ไป๋ฉางเซิงไม่รู้เลยว่าการกระทำของเขาได้สร้างความตกตะลึงเล็กๆให้กับคนทั้งสองที่ดูอยู่ด้านนอก
หลังจากแน่ใจว่าแมงป่องก้ามั์เข็มทองที่ถูกรัดไว้สิ้นใจสนิทแล้วเขาก็ค่อยๆ คลายตัวออก
จากนั้นโดยไม่รอให้ใครพูดอะไรเขาอ้าปากงับก้ามข้างหนึ่งของมันกลืนลงไปทันที
ก่อนหน้านี้สิ่งที่เขาได้กินมีเพียงเนื้อสัตว์อสูรไร้ระดับเท่านั้น
ปริมาณพลังเืไม่ต้องพูดถึงว่าน้อยแค่ไหนแถมรสชาติก็ยังห่างไกลจากคำว่าโอชะ
โดยเฉพาะหลังจากวิวัฒนาการรอบที่สามค่าพลังเืที่เคยขึ้นต้นด้วยเลขหนึ่งได้กลับไปเริ่มต้นที่เลขศูนย์ใหม่
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ไป๋ฉางเซิงค้นพบกฎเกณฑ์บางอย่าง
เมื่อความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นความ้าด้านคุณภาพและระดับของเืเนื้อก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
หาก้ารักษาความเร็วในการเพิ่มระดับให้มีประสิทธิภาพสูงเหมือนแต่ก่อนเนื้อที่เขากินควรจะมีระดับเท่าเทียมกับตัวเองหรืออย่างน้อยก็ต้องไม่ต่ำกว่ากันมากนัก
ความรู้สึกนี้คล้ายกับระบบชดเชยค่าประสบการณ์ในเกม
หากระดับห่างกันเกินไปค่าพลังเืและแต้มวิวัฒนาการจะลดลงจนเกือบเป็ศูนย์ในทางกลับกันหากระดับใกล้เคียงกันก็ได้ผลลัพธ์ที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย
เหตุผลที่ไป๋ฉางเซิงกระหายเนื้อแมงป่องก้ามั์เข็มทองตัวนี้นักนอกจากเพราะมันเป็ระดับทหารอสูรแล้ว ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญยิ่งกว่า
[ยินดีด้วย โฮสต์กลืนกินแมงป่องก้ามั์เข็มทองระดับทหารอสูรได้รับค่าพลังเื 5.4 ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 1.2]
[ยินดีด้วย โฮสต์ปลดล็อกสาขาสายวิวัฒนาการที่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน: พิษ]
[พิษ: หลังจากเปิดใช้งาน จะสร้างถุงพิษขึ้นภายในเขี้ยวเมื่อโจมตีผ่านเขี้ยว จะสามารถสร้างความเสียหายด้วยพิษเพิ่มเติมได้]
[แต้มวิวัฒนาการที่ต้องใช้ในการเปิดใช้งาน: 12]
เป็ไปตามที่คิดไว้จริงๆ!
นี่คือเหตุผลสำคัญประการที่สองที่ทำให้ไป๋ฉางเซิงเร่งรีบขนาดนี้:สาขาสายวิวัฒนาการใหม่!
ก่อนหน้านี้ตอนที่กลืนกินเต่าศิลาพิสุทธิ์จนปลุกพลังเกราะศิลาคุ้มกายขึ้นมาเขาก็เริ่มสงสัยแล้วและตอนนี้ข้อสันนิษฐานนั้นก็ได้รับการยืนยัน
ที่ระบบบอกว่าการกลืนกินของล้ำค่าจะได้รับสาขาสายวิวัฒนาการหมายถึงสิ่งมีชีวิตที่มีคุณสมบัติพิเศษนั่นเอง
อย่างเช่นกระดองของเต่าศิลาพิสุทธิ์หรืออย่างพิษจากเหล็กในหางของแมงป่องก้ามั์เข็มทองในตอนนี้
ต้องเป็ลักษณะเด่นที่โดดเด่นพอเท่านั้นถึงจะได้รับการยอมรับจากระบบและได้รับสาขาสายวิวัฒนาการมา
ถ้าเป็อย่างนี้ทุกอย่างก็กระจ่างแจ้งแล้ว
“แบบนี้ ถือว่าผ่านการทดสอบหรือยังคะ?”
เจียงจืออวี๋หันไปถามเ้าหน้าที่อีกฝ่ายทำหน้าเจื่อนพลางพยักหน้าตอบรับ
ั้แ่ต้นจนจบเจียงจืออวี๋ไม่ได้ลงมือเลยการต่อสู้ทั้งหมดไป๋ฉางเซิงจัดการด้วยตัวเองย่อมถือว่าผ่านการทดสอบอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง
“ข้อมูลถูกส่งเข้าระบบเรียบร้อยแล้วอีกประมาณครึ่งชั่วโมงใบรับรองผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับต้นจะออกให้”
เ้าหน้าที่จัดการบางอย่างบนแท็บเล็ตประจำตัวก่อนจะเอ่ยขึ้น
ทว่าพอพูดจบเขากลับเปลี่ยนประเด็นแล้วหันไปมองไป๋ฉางเซิงแทน
“แม่หนู งูเกล็ดขาวตัวนี้ขายไหม?”
หือ?หมายความว่าไง?
เมื่อได้ยินประโยคนี้แม้แต่ไป๋ฉางเซิงยังหยุดกินแล้วหันมามองขวับ
“คืออย่างนี้ฉันรู้จักพ่อค้าคนหนึ่งที่ชอบสะสมและเลี้ยงสัตว์อสูรที่กลายพันธุ์รอบสองแบบนี้มาก”
“เลยไหว้วานให้ฉันช่วยดูให้หน่อยถ้าเจอ”
“งูเกล็ดขาวของเธอตัวนี้ ถึงสายเืเดิมจะต่ำต้อยไปหน่อยแต่ความแข็งแกร่งกลับถึงระดับทหารอสูรแล้ว”
“ถ้าเธอตกลง ฉันยินดีจ่ายห้าหมื่นเหรียญซื้อต่อทันที”
ห้าหมื่น?
เมื่อได้ยินตัวเลขที่อีกฝ่ายเสนอมาแม้แต่ไป๋ฉางเซิงยังแอบบ่นในใจว่า ‘นี่ฉันมีค่าขนาดนี้เลยเหรอ?’
นึกถึงวันนั้นที่ราคาเก้าจุดเก้าเหรียญแถมกุ้งอีกถุง...
ผ่านไปแค่สองสัปดาห์ค่าตัวพุ่งพรวดขึ้นมาห้าพันเท่าเลยแฮะ
แต่เจียงจืออวี๋จะยอมตกลงไหมนะ?
เจียงจืออวี๋สบตาเ้าหน้าที่โดยที่สีหน้าไม่มีความหวั่นไหวแม้แต่นิดเดียวเธอส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน
“ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะไม่บังคับให้เธอถอนพันธสัญญาิญญาจนเสียสุขภาพจิตหรอก”
“ซื้อไปก็แค่เพื่อประดับบารมีเท่านั้นแถมยังจะได้รับทรัพยากรบำรุงอย่างดีเพื่อให้สัตว์อสูรเติบโตด้วย”
เ้าหน้าที่ยังพยายามตื๊อต่อ แต่เจียงจืออวี๋กวักมือเรียกไป๋ฉางเซิงแล้ว
“เสี่ยวไป๋ กลับกันเถอะ”
ไป๋ฉางเซิงจัดการเขมือบซากแมงป่องก้ามั์เข็มทองที่เหลือลงท้องในคำเดียวก่อนจะเลื้อยอาดๆ กลับไปข้างกายเจียงจืออวี๋
เขากำลังลังเลว่าควรจะเปิดใช้งานสายวิวัฒนาการที่เพิ่งได้มาแล้วลองฉีดพิษใส่เ้าหน้าที่คนนี้สักทีดีไหม
บอกว่าซื้อไปประดับบารมีแต่ใครจะยอมจ่ายเงินมหาศาลไล่ซื้อสัตว์อสูรกลายพันธุ์รอบสองจำนวนมากเพียงเพราะความชอบส่วนตัว?ไอ้ที่บอกว่าจะให้ทรัพยากรอย่างดีนั่นน่ะ ใครเชื่อก็โง่เต็มที
ถ้าเขาโดนซื้อไปไม่ถูกชำแหละเป็ชิ้นๆ ก็คงแปลกแล้ว
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ไป๋ฉางเซิงรู้สึกประหลาดใจคือเมื่อเผชิญหน้ากับเงินห้าหมื่นเหรียญพันธมิตรเจียงจืออวี๋กลับไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย?
ถ้าเป็ไป๋ฉางเซิงในตอนที่ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีแล้วมีคนมาเสนอราคาแบบนี้ให้ เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะทนปฏิเสธไหวหรือเปล่า
เพราะมูลค่าที่เพิ่มขึ้นห้าพันเท่าในสองสัปดาห์ใครๆ ก็คำนวณออกว่ามันกำไรมหาศาลแค่ไหน
ดูเหมือนเจียงจืออวี๋จะััได้ถึงความสงสัยในใจของไป๋ฉางเซิงเธอจึงก้มลงมองเขา
“เงินห้าหมื่นน่ะเป็ราคาที่สูงมากจริงๆมากพอจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายของฉันใน่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่งหรือระดับสองได้เลย”
“แต่ยังไงนายก็เป็สัตว์อสูรของฉัน”
“และคนอย่างฉันไม่เคยมีนิสัยขายเพื่อนร่วมต่อสู้กิน”
เจียงจืออวี๋รู้ว่าไป๋ฉางเซิงมีความเฉลียวฉลาดสูงเธอไม่รู้ว่าเขาจะเข้าใจคำพูดเธอทั้งหมดไหม แต่ต้องััถึงเจตนาได้แน่นอน
เพราะหลังจากเธอพูดจบเธอก็รู้สึกได้ถึงความปรารถนาดีที่ส่งมาจากไป๋ฉางเซิง
“แม่หนู นี่คือใบรับรองผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับต้นของเธอ”
“ั้แ่นี้ไปเงินช่วยเหลือรายเดือนจะโอนเข้าบัญชีผู้ฝึกยุทธ์ที่เธอลงทะเบียนไว้”
“นอกจากนี้ ยังมียาประสานเืให้อีกเดือนละสองเม็ดสามารถไปรับได้ที่คลินิกทางการแห่งไหนก็ได้”
เงินอุดหนุนเดือนละหนึ่งพันบวกกับยาประสานเือีกสองเม็ดเท่ากับว่าการมีใบรับรองใบนี้จะทำให้ได้เงินมูลค่าสามพันเหรียญพันธมิตรต่อเดือน
เงินจำนวนนี้อาจดูไม่มากแต่มันก็ไม่ได้น้อยเลย
โดยเฉพาะเมื่อเจียงจืออวี๋มีเหรียญเกียรติยศผู้ฝึกยุทธ์อยู่แล้วรวมกันแล้วเธอจะได้รับสวัสดิการมูลค่าถึงหกพันเหรียญซึ่งมากกว่าเงินเดือนของพ่อแม่เธอเสียอีก
ทว่าถึงจะเป็เช่นนั้นเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายของเธอแล้ว มันก็ยังเป็เพียงเศษเงิน
ยาพลังเืหนึ่งเม็ดต่อสามวันเดือนหนึ่งก็ปาเข้าไปสองหมื่นเหรียญแล้วและนี่ยังไม่รวมยาสารอาหารและทรัพยากรจำเป็อื่นๆ ในการฝึกฝนอีก
ตามที่ไป๋ฉางเซิงคาดการณ์ไว้อย่างมากที่สุดไม่เกินหนึ่งเดือน เจียงจืออวี๋จะต้องมุ่งหน้าสู่เขตทุ่งร้างแน่นอน
สิ่งที่เขาสามารถทำได้คือต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองให้ได้มากที่สุดก่อนจะถึงตอนนั้น
และทุกอย่างก็เป็ไปตามที่เขาคาดไว้จริงๆ
เมื่อระดับการฝึกฝนสูงขึ้นเงินในกระเป๋าของเจียงจืออวี๋ก็ลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว
จากเดิมที่กินยาพลังเืหนึ่งเม็ดทุกสามวันก็ค่อยๆ ขยับเป็สี่วัน จนสุดท้ายเธอเลิกกินไปเลยและหันมาพึ่งพาพร์ของตัวเองในการฝึกฝนแทน
ทว่าด้วยวิธีนี้ความเร็วในการฝึกยุทธ์ของเธอต้องช้าลงอย่างแน่นอน
ข่าวดีเพียงอย่างเดียวคือค่าพลังเืของไป๋ฉางเซิงยังคงเพิ่มขึ้นในระดับที่น่าพอใจ
เขามีเนื้อสัตว์อสูรกินจนอิ่มท้องทุกวันบางครั้งเจียงจืออวี๋ยังพาเขาไปยังสนามทดสอบนั่นอีกโดยอ้างเหตุผลเื่การทดสอบผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับกลางเพื่อล่าสัตว์อสูรเป็ฝูง
พวกเขาไม่ไปหาเื่ทหารอสูรระดับสองแต่เน้นล่าทหารอสูรระดับหนึ่งในบริเวณนั้นแทน
ด้วยการประสานงานระหว่างหนึ่งคนหนึ่งงูทหารอสูรระดับหนึ่งส่วนใหญ่แทบจะทำอะไรพวกเขาไม่ได้เลย
ส่งผลให้'มาตรฐานอาหาร' ของไป๋ฉางเซิงกลับพุ่งสูงขึ้นแทนที่จะลดลงภายในเวลาหนึ่งเดือน ค่าพลังเืของเขาก็ทะลุหลักห้าร้อยไปได้อย่างงดงาม
แต่แล้วข่าวที่ไป๋ฉางเซิงคาดไว้อยู่แล้วก็มาถึง
“ฉันจะไปเขตทุ่งร้างแล้ว นายจะไปด้วยกันไหม?”
เจียงจืออวี๋มองไป๋ฉางเซิงพลางเอ่ยถามเช่นนั้น