองเริ่มต้นอะนะ?” เท่าที่เขาจำได้ ทั่วทั้งดิ เอจ ออฟ อโพคาลิปส์มีสถานที่หนึ่งที่ไม่ว่าใครก็อยากจะลองไปเยือนสักครั้ง เมืองที่ว่ากันว่าสวยมากเสียจนติดสิบอันดับแรกของเกม
เมืองเริ่มต้นทางตะวันตกสุดของทวีป
ราตรีนภากาศ
เมืองที่ทั้งเมืองลอยอยู่บนฟ้า
“ปัญญาอ่อนจะไปตั้งตึกวิจัยที่โน่นทำมะเขืออะไรวะ”พาราฟินพ่นเสียงหัวเราะพรืดเมื่อได้ยินคำพูดของเขา แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อก็โดนไซออนที่ขนาดตัวต่างกันเกือบสองฟุต ตบเกรียนจนหัวสั่นไปทีนึง
“แกนั่นแหละปัญญาอ่อนไอ้ฬาร์มันรู้เรื่องในเกมเท่าหางอึ่ง มันไม่รู้จักเมืองนั้นหรอก”
“เอ่อ…”คนผมสั้นในชุดนักเวทสีครามหลบสายตา
ไซออนหันมามองเขาก่อนจะนั่งลงแล้วเล่าเรื่องเกี่ยวกับเกาะลอยฟ้าดังกล่าวให้ฟังสั้นๆ
ในช่วงต้นเกมหลังจากที่พวกเขาทำข้อตกลงทางการค้ากับพวกยักษ์ ก็เริ่มขยับขยาย เพิ่มสาขาทำภารกิจต่างๆ เข้ามาในเขตเผ่ายักษ์ที่รวมตัวกันอยู่บริเวณส่วนใต้ของทวีปมากขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งช่วงสงครามชิงเมืองครั้งใหญ่
พวกเขาพยายามหาเส้นทางเดินทัพมาทางตะวันออกเพิ่มเติมเพื่อลอบตีท้ายครัวดาร์คฮอไรซอนเพราะตอนนั้นการเคลื่อนย้ายกองกำลังข้ามเทือกเขาศิศีระ*เป็นอะไรที่ลำบากมากทางกิลด์จึงมีโครงการสำรวจเส้นทางเดินทัพเพื่อเพิ่มความสามารถในการขนส่งสินค้าและเสบียง
[*ศิศีระ=ฤดูหนาว]
ทำให้ช่วงนั้นพวกเขาต้องทุ่มกำลังสำรวจเทือกเขาศิศีระที่แยกพื้นที่ส่วนใต้กับปีกตะวันออกของทวีปออกจากกันว่ามีบริเวณไหนที่สามารถใช้เป็นเส้นทางเดินทัพได้โดยสะดวกบ้าง
แต่หลังจากค้นบริเวณเชิงเขาอยู่ช่วงหนึ่งก็ยังไม่เจอเส้นทางที่ใช้ได้จึงเริ่มขยับขยายไปที่ส่วนอื่นๆ ของภูเขา และในช่วงนั้นเอง ที่มีผู้เล่นเผ่าครุฑในทีมสำรวจพบเจอกับเรื่องราวแปลกประหลาดในขณะที่กำลังเดินทางอยู่ณ ยอดเขาแห่งหนึ่งของเทือกเขาศิศีระ
เขาพบเจอเกาะขนาดมหึมาที่ลอยเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางสายหมอกอันลี้ลับราวกับดินแดนแห่งสรวงสวรรค์และแน่นอนว่าเขาย่อมจะต้องตรงปรี่เข้าไปสำรวจด้วยความตื่นเต้นยินดีในทันที
โชคดีไม่น้อยที่เขามีทักษะระดับสูงของเผ่าครุฑติดตัวทำให้สามารถร่อนบินได้เป็นระยะทางหนึ่ง จึงสามารถร่อนลงจากยอดเขาแล้วเข้าไปในเมืองนั้นได้โดยไม่ยากเย็นนัก
และเมื่อเข้าไปถึงก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้าจนแทบลมจับ
ซากสิ่งก่อสร้างที่ดูออกได้ไม่ยากว่าที่นี่ต้องเคยเป็นเมืองซักเมืองหนึ่งตั้งอยู่ตรงหน้าเขาราวกับกองขยะอันมโหฬารทั้งยังต้องมีระดับเทคโนโลยีก้าวล้ำในระดับสูงไม่น้อย
และเมื่อลองเดินดูจนทั่วก็เห็นว่าเป็นซากเมืองโบราณอันไม่รู้ชื่อ ไม่รู้ที่มาแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่ทราบแต่เมื่อไม่เจออะไรเป็นชิ้นเป็นอันนัก ทำให้หลังจากสำรวจได้ครู่ใหญ่ผู้เล่นคนนั้นก็กลับมารายงานเรื่องการค้นพบนี้จนล่วงรู้ถึงเจ็ดเศียรอย่างพวกเขาได้ในเวลาต่อมา
หลังจากนั้นพาราฟินซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายสำรวจและผจญภัยจึงพาผู้เล่นหน่วยหนึ่งเข้าไปสำรวจเกาะลอยฟ้าแห่งนั้นแบบเต็มรูปแบบจนกระทั่งเจอสัตว์อสูรบางสายพันธุ์ที่ยังอาศัยอยู่ในเกาะแห่งนี้
แต่หลังจากพยายามสำรวจที่มาที่ไปของเกาะลอยฟ้าแห่งนี้อยู่เกือบเดือนพาราฟินก็ไม่ได้เรื่องราวอะไรเพิ่มเติมกลับมา ทำให้หลังจากนั้น กิลด์อนันตนาคราชเพียงแค่เปิดพื้นที่สำหรับทำเหมืองบางส่วนแบบลับๆติดตั้งระบบพรางตัวเพื่อป้องกันผู้เล่นกลุ่มอื่นเข้ามาเจอเข้าไปเพิ่มเติม
และต่อมาที่กิลด์อนันตนาคราชเริ่มทำการขยับขยายส่วนงานต่างๆ มากขึ้น มะปรางที่พยายามสร้างห้องวิจัยลับแห่งใหม่ก็ถูกใจเกาะลอยฟ้านี้เป็นอย่างมากเพราะมีทั้งทรัพยากรหายากบางชนิด รวมถึงให้ความเป็นส่วนตัวกับเธอได้มากกว่าเมืองอื่นๆ
เพราะเกาะลอยฟ้าแห่งนี้สามารถเข้าถึงได้จากทางอากาศเท่านั้นเพราะว่ามันลอยอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลกว่าหกพันเมตร!
เพดานบินสูงระดับนี้มีสัตว์อสูรที่มีปีกไม่กี่สิบสายพันธุ์เท่านั้นที่บินขึ้นมาถึงบวกกับเกาะนี้ยังโคจรรอบทวีปอยู่ตลอดเวลา ทำให้โอกาสที่จะถูกพบเห็นมีน้อยมาก จึงสามารถตัดปัญหาเรื่องความลับของการทดลองรั่วไหลไปได้เป็นอย่างดี
และนั่นทำให้เกิดโครงการลับที่สร้างห้องวิจัยแห่งใหม่ขึ้นบนเกาะแห่งนี้ขึ้นในที่สุด
ไซออนเล่าเรื่องเกาะลอยฟ้าปริศนานั้นให้เขาฟังแบบย่อๆจนเขาเข้าใจที่มาที่ไปของมันแบบสังเขปและมันก็ตอบโจทย์แทบทุกเรื่องของเขาพอดีในการซ่อนไพ่ลับใบนี้ไว้ไม่ให้ใครเห็น
ส่วนเรื่องการเอากองทัพนี้ออกจากเกาะก็ไม่นับเป็นปัญหาสักเท่าไหร่เพราะมะปรางบอกว่า เธอได้คิดค้นเครื่องร่อน รวมถึงร่มชูชีพแบบเอาไว้สำหรับขนส่งสินค้าจากเกาะลอยฟ้านี้อยู่แล้วอย่างมากก็คงจะต้องดัดแปลงให้เหมาะกับหุ่นรบพวกนี้มากขึ้นก็เรียบร้อยถึงแม้ว่าการใช้งานจะไม่ได้สะดวกสบายเหมือนตั๋วคลังเก็บของแบบพิเศษที่ระบบแถมมาให้แต่เมื่อมองว่าเขาจะมีโอกาสซ่อมบำรุงจนสามารถใช้พวกมันได้อย่างเต็มศักยภาพแล้วบวกลบคูณหารยังไงก็บอกได้ไม่ยากว่าได้มากกว่าเสีย
“ครั้งต่อไปที่เกาะจะวนมาที่นี่ก็ต้องรออีกราวครึ่งเดือนเอาเป็นว่าตอนนี้ถ้านายยังไม่มีอะไรทำ ก็หาที่อัปเลเวลแถวนี้ไปก่อนละกันหรือจะไปไหนก็ตามสบาย แล้วเดี๋ยวค่อยนัดวันเข้าเกาะนั้นทีหลัง”ทรินิตี้ช่วยสรุปให้คร่าวๆ
เกาะลอยฟ้านั้นมีเส้นทางโคจรวนรอบทวีปหิมพานต์ทุกสามเดือนครั้งช่วงนี้มันยังโคจรอยู่เหนือน่านฟ้าของกิลด์ดาร์ค ฮอไรซอน คงจะไม่เป็นเรื่องฉลาดนักถ้าคิดจะขี่สัตว์อสูรร่อนอยู่กลางอาณาเขตของพวกนั้นในตอนนี้
“งั้นก็หมดเรื่องแล้วมั้งใครมีอะไรอีกมั้ย?”ฮาลอสเอ่ยตัดบทแล้วหันมองหน้าแต่ละคนเป็นเชิงถาม
ไม่มีใครออกความเห็นอะไรเพิ่มเติม
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วงั้นที่เหลือ พวกนายก็อัปโหลดข้อมูลทั้งหมดตามที่เคยบอกไว้มาให้หน่อยละกัน” วิฬาร์หันไปบอกพาราฟินและคนอื่นๆด้วยคำพูดที่ถ้าเป็นคนนอกเข้ามาฟัง ก็คงจะจับต้นชนปลายไม่ถูก
“ได้! เอาไปแม่งให้หมดเลย แกต้องอ่านจนอ้วกออกมาเป็นเลือดแน่”เพื่อนสนิทของเขาเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาด้วยรอยยิ้มสะใจปนเสียงหัวเราะในลำคอเมื่อได้ยินความกระตือรือร้นจะเริ่มงานหลักของวิฬาร์เข้าให้
ส่วนคนอื่นๆก็ต่างยิ้มด้วยสีหน้าที่ไม่ต่างกับมันมากนักก่อนจะเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาพร้อมเพรียงกัน แล้วส่งไฟล์ไฟล์หนึ่งมาให้วิฬาร์
รวมทั้งสิ้นเจ็ดไฟล์
และถ้าหากเปลี่ยนให้ผู้เล่นสังกัดกิลด์อนันตนาคราชคนไหนมาเห็นตราประทับบนไฟล์ที่วิฬาร์ได้รับแล้วละก็คงจะต้องหัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น
เพราะมันคือสัญลักษณ์ที่แสดงว่าไฟล์นี้คือข้อมูลลับที่สุดของกิลด์อนันตนาคราชที่มีเพียงผู้ที่ได้รับอนุญาตระดับสูงสุดทั้งเจ็ดเท่านั้นที่เปิดอ่านได้
ตราประทับสีดำ
ตราประทับที่ไม่เคยมีลูกกิลด์คนไหนเคยเห็นมาก่อน
ไม่แม้กระทั่งกลุ่มผู้เล่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเจ็ดเศียรที่สุด
วิฬาร์มองตราสีดำบนเอกสารในหน้าต่างของระบบด้วยความคิดถึงและโหยหา
เขาไม่ได้เห็นตรานี้มานานสักแค่ไหนแล้วนะ…

แผนที่ทวีปหิมพานต์
เหล่านักอ่านอยากสังกัดกิลด์ไหนกันบ้างครับ โรซาเลีย สาวๆ เยอะ อนันตนาคราช หนุ่มๆ ก็ไม่น้อยนะ ^^