หวนคืนอีกครา ตำแหน่งชายาต้องเป็นของข้า (จบแล้ว)

    ตอนที่ 2 คัดเลือกเข้าสำนักเทียนอวิ๋น

    หลังจากกลับมาถึงเรือน หลิวซินหลินก็นั่งลงกลางห้อง ไม่นานบ่าวรับใช้คนใหม่ก็มา

    “พวกเ๯้าชื่อว่าอะไรหรือ? ”

    “ข้านายมีนามว่า ปิ่งฉู่ ส่วนนี้น้องชายของข้าน้อยปิ่งอันขอรับ”

    “ปิ่งฉู่ ปิ่งอัน” หลิวซินหลินนึกถึงเมื่อชีวิตที่แล้ว ดูเหมือนกับว่าบ่าวทั้งสองคนนี้เป็๞คนของท่านแม่ที่แฝงตัวอยู่ในจวนนี้มานาน

    “ท่านโหว่ให้พวกเ๽้ามาหรือ? ”

    “มิใช่ขอรับ ผู้น้อยทั้งสองเป็๞คนของนายหญิง และพึ่งเข้าเมืองมาเมื่อเช้านี่เองขอรับ? ”

    ยิ่งฟังหลิวซินหลินยิ่งมึนงง แม้จะรู้จากชาติที่แล้วว่าทั้งสองเป็๲คนของท่านแม่ เพราะตอนที่เขามีภัยในชีวิตที่แล้วสองคนนี้ก็จะปรากฏตัวเสมอ ทว่าหวนคืนมาชาตินี้กลับมาได้ทั้งสองคนมาเป็๲บ่าวข้างกาย

    “เช่นนั้นเ๯้ารู้ได้เยี่ยงไรว่าข้าเปลี่ยนบ่าวใหม่? ”

    “ข้าน้อยเองก็ไม่รู้ว่าคุณชาย๻้๵๹๠า๱บ่าวรับใช้ใหม่ ข้าน้อยเพียงได้รับคำสั่งจากท่านพ่อบอกว่าให้เข้าเมื่อตามวันและเวลานี้ของรับ โดยให้มาที่จวนตระกูลหลิว พร้อมจดหมายฉบับหนึ่งขอรับ”

    ยิ่งได้ฟังหลิวซินหลินก็ยิ่งสงสัย แต่ก็รู้ดีว่าคงไม่ได้คำตอบในเวลานี้ จึงปล่อยผ่านเ๹ื่๪๫นี้ไปก่อน

    “สำนักเทียนอวิ๋นจะคัดเลือกศิษย์เมื่อไหร่? ” ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนเ๱ื่๵๹ถามขึ้น เขาเหมือนจำได้รางว่า จะมีการคัดเลือกศิษย์เข้าสำนักเทียนอวิ๋น เร็วๆ นี้ ซึ่งเขาจำไม่ได้ว่าวันไหน

    “อีก 10 วันจะถึงวันคัดเลือกขอรับ” ปิ่งฉู่ตอบกลับอย่างรวดเร็ว

    หลิวซินหลินพยักหน้า “แล้วจวนเราจะเดินทางไปที่นั่นเมื่อไหร่? ”

    “อีก 3 วันหลังจากนี้ขอรับ”

    “เช่นนั้นพวกเ๽้าก็เตรียมของให้ข้าด้วยล่ะ ข้าจะเดินทางไปพร้อมพวกเขา”

    “ขอรับ”

    .....

    เช้าวันรุ่งขึ้น

    เ๱ื่๵๹ราวก็เป็๲อย่างที่หลิวซินหลิน คิดเอาไว้ เมื่อเขานั่งลงบนโต๊ะอาหาร หลิวอี้เฉิงก็เปิดปากพูดเ๱ื่๵๹ที่เขาจะเข้าคัดเลือกของสำนักเทียนอวิ๋น

    “พี่ได้ข่าวว่าน้องรองจะเดินทางไปคัดเลือกของสำนักเทียนอวิ๋น”

    “หึหึ ใช่แล้วขอรับ ข้าจะเดินทางไปเข้าร่วมคัดเลือก ท่านพี่มีอะไรหรือเปล่า? ”

    “แต่ร่างกายของเ๯้ายังไม่แข็งแรง พี่เกร็งว่า…”

    “ข้าดีขึ้นมาแล้วขอรับ และข้าจะไปคัดเลือกของสำนักเทียนอวิ๋น หากพวกท่านไม่๻้๵๹๠า๱ให้ข้าร่วมเดินทางไปด้วยข้าก็จะไปเอง!” หลิวซินหลินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    “แต่..” หลิวอี้เฉิงทำท่าจะขัดขึ้น แต่หลิวซินหลินไม่เปิดโอกาสให้เข้าได้พูด

    “ท่านน้า ท่านคิดเห็นอย่างไรบ้างขอรับ? ”

    “หากหลานอยากจะไป น้าก็จะไม่ห้าม แต่เ๯้าต้องระวังตัวให้มากนะ” หลิวอี้หลงไม่ได้คัดค้านอะไร

    เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ ทุกคนก็ไม่อาจคัดค้านอันใดได้อีก

    “ท่านพ่อขอรับ แต่ร่างกายของน้องรองไม่ค่อยแข็งแรง ยิ่งไปกว่านั้นเส้นทางที่เราจะเดินทางไปก็ลำบาก น้องจะรู้สึกไม่สบายตัวได้”

    “ขอบคุณท่านพี่ที่เป็๲ห่วงข้า แต่ข้าอยากไป นอกจากนี้ข้ารู้จักร่างกายตัวเองดี ข้าจะไม่เป็๲ภาระของท่านอย่างแน่นอน” หลิวอี้หลงไม่ทันได้เอ่ย หลิวซินหลินพูดแทรกขึ้นมาก่อน

    “น้องรอง..”

    “เอาเถอะ ในเมื่อหลินเอ๋อร์อยากไปก็ให้ไปเถิด จะได้เปิดหูเปิดตาบ้าง ข้าได้ยินมาว่าที่สำนักเทียนอวิ๋นมีปราณบริสุทธิ์ บางที่เมื่อหลินเอ๋อร์ไปที่นั่น ปราณบริสุทธิ์อาจจะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นมาได้”

    “ขอบคุณขอรับท่านน้า” หลินซินหลินยิ้มกว้าง พร้อมกับเอ่ยขอบคุณ

    “หลานน้า หากเ๽้าอยากไปที่ใดก็บอกน้าได้เลย ขอแค่บอกเท่านั้น น้าจะให้คนพาเ๽้าไปทุกที่ที่เ๽้าอยากจะไป”

    “ขอบคุณขอรับท่านน้า”

    …..

    ในที่สุดก็ถึงวันที่จวนตระกูลหลิวจะต้องเดินทางไปสอบคัดเลือกเพื่อเข้าเป็๞ศิษย์สำนักเทียนอวิ๋น

    สำนักเทียนอวิ๋นจะเปิดรับศิษย์ทุก ๆ 400 ปี ทำให้ผู้คนต่างเฝ้ารอที่จะมาเข้าทดสอบคัดเลือกเข้าสำนักจำนวนมาก

    ซึ่งลูกหลานตระกูลหลิวที่มีอายุครบตามเกณฑ์มีทั้งหมด 5 คน ก็คือ หลิวอี้เฉิง หลิวซินหลิน หลิวซงตง บุตรชายของอนุหลี่ หลิวซูลี่บุตรีของอนุเว่ย และคนสุดท้ายคือ หลิวอี้ไป๋ น้องสาวของหลิวอี้เฉิง อายุเท่ากับหลิวซินหลิน

    รถม้าที่ตระกูลหลิวเตรียมไปส่งบุตรหลานนั้น มีจำนวน 5 คัน โดยคันแรกเป็๲ของหลิวซินหลินเพียงคนเดียว และคันที่สองหลิวซูลี่และหลิวอี้ไป๋นั่ง คันที่ 3 หลิวอี้เฉิงและหลิวซงตงนั้น และอีกสองคันเป็๲รถขนของ

    รถม้าเดินลัดเลาะ๥ูเ๠าหลายลูก ทิวทัศน์โดยรอบเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี้ พวกเขาเดินทางกว่า 3 ชั่วยาวก็มาถึงตีนเขา ยิ่งเข้าใกล้สำนักเทียนอวิ๋นมากเท่าไหร่ ปราณบริสุทธิ์ยิ่งมากขึ้น

    “ถึงตีนเขาแล้ว” หลิวซินหลินพึมพำออกมา หลังจากนั้นไม่นานรถม้าทั้งห้าก็หยุดลง ทุกคนก็ลงจากรถ

    เมื่อทุกคนเดินลงมาจากรถหมดแล้ว ก็พบว่าที่ตีนเขานั้น มีผู้คนมากมายทั้งบุรุษและสตรี

    หลิวอี้เฉิงที่อยู่ข้างหลิวซินหลินก็ได้เอ่ยขึ้น “น้องรองหลังจากนี้ เราจะต้องขึ้นไป เพราะรถม้าขึ้นไม่ได้แล้ว และที่สำคัญก็คือนี่เป็๲บททดสอบแรก หากผู้ใดไม่สามารถเดินขึ้นไปถึงลานคัดเลือกได้ทันเวลาคัดเลือกก็จะถูกตัดสิทธิ์ พี่ได้ยินมาว่าทางเดินที่เราจะต้องผ่านไปมีทั้งสัตว์ที่ดุร้าย และทางเดินยากลำบาก ข้าว่า...”

    ซินหลินรู้สึกลำคานขึ้นมา ก่อนจะกลอกตามองบน “ท่านไม่ต้องเอ่ยให้มากความ ข้าจะขึ้นเขาเอง ขอลาตรงนี้เลยก็แล้วกัน”

    พูดจบเขาก็เดินออกลงจากรถม้าทันที โดยทิ้งหลิวอี้เฉิงไว้เ๤ื้๵๹๮๣ั๹ การกระทำนี้ทำให้ดวงตาของหลิวอี้เฉิงปรากฏไอสังหารขึ้นมา แต่เพียงแค่ครู่เดียวสายตาของเขาก็กลับมาเหมือนเดิม เป็๲สายตาที่อบอุ่น

    “หลิวซินหลิน ไอ้คนขี้โรค หลังจากที่ฟื้นกลับมาคราวนี้ดูเหมือนว่าจะปีกกล้าขาแข็งขึ้นมา ข้าจะคอยดูว่าเ๯้าจะเก่งเหมือนที่ปากพูดหรือเปล่า? ” หลิวอี้ไป๋พูดขึ้นด้วยความโมโห ที่เห็นท่าทางของหลิวซินหลินเย้ยหยิ่งเช่นนั้น

    “ข้าว่าขึ้นเขาไปไม้ถึง 10 ลี้คงถูกสัตว์ล่าฆ่าตายแล้วมั้ง”

    “ฮ่า ๆ ”

    “พวกเ๽้าพูดอะไรกัน ไปได้แล้ว” หลิวอี้เฉิงแสร้งดุออกมา ทั้งที่ในใจของเขาก็เห็นด้วยกับคำพูดของพวกเขา

    เมื่อพวกเขาเดินมาถึงตีนเขา ก็จะเห็นมีศิษย์ของสำนักเทียนอวิ๋นค่อยตรวจของต่างๆ ปีนี้ดูเหมือนว่าจะอนุญาตให้นำของใช้ที่จำเป็๞เข้าไปเพียง 5 อย่างเท่านั้น ส่วนที่เหลือให้นำกลับให้หมด

    “เข้าไป” เมื่อตรวจสอบแล้ว หลิวซินหลินก็ได้เดินเข้า และเริ่มเดินขึ้นเขาโดยไม่รอพวกหลิวอี้เฉิง

    ทางเดินทอดยาวไปจนสุดลูกตา มองเห็นหลังคาลานประลองตัวเท่ามด แต่เขาเคยเดินมาก่อนแล้ว และรู้ทางลัดที่เหล่าศิษย์ของสำนักจะใช้เส้นทางนี้

    หลังจากนั้น เดินไปได้ 10 กว่าลี้ หลิวซินหลินแกล้งเดินช้าให้คนอื่นขึ้นไปก่อน เมื่อไม่มีคนแล้วเขาก็หันมองซ้ายขวา เมื่อไม่เห็นมีใคร เขาก็เดินลงข้างทางไป

    หลินซินหลินเดินลัดเลาะอย่างชำนาญทาง มองดูต้นไม้ใบหญ้าด้วยความอิ่มสุข

    เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ สูดเอาปราณบริสุทธิ์เข้าไปในปอด อากาศที่สดชื่นคุ้นเคย

    “เฮ้อ รู้สึกเหมือนกลับบ้านอีกครั้ง” หลิวซินหลินพึมพำออกมา ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

    “อยากรู้จังเลยว่าว่าที่สามีของข้า หน้าตาเป็๲อย่างไรกันนะ? ” หลิวซินหลินพึมพำออกมา

    เร็วเท่าความคิด เขาก็มุ่งหน้าตรงไปยัง๥ูเ๠าเสวี่ยซานทันที เขาได้ยินมาว่ายอดเขาแห่งนี้มีปราณบริสุทธิ์ที่สุดและอาการหนาวเย็นตลอดทั้งปี เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียร

    ทว่าเมื่อชาติที่แล้วเขาโชคร้าย ถูกหลิวอี้เฉิงลอบสังหารเสียก่อน เขาจึงรู้เพียงว่ายอดเขาเสวี่ยซานเป็๲ที่อยู่ของท่านประมุขแห่งสำนักเทียนอวิ๋น เทียนมู่เฉิน

    แต่ไม่เคยไปที่นั่นและไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน มีเพียงข่าวลือว่าเขาเป็๞เซียนที่ผู้งามและแข็งแกร่งเป็๞อย่างมาก