พระชายาเสวียนแทบไม่อยากเชื่อสายตา เมื่อเห็นภาพของสองพี่น้องที่คีบอาหารส่งให้กัน
"เสด็จแม่"หลินเฟยหลันเอ่ยทักทายมารดา
พลางจัดแจงเก้าอี้ให้อย่างรู้งานด้วยความคล่องแคล่ว ปากน้อยๆก็เอ่ยไปด้วย "เชิญเสด็จแม่ประทับนั่งตรงนี้เพคะ"
ตรงนี้ที่ว่า คือตรงกลางระหว่างบุตรทั้งสอง
เสวียนเยี่ยนฟางยิ้มให้กับบุตรสาวตัวน้อย
จะดีแค่ไหน หากบุตรสาวของนางเป็เช่นนี้ตลอดไป
"เสด็จแม่ลองชิมปลานึ่งเพคะลูกทำเองกับมือเลยนะเพคะ" ว่าพลางคีบเนื้อปลาวางที่ถ้วยข้าวของมารดา
"หืมมมมหลันเอ๋อร์ของแม่เข้าครัวเป็ด้วยหรือนี่ เก่งจริง" ผู้เป็มารดาเอ่ยชมอย่างให้กำลังใจ
หลินเฟยหลันถอนหายใจห้วน "ก็ที่ครัวใหญ่อาหารไม่อร่อยนี่เพคะ แถมชุนลี่ก็ไม่สนใจลูกด้วยลูกจึงต้องแอบไปทำกินเอง ตอนเช้าลูกเห็นคนเอาปลามาส่งท่านป้าหนิงบอกว่าเสด็จแม่โปรดเสวยปลานึ่ง ลูกจึงอาสาทำเองเพคะ อ๊ะ..ลูกทำเองจริงๆนะเพคะ แม่ครัวเพียงแค่บอกวิธีทำ"
เสียงเจื้อยแจ้วของบุตรสาวตัวน้อยเล่าเื่ราวไปเรื่อย ด้วยน้ำเสียงสบายแต่มารดากลับรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ
ชุนลี่อยู่กับตระกูลเสวียนมานาน แม้ไม่ได้ขายตัวเป็บ่าวหากแต่ก็รับเงินจากนางโดยตรง
เมื่อบุตรสาวแยกเรือน นางจึงไว้ใจให้ชุนลี่เป็พี่เลี้ยง
เป็เวลาห้าปีมาแล้วที่นางมอบหมายหน้าที่ให้ชุนลี่ดูแลบุตรสาว เพราะนางต้องดูแลบุตรชายที่ป่วยั้แ่เกิดจึงไม่มีเวลาดูแล ทำให้นางดื้อรั้นอยู่ไม่น้อย เพราะไม่เข้าใจการกระทำของมารดา
หลายต่อหลายครั้งที่บุตรสาวถูกนางลงโทษ แต่แทนที่จะคิดปรับปรุงตัวเองนางกลับยิ่งรั้น ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มห่างเหิน
สวามีไม่ใส่ใจ นางยังไม่รู้สึกน้อยใจเท่ากับบุตรสาวทำตัวเหมือนคนอื่น
ยิ่งสองปีมานี้ หลินเฟยหลันมาที่เรือนนี้แทบนับครั้งได้
บุตรสาวนางอายุเพียงสิบสองขวบ กลับต้องแอบเข้าครัวเพื่อทำอาหารเองเพราะหิว
ตำหนักตงหยางยากจนถึงเพียงนั้นเชียว ฮึ!
เห็นทีว่า บ่าวผู้นี้จะเลี้ยงไม่เชื่องเสียแล้ว
"เสด็จแม่อร่อยหรือไม่เพคะ"น้ำเสียงร้อนรนของบุตรสาวดึงสติของเสวียนเยี่ยนฟางกลับมาที่อาหารตรงหน้า
เห็นใบหน้าที่เฝ้ารอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ผู้เป็มารดาจึงรีบตอบกลับ"อร่อยมาก เนื้อนุ่ม ไม่คาว หอมด้วย"
นางไม่ได้ตอบเพื่อเอาใจบุตรสาว แต่มันคือความจริง
หากคิดในแง่ดี หรือบุตรสาวนางจะมีพร์ด้านการทำอาหารกันนะ
ส่วนในแง่ร้าย งูพิษย่อมไม่สามารถเก็บไว้ได้เช่นกัน
แล้วผู้เป็น้องชายจึงช่วยยืนยัน "อร่อยพ่ะย่ะค่ะพี่ใหญ่ทำอาหารอร่อย ข้าชอบ"
ได้ยินเช่นนั้น ท่านหญิงใหญ่ก็ยิ้มแก้มปริ "อร่อยก็กินเยอะๆต่อไปพี่ใหญ่จะมาทำให้ฉีเอ๋อร์กินทุกวันดีหรือไม่ แต่ว่าคงต้องให้ท่านป้าหนิงสอนหลันเอ๋อร์ทำก่อนนะเ้าคะ"
หนิงอ้ายยิ้มรับ "บ่าวยินดีเพคะ"
หลินเฟยหลันหัวเราะก็ไม่ได้ ร้องไห้ก็ไม่ออกเมื่อน้องชายของนางกินเยอะเกินไปจนรู้สึกไม่สบายท้อง
หลังจากที่ดื่มยาของหมอหลวงพระชายาเสวียนจึงสั่งงดมื้อเที่ยงของสองพี่น้อง ให้รับเพียงแค่ของว่างแทน
หลังจากที่หลินเฟยฉีหลับกลางวัน ท่านหญิงใหญ่ก็ส่งสายตาให้หนิงอ้ายนำถ้วยน้ำชาเข้ามา
หลินเฟยหลันคุกเข่าลงตรงหน้ามารดา เสวียนเยี่ยนฟางใจะเข้าไปประคองหากแต่เมื่อเห็นแววตาที่แน่วแน่ของบุตรสาว ทำให้นางชะงัก
มือเล็กทั้งสองวางประสานเสมอหน้าผาก แล้วนางก็ก้มตัวลงแนบพื้น
จากนั้นก็รับจอกน้ำชาที่ตนเองตั้งใจทำเพื่อการนี้โดยเฉพาะจากหนิงอ้าย
"เสด็จแม่ที่ผ่านมาเป็ลูกที่ดื้อรั้นไม่รู้ความ ทำให้เสด็จแม่ทุกข์ใจ ตอนนี้ลูกเข้าใจแล้วนอกจากที่เสด็จแม่ต้องดูแลน้องชาย ยังทรงเหน็ดเหนื่อยมาดูแลลูกอีก ตอนนี้ลูกโตแล้วต่อไปนี้ ลูกจะเชื่อฟังเสด็จแม่ ช่วยเสด็จแม่ดูแลน้องชาย ชาถ้วยนี้ลูกตั้งใจทำเพื่อขอขมาเสด็จแม่ ขอเสด็จแม่ทรงอภัยให้ลูกด้วยเพคะ อึก"
พระชายาเสวียนรับจอกน้ำชาจากบุตรสาวแล้วรั้งร่างเล็กเข้ามากอดด้วยความรู้สึกปิติล้นอก
นี่นางได้บุตรสาวที่น่ารักคืนมาแล้วใช่หรือไม่
เสียงร่ำไห้ของท่านหญิงตัวน้อย ทำให้บ่าวหลายคนในเรือนล้วนสะท้านในอก หลายปีมานี้ความสัมพันธ์ของมารดาและบุตรสาวระหองระแหง ทำให้พระชายาทุกข์ใจยิ่งนัก
พวกนางเป็บ่าวเก่าแก่ เป็สินเดิมของพระชายา เมื่อเห็นแม่ลูกเข้าใจกันย่อมร่วมยินดี
แต่จะมีอยู่คนหนึ่งที่รู้สึกกังวลใจ
ชุนลี่เดินวนไปมาที่หน้าเรือนของพระชายาั้แ่ท่านหญิงใหญ่ฟื้นและวิ่งมาที่เรือนแห่งนี้นางก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ติดตามเข้าไป
เดิมทีที่นางขอติดตามพระชายามาอยู่ที่นี่ เพราะหวังว่าหลังจากที่นางอายุถึงวัยออกเรือนพระชายาจะส่งเสริมนางให้เป็อนุของท่านอ๋อง หากแต่ว่า ไม่ว่าตำหนักตงหยางจะรับอนุมาสักกี่คนก็ไม่เคยมีนางเป็หนึ่งในนั้นเลยสักครั้ง
แล้วชายารองก็เสนอสิ่งที่นางปรารถนามาตลอดมาให้นางจะไม่คว้าโอกาสไว้ได้อย่างไร
หลังจากที่มารดาและบุตรสาวตัวน้อยปรับความเข้าใจกัน หลินเฟยหลันก็ล้มตัวนอนข้างน้องชายอย่างมีความสุข
เสวียนเยี่ยนฟางส่งสายตาให้หนิงอ้ายไปสืบความจริงที่บุตรสาวเล่าให้ฟัง
หลังมื้อเย็น นางก็ได้รู้ความจริงที่เคยถูกคนไว้ใจปิดบังเอาไว้ตลอดห้าปี
"ข้าดีกับนางกับครอบครัวนาง คิดไม่ถึงว่าจะแว้งกัดข้าเช่นนี้" เสวียนเยี่ยนฟางถอนหายใจยาว
หนิงอ้ายจึงตอบ "ชายารองใช้ตำแหน่งอนุท่านอ๋องมาหลอกล่อเ้าค่ะบ่าวเองก็นึกไม่ถึงว่านางจะใฝ่สูงถึงเพียงนี้"
เสวียนเยี่ยนฟางพยักหน้า
ใช่ว่านางจะมองสายตาของชุนลี่ไม่ออก แต่ในเมื่อชินอ๋องไม่ได้สนใจนางจึงไม่คิดยัดเยียดสตรีให้เขา เพราะแค่นี้ นางและเขาก็แทบไม่มองหน้ากันอยู่แล้วจึงไม่อยากก่อไฟให้เรือนหลังอีก
"ดีที่ท่านหญิงใหญ่รู้ความ" หนิงอ้ายเอ่ยสำทับด้วยความรู้สึกยินดีร่วมกับผู้เป็นาย
"หลันเอ๋อร์เป็เด็กฉลาดตอนแรกคิดว่าเพราะอิจฉาน้องชาย เลยพาลน้อยใจข้าไปแต่ก็ไม่นึกว่าจะเป็เพราะถูกเสี้ยมมาอย่างผิดๆ ข้าเองก็มีส่วนผิดที่ละเลยนาง" เสวียนเยี่ยนฟางกล่าวขึ้นด้วยความรู้สึกละอายแก่ใจ
หากนางใส่ใจบุตรสาวมากกว่านี้หลันเอ๋อร์ของนางก็คงไม่ต้องกลายเป็คนเอาแต่ใจจนคนในตำหนักต่างหันหน้าหนีเช่นนี้
นี่นับเป็ความผิดของมารดาที่ไม่ได้เื่อย่างนาง
มิน่าละ ชินอ๋องถึงหาว่านางไม่รู้จักอบรมสั่งสอนบุตรสาว
ใช่ เป็ความผิดของนางเอง
"พระชายาอย่าได้กล่าวเช่นนั้นท่านหญิงใหญ่ย่อมรู้แล้วว่าใครที่รักและหวังดีต่อนาง เอ่อ แล้ว พระชายาจะให้ทำอย่างไรดีกับชุนลี่เพคะ" หนิงอ้ายอยากให้นายของตนเอาจริงเสียบ้างหลายปีมานี้ นายของตนถูกชายารองล่วงเกินมาหลายครั้งแล้ว
"ให้คนจับตามองนางเอาไว้ก่อนหากเื่นี้ชายารองเกี่ยวข้องจริง คงต้องตักเตือนนางเสียหน่อยการที่ข้าอยู่แบบเงียบๆ คงทำให้นางคิดว่านางเป็นายใหญ่ของที่นี่คิดจะข้ามหัวใครก็ได้"
บุตรอนุรังแกบุตรภรรยาเอก แม้แต่ฮ่องเต้ยังให้สิทธิ์ภรรยาเอกควบคุมจวนนางก็อยากจะรู้เหมือนกัน่า ชินอ๋องจะปกป้องคนของเขาได้สักเพียงใด
ในเมื่อพวกเ้าคิดทำร้ายลูกข้า เช่นนั้นหากดาบนั้นคืนสนองบ้างก็คงไม่ว่ากันนะ ล้างคอพวกเ้ารอได้เลย!