Chapter
4
เพชรมรกต รวมใจ
ฉันนั่งมาในรถเงียบๆตามองออกไปนอกกระจกด้านข้าง ถึงเขาจะหน้าตาดีแค่ไหนก็ไม่ทำให้ฉันอยากมองหน้าเขานักหรอก ฉันเงียบ เขาก็เฉย แต่เพียงไม่ถึงนาที
“ นี่..ยัยบื้อ เธอเห็นข้างทางดีกว่าหน้าฉันหรือไงฮะ!! ”
ฉันค่อยๆหันไปมองหน้าไซปรัสช้าๆจ้องมองหน้าเขา ให้สมกับที่เขาอยากให้มอง หน้าตาก็น่ามองดีอยู่หรอก แต่ปาก เหมือนมีควายเน่าอยู่สักสิบตัวหมามันยังน้อยไป
“ จะมองหน้าฉันทำไมขนาดนั้นฮะ!! ” น้ำเสียงของเขาเริ่มอารมณ์เสีย เพราะฉันกำลังกวนประสาท
“ เอ๊า!! ไม่มองก็ว่าพอมองก็ไม่พอใจ นายจะเอายังไงกับฉันอีก ”
ฉันพูดกับเขาเนือยๆ มองหน้าเขารอคำตอบ แต่รู้สึกว่าหน้าเขาจะแดงๆ จึงลดน้ำเสียงลงพูดกับเขาดีๆ
“ นายสบายดีไหมทำไมหน้าถึงแดงขนาดนี้ ปวดหัวหรือเปล่า ”
ฉันใช้หลังมืออังหน้าผากเขาเอามือแตะชีพจรตรงลำคอ เพราะเห็นบนหน้าผากเขามีเหงื่อเป็เม็ดๆโดยไม่ได้ขออนุญาต
“ ชีพจรนายเต้นแรง เหงื่อออกด้วย นายไหวไหม ” ฉันงงกับท่าทางของเขาเมื่อกี้ยังเห็นปกติ แต่ตอนนี้ท่าทางดูพิลึก
ไซปรัสนั่งคอแข็ง เหลือบเพียงหางตามองมาตามสไตล์ของเขาก่อนส่ายหน้า
“เธอใส่ชุดบ้าอะไรของเธอ เปิดั้แ่บนยันล่าง ไม่สวยเลย ”
จี๊ดเลย..คำพูดนี้ทำให้ฉันอยากกระโจนออกจากรถเดี๋ยวนี้ ความมั่นใจจาก99เปอร์เซนต์เหลือ ติดลบทันที แต่กลัวเสียหน้า จึงแข็งใจ กล้าถามเขาออกไป
“อ้าวก็เห็นที่นายจะพาไปเขาใส่กันแบบนี้ทั้งนั้น ชอบไม่ใช่หรือไง เห็นมองน้ำลายหกกันเป็แถวๆ”
ฉันกัดปากตัวเองค้อนให้เขาอย่างหมั่นใส้ ก่อนใช้หลังมือสบัดผม พูดพร้อมกับยกขาเรียวสวยขึ้นมาไข่วห้างไซปรัสหักหัวรถจอดข้างฟุตบาท ก่อนหันขวับมามองฉันเต็มตา ฉันเริ่มร้อนๆ หนาวๆใจเต้นไม่เป็จังหวะ เหงื่อ ผุดขึ้นบนใบหน้า
“ เธอสบายดีไหมทำไมหน้าถึงแดงขนาดนี้ ปวดหัวหรือเปล่า ”ไซปรัสใช้หลังมืออังหน้าผากฉัน และเอามือแตะชีพจรตรงลำคอของฉันเหมือนที่ฉันทำกับเขาเมื่อครู่ เลียบแบบฉันทำไมเนี่ยะ
“ ชีพจรเธอเต้นแรง เหงื่อออกด้วย เธอไหวไหม ” ฉันนั่งตัวลีบหลังติดประตูรถเพราะตัวเราชิดกันมาก พลางก้มหน้าพูดกับเขาเสียงอ่อยๆ
“ นายแกล้งฉันอีกแล้ว”
เพราะกลัวเขาจะโกรธขึ้นมาอีกถ้าฉันยังคงกวนเขาไม่เลิก มันก็ได้ผล เพราะไซปรัสไม่ได้มีทีท่าว่าจะโกรธแต่เขากลับอธิบายให้ฟังช้าๆชัดๆ
“ ฉันไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะเวลาปกติ เธอก็ทำให้ฉันใจเต้นแรงอยู่แล้ว เธอใส่ชุดแบบนี้ หัวใจฉันจะวาย” เขาหยุดพูดไปสองวิแล้วพูดต่อ“ถ้าเธอไม่ใส่อะไรเลย ฉันสาบานว่า ฉันจะทำลายตัวเอง..เฮ้อ...”
พูดจบเขาก็เขาสะบัดหัวแรงๆถอยกลับไปนั่งหลับตา มือยังคงกุมพวงมาลัยรถ ก่อนพูดกับตัวเองคนเดียว “ ไซปรัส แกต้องตั้งสติมีสติ มีสติๆ ” ก่อนค่อยๆลืมตาและสตาร์ทเครื่องรถ พาเราไปที่จุดนัดหมายของเขา
ฉันพอจะเข้าใจแล้วว่าไซปรัสหมายความว่าอย่างไร เขาก็เป็เพียงผู้ชายคนหนึ่ง ย่อมมีความรู้สึกร้อนหนาวฉันไม่ควรแต่งตัวล่อแหลมขนาดนี้เมื่ออยู่กับเขาอาจไม่ดีกับตัวเองด้วยถ้าไซปรัสไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ
........................................................................................................................................................
็น
ไซปรัสเอาเสื้อคลุมของเขามาให้ฉันใส่ทับเขาพาฉันมาที่ผับแห่งหนึ่ง ใหญ่กว่าผับของพี่บอยถึงสามเท่า หนุ่มสาวเดินเข้าออกกันให้วุ่นวาย
ไซปรัสโอบไหล่ฉันและบังคับไม่ให้ฉันเบี่ยงตัวหนี ด้วยการเอาฝ่ามือหนาของเขา กุมไว้ที่หัวไหล่และบีบมันเบาๆ
เขาถือวิสาสะกดจมูกบนเส้นผมข้างขมับแล้วสูดดมเข้าไปจนเต็มปอด ฉันเงยหน้าขวับมองเขาอย่างโกรธๆที่เขาทำโดยไม่ขออนุญาตเสียก่อน เป็ผู้หญิงของเขาแล้วต้องสละทุกอย่างให้เขาหมดหรือไง ของขึ้นๆ
ฉันยกมือขึ้นจับมือของเขาข้างที่กุมหัวไหล่ ก่อนจะฝังเล็บลงไปจนสุดกำลังนิ้ว แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยยิ่งฉันทำเขาเจ็บมากเท่าไหร่ เขาจะยิ่งบีบหัวไหล่ฉันแรงขึ้นเท่านั้น เอากับมันสิ
“ ฉันเจ็บนะ ”
ฉันนิ่วหน้าหันไปกัดฟันพูดกับเขาเบาๆ เกรงว่าทุกคนที่ผ่านมาทักเขา จะได้ยิน
“ แล้วฉันไม่เจ็บหรือไง ”
ไซปรัสก้มลงมากระซิบข้างหูฉันจึงต้องปล่อยมือตัวเองลง เขาก็เช่นกัน เลิกบีบหัวไหล่ฉันทันที และลูบมันเบาๆ ก่อนจะเอามือมาลูบผมของฉันเล่นแทน
“ไซปรัส...ทางนี้โว๊ยเพื่อน ”
ไซปรัสกุมมือฉันเดินเข้าไปหากลุ่มเพื่อนที่โบกมือให้ ทุกคนดูแปลกใจที่เห็นผู้หญิงข้างกายไซปรัส คือฉัน
“ อิ้ง เป็แฟนฉันอิ้ง... นี่ ชิโร่ แฟรงค์ และ อดัม เพื่อนร่วมอุดมการณ์ของฉันอยู่กู้ภัยจุดเดียวกับฉัน และอยู่มหาลัยเดียวกันกับเรา ”
“ ยินดีที่ได้รู้จักเฟรชชี่ปีหนึ่งประจำคณะมนุษย์อิ้งสื่อ ”
ฉันได้แต่ยิ้มแหยๆให้เพื่อนที่ไซปรัสแนะนำให้รู้จัก คนที่ชื่อชิโร่ยืนขึ้น และส่งมือมาให้ฉันจับเพื่อทักทายแต่ถูกไซปรัส ปัดทิ้ง ฉันมองคนนั้นทีคนนี้ที ทุกคนในที่นี้ อยู่กู้ภัยเหมือนฉันแต่ฉันไม่เคยเห็น เพราะฉันเพิ่งเข้ามูลนิธิได้ไม่ถึงเดือน
“ อืมน้องไอ้อุนนี่เอง..” แฟรงค์เอ่ยถึงพี่อุน พวกเขาคงรู้จักกันหมดงั้นล่ะสิ
“แกพาน้องเขานั่งก่อนไหม ไซปรัส...อิ้งจะดื่มอะไร เหล้าปั่นไหม ” อดัม บอกไซปรัส ประโยคหลังหันมาถามฉันฉันได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ เพราะั้แ่เกิด ไม่เคยแตะของพวกนี้สักนิดรู้สึกเหมือนตัวเองเป็แกะดำ
“ หรือจะดื่มน้ำนางเอก ”
ไซปรัสหันมาถามเบาๆบริเวณข้างหูแข่งกับเสียงเพลง ที่นักร้องหญิงกำลังร้องคลอเบาๆ
ฉันเบี่ยงตัวหลบหันไปมองหน้าไซปรัส รู้สึกอยากร้องไห้ ฉันอยากกลับบ้าน!! ทำไมฉันถึงรู้สึกหวาดกลัวสิ่งที่อยู่รอบๆตัวขนาดนี้ที่นี่ไม่มีใครที่ฉันรู้จัก ถ้ามีพี่อุนอยู่ด้วย ฉันคงรู้สึกปลอดภัยมากกว่านี้
ไซปรัสหันไปสั่งน้ำส้มให้ก่อนยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม เหมือนกับเหล้าที่อยู่ในนั้นคือน้ำเปล่าเขาคุยอะไรกันบ้าง ฉันไม่รู้เื่ เพราะนอกจากเสียงเพลงแล้วเสียงที่ประสานกันโดยรอบ ไม่ทำให้ฉันสนใจเท่ากับสาวๆ ที่ขอมานั่งกับสามหนุ่มที่อยู่ตรงข้ามและเขากำลังคลอเคลียร์กันอย่างไม่รู้สึกอับอาย และไม่เกรงใจฉันเลย
ผู้หญิงคนหนึ่งในชุดซีทรูชูแก้วเหล้ามาให้ไซปรัส ซึ่งเขาก็ยิ้มตอบ และชูแก้วเหล้าของตัวเองกลับไปโดยไม่สนใจความรู้สึกกันสักนิด ทั้งๆที่พาฉันมาด้วย ก็เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูนนี่
ฉันเริ่มรู้สึกรับไม่ได้กับสิ่งที่อยู่รอบๆตัวฉันชอบเที่ยวูเา น้ำตก ทะเล หรือไม่ก็สวนสนุก ไม่ใช่สถานบันเทิงเหล่านี้
“ ไซปรัส..”.
ฉันจับแขนไซปรัสเขย่าเบาๆ มองหน้าเขาด้วยสายตาอ้อนวอน
“ ทำไม ”
“ ฉัน...ฉันกลัว..ฉันจะกลับบ้าน”
“กลัวอะไร...ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเธอ เหมือนที่พวกมันทำเลยนะ ”ไซปรัสพูด พร้อมกับทำตาวาววับ เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์
“ ได้โปรด...ฉันอยากกลับบ้าน”
“เดี๋ยวไปส่ง...บ้านฉัน ”เขาเมาแล้วแน่เลยยังมีสติหริอเปล่า อยู่รอให้เขาเชือดก็โง่เต็มทีแล้ว
ฉันลุกพรวดเมื่อได้ยินเขาตอบไม่รอช้ารีบวิ่งออกมาจากโต๊ะทันที บ้านเขางั้นเหรอ ฉันคงไม่รอดแน่เลย เมา เมาแน่ๆ ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า
“ อิ้ง!! อย่าเพิ่งออกไปชิบ...แล้ว!! ”
ฉันไม่ฟังเสียงที่ไซปรัสะโตามมารู้แค่ว่า เขากำลังวิ่งตามมาติดๆ
ฉันวิ่งชนโต๊ะชนเก้าอี้ ชนคน จนตัวเองเด้งลงไปกองกับพื้น แต่พยายามยันตัวเองลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีเขาอย่างสุดชีวิต ให้ฉันคบกับเขาก็สุดทน แต่ถึงขนาดต้องถวายตัวเองฉันยอมตายเสียดีกว่า ที่จะถูกเขาข่มเหงขนาดนั้น
ฉันวิ่งออกมาจากประตูและวิ่งต่อไปอย่างไม่คิดชีวิต เพื่อหนีไซปรัส จนในที่สุดก็ถูกเกี่ยวเอวเอาไว้ได้และเข้าไปอยู่ในวงแขนแข็งแรง ที่กำลังดันจนหลังของฉันติดฝาผนัง
ฉันหายใจหอบพร้อมกับน้ำตาที่กำลังไหลรินไม่ขาดสาย เมื่อรู้ตัวว่าถูกเขาจับได้
“นายบังคับให้ฉันเป็แฟนยังไม่พอ นายยังคิดจะรังแกฉันอีก จิตใจนายทำด้วยอะไรนายเป็อาสากู้ภัย นายต้องช่วยเหลือคนสิ ไม่ใช่ทำลาย...ฮื่อๆๆ ฉันเกลียดพวกกู้ภัย ที่ไร้สมองแบบนาย ”
“ เลิกร้องได้แล้วฉันแค่ล้อเล่น เวลาคุยกันทางความถี่ เธอชอบปากดี กวนฉันทำไมล่ะ นึกว่าจะเก่งตลอดที่ไหนได้ ไอ้อุนมันเก็บน้องสาวไว้ซะมิดชิด เล่นแต่ตุ๊กตาไม่รู้จักโลกภายนอกซะมั่ง ”
“ อย่ามาว่าพี่อุนนะเพราะโลกภายนอกที่นายว่า ฉันก็ไม่ได้พิศวาสจะรู้นักหรอก ”ฉันแหวใส่เขาอย่างลืมตัว ที่รู้สึกว่าตัวเองถูกดูถูก ลืมไปว่า ตัวเองยังถูกเขาล๊อคไว้ในวงแขน
“กลับเข้าไปข้างในก่อนดีกว่านะ ฉันรับรองว่าจะไม่ทำอะไรเธอ...ที่นั่น ”
ฉันมองหน้าเขา ค้นหาความจริงในคำพูดนั่นพร้อมกับคำถามยืนยัน
“นายเมาหรือยัง นายจะไม่ทำอะไรฉันจริงๆใช่ไหมฉันเชื่อนายได้ใช่ไหม ”ฉันถามรัวๆ
“ จริงๆไม่ทำอะไรในนั้น ” ไซปรัสพูดพร้อมกับสบตาฉันด้วยดวงตาเข้มวาววับของเขา “แต่...จะทำตรงนี้ ”
พูดจบเขาก็กดริมฝีปากตัวเองลงมาบนเรียวปากนุ่มชื้นของฉัน โดยไม่ให้ฉันตั้งตัวได้ ััแ่เบาแต่ทว่าอ่อนโยนของเขามันทำให้หัวใจของฉันสั่น จนขาไม่มีแรงยืนต้องใช้สองมือยึดหัวไหล่ทั้งสองข้างของเขาไว้แน่น
“ บทรักของแกนี่ น่าประทับใจจริงๆไอ้ไซปรัส!!”
เสียงผู้ที่ไม่ได้ถูกรับเชิญทำให้ไซปรัสผละออกจากฉัน และดันให้ตัวฉันอยู่ข้างหลังเขาแต่ฉันก็ดันโผล่หน้าออกมามองเ้าของเสียง ที่ยืนจังก้าถือไม้คล้ายๆคมแฝกตีไปที่มือตัวเองอีกข้าง ท่าทางกวนสุดขีด ข้างหลังมันยังมีผู้ชายยืนและขนาบข้างไม่ต่ำกว่าสิบคน ทุกคนล้วนมีอาวุธครบมือ นี่ฉันมาอยู่ในดงนักเลงหรือไง
โป๊ก!!
“จะโผล่หัวมาทำบ้าอะไรของเธอฮะ ”
ไซปรัสเคาะหัวและต่อว่าฉันไปด้วย เขากำลังปกป้องฉันอยู่ไช่ไหมนี่
“ แกกล้าข้ามมาถิ่นฉันแย่งผลงานของพวกฉันยังไม่พอ ยังทำให้พวกฉันถูกตำหนิอีกฉันควรทำยังไงกับแกดีถึงจะสาสม ไหนบอกมาสิ ”
“ คนเขาาเ็จะให้มารอพวกแกได้ยังไง ชีวิตเป็ของเขา เขามีสิทธิ์ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากคนที่พร้อมจะช่วย พวกแกมัวแต่ทำอะไรกันอยู่ วิ่งส่งยา หรือพี้ยากันจนลืมแล้วมาโบ้ยว่าถูกแย่งผลงาน แกไม่ละอายบ้างหรือไง ไอ้คาร์โก้ ไอ้กระจ๊วด ”
ไซปรัสด่ากลับไปอย่างไม่เกรงกลัวแต่ที่ฉันสงสัย ไอ้กระจ๊วดนี่มันตัวอะไรอ่า
พวกนี้เป็กู้ภัยเหมือนเรางั้นเหรอแล้วไซปรัสบอกว่าพวกเขาส่งยา หรือพี้ยากันจริงๆหรือ งั้นที่พวกเขาเข้ามาอยู่กู้ภัยก็ไม่ได้มีจุดประสงค์ ที่จะช่วยเหลือคนที่ได้รับาเ็นะสิพวกนี้จงใจเข้ามาแฝงชัดๆ ฉันเกลียดนัก คนที่หวังผลจากการช่วยเหลือคนแบบนี้
“ มาคนเดียวยังจะปากดี เก็บปากไว้หยอดน้ำข้าวต้มดีกว่ามั้ง…เฮ้ยพวกเรา จัดการมัน แล้วเอาตัวผู้หญิงมาให้ฉัน ”
อร้ายยยนั่นมันหมายถึงฉันนี่ ฉันจะทำยังไงดี น่ากลัวยิ่งกว่าไซปรัสเสียอีกฉันยอมตายซะดีกว่า
ฉันยืนหลังติดกำแพงตัวลีบเมื่อพวกมันดาหน้าเข้ามาหาไซปรัส ไซปรัสทั้งหลบ และเตะต่อยพวกมันด้วยชั้นเชิงที่เหนือกว่าแต่ไม่สามารถสู้แรงคนที่มีมากกว่าได้ ยังไงซะ์ ก็เห็นใจในความดีที่เขาเคยทำโดยส่งอัศวินมาให้ตั้งหลายคน
“ เฮ้ย!! ทำเพื่อนกูพวกมึงอย่าอยู่เลย ”
อัศวินที่ว่านี่คือพวกแฟรงค์ อดัม ชิโร่ และคนอื่นๆ อีกหลายคน ตอนนี้เกิดการชุลมุนไซปรัสลุกขึ้นช่วยเพื่อนๆสู้กับพวกมัน ฉันจะอยู่เฉยได้อย่างไร
สายตาของฉัน เหลือบไปเห็นไม้ท่อนหนึ่งฉันจึงหยิบขึ้นมาอย่างกล้าๆ กลัว ั้แ่เกิด ฉันยังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลยในชีวิต ฉันเคยเจออะไรมาบ้างเนี่ย....
โพล๊ะ!ๆๆ
ฉันฟาดท่อนไม้ลงบนหลังของไอ้คนที่ไซปรัสเรียกมันว่าคาร์โก้ เพราะมันกำลังจะตีหัวของไซปรัสที่หันหลังให้ มันสะดุ้งเล็กน้อยกับแรงที่ฉันฟาดลงไป และหันกลับมาเพื่อจะเข้ามาทำร้ายฉัน ที่ยืนตัวสั่น เพราะก้าวขาไม่ออกได้แต่มองมันตาโตปริบๆ หัวใจฉันกำลังตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
พลั๊วะ!!ๆๆ
ไซปรัสดึงไหล่มันให้หันไปหาแล้วสวนมันด้วยหมัด ตรงปลายคาง จนตาลอย ก่อนล้มลงฟุบหน้า อยู่ข้างฟุตบาท
เอี๊ยดดดด!!
“ ไซปรัส!!พวกเรา ขึ้นรถเร็ว ”
เสียงเบรคของรถกะบะดังสนั่น ไซปรัสรีบจับมือฉันวิ่งไปที่หลังรถ และอุ้มฉันยกขึ้นไปอยู่บนนั้นก่อนที่เขาจะะโตามขึ้นมา แล้วรวบเอวฉันให้นั่งลงบนตักไม่งั้นฉันคงหงายหลังตกจากรถ เพราะการออกตัวแบบชนิดล้อฟรี
ฉันนั่งอยู่บนตัก และกอดคอไซปรัสไว้แน่น กระโปรงที่สั้นอยู่แล้วรั้งขึ้นมาบนต้นขาถึงชายเสื้อคลุมของไซปรัสที่ปิดทับไว้ไซปรัสช่วยดึงชายเสื้อคลุมลงมาคลุมถึงเข่าให้ก่อนปลายหางตาที่มีแสงพิฆาตมองไปรอบตัว ท่ามกลางสายตาของผู้ชายหลายๆ คนที่กำลังมองเราอยู่พวกนั้นต่างก็พากันก้มหน้า หรือมองไปทางอื่น หรือเงยหน้ามองฟ้ามองดาว ทำไม่รู้ไม่ชี้มีเพียงเพื่อนๆของเขาที่เหมือนอมยิ้มขำ ส่ายหัวก่อนหันไปอีกทางฉันเองยังอยากแทรกแผ่นดิน แต่ทำได้เพียงก้มหน้าหลับตา นั่นทำให้ไม่ต้องเห็นใครไม่รับรู้อะไรทำได้แค่นั้นจริงๆ
ทุกคนนั่งเบียดกันอยู่บนท้ายกะบะรถจนขยับไปไหนไม่ได้ และมีรถคันอื่นๆ ขับตามมาติดๆ คงเป็พวกเดียวกับเขา
ยอมรับว่าโคตรตื่นเต้นจนหัวใจแทบวายกับเหตุการณ์ที่ตัวเองไม่เคยได้พบ
รถกะบะพาเราไปที่ๆหนึ่งคล้ายๆโกดัง ในนั้นมีรถจอดอยู่หลายคัน แต่ละคันติดไฟไซเรน แตกต่างกันออกไป เมื่อรถกะบะโฟร์วิลจอด ทุกคนต่างก็ลงจากรถ
ไซปรัสะโลงไปก่อนหันมาชูแขนเพื่อรับฉัน เมื่อมองไปรอบๆก็พบกับสายตาที่มองมาที่ฉันเพียงจุดเดียว นี่เห็นฉันเป็ของแปลกหรือไง ฉันไม่ใช่เด็กนะรถก็ไม่ได้สูงมากมาย จนฉันลงไม่ได้สักหน่อย
ฉันกัดปากตัวเอง มองหน้าไซปรัสสายตาแกมบังคับของเขา ทำให้ฉันยอมให้เขา อุ้มตัวเองลงไปจากท้ายรถ
ไซปรัสจับมือฉันจูงผ่านเพื่อนๆและลูกน้องของเขา ไปที่ออฟฟิต ที่กั้นด้วยกระจกใส สามารถมองเห็นทะลุกระจกเข้าไปได้ แต่เขา ดึงม่านลงมาปิดรอบๆเพื่อไม่ให้ใครเห็นเรา
“ ทำแผลให้หน่อย ”
ฉันมองเห็นรอยแผลบริเวณริมฝีปากและหางคิ้ว ที่มีเืออกซิบๆ เขาคงเจ็บเหมือนกัน
ฉันเดินไปหยิบกระเป๋ายาที่อยู่ในตู้ข้างฝาแล้วเดินกลับมานั่งที่โซฟาตัวยาวข้างๆเขา เปิดกระเป๋า และหยิบแอลกอฮอล์มาเทใส่สำลีเพื่อเช็ดแผลให้ อย่างแ่เบา พร้อมกับเป่าไปด้วย
ใบหน้าเนียน นุ่มมือน่าเสียดายที่ต้องมาเป็รอยเพราะเื่ชกต่อย เขาหล่อไม่เป็สองรองใคร ไม่แปลกใจ ที่เขาได้ตำแหน่งเป็ถึงเดือนคณะ
ดวงตาสีสนิมที่ทอดมองมาสบตาด้วยทำให้ เผลอสบตาเขาราวกับต้องมนต์
“จะจ้องหน้าฉันอีกนานไหม”
“อุ๊ย!! ขอโทษ คือฉันมองแผลนาย ไม่ได้มองหน้านายสักหน่อย ” แถ...แก้เขินไปก่อนละกัน
“ใมากหรือเปล่า ”น้ำเสียงที่ถามมานุ่มทุ้มน่าฟัง ฉันว่าฉันหูฝาดแน่ๆ
“ ก็...ไม่เคยเจอั้แ่เกิดมา ยังไม่เคยตีกับใครเลย ”
ฉันทายาให้เขาพร้อมกับตอบไปด้วยตอนนี้เริ่มรู้สึก เจ็บสะโพก เจ็บหัวเข่า เจ็บต้นขา เพราะตอนที่วิ่งหนีไซปรัสฉันชนทุกอย่างที่ขวางหน้า ตอนนั้นยังไม่รู้สึก แต่ตอนนี้ชักเริ่มเจ็บ
“ ขาเธอช้ำนี่ใครเป็คนทำ พวกของคาร์โก้หรือไง ”
ฉันรีบดึงชายกระโปรงมาปิดที่บริเวณเหนือหัวเข่ารู้สึกอายที่ใส่กระโปรงสั้น จนรั้งขึ้นมาบนต้นขาเวลานั่ง
“ เปล่านายนั่นแหละทำให้ฉันกลัว จนต้องวิ่งหนี คงชนกับโต๊ะ แล้วก็เก้าอี้มั้งเจ็บไปหมดทั้งตัวทั้งแขนด้วย ตอนที่ยกไม้ตีมันข้างหลัง แขนฉันแทบหักแต่หลังมันกลับไม่เป็อะไรเลย ”
“ ฉันจะทายาให้ ”
ฉันรีบถอยห่างจากไซปรัสเมื่อได้ยินว่าเขาจะทายาให้ ฉันเป็ที่สะโพก ต้นขา เขาไม่ต้องแก้ผ้าฉันเลยเหรอ
“ ฮ่ะๆๆๆ เธอนี่หวงตัวเป็บ้า หวงกับคนอื่นได้แต่กับฉันห้ามหวง ”
“ นายมันทุเรศฉันหวงตัวยังไง นายก็บังคับฉันสารพัด ”ฉันหันหน้าหนีเขา รู้สึกตัวเหมือนเป็เบี้ยล่างเขาตลอดเวลา “พาฉันกลับบ้านเถอะ ดึกแล้ว ขอแม่มานอนบ้านเบอรี่ แค่คืนเดียว พรุ่งนี้ฉันต้องกลับบ้าน”
“ งั้นนอนนี่ก็ได้เหมือนนอนบ้านเพื่อนเธอนั่นแหละ ฉันเจ็บคงขับรถพาเธอกลับไปไม่ไหว ” ไซปรัสเริ่มเล่นแง่ จะไม่ยอมไปส่งฉันซึ่งเป็สิ่งที่ฉันยอมไม่ได้
“ ไม่ได้นะ!! ฉันไม่เคยนอนค้างบ้านผู้ชายขอร้องล่ะไซปรัส ให้ฉันนั่งแท็กซี่กลับก็ได้ ”
“ เธอนี่เกิดผิดยุคชัดๆถ้าเป็ผู้หญิงอื่น ฉันชวนค้างด้วยนี่ พากันรีบวิ่งขึ้นเตียงนอน มีแต่เธอนี่แหละ วิ่งหนีฉันอยู่เรื่อยแต่ฉันชอบ วิ่งไล่ตามเธอสนุกดี ”
“ โรคจิตชัดๆวันนี้ฉันเหนื่อย แล้วก็ง่วงมากด้วย ไปส่งฉันนะ ”
“ ก็ได้ แต่..”
“ แต่ อะไรอีกล่ะ ”
“ ขอจูบที เมื่อกี้มันขาดตอนน่ะ ”
ฉันนิ่วหน้ามองเขาอย่างใช้ความคิด ว่าจะยอมดีหรือไม่ยอมดี
“ นายเจ็บปากอยู่นะอย่าเลย ”
ฉันพยายามเบี่ยงเบน พูดจาดีๆกับเขาพยายามไม่ให้เขาอารมณ์เสีย กลัวจะไม่พาฉันไปส่งบ้าน
“ ฉันทนได้ ”
ฉันเซ็งกับหมอนี่ชะมัดขนาดปากแตก ยังมีแก่ใจมาขอจูบอีก เชื่อกับเขาเลย ฉันได้แต่อ่อนใจ แต่ก็ปล่อยเลยตามเลยเพราะเมื่อเขาพอใจ เขาก็พามาส่งที่บานของเบอรี่ ตามสัญญาเหมือนเคย