ผีนายป่าช้าค่อยๆเดินเข้าไปหาทิดโชคที่นอนนิ่งขยับเขยือนไม่ได้เพราะโดนคลื่นกระแทดอัดจนแทบลุกไม่ขึ้นผีนายป่าช้าค่อยยกดาบข้างหนึ่งขึ้นก่อนจะแทงลงไปที่ทิดโชคอย่างแรงดาบเล่มงามปักเข้าไปกลางอกของทิดโชคอย่างจัง ทิดโชคเบิกตาโพงก่อนที่จะแน่นิ่งไปผีนายป่าช้าค่อยๆ ดึงดาบออกจากอกทิดโชคผีนายป่าช้าตวัดดาบหลุดออกจากอกทิดโชคก่อนจะหันมาทางพวกของพลาย
เบื้องหน้าของผีนายป่าช้าเห็นว่าพลายนั่งประคองทิดโชคที่สลบอยู่ ผีนายป่าช้าถึงกับแสยะยิ้มออกมาแล้วร่างทิดโชคที่ถูกดาบเสียงอกแน่นิ่งไปนั้นก็ค่อยๆ เลือนหายไปเหลือแต่ความว่างเปล่าพลายได้ใช้อาคมย้ายตัวทิดโชคมาที่พวกเขาและใช้อาคมลวงตาผีนายป่าช้าอีกทีทำเอาผีนายป่าช้าถึงกับยิ้มกลุ้มกลิ่มที่เห็นความสามารถของพลายที่ตบตาตนเองได้โดยไม่มีช่องโหว่ใดๆเลย
พลายที่กำลังจะลุกขึ้นไปเผชิญหน้ากับผีนายป่าช้าก็ได้ถูกหยุดโดยมือของทิวากรที่มาขวางหน้าเขาไว้
“งานนี้กูขอถือว่าขอร้องละกัน” น้ำเสียงและสีหน้าที่ดูจริงจังของทิวากรนั้นทำให้พลายล้มเลิกที่จะเข้าเผชิญหน้ากับผีหนายป่าช้า
“งั้นก็ฝากด้วยละ”พลายกลับไปสนใจทิดโชคที่าเ็อยู่ และเริ่มลงมือใช้อาคมรักษาทิดโชค
ทิวากรนิ่งเงียบไม่พูดสิ่งใดทิวากรกระฉากสร้อยคอที่ตนเองสวมอยู่นั้น ค่อยๆ ดึงออกมาให้หลุดออกจากคอเสื้อสร้อยที่ค่อยๆโผล่ออกจากคอเสื้อ เผยให้เห็นถึงจี้ที่ห้อยสร้อยคออยู่จี้รูปดาบจำนวนสองจี้ห้อยอยู่คู่กันในสร้อยคอของเขาทิวากรหยิบจี้ห้อยคอรูปดาบมาไว้ในมือข้างละอันก่อนที่จะร่ายอาคม พลันจี้รูปดาบก็แปรแปลี่ยนเป็ดาบจริงๆอยู่ในมือของทิวากร
“เคยได้ยินจากพ่อว่าในโรงเรียนแห่งนี้มียอดฝีมือดาบที่หาใครเทียบไม่ได้อยู่ ถึงยอมมาเรียนไม่นึกว่ามาเรียนวันแรกก็เจอแล้ว” ทิวากรเดินควงดาบเข้าหาผีนายป่าช้าใบหน้าที่ครึมดูจริงจังก็เผยให้เห็นรอยยิ้มขึ้นมาทันทีที่เดินเข้าหาผีนายป่าช้า
{{{ท่าทางแบบนี้ ลูกชายท่านรองงั้นเหรอเ้านี่นะเหรอที่ท่านรองมาอ้อนวอขอให้ช่วย งั้นก็ช่วยส่งไปโลกหน้าให้เองละกัน }}}
ผีนายป่าช้าตวัดดาบพุ่งเข้าใส่ทิวากรทิวากรที่ควงดาบเดินมาก็ออกวิ่งเข้าปะทะกับผีนายป่าช้าดาบทั้งสองเล่มของพวกเขาปะทะกันจนเกิดประกายไฟ ทั้งคู่เผชิญหน้ากันโดยมีดาบที่ปะทะกันกั้นไว้เท่านั้น
อาคมของพลายพอจะปลุกทิดโชคให้พื้นขึ้นมาได้แต่ก็ไม่สามารถรักษาอาการาเ็ได้ เพียงแค่ทำให้ทุเลาลงเท่านั้นทิดโชคที่ฟื้นขึ้นมาก็ต้องตกตะลงเมื่อเบื้อหน้าเขาเป็การปะดาบกันของทิวากรกับผีนายป่าช้า ที่ทั้งคู่ฟาดฟันใส่กันอย่างไม่ยั้งทั้งรวดเร็วและรุนแรง จนเกิดประกายไฟขึ้นทุกครั้งที่ดาบของทั้งคู่กระทบกันไม่เพียงแต่ทิดโชคเท่านั้น แม้แต่พลายก็ตะลึงกับการดวลดาบครั้งนี้ของทิวากรกับผีนายป่าช้าจะมีแต่มะลิเท่านั้นที่ดูมีความกังวลใจในการปะทะกันครั้งนี้
“นายนั่นแพ้แน่ๆ” มะลิเอ่ยขึ้นทำเอาพลายถึงกับหันกลับมามองที่มะลิพร้อมกับสีหน้าที่เป็กังวล
“ทำไมถึงคิดแบบนั้นละมะลิ”
“ดาบของนายนั่นเป็แค่ดาบธรรมดาที่ลงอาคมช่วยแต่ดาบของพี่จ้อยเป็ดาบน้ำพี้ชั้นเลิศเลยนะ”
“ไม่หรอกคนมันจะแพ้ ต่อให้มันถือดาบน้ำพี้ชั้นเลิศมันก็แพ้เพลงดาบของไอ้หมอนั่นรุนแรงรวดเร็วก็จริง เหมือนจะเน้นฝึกแต่เพลงดาบแต่อ่อนด้อยในพื้นฐานของเพลงดาบมาก”
“หมายความว่ายังไง”มะลิหันมาถามพลายที่ดูเหมือนว่าตอนนี้พลายจะรู้อะไรมากกว่าที่มะลิรู้พลายได้แต่อมยิ้มแล้วจ้องมองการต่อสู้แบบไม่ละสายตา
ทิวากรที่ฟาดดาบใส่ผีนายป่าช้าเริ่มอ่อยล้าจึงได้ถอยออกมาตั้งหลักก่อนที่จะถูกผีนายป่าช้าหาจังหวะเข้าบั่นคอของตนเองได้ ทิวากรนิ่งทำสมาธิครู่หนึ่งก่อนที่จะตั้งท่าพร้อมสู้อีกครั้งทิวากรตั้งการ์ดสามขุม มือข้างหนึ่งจับดาบไปด้านหน้า ดาบตั้งเฉียงดาบอีกข้างอยู่เสมอลำตัวแล้วพุ่งเข้าใส่ผีนายป่าช้าด้วยการวาดดาบอย่างต่อเนื่องไปมาด้วยความรวดเร็วดาบที่วาดกวัดแกว่งไปนั้นเป็การควงดาบคลุมทั่วตัว บนล่างหน้าหลังยากที่จะแก้ทางดาบได้ จนผีนายป่าช้าได้แต่ให้ดาบวาดกันไปมาจนค่อยๆ ถูกต้อนถอยไปที่ละนิดทีละนิด
“คลุมไตรภพเพลงดาบอาทมาต” เสียงของพลายและมะลิอุทานขึ้นมาพร้อมกันทำเอาใบหน้าที่อมยิ้มก่อนน้านี้ของพลายเลือนหายไปกลับกลายเป็มะลิที่อมยิ้มขึ้นมาแทน
“ไม่นึกเลยนะว่าจะมีคนใช้เพลงดาบนี้ได้นอกจากนายนะพลาย ไม่รู้ว่าอาทมาตดาบเดียวของนายจะสู้อาทมาตดาบคู่ได้ไหมน้า” พลายละสายตาจากการต่อสู้หันมาจ้องมะลิเขม็งเมื่อถูกมะลิพูดกระทบแต่ก็ไม่เป็ดังที่มะลิตั้งใจไว้พลายกลับยิ้มร่าให้กับมะลิราวกับไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดของมะลิเลย และหันกลับไปดูการต่อสู้ต่อ
ทิวากรยังบุกอย่างไม่ลดละทิวากรเริ่มเปลี่ยนมาควงดาบสลับมือไขว้กันไปมา สลับซ้ายขวา และบนล่างในเวลาเดียวกัน ทำให้ดาบของผีนายป่าถ้าถูกตีตวัดออกไปด้านข้างแต่ผีนายป่าช้าก็พยายามตวัดดาบกลับมาป้องกันได้ตลอด
“ตลบสิงขร” พลายเอ่ยขึ้นทันทีที่ท่าทางเพลงดาบของทิวากรเปลี่ยนไป
ทิวากรก็เปลี่ยนการฟันมาควงดาบสลับมือไขว้กันไปมาแล้วสะบัดปลายดาบออกสลับมือบนล่าง แล้วโยกสลับมือไปซ้ายมาขวา จนผีนายป่าช้ากันไม่ค่อยถูกดาบในมือถูกปัดไปปัดมาจนแทบจะเสียท่า
“ย้อนฟองสมุทร” มะลิเอ่ยขึ้นทันทีที่เพลงดาบของทิวากรเปลี่ยนไป
“คลุมไตรภพตลบสิงขร ย้อนฟองสมุทร ใช้สามท่าประสานวนไปมา ก็ได้มาแค่ท่าพื้นฐานสินะแถมยังใช้วนเป็แพทเทิร์นแบบนี้ ก็เป็การหวังชัยชนะในเวลาอันสั้นซึ่งก็คงใช้ได้กับผู้คนหรือิญญาทั่วๆไป เพราะถ้าคู่ต่อสู้เก่งๆ สามารถยืดเยื้อรับดาบได้นานเท่าไรหมอนั่นก็มีแต่จะหมดแรงพ่ายแพ้ไปเอง”
มะลิมีสีหน้าวิตกกังวลทันที่ที่ได้ยินพลายพูดขึ้นมาด้วยที่ตัวเธอไม่ได้รู้ลึกไปถึงเพลงดาบและการฟาดฟันนั้นเลย แต่คำพูดของพลายนั้นทำให้เธอรับรู้ได้ว่านั่นเป็เื่จริงที่น่าเชื่อถือ ถ้ามันออกมาจากปากของพลาย
“แล้วแบบนี้พี่จ้อยจะยื้อได้นานแค่ไหนกันนะ”
“ยื้อยังงั้นเหรอเธอน่าจะรู้จักพี่จ้อยดีนี่มะลิ ดูดีๆสิ พี่จ้อยกำลังลองเชิงหมอนั่นอยู่ต่างหากแค่ท่าพื้นฐานของอาทมาตแบบครูพักลักจำแบบนั้น ทำอะไรพี่จ้อยไม่ได้หรอกอย่าลืมสิพี่จ้อยเขาเป็ถึง พระยาแห่งชัยชนะ เลยนะ” พลายหันมายิ้มให้มะลิพร้อมกับยักคิ้วให้จนมะลิอดที่จะยิ้มตามไม่ได้
เป็ไปดังคำของพลายผีนายป่าช้าที่ดูเหมือนจะเพลี่ยงพล้ำ กลับแสยะยิ้มในจังหวะที่ดาบของทิวากรไขวักันลงมาจาก้า แต่ถูกดาบเล่มหนึ่งของผีนายป่าช้าหยุดไว้ได้ทิวากรที่ใได้มองเห็นว่าเพลงดาบของเขานั้นถูดหยุดด้วยท่าการ์ดเดียวกันกับที่เขาตั้งท่าไว้ก่อนจะใช้เพลงดาบอาทมาตในตอนแรก
เมื่องดาบของทิวากรถูกหยุดไว้ผีนายป่าช้าไม่รอรีตวัดาบควงในท่าเดียวกันกับทิวากรในครั้งแรกผีนายป่าช้าตวัดเพลงดาบคลุมไตรภพใส่ทิวากรไม่ยั้ง เพลงดาบที่รวดเร็วและทรงพลักกว่าของทิวากรทำเอาทิวากรได้แต่ประกบดาบกันไว้เท่านั้น ทิวากรกระกระหน่ำฟันจนค่อยๆถูกต้อนถอยไปทีละนิด ทีละนิด จนดาบที่ประสานกันไว้ของทิวากรถูกยกขึ้นเหนือหัวจนเปิดช่องว่างตรง่ท้องไว้
ทิวากรถึงกับตาเบิกโพลงด้วยความกลัวพยายามกดดาบลงมา แต่ก็ถูกดาบเล่มหนึ่งของผีนายป่าช้ายันไว้ก่อนที่นายป่าช้าจะตวัดดาบอีกเล่มฟาดจากด้านล่างขึ้นตามแนวลำตัวของทิวากรจนสุดแขนดาบของผีนายป่าช้าฝันเข้ากับดาบที่ไขว้กันไว้ของทิวากรจนแกหักออกทั้งสองเล่มทิวากรที่รู้สึกได้ว่าตัวเองถูกฝันฝ่าเป็สองซีกถึงกลับล้มลงนั่งตาค้างเหม่อลอยทีเดียว
“เสือลากหางyes” พลายเผลอดีใจที่ผีนายป่าช้าชนะแต่ลืมไปว่าตอนนี้พวกเขาก็ตกเป็เป้าหมายของผีนายป่าช้าเช่นเดียวกัน
เสียงดีใจของพลายได้ยินถึงหูของผีนายป่าช้าทำให้ผีนายป่าช้าหันมาสนใจทางพลาย ผีนายป่าช้าแสยะยิ้มให้ก่อนที่จะวิ่งพุ่งเข้าหาพลาย
“นายเอาดาบประจำตระกูลของนายมาด้วยไหม”มะลิหันมาถามพลายทันทีที่เห็นผีนายป่าช้าวิ่งเข้ามา
“ดาบนั้นอยู่ข้ายกายเราตลอดเวลาแหละไม่นึกเลยว่าการเข้าเรียนที่นี่ จะทำให้เราถึงกับต้องเอามันออกมาใช้” พลายยิ้มก่อนที่จะออกวิ่งเข้าหาผีนายป่าช้าระหว่างทางพลายได้ร่ายอาคมจนท้องฟ้าปั่นป่วนเมฆดำมากมายค่อยๆปรากฏขึ้นมาเหนือหัวของพลายพลายยกมือข้างหนึ่งขึ้นเหนือหัวในท่าทางทีเหมือนถืออะไรสักอย่างพลันเมฆดำก็มีสายฟ้าแลบออกมามากมาย
ทันได้นั้นก็มีบางอย่างตกลงมาขวางหน้าผีนายป่าช้าไว้ผีนายป่าช้าหยุดนิ่งจ้องมองเ้าสิ่งนั้นด้วยสีหน้าวิตกกังวลทางด้านพลายเองก็หยุดร่ายอาคมและยืนใกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้ามะลิที่นั่งกอดกฤดาไว้ก็เกิดอาการหวาดกลัวจนเห็นได้ชัด
สิ่งที่มาขวางการต่อสู้ของพลายและผีนายป่าช้าไว้เป็อสูรกายขนาดใหญ่ อสูรกายสูงกว่าสามเมตร ร่างกายผอมบางเล็บที่นิ้วทั้งห้ายาวแหลม ใบหูที่ใหญ่แหลมยาว ปากกว้างเกือบถึงใบหูฟันที่แหลมคมราวกับฟันของสัตว์ป่า ดวงตาที่กลมโตดูน่ากลัวจ้องมองพลายอย่างกับสัตว์ป่าที่หิวกระหาย
“อสูรโลกันต์”พลายแหงนขึ้นมองใบหน้าของสูรกายให้ชัดๆภาพในอดีตเมื่อครั้งยังเด็กของพลายผุดขึ้นมาในหัวภาพของพลายที่พามะลิวิ่งหนีอสูรกายั์แบบเดียวกันนี้
ไม่ทันที่ความใของพลายจะคลายลงก็มีอสูตรโลกันต์ะโลงมาที่ทิวากรอีกสองตัว และตกลงมาทางมะลิอีกสองตัวทำเอาทุกคนต่างตกตะลึง ทำอะไรไม่ถูกกันเลย
{{{ไอ้พลายจัดการไอ้ตัวนี้ที เดี๋ยวข้าจะไปช่วยไอ้ลูกท่านรองก่อน }}}เสียงของผีนายป่าช้าตระโกนเรียกสติพลายที่ยื่นนิ่งอยู่พลายพอถูกเรียกสติคืนมาก็หันไปมองหามะลิทันที ก็เห็นมะลิที่กอดกับกฤดากันแน่นมีมืออร่าขนาดใหญ่คลุมป้องกันการโจมตีของอสูรโลกันต์อยู่เมื่อเห็นว่าทิดโชคกำลังปกป้องพวกมะลิอยู่ก็เบาใจ
แต่ไม่ทันที่จะหันกลับมาอสูรโลกันต์ก็ตะปบฝ่ามือเข้าใส่พลายทันทีพลายที่รับรู้ได้แม้จะยังหันหลังให้ก็ตาม หยิบมีดสั้นเล่มที่เคยใช้สู้กับทิวากรชูขึ้นเหนือหัว เพียงแค่ปลายของมีดสั้นแตะเข้าที่ฝ่ามือของอสูรโลกันต์ฝ่ามือของอสูรโลกันต์ก็แตกออกเป็เสี่ยงๆ พลายไม่รอรีตวัดมีดสั้นซ้ำไปอีกทีใส่อสูรโลกันต์เพียงตวัดเบาๆ อสูรโลกันต์ก็แตกออกเป็เสี่ยงๆแล้วจึงรีบวิ่งเข้าไปหาพวกของมะลิทันที
ทางด้านทิวากรที่นั่งเหม่อลอยอยู่ก็ถูกสองอสูรโลกันต์เล่นงานฝ่ามือของสองอสูรโลกันต์ถูกฟาดเข้าใส่ทิวากรผีนายป่าช้าที่รีบวิ่งมาเห็นท่าทีจะเข้าไปไม่ทันจึงขว้างดาบทั้งสองเล่มออกไปหาทิวากรทันที
{{{นักดาบก็ควรตายด้วยดาบ จงภูมิใจที่ได้ตายด้วยดายข้าซะเ้าเด็กโง่ }}}
ดาบทั้งสองของผีนายป่าช้าพุ่งด้วยความเร็วเสียงดาบแหวกอากาศพุ่งเข้าหา ทำให้ทิวากรที่มีอาการเหม่อลอยสายตาเขาก็กลับมาจริงจังอีกครั้ง เขาหลบดาบที่พุ่งเข้าใกล้หัวเขาได้อย่างเฉียกฉิวทิวากรหันตัวไปคว้าดาบที่พุ่งผ่านตัวเขาไว้ได้ทั้งสองเล่ม ก่อนที่ฝ่ามือของทั้งสองอสูรโลกันต์จะตะปบตัวเขาจนเละทิวากรก็ตวัดดาบด้ายท่าย้อนฟองสมุทร สองอสูรโลกันต์ก็แตกเป็เสี่ยงๆ
ผีนายป่าช้าที่ไม่ได้ถือดาบบัดนี้ได้คืนร่างเป็ร่างอสูรร้ายก่อนหน้านี้เดินเข้ามาหาทิวากรอย่างช้าๆ ทิวากรลุกขึ้นพร้อมกับคืนดาบไห้ผีนายป่าช้า
{{{ยังไม่ต้องคืน เ้านะยังคงต้องใช้มันอยู่ }}} ผีนายป่าช้าเอี้ยวตัวหลบให้ทิวากรเห็นว่าด้านหลังยังมีอสูรโลกันต์อีกสองตัวที่เข้ารุมทำร้ายพวกของมะลิอยู่ทิวากรเห็นไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าหาทันที
อสูรโลกันต์ที่พยายายต่อยตะปบ ออร่ามือที่ทิดโชคสร้างมากันไว้อย่างไรก็ไม่ะเือสรูโลกันต์ตัวหนึ่งจึงต่อยเข้าที่พื้นดินจนมือจมลงพื้น และมือของอสูรโลกันต์ก็พุ่งออกมาจากพื้นใต้ตัวพวกของมะลิ มือของอสูตรโลกันต์พุ่งทะลุออกมาด้วยความแรงจนพื้นแตกกระจายทุกคนต่างถูกซัดกระเด็นไปคนละทิศละทางออร่ามือที่ทิดโชคสร้างมากันไว้ก็แตกกระจายออกไป มะลิที่ถูกแรงกระแทกอัดจนตัวลอยขึ้นมาก็กำลังถูกอสูตรโลกันต์อีกตัวตะปบ
แต่เมื่อมือของอสูรโลกันต์ใกล้ถึงตัวมะลิตัวของอสูตรโลกันต์ก็แตกออกเป็เสี่ยงๆพลายที่พุ่งออกมาจากการแตกกระจายของอสูตรโลกันต์ก็เข้ามาอุ้มตัวมะลิจนมะลิลงถึงพื้นอย่างปลอดภัย
ทางด้านทิดโชคที่เพลี่ยงพล้ำก็กำลังจะล่อยลอยเข้าสู่ปากอันใหญ่โตของอสูรโลกันต์แต่อสูรโลกันต์ก็ถูกทิวกากรฟันด้วยดาบคู่จนแตกเป็เสี่ยงๆ ทิดโชคจึงลอยตกลงพื้นอย่างจัง
{{{พวกแกก็เก่งนิ เอาชนะอสูรโลกันต์ได้ง่ายๆแม้ว่ามันจะเป็ของเก้ก็ตาม }}} ผีนายป่าช้าเดินมาหาพลายและทิวากรพร้อมกับตบมือให้
“พี่จ้อยไม่ใช่ว่าพี่โดนอาถรรพ์พระจันทร์แดงครอบงำอยู่เหรอ” พลายที่ค่อยๆบรรจงวางมะลิลงพื้น หันหน้ามาถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นผีนายป่าช้าเหมือนจะคุมสติได้แม้จะอยู่ในร่างอสูรร้ายก็ตาม
{{{ไอ้นั่นก็ของเก๊ }}} ผีนายป่าช้าชีไปที่พระจันทร์แดงก่อนที่จะพูดอะไรต่อแต่ทว่าอสูรโลกันต์ที่แตกกระจายกลับค่อยๆ ประสานกลับคืนร่างเดิม
{{{ไม่จริงนะ ไม่ใช่ของเก๊หรอกเหรอ }}} ผีนายป่าช้าตกตะลึงเมื่อเห็นว่าอสูรโลกันต์ทั้งห้ากลับมาเป็ปกติและะโมาล้อมตัวพวกเขาไว้
มะลิเริ่มสติแตกพลายจึงลุกขึ้นมาถือมีดสั้นป้องกันมะลิไว้ ทิวากรก็หันหลังให้มะลิเพื่อปกป้องพร้อมกับตั้งท่าการ์ดพร้อมรับการโจมตีผีนายป่าช้าเห็นท่าไม่ดีจึงได้เข้าร่วมวงด้วย ทั้งสามยืนล้อมรอบตัวมะลิไว้ทางด้านทิดโชคก็รีบดึงตัว วิภู กฤดาและมานพมากันไว้ด้วยออร่ามือของพระพุทธรูปทั้งหมดต่างเตรียมพร้อมรับการโจมตีของอสูรโลกันต์ทั้ง 5 ตัวที่ดูเหมือนจะโหดร้ายขึ้นกว่าเดิม