บทที่ 2
ข้าวหอมมองบ้านไร่ของชายหนุ่มด้วยความตื่นตาตื่นใจเพราะนี่คือครั้งแรกที่เธอได้มาเยือนที่แห่งนี้ คุณากรมองเธออย่างเหยียดหยามหากแต่ข้าวหอมก็ไม่ได้สนใจเขา เพราะความสนใจของเธอทั้งหมดตกอยู่ในบรรยากาศของที่นี่แล้วนั่นเอง
ข้างหน้าข้าวหอมคือบ้านสไตล์โมเดิร์นแต่ว่ากลับเข้ากับบรรยากาศที่นี่อย่างลงตัวถัดไปไม่ไกลนักมีบ้านไม้หลังขนาดกลางและขนาดเล็กถูกปลูกสร้างอยู่รอบ ๆโดยมีบ้านหลังใหญ่อยู่ตรงกลาง
ต้นไม้ใบหญ้าที่เขียวชอุ่มสร้างความสดชื่นให้กับข้าวหอมที่เดินทางไกลมาจากกรุงเทพได้เป็อย่างดียิ่งมองแววตาของข้าวหอมก็ยิ่งเปล่งประกาย
เธอชอบที่นี่!
กลับกันกับคุณากรผู้เป็เ้าของที่นี่นั้นกลับไม่รู้สึกยินดีปรีดาที่
ข้าวหอมได้มาเยือนเลยสักนิด แววตาที่ดูถูกเหยียดหยามข้าวหอมอยู่แล้วก็ยิ่งเผยแววตาที่มีความโกรธเกลียดสลับอยู่ด้วย
ยิ่งเมื่อนึกถึงว่าตนพึ่งเข้าพิธีแต่งงานมาอย่างไม่จำยอมไหนจะต้องจดทะเบียนสมรสกับหญิงสาวด้วยแล้ว เขาก็ยิ่งรู้สึกโกรธและเกลียด
“จะเลิกมองได้หรือยัง”
“ขอโทษค่ะเพียงแต่ว่าที่นี่สวยมาก ๆ ข้าวเลยมองเพลินไปหน่อย”ข้าวหอมหันมาขอโทษก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ ให้กับเขา
“หึ! ตามมา”คุณากรพูดก่อนจะเดินนำเข้าไปในบ้านโดยมีข้าวหอมเดินตามไปติด ๆ
ระหว่างเดินข้าวหอมก็ยิ่งรู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้ทั้งเงียบและก็สงบที่สำคัญมันสวยมาก สวยยิ่งกว่าสถานที่ท่องเที่ยวหรือสวยกว่ารีสอร์ทบางพื้นที่เลยด้วยซ้ำ
“เดินทางเหนื่อยไหมคะคุณกรนมทำอาหารรอแล้วค่ะ ทานเลยไหมคะหรือว่าจะอาบน้ำก่อน อ้าว คุณข้าวเป็ยังไงบ้างค่ะเดินทางสบายดีใช่ไหมคะ” แม่นมพิมพ์เอ่ยทักชายหนุ่มที่เธอเลี้ยงดูมาั้แ่เล็ก ๆก่อนจะหันไปทักหญิงสาวอีกคนที่เดินตามหลังมา
“ค่ะป้าพิมพ์ข้าวสบายดีค่ะ” หญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้มประดับบนใบหน้า
“เหอะหลับมาตลอดทางไม่สบายก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว เดี๋ยวผมทานเลยก็แล้วกันครับ”
“เอ่อแล้ว...”
“ส่วนเธอไปทานในครัว”
“แต่ว่าคุณข้าวเธอ...”
“เธอจะทานข้าวในครัวครับนมไม่ต้องห่วงหรอกเธอดูแลตัวเองได้ จริงไหม” คุณากรรีบเอ่ยขัดแม่นมพิมพ์ทันทีก่อนที่แม่นมของตนจะหลุดพูดอะไรที่เขาไม่อยากได้ยินออกมา
“ค่ะ”หญิงสาวรับคำง่าย ๆ ก่อนจะก้มหน้าลงเพื่อปิดซ่อนความน้อยใจ
“ดีกินเสร็จแล้วก็มาพบฉันด้วย อย่านาน ฉันไม่ชอบรอ”พูดจบเขาก็เดินแยกไปยังห้องรับประทานอาหารของบ้านทันที โดยมีแม่นมพิมพ์มองตามอย่างไม่ค่อยจะพอใจ
“มาค่ะคุณข้าวป้าจะพาไปหาอะไรทานที่ห้องครัว คุณกรนี่ก็อะไรมาเหนื่อย ๆ แท้ ๆแทนที่จะให้ทานด้วยกัน เพราะยังไงคุณข้าวก็เป็ถึง...”
“ข้าวก็เป็ข้าวนี่ล่ะค่ะป้าพิมพ์ไปเถอะค่ะ ข้าวหิวแล้ว เดี๋ยวต้องไปพบคุณกรอีก” หญิงสาวเอ่ยขัดเมื่อแม่นมพิมพ์จะพูดถึงสถานะระหว่างเธอและคุณากร
“เฮ้อ!คุณข้าวก็อย่าไปยอมคุณกรเธอนักเลยค่ะ เพราะคุณข้าวยอมเธอมาั้แ่เด็กคุณกรเลยยิ่งเอาแต่ใจและไม่สนใจความรู้สึกของคุณข้าว”
“ป้าพิมพ์คะ...”ข้าวหอมพูดเสียงอ่อยซึ่งคนที่ถูกเรียกชื่อราวกับกำลังอ้อนวอนอยู่นั้นก็ได้แต่ถอนหายใจเพราะทำอะไรไม่ได้
หลังจากที่แม่นมพิมพ์พาข้าวหอมเข้าไปในครัวและหาอะไรให้เธอทานแล้วก็พาร่างกายตัวเองย้ายไปที่ห้องทานข้าวที่มีคุณากรนั่งทานอยู่
“มองผมแบบนั้นทำไมครับนมผมทำอะไรผิดกัน แล้วก็ผมกลับมาทั้งทีนมควรยิ้มให้ผมนะครับ ไม่ใช่หน้าบูดบึ้งส่งสายตาต่อว่าผมแบบนี้”ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่ใบหน้าของคุณากรก็มีรอยยิ้มประดับไว้จาง ๆให้คนที่เป็แม่นมเห็นอยู่เหมือนเดิม
“หึ! ก็คุณกรไม่น่ารักนี่คะ นมไม่อยากจะยิ้มให้คนใจร้าย”แม่นมพิมพ์พูดด้วยท่าทางกระเง้ากระงอด จนชายหนุ่มหลุดหัวเราะกับท่าทางแบบนั้น
“โธ่...นมครับผมใจร้ายตรงไหนกัน ผมก็ทำตามปกติ นมไม่ต้องไปสนใจเธอหรอกครับนี่ขนาดผมพานมมาอยู่ที่นี่นมก็ยังไม่วายจะตกลงไปในบ่วงที่คนแบบนั้นสร้างอีกนะครับ”คุณากรพูดอย่างไม่เดือดร้อน
“ระวังไว้เถอะค่ะร้ายกับเขามาก ๆ วันหนึ่งเขาไม่ยอมคุณกรขึ้นมา คุณกรนั่นแหละจะเดือดร้อน”
“ผมจะเดือดร้อนด้วยเื่อะไรล่ะครับถ้าเธอไม่ยอมสิดีจะได้ไปไกล ๆ จากชีวิตผมสักที วุ่นวายกับผมอยู่ได้น่ารำคาญจะตาย!”
“...”
“เอาล่ะครับเื่ยอมไม่ยอมนี่วางไปก่อนผมมีเื่อยากจะบอกและนมต้องทำตามที่ผมบอกด้วย”
“อะไรคะ”แม่นมพิมพ์ถามด้วยความสงสัย เพราะน้อยนักที่คุณากรจะออกคำสั่งกับตน
“ไม่มีอะไรมากหรอกครับแค่นมห้ามบอกคนงานที่นี่ว่าข้าวหอมกับผมเป็อะไรกัน”
“ทำไมล่ะคะคนงานสมควรรู้สิจะได้ปฏิบัติกับคุณข้าวถูกที่สำคัญเธอเป็ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณกรนะคะ”
“เหอะเป็ภรรยาที่ผมไม่้าอย่างนั้นเหรอครับ นมก็รู้ว่าที่ผมยอมจดทะเบียนสมรสกับเธอเป็เพราะผมขัดใจคุณย่าไม่ได้”
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่ทั้งนั้นแหละครับอีกอย่างเ้าตัวเขาก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไรเพราะฉะนั้นนมทำตามที่ผมบอกเถอะครับที่บ้านใหญ่เธออาจจะเป็คุณหนูอีกคนของตระกูลอนาธิวัชแต่ที่นี่ไร่นี้เป็อาณาเขตของผมคุณากรคนนี้! ฉะนั้นเธอต้องฟังคำสั่งผม เธอต้องอยู่ในฐานะคนรับใช้เท่านั้นและคนงานทุกคนจะรู้จักเธอในสถานะนี้ทั้งหมด ส่วนในฐานะภรรยา เธอจะเป็แค่ภรรยาลับๆ ที่ผมไม่้าเท่านั้น”
“แต่คุณกรคะ”
“ไม่มีแต่ทั้งนั้นแหละครับนมถ้านมไม่ทำตามที่ผมพูด ข้าวหอมนั่นแหละจะเดือดร้อนเพราะผมจะกลั่นแกล้งเธอยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เลยคอยดู” คุณากรพูดอย่างหมายมาดและสบตาแม่นมของตนอย่างเด็ดขาดว่าถ้าแม่นมไม่ทำตามที่เขาบอก เขาจะแกล้งข้าวหอมจริงๆ
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะค่ะอย่างน้อยคุณกรก็ต้องดูแลเธอให้ดี” เมื่อทำอะไรไม่ได้แม่นมพิมพ์จึงจำใจต้องพยักหน้ารับแต่ก็อดไม่ได้ที่จะแย้งออกไป
“ผมดูแลเธอไม่ดีตรงไหนกันมีที่ให้นอน มีข้าวให้กิน นี่นับว่าผมเมตตามากแล้วครับ ไม่รู้ล่ะ พอทีเลิกพูดเื่นี้ ผมทานข้าวไม่ลง” คุณากรพูดจบแม่นมพิมพ์จึงได้สงบปากสงบคำแต่ภายในใจก็ยังรู้สึกไม่ยินยอม และคิดหาหนทางช่วยเหลือข้าวหอมให้ได้
“อ้อถ้านมฟ้องคุณย่า ผมจะทำให้ข้าวหอมเ็ป ทำให้เธอตายทั้งเป็ ถ้านมอยากเห็นเธอเป็แบบที่ผมว่าล่ะก็จะโทรไปฟ้องคุณย่าก็ได้ครับ”
“และเมื่อเธออยู่ที่นี่ในฐานะคนใช้!นมก็ห้ามให้การช่วยเหลือเธอเด็ดขาด!”
“คุณกร!!” แม่นมพิมพ์ร้องเรียกชื่อคุณากรเสียงดังด้วยความใกับคำพูดของเขาพร้อมภาวนาในใจให้ข้าวหอมผ่านทุกอย่างไปได้ และภาวนาให้คุณากรเปิดใจรับข้าวหอมเร็วๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป