ณ สวนสาธารณะใจกลางเมืองที่มีวัยรุ่นมาเที่ยวกันมากที่สุดของจังหวัดXXX
แฮกๆ หัวใจผมจะวาย เอกซ์ขี่รถเร็วมาก ผมนึกว่าจะไม่รอดเสียแล้ว โชคดีจริงๆ ที่ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
แต๊ก!
เอกซ์ถีบขาตั้งรถลงแล้วก็ทำการจอดรถในสวนสาธารณะที่ตอนนี้มีคนมาใช้เบาบางตา เพราะเป็่เวลาทำงาน
“ไปกับกู”
หมับ!
เอกซ์จับข้อมือผมแล้วออกแรงจูงให้เดินตามมันไป หัวใจผมกระตุกวูบใหญ่แล้วก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกที่คอ อาการพะอืดพะอมกำลังทำให้ผมต้องกลั้นหายใจ มันคิดจะทำอะไรกับผมกันแน่วะ!
“อะ เอกซ์ เราเดินเองได้”
ผมพยายามสะบัดมือตัวเองออก แต่ก็อย่างว่าล่ะครับ มือเอกซ์เหนียวจะตาย ไม่ว่าผมจะสะบัด สลัด ดึง กระชากยังไงก็ไม่หลุด!!
เสียงระฆังถูกตีซ้ำๆ ถี่ๆ ร้องเตือนให้ผมรู้ว่าคนตรงหน้านี้อันตรายแค่ไหน แต่ผมก็หนีมันไม่ได้!!
“อะ เอกซ์ปล่อย!!”
ผมรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีสะบัดข้อแขนตัวเองจนหมุนเป็สวิง ซึ่งส่งผลให้มือกาวเหนียวของเอกซ์ไม่สามารถจับกุมผมได้อีกต่อไป ผมกลับมาเป็อิสระแล้ว!!
เอกซ์ดูเหมือนเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าผมไม่ชอบให้มันมาแตะเนื้อต้องตัว ก็เลยหันกลับมามองผมอย่างรู้สึกผิด
“กะ กูขอโทษ”
“นายไม่ต้องมาขอโทษเลย!!” ผมจิกตาฟาดฟันมันอย่างโมโห “จะมาขอโทษอะไร นายก่อเื่ตั้งมากมาย คิดบ้างมั้ยว่ามันทำให้เราเดือดร้อนไปกับนายมากแค่ไหน!!”
เอกซ์กะพริบตาถี่ๆ เหมือนพยายามอดกลั้นไม่ให้น้ำตาร่วงลงมา มันเดินเข้ามาใกล้เพื่อที่จะขอโทษ แต่ผมก็ถอยหนี
“วาย...”
“ไม่ต้องมาใกล้เรา!!”
เอกซ์หยุดยืนอยู่กับที่แล้วจ้องมองผมด้วยสายตาอ้อนวอน มันอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ผมก็เอามือปิดหูไว้ เอกซ์เห็นการกระทำของผมแบบนั้นก็หุบปากลง ไม่มีใครเปิดปากพูดอะไรอีก ความเงียบเข้ามาปกคลุมเราทั้งคู่จนได้ยินเสียงใบไม้เสียดสีกันไปตามแรงลม เสียงหยดน้ำที่กระทบผิวน้ำจากบ่อน้ำพุใกล้ๆ เสียงหมาเห่าเล่นกับเ้าของและเสียงผู้ชายกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินหัวเราะหึๆ ในลำคอที่ใกล้พวกเราเข้ามา
เอกซ์ถอนหายใจออกมาอย่างหมดเรี่ยวแรง มันห่อไหล่คอตกจนความสูงลดระดับลงมาถึงปลายคางของผม ดูเหมือนจะเว่อร์ แต่สีหน้าเอกซ์กำลังบอกผมจริงๆ ว่ามันรู้สึกผิด
“วาย กูรู้ว่ากูผิด เป็กูโดนเรียกว่า ‘เมีย’ กูก็คงไม่ชอบ มึงโกรธกูน่ะ...กูเข้าใจ แต่มึงอย่าทำตัวหนีกูแบบนี้จะได้ไหม กูทนเห็นเพื่อนดีดตัวออกห่างไม่ได้”
น้ำเสียงของเอกซ์สั่นเครือเหมือนคนใกล้จะร้องไห้เต็มที ผมใมากที่มันเป็หนักถึงขนาดนี้ คำว่าเพื่อนสำหรับมันยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ แค่เพื่อนโกรธมันก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เพื่อนตีตัวออกหากเลยเหรอวะ? แล้วถ้าเกิดมันมีเพื่อนเลวๆ ชวนทำในสิ่งแย่ๆ มันจะทำยังไง ยอมทำตามเพียงเพราะคำว่า ‘เพื่อน’ แค่นี้?
ผมไม่ได้คิดไปไกลเกินเหตุนะครับ มันมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นใช่ไหมล่ะ!!
“นายยึดติดกับคำว่าเพื่อนเกินไปหรือเปล่าเอกซ์ เรากับนายเพิ่งเจอกันแค่วันสองวัน นายจะมาเครียดกับเื่ของเราจนเว่อร์ไปทำไม ถ้าเกิดว่าเราขอให้นายไปทำเื่เลวๆ นายก็จะยอมทำเพื่อไถ่โทษเราเหรอวะ”
“เออกูจะทำ! ถ้าทำแล้วมึงหายโกรธ!!”
“อย่ามาโง่!!”
ผลัวะ!!
ผมชกเอกซ์หน้าไปเต็มแรงหนึ่งที บัดซบมาก!! กล้าตอบมาได้ยังไง!
เอกซ์ปาดเืที่มุมปากแล้วหันมาจ้องหน้าผมอย่างโกรธเคือง มันขยับเข้ามาใกล้พร้อมกำหมัดแน่นเหมือนจะสวนผมกลับ แต่มันก็พยายามหักห้ามใจ เอาแต่ยืนตัวสั่นอยู่อย่างนั้น
“คำว่าเพื่อนสำหรับนายคืออะไร นายยอมทำตามคำขอของทุกคนที่นายคิดว่าเขาคือ ‘เพื่อน’ อย่างนั้นเหรอวะ นายจะเอาชีวิตของนายไปแลกกับทุกๆ อย่างเพียงเพื่อให้เราหรือเพื่อนของนายหายโกรธเนี่ยนะ!”
“ไม่ใช่เพื่อนทุกคน!!”
“แล้วเฉพาะใครบ้างล่ะ!”
“...”
เอกซ์ไม่ตอบ มันเอาแต่เม้มปากขบกรามแน่นกลั้นอารมณ์ไว้ ผมเลยต้องอ่านสีหน้าของมันแทน ซึ่งผมก็เห็นแค่เบ้าตาแดงๆ ของคนใกล้จะร้องไห้ด้วยความอัดอั้นตันใจเท่านั้น
อย่ามาแสดงสีหน้าแบบนี้ให้ผมเห็นจะได้ไหม ผมทนดูไม่ได้ หัวใจผมกำลังเ็ป...
“เอกซ์ เราขอถามตรงๆ ถ้าคนที่นายกำลังตามง้อไม่ใช่เรา แล้วเขาสั่งให้นายไปทำเื่เลวๆ นายจะทำไหม ถ้าการขอนั้นคือการฆ่ายายของนายล่ะ นายจะทำหรือเปล่า”
“กู...” เอกซ์ขมวดคิ้วหน้านิ่วคิดหนัก มันเงยหน้าสูดน้ำมูกก่อนจะกลับมามองตาผมเพื่อสื่อสารบางอย่างให้ผมรับรู้
ตึกตัก...
จู่ๆ ลมก้อนใหญ่ก็พัดผ่านตัวเอกซ์มาหาผม หอบเอากลิ่นตัวหอมๆ อันอบอุ่นของมันมาให้ผมได้สูดดม สายตาจริงจังที่เต็มไปด้วยความซื่อตรงดึงดูดให้ผมเข้าไปอยู่ในโลกสีขาวโพลนที่มีเพียงผมกับมันยืนหันหน้าเข้าหากัน ทุกสรรพสิ่งบนโลกจางหายไป ไม่มีแม้กระทั่งเศษฝุ่นชิ้นเล็กๆ ล่องลอยอยู่ในอากาศ
ผมไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ ราวกับมีมนต์สะกดคอยตรึงขาเอาไว้ ผมได้แต่ยืนมองหน้าหล่อเหลาของเอกซ์ที่กำลังมองตอบผมอยู่เช่นกัน ใน่เวลาที่หยุดนิ่งนี้มีเพียงสายตาจริงจังของเอกซ์เท่านั้นที่ผมสามารถรับรู้ได้
เราสองคนจ้องมองกันเนิ่นนานราวกับเวลาได้ไหลผ่านไปอย่างช้าๆ จนกระทั่งเอกซ์ตอบกลับมา โลกสีขาวโพลนนี้จึงสลายหายไป
“ถ้าไม่ใช่มึง กูก็ไม่ทำเื่โง่ๆ ตามคำสั่งของใครเด็ดขาด...” นั่นคือคำตอบของเอกซ์
“ทำไมต้องเป็เรา”
“กูไม่รู้ ใจกูบอกแบบนั้น” เอกซ์กุมอกข้างซ้ายแล้วยิ้มให้ผมอย่างอบอุ่น
แปะๆ
“ว้าวๆ นี่มันหนังรักอะไรเนี่ย”
เสียงปรบมือเยาะเย้ยกับคำพูดที่ออกมาจากปากของเด็กหนุ่มร่างอ้วน ผิวสีเข้ม หน้าตาดูน่ากลัว มีสิวอักเสบเต็มหน้าเรียกร้องความสนใจจากผมให้หันไปมองอย่างไม่เข้าใจ
เขาคนนั้นเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังผมจากนั้นก็ล็อกแขนของผมทั้งสองข้างไว้ ผมใมากรีบหันหน้าไปมองเอกซ์เพื่อขอความช่วยเหลือทันทีทันใด แต่เอกซ์ก็กำลังโดนฝาแฝดของเด็กหนุ่มร่างอ้วนจับล็อกแขนอยู่เช่นกัน!!
“ปล่อยสิวะ!!”
เอกซ์พยายามเหวี่ยงตัวไปซ้ายทีขวาทีเพื่อสลัดตัวเองให้หลุด แต่เพราะร่างของฝาแฝดใหญ่โตเกินไปจึงไม่สามารถสลัดหลุดได้
ผมรู้เลยว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่สู้ดีนัก การที่ผมจะรอให้เอกซ์มาช่วยคงไม่ทันการณ์ ผมจึงเริ่มดีดดิ้นสลัดตัวเองบ้าง แต่มันก็อย่างว่าล่ะครับ ผมแรงไม่เยอะ ถึงดิ้นไปก็สู้อีกฝ่ายไม่ได้อยู่ดี
“หึๆ ในที่สุดกูก็จับตัวมึงได้ ไอ้เอกซ์!!”
ชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเอกซ์ที่ใส่ชุดช็อปเทคนิคเดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ หน้าตามันเรียวแหลมคิ้วคมอย่างกับใบมีด จมูกโค้งงออย่างกับแม่มด ตัวสูงผอมเหมือนคนเป็โรค ดูรวมๆ แล้วมองออกทันทีว่าเป็พวกนักเลงขาเก้เ้าเล่ห์ที่ชอบหาเื่ชาวบ้านไปทั่ว!!
“ไอ้เสียม มึง!!”
เอกซ์ฟึดฟัดจ้องตาไอ้เสียมอย่างโกรธแค้น แต่ไอ้เสียมก็หาได้หวาดกลัวไม่ มันเดินมายืนอยู่หน้าเอกซ์แล้วถุยน้ำลายรดหน้าอย่างเหยียดหยาม
“ไงไอ้เกย์”
น้ำเสียงเยาะเย้ยของไอ้เสียมที่พูดแดกดันเอกซ์นั้นทำให้ผมเดือดไม่แพ้กัน มันหันหน้าทุเรศๆ มามองผมแล้วจุ๊ๆ ปากปรามไม่ให้ผมเข้าไปยุ่ง
“เื่นี้เป็เื่ของผู้ชาย ตุ๊ดอย่างมึงไม่เกี่ยว”
“ห่าเอ๊ยยย!!”
เอกซ์ะเิอารมณ์ออกมา ใบหน้าแดงก่ำควันออกหูจนได้ยินเสียงฟี้ๆ ดั่งกาต้มน้ำพ่นควันทำให้ผมรู้ว่าตอนนี้เอกซ์กำลังเดือดดาลมากแค่ไหน
ปีศาจร้ายในตัวเอกซ์ได้ตื่นขึ้นแล้ว!!