chapter 02 : ไม่เหลืออะไรเลย
[คำขอได้รับการอนุมัติ กำลังทำรายการ]
"ฮะ? "
เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของชายหนุ่ม มินรีบหันซ้ายหันขวาหาที่มาของเสียงแต่กระนั้นเขาก็ไม่อาจหาเจอ
“เมื่อกี้มันเสียงอะไรวะ”
สงสัยได้เพียงไม่นานเขาก็ได้รับความตอบ
[ซิสเตมทำรายการเสร็จสิ้น เริ่มทำการอัญเชิญผู้ช่วย]
สิ้นเสียงดังกล่าวก็พลันเกิดแสงสว่างขึ้นเบื้องหน้าของมินจนเขาต้องหลับตา มันค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดเกือบสองเมตรและก่อนที่ผู้คนจะได้ทันสังเกตเห็นความผิดปกติในบริเวณนั้น เ้าแสงนั่นก็ค่อยๆ จางหายไป
เมื่อชายหนุ่มลืมตาขึ้น พลันสายตาก็เห็นหญิงสาวอายุประมาณยี่สิบปี สวมใส่เดรสวันพีชสีขาว เธอมีผมและดวงตาสีดำ ใบหน้างดงามที่หากใครได้เห็นแล้วก็คงจะต้องบอกว่าเป็ใบหน้าที่มองแล้วเพลินตา ผิวสีขาวนวลผ่องรับกับแสงอาทิตย์ และเธอคนนั้นกำลังจ้องมองมาที่เขาพร้อมกับยิ้มอ่อนๆ ให้
“สวัสดีมิน”
เสียงหวานเอ่ยทักทายโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยออกมาพร้อมกับยื่นมือเล็กๆ มาให้เพื่อทำการเชคแฮนด์เหมือนที่พวกชาวตะวันตกมักจะทำกัน
“เธอ…เป็ใคร” ถามออกไปด้วยความสงสัย ก็จะไม่ให้สงสัยได้ไงล่ะ! อยู่ๆ ผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มาโผล่ตรงหน้า เป็ใครก็ต้องสงสัยไหม
“โอ้ โทษที ลืมแนะนำตัวไป เรียกฉันว่ามายก็ได้ ฉันคือผู้ช่วยจากซิสเตมที่มาเพื่อให้ความปรารถนาของนายเป็จริง”
“ความปรารถนา?”
“ใช่แล้ว ความปรารถนา”
“เธอพูดถึงเื่อะไร ฉันไม่เข้าใจ”
“ถ้างั้นฉันขออธิบายละกัน ความปรารถนาของนายคือ ''จริงๆ ถ้าศึกษาดีๆ ทำสตูดันเจี้ยนยังไงก็ไม่เจ๊งหรอก' ฉันพูดถูกไหม ฉะนั้นซิสเตมจึงทำการสร้างฉันขึ้นมาเพื่อให้มาเป็ผู้ช่วยเหลือนายในการทำสตูดันเจี้ยนให้กลับมามีกำไร”
หญิงสาวใช้น้ำเสียงหวานๆ ของเธอกล่าวอธิบายกับมินแต่กระนั้นก็ไม่อาจทำให้ชายหนุ่มอดสงสัยว่าไอ้ซิสเตมบ้าบออะไรนั่นมันคืออะไร
“ซิสเตมก็คือซิสเตม เป็พลังที่อยู่เหนือทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าให้ฉันอธิบายไป ความรู้ความเข้าใจของนาย ไม่สิ…ของมนุษย์ตอนนี้ก็ไม่มีใครสามารถเข้าใจได้”
“เธอ…”
มินใก่อนจะใช้มือชี้ไปที่บุคคลตรงหน้า เขายังไม่ทันได้ถามกับหญิงสาวออกไปเลยว่าซิสเตมคืออะไรแต่เธอกลับตอบความถามของเขาอย่างกับว่า
“ใช่ ฉันอ่านความคิดนายได้”
และนั่นคือคำตอบที่เขาได้รับทันที
“อ๊ะ! ไม่ใช่สิ คงต้องบอกว่าความคิดของนายเชื่อมต่อกับฉันเพราะว่าฉันเป็ผู้ช่วยของนาย ซิสเตมจึงเชื่อมต่อความคิดของนายทำให้ฉันซึ่งเป็ผู้ช่วยสามารถรับรู้ความนึกคิดของนายได้ทั้งหมดเพื่อที่ฉันจะสามารถช่วยนายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อ๋อ ไม่ใช่เพียงความคิดเท่านั้นนะ ฉันยังมีความทรงจำทั้งหมดของนายไม่ว่าจะโลกก่อนหรือโลกนี้”
“เธอหมายความว่า…”
“ใช่ ฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับนาย ไม่ว่าจะเป็เื่สมัยเด็กที่นายฉี่รดที่นอนแต่บอกกับแม่ของนายว่ามันเป็เหงื่อ หรือจะตอนที่นายมีจูบแรกกับแฟน อ้า! อีกเื่หนึ่ง ฉันก็รู้ด้วยนะว่าไฟล์ลับในคอมฯ ของนายมีคลิปโ--”
“หยุด! พอแล้ว พอแล๊ววววว ฉันเชื่อเธอ! หยุดพูดเื่น่าอายแบบนั้นนะ”
มินรีบห้ามไม่ให้อีกฝ่ายพูดความลับของเขาในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้เื่นี้ มันช่างน่าอาย ไม่เพียงแค่ความทรงจำทั้งหมดแต่ไอ้เื่แบบนี้ก็เหมือนกัน แชร์ไปให้อีกฝ่ายได้ไง นี่มันรุกล้ำความเป็ส่วนตัวชัดๆ!
‘ซิสเตมเฮงซวยเอ๊ย น่าอายฉิบ!’
ก่นด่าในใจพลางมองไปดูหญิงสาวที่กำลังยิ้มแย้มตรงหน้าอย่างไม่รู้สึกผิดหรืออายเลยแม้แต่น้อยที่พูดเื่พรรค์นั้นออกมาได้
“แล้วเธอจะช่วยฉันยังไงละมาย”
“โอ้! ยอมรับไวจังนะแต่ก็สมเป็นาย” มายพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงก่อนจะเดินเข้ามาหามินพร้อมกับแบมือขาวๆ นั่นมาทางเขา
“ขอโทรศัพท์หน่อย” เธอกล่าว
“เธอจะเอาไปทำอะไร” ชายหนุ่มถามกลับไปด้วยความสงสัย แอบระแวงลึกๆ ภายในใจว่าอีกฝ่ายจะเอาโทรศัพท์ของเขาไปทำอะไรแปลกๆ รึเปล่า
“เหอะน่า ฉันไม่เอาไปลบไฟล์วิดีโอที่อยู่ในอัลบั้มที่ชื่อว่า น้องมิกิหรอกน่า”
“เธอหยุดพูดเดี๋ยวนี้เลยนะ เอาไป!” ตะเบ็งเสียงออกไปพร้อมกับยื่นมันให้หญิงสาวอย่างเสียไม่ได้
“เอามาให้ั้แ่แรกก็จบไปละ” เธอเอ่ยออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
มินอดที่จะทำหน้ามุ่ยออกมาเสียไม่ได้ ก็ยัยผู้หญิงคนนี้พยายามที่จะล้อเขาตลอดเวลาเลยนี่น่า ไอ้เื่พรรค์นี้มันก็ต้องเป็เื่ธรรมชาติของผู้ชายอยู่แล้วไม่ใช่รึไง มันไม่ใช่ความลับก็จริงแต่จะให้พูดออกมาโต้งๆ แบบนี้ น่าอายจะตาย
หญิงสาวถือโทรศัพท์สมาร์ตโฟนของเขาอยู่ชั่วครู่ก็พลันปรากฏวงแหวนเวทมนตร์สีขาวพร้อมกับอักขระแปลกตา มันเคลื่อนตัวหมุนวนทวนเข็มนาฬิกาอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะค่อยๆ จางหายไป
“เรียบร้อยแล้ว เอาคืนไป”
มินรับโทรศัพท์ของเขากลับมาพร้อมกับตรวจเช็กมันทันทีว่ามีอะไรแปลงเปลี่ยนไปบ้างแต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือต่างออกไปจากก่อนหน้านี้เลย อดสงสัยไม่ได้ว่ายัยคนตรงหน้าเอาโทรศัพท์ของเขาไปทำอะไรกันแน่
“ฉันเอาโทรศัพท์ของนายมาอัพเกรด ทั้งระบบปฏิบัติการที่ล้ำสมัยที่ไม่มีเทคโนโลยีปัจจุบันไหนในโลกนี้เทียบเท่าได้ แถมฉันยังเปลี่ยนวัสดุต่างๆ ของเครื่องให้ทนทานยิ่งขึ้น ต่อให้โทรศัพท์ของนายตกลงมาจากฟ้าด้วยความสูงหลายร้อยกิโลเมตรมันก็ไม่เป็รอยขีดข่วน”
“ถามจริง” ถามออกอย่างคลางแคลงใจ
“จริงสิ ละถ้าหากนายไม่เชื่อฉัน นายจะลองปาโทรศัพท์ลงไปที่พื้นก็ได้นะ” มินเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นมือของเธอมาอีกครั้ง หวังให้ชายหนุ่มยื่นโทรศัพท์สมาร์ตโฟนของตนให้เพื่อที่จะได้พิสูจน์ว่าสิ่งที่เธอกล่าวมานั้นเป็เื่จริง
“ไม่มีทาง”
รับตอบกลับออกไปทันทีพร้อมกับใช้มือทั้งสองของกำโทรศัพท์ของตนแน่นเพราะภายในใจก็แอบกลัวว่ามันจะแตกจนต้องไปซื้อเครื่องใหม่เหมือนกัน ในบัญชีของเขาเหลือเงินเพียงแสนเดียวเท่านั้น ห้ามใช้ฟุ่มเฟือยเด็ดขาด เอ่อ...ขอไม่นับราคาของไฟล์ของน้องมิกิที่เขาซื้อมาจากเว็บรอบหน้าละกัน
มายมองหาชายหนุ่มตรงหน้าพร้อมกับขมวดคิ้ว ผู้ชายคนนี้วันๆ ก็คิดแต่เื่พรรค์นี้ ส่ายหัวเบาๆ ก่อนที่จะพูดออกมา “ลามกจริงๆ นะนาย แต่เอาเถอะ งั้นมาเริ่มกันดีไหม”
“เริ่มอะไร” เขากลับหญิงสาวกลับไปแย่างงๆ
“ก็ทำให้ความปรารถนาของนายเป็จริงยังไงล่ะ!” กล่าวด้วยเสียงหวานๆ พลางยิ้มออกมา
"เธอหมายถึง.."
"ใช่ งั้นไปที่ตึกของนายกัน เมื่อกี้ตอนฉันอัพเกรดโทรศัพท์ให้นาย ฉันเรียกบริการ Mrab แล้ว อีกสักพักคนขับคงมาถึง"
กล่าวเสร็จหญิงสาวก็นั่งรถบนที่นั่งของป้ายรถเมล์ เล่นเอาชายหนุ่มที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกทำได้แค่มองเธอด้วยสายตาคาดโทษ
…………………………
"ได้มาเห็นจริงๆ ก็ใหญ่กว่าที่คิดนะ" เสียงหวานกล่าวขึ้นพร้อมกับมองไปรอบๆ
ในขณะนี้พวกเขาอยู่ในอาคารใหญ่สามชั้นที่มีความสูงกว่า 50 เมตร ภายในอาคารชั้นหนึ่งเมื่อเปิดประตูเข้ามาคือล็อบบี้กว้าง บนเพดานมีแชนเดอเรียอันสวยงามแขวนไว้ สีผนังเป็สีครีมนวลรับกับแสงไฟสีเหลืองส้มจากแชนเดอเรีย ให้ความสงบและนุ่มนวล ตัวเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ทั้งโซฟาและโต๊ะล้วนสั่งทำจากต่างประเทศ ทั้งคงทนและดูมีความเรียบหรูและราคาแพงหูฉี่
"ถึงจะใช้เงินเยอะไปหน่อยแต่ก็ฉันขอยอมรับในเซนส์แฟชั่นของนายคนก่อนนะ" มายพูดขึ้น
มินกลอกตามองบนเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าวของหญิงสาวแต่ก็ไม่ได้พูดตอบโต้อะไรกลับไป
เมื่อเห็นว่ามินไม่รับมุก หญิงสาวก็พลันเดาะอย่างหัวเสียก่นจะหันไปกล่าวกับชายหนุ่ม “ไม่มีอารมณ์ขันเลยนะนายเนี่ย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา”
“ฮะ?” ไม่รู้ว่าวันนี้เป็รอบที่เท่าไหร่แล้วที่เขาพูดคำนี้ออกมา
“ฉันบอกให้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไงตาเบื๊อก”
ชายหนุ่มผู้โดนกล่าวหาว่าตาเบื๊อกทำตามคำของหญิงสาวตรงหน้าอย่างว่าง่าย ถึงแม้จะยังงงๆ อยู่ก็ตาม
“เลื่อนหาแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า Otteria (ออตเทอเรีย)”
มินเลื่อนหาแอปพลิเคชันดังกล่าวก่อนจะเจอมันในหน้าสุดท้ายของจอกรีนของเขา ตัวแอปพลิเคชันเป็รูปตัวนากน่ารักที่มีพื้นหลังสีฟ้า เขากดเข้าไปในแอปพลิเคชันนั้นเผยให้เห็นฟังก์ชันหลายหลาก
“กดไปที่ Facility (แฟซิลิตี้) ”
เมื่อชายหนุ่มกดเข้าไปตามคำบอกของหญิงสาว พลันหน้าเจอสกรีนของเขาก็ปรับเปลี่ยนกลายเป็รูปตึกใหญ่ เมื่อเห็นภาพดังกล่าวดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็ฉายแววความประหลาดใจออกมา
“มันคือแอปฯเวทมนตร์ที่ซิสเตมสร้างขึ้นมาให้นายโดยเฉพาะ ไม่ต้องห่วงว่าจะมีอะไรแปลกประหลาด ซิสเตมจะจัดการทุกอย่างให้นายเอง ในตอนนี้หน้าที่ของนายมีเพียงอย่างเดียวคือออกแบบสตูดิโอนี่เพิ่มเติม นายอยากเติมอะไรเข้าไปก็กดเข้าไปที่ร้านค้า อยู่ตรงมุมซ้ายบนของตัวแอปฯ”
ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มจึงเริ่มขยับนิ้วของเขาไปบนหน้าจอสมาร์ตโฟน เลื่อนไปเลือนมาเพื่อศึกษาฟังก์ชันต่างๆ ของแอปฯดังกล่าว เมื่อคิดๆ ดูแล้วมันก็ชั่งคล้ายกับเกมเดอะซิมที่เขาเคยเล่นตอนเด็กๆ ซะเหลือเกิน
"ฉันไม่ซื้ออะไรเลยได้ไหม ของแต่ละอย่างราคาอย่างโหด"
ชายหนุ่มกล่าวขึ้นเสียงอ่อยหลังจากเลื่อนดูราคาของต่างๆ ในร้านค้า ทั้งของตกแต่งเอย อุปกรณ์เวทมนตร์เอย ถ้าหากเขาซื้อพวกมันล่ะก็ เงินของเขาคงไม่เหลือแน่ๆ
"นายจะไม่ซื้อก็ตามใจ เอาเป็ว่าในตอนนี้ให้ทุกอย่างเหมือนเดิมเอาไว้ก่อนแต่มีสิ่งหนึ่งที่นายต้องซื้อ เป็ข้อบังคับของซิสเตม"
"ซื้ออะไร" มินถาม
"เซิร์ฟเวอร์ดันเจี้ยน" มายตอบเสียงเรียบ
"ฮะ" เป็อีกครั้งที่เขาพูดคำนี้ออกมา เริ่มชักรำคาญตัวเอง พูดคำอื่นไม่เป็หรือไงเนี่ย
เมื่อเห็นว่าชายตรงหน้าของเธอทำหน้าตางงงวย มายจึงกลอกตาครั้งหนึ่งแล้วจึงอธิบายต่อ
“นายคิดเหรอว่าซิสเตมจะสร้างมิติพวกนั้นให้นายฟรีๆรึไงยะ นายต้องซื้อเซิร์ฟเวอร์จากในช็อปเพื่อให้ซิสเตมสร้างดันเจี้ยนขึ้นมาให้นาย ฉันรับประกันเลยว่านายจะต้องชอบ คุณภาพสูงแถมค่าบำรุงยังถูกกว่ามิติกลวงๆ ที่พวกผู้วิเศษบนโลกนี้สร้างอีก”
มินทำตามอย่างว่าง่าย เขาเปิดหน้าร้านค้าขึ้นมาพร้อมกับเลื่อนหาสินค้าที่ชื่อว่าเซิร์ฟเวอร์ดันเจี้ยน และเมื่อชายหนุ่มเห็นราคาของมัน เขาก็ต้องชะงักทันทีพร้อมกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่
[เซิร์ฟเวอร์ดันเจี้ยน]
รายละเอียด: เครื่องมือเวทมนตร์ซึ่งเป็วัสดุหลักในการสร้างมิติ สามารถใส่รายละเอียดได้ตามความ้าของผู้ใช้
ราคา: 80,000 บาท
แปดหมื่น!!! 'ไอ้ฉิบหาย ไม่ซื้อ ยังไงตูก็ไม่ซื้อเด็ดขาด' มินะโร้องออกมาในใจ
แต่แล้วมือถือสมาร์ตโฟนของเขาก็ถูกใครบางคนฉกไป มายยิ้มให้เขาหนึ่งครั้งก่อนจะใช้นิ้วเรียวของเธอจิ้มไปที่ปุ่มซื้อทันที
"ไม่น้าาาาา!!!! " ชายหนุ่มร้องะโสุดเสียงก่อนจะมีเสียงข้อความดังขึ้นมาจากโทรศัพท์ เขารีบคว้ามันจากมือของหญิงสาวตรงหน้าของเขาพร้อมกับกดดูข้อความอย่างรวดเร็ว ราวกับดังฟ้าผ่าเขากลางศีรษะ คลื่นพายุมรสุมปรากฏขึ้นมาในใจของเขาเมื่อได้อ่านข้อความที่บอกว่า เขาได้ทำการใช้เงินในบัญชีไปแปดหมื่นบาทถ้วน
"ไม่...ไม่เหลืออะไรเลย" มินร้องครวญครางออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม