แสงจันทร์สีเงินยวบยาบส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้เก่าคร่ำครึของหอเก็บกากโอสถ กระทบลงบนใบหน้าอันงดงามราวกับภาพวาดของสตรีชุดแดงผู้มาเยือน
ซูหลิงเอ๋อร์ ยืนสงบนิ่งอยู่กลางห้อง ท่ามกลางกองกากยาสูงท่วมหัวและกลิ่นฉุนกึกของสมุนไพรไหม้เกรียม ทว่าความงามและความสูงส่งของนางกลับมิได้ถูกความสกปรกนี้บดบังลงแม้แต่น้อย
สายตาของนางมิได้จับจ้องที่ใบหน้าของเย่เฉิน... แต่กลับพุ่งตรงไปยัง "ขวดหยก" ในมือของเขา ที่ซึ่งบรรจุโอสถระดับตำนานเอาไว้
"โอสถลายเส้นห้าเส้น..." นางพึมพำแผ่วเบา นัยน์ตาหงส์เป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความปรารถนาที่ปิดไม่มิด "ข้าตามหาคนปรุงมันมานาน... ไม่นึกเลยว่าจะมาซ่อนตัวอยู่ในกองขยะเช่นนี้"
เย่เฉินกระชับด้ามดาบทัณฑ์ปฐพีแน่น ร่างกายเกร็งเขม็งพร้อมระเบิดพลังอสูรออกมาทุกเมื่อ
"ท่านต้องการสิ่งใด?" เย่เฉินถามเสียงต่ำ "หากท่านต้องการแย่งชิง... ข้าเตือนว่ามันจะไม่ง่ายเหมือนที่ท่านคิด"
"แย่งชิง?" ซูหลิงเอ๋อร์หัวเราะเสียงใส "ข้าเป็นหลานสาวเจ้าสำนัก ข้ามีทรัพยากรมากมายก่ายกอง เหตุใดต้องแย่งชิงของจากศิษย์สายนอกผู้ยากไร้?"
นางก้าวเข้ามาใกล้เย่เฉินอีกหนึ่งก้าว หนูไหมทองบนไหล่ส่งเสียงร้องทักทายอย่างเป็นมิตร
"ข้าต้องการทำ 'การค้า' กับเจ้า" นางเอ่ยเข้าประเด็น
"ท่านปู่ของข้า... ท่านเจ้าสำนักเมฆาคราม ได้รับบาดเจ็บเรื้อรังจากการต่อสู้เมื่อสิบปีก่อน พิษไฟที่ตกค้างในร่างท่านต้องการโอสถที่มีความบริสุทธิ์สูงมากในการรักษา... สูงกว่าที่ผู้อาวุโสไป๋หรือใครในหอโอสถจะทำได้"
เย่เฉินหรี่ตาลง "แล้วท่านคิดว่าข้าทำได้?"
"เจ้าทำได้..." ซูหลิงเอ๋อร์ชี้ไปที่ขวดหยก "เพราะไฟของเจ้า... มันพิเศษ"
นางยื่นมือขาวผ่องออกมาเบื้องหน้า
"ข้อเสนอของข้าคือ... ข้าต้องการสิทธิ์ในการซื้อโอสถลายเส้นทุกเม็ดที่เจ้าปรุงได้เป็นคนแรก แลกกับสิ่งนี้..."
นางพลิกฝ่ามือ ตราประทับหยกสีเลือดชิ้นหนึ่งปรากฏขึ้น
"ตราพิทักษ์โลหิต... ตราบใดที่เจ้าถือตรานี้ แม้แต่ผู้อาวุโสคุมกฎหลิวหยวน ก็ไม่กล้าแตะต้องเจ้าในที่แจ้ง ข้าจะเป็นเกราะกันชนให้เจ้าในหอโอสถแห่งนี้เอง"
ข้อเสนอนี้น่าสนใจยิ่งนัก... เย่เฉินรู้ดีว่าลำพังผู้อาวุโสไป๋อาจปกป้องเขาไม่ได้ตลอดไป การมีแบ็คอัพเป็นถึงหลานสาวเจ้าสำนักย่อมปลอดภัยกว่า
"ข้าตกลง..." เย่เฉินตอบ "แต่ข้ามีเงื่อนไข"
"ว่ามา"
"หนึ่ง... ห้ามถามถึงที่มาของไฟในกายข้า" เย่เฉินจ้องตานางเขม็ง "และสอง... ห้ามใครหน้าไหนเข้ามายุ่งย่ามหรือแทรกแซงวิธีการปรุงยาของข้า ไม่ว่าข้าจะทำอะไรที่ดูวิปลาสแค่ไหนก็ตาม"
ซูหลิงเอ๋อร์ยิ้มมุมปาก นางกัดปลายนิ้วชี้จนเลือดหยดออกมา แล้ววาดเป็นอักขระกลางอากาศ
"ยุติธรรมดี... ข้าขอสาบานด้วยโลหิต หากข้าผิดคำพูด ขอให้พิษไฟย้อนกลับมาทำลายเส้นชีพจรข้าให้สิ้นซาก"
เย่เฉินเห็นความจริงใจ (และเดิมพันที่สูงลิ่ว) ของนาง เขาจึงกัดนิ้วและประทับเลือดลงไปบนอักขระนั้นเช่นกัน
วูบ!
แสงสีแดงสว่างวาบก่อนจะซึมหายไปในร่างของทั้งคู่ พันธสัญญาโลหิตเสร็จสมบูรณ์... บัดนี้ พวกเขาลงเรือลำเดียวกันแล้ว
"ดีมาก คู่ค้าคนใหม่ของข้า" ซูหลิงเอ๋อร์ยิ้มหวาน นางโยนถุงศิลาปราณถุงใหญ่ให้เย่เฉิน "นี่คือมัดจำสำหรับยาล็อตหน้า... ข้าจะรอข่าวดี"
ปัง!
ทันใดนั้น เสียงกระแทกประตูอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นขัดจังหวะ!
"เย่เฉิน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะโกนที่คุ้นเคยดังมาจากด้านนอก... เสียงของ เฉินมู่!
เย่เฉินขมวดคิ้ว "มันมาเร็วกว่าที่คิด..."
คราวนี้เฉินมู่ไม่ได้มาคนเดียว แต่มันพา "ผู้ตรวจสอบบัญชี" ของหอโอสถและผู้คุมกฎมาด้วยอีกสี่คน!
"พังประตูเข้าไป!" เฉินมู่สั่งการเสียงเหี้ยม
โครม!
ประตูไม้ถูกพังทลายเข้ามา เฉินมู่เดินอาดๆ เข้ามาพร้อมกับสมุดบัญชีเล่มหนาในมือ แววตาของมันเต็มไปด้วยความมั่นใจว่าครั้งนี้จะเล่นงานเย่เฉินจนดิ้นไม่หลุด
"เย่เฉิน! เจ้าถูกจับกุมแล้ว!" เฉินมู่ชูสมุดบัญชีขึ้น
"จากการตรวจสอบบัญชีคงคลังกากยาประจำเดือน... พบว่ากากยาสมุนไพรหายากจำนวนกว่าสามพันชั่งได้ 'สูญหาย' ไปอย่างไร้ร่องรอย!"
เฉินมู่กวาดตามองกองกากยาที่เหลือเพียงน้อยนิดในห้อง (เพราะเย่เฉินเผาทำยาไปเกือบหมด) แล้วแสยะยิ้ม
"หลักฐานคาตา! เจ้าแอบขโมยกากยาไปขายในตลาดมืด หรือไม่ก็เอาไปทำเรื่องผิดกฎสำนัก! กากยาเหล่านี้เป็นทรัพย์สินของหอโอสถ การยักยอกมีโทษถึงไล่ออกและทำลายวรยุทธ์!"
เย่เฉินนิ่งเงียบ... ข้อหานี้ฟังดูมีน้ำหนัก เพราะกากยาหายไปจริงๆ และเขาไม่อาจบอกความจริงได้ว่าเอาไปสกัดเป็นยาเม็ดเดียว
เฉินมู่เห็นเย่เฉินเงียบก็ยิ่งได้ใจ "จับตัวมัน! ค้นตัวให้ทั่ว ข้าว่ามันต้องซ่อนของกลางไว้!"
ผู้คุมกฎกำลังจะพุ่งเข้ามาล็อกตัวเย่เฉิน
"ช้าก่อน..."
เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจดังขึ้นขัดจังหวะ
ซูหลิงเอ๋อร์ ก้าวออกมาจากมุมมืดที่นางยืนหลบอยู่ รัศมีความงามและความสูงส่งของนางทำให้ทุกคนในห้องต้องชะงัก
"ศะ... ศิษย์พี่หญิงซู?" เฉินมู่หน้าซีดเผือด ตกตะลึงจนทำสมุดบัญชีร่วง "ท่าน... ท่านมาทำอะไรในที่สกปรกเช่นนี้?"
"ข้ามาตรวจสอบสินค้าของข้า" ซูหลิงเอ๋อร์ตอบเสียงเรียบ
นางเดินมายืนบังหน้าเย่เฉินไว้ แล้วปรายตามองเฉินมู่ด้วยสายตาดูแคลน
"เจ้าบอกว่ากากยาหายไปงั้นรึ? ถูกต้อง... มันหายไปเพราะข้าสั่งให้เย่เฉินนำมันไป 'กลั่น' เป็น ธูปหอมไล่แมลง สูตรพิเศษของตระกูลข้าเอง"
"ธูปหอม?" เฉินมู่อ้าปากค้าง "แต่กากยาตั้งสามพันชั่ง..."
"สูตรลับของตระกูลซู ต้องใช้วัตถุดิบมหาศาลเพื่อสกัดเอาหัวเชื้อเพียงเล็กน้อย..." ซูหลิงเอ๋อร์เชิดหน้าขึ้น "หรือเจ้าสงสัยในรสนิยมของข้า? หรือเจ้าคิดว่าข้าสมรู้ร่วมคิดกับศิษย์สายนอกเพื่อขโมยขยะ?"
"มิ... มิกล้าขอรับ!" เฉินมู่รีบก้มหัวปลกๆ เหงื่อแตกพลั่ก การกล่าวหาหลานสาวเจ้าสำนักเท่ากับการฆ่าตัวตาย
"ถ้าเข้าใจแล้วก็ไสหัวไปซะ! ข้าต้องการความเป็นส่วนตัวในการตรวจสอบสินค้า!"
เฉินมู่กัดฟันกรอด แผนการที่วางมารัดกุมพังทลายลงไม่เป็นท่าอีกครั้งเพราะผู้หญิงคนนี้!
"ขออภัยที่รบกวนขอรับ..." เฉินมู่กระแทกเสียง สั่งให้พรรคพวกถอยกลับไป แต่ก่อนไป มันหันมามองเย่เฉินด้วยสายตาอาฆาตแค้นถึงที่สุด
"เจ้าโชคดีที่มีคนคุ้มกะลาหัว... แต่ระวังตัวไว้เถอะ ผู้หญิงปกป้องเจ้าไม่ได้ตลอดไปหรอก!"
เมื่อเฉินมู่จากไป เย่เฉินก็ถอนหายใจยาว
"ขอบคุณที่ช่วยแก้หน้า..."
"ถือว่าเป็นบริการเสริมจากหุ้นส่วน" ซูหลิงเอ๋อร์ยิ้มมุมปาก "แต่เจ้าก็ติดหนี้ข้าเพิ่มอีกหนึ่งครั้ง... ข้าไปล่ะ อย่าลืมสัญญาล่ะ"
นางจากไปในความมืด ทิ้งเย่เฉินไว้กับความเงียบสงบ
เย่เฉินกลับมาลงกลอนประตูแน่นหนาอีกครั้ง เขาหยิบ "โอสถชำระวิญญาณ" ที่เพิ่งปรุงเสร็จขึ้นมา
"เฉินมู่ไม่ยอมเลิกราง่ายๆ แน่... ข้าต้องรีบสร้างรากฐานอำนาจของตัวเอง"
เย่เฉินกลืนยาลายเส้นห้าเส้นลงท้องทันที!
ตูม!
พลังยามิได้ระเบิดออกที่จุดตันเถียนเหมือนยาทั่วไป แต่มันพุ่งทะยานขึ้นสู่สมอง! จิตวิญญาณของเขาขยายขอบเขตออกกว้างไกลขึ้น... ประสาทสัมผัสคมชัดขึ้นนับสิบเท่า
เมื่อเขาลืมตาขึ้นและมองไปที่กองกากยารอบตัว... ภาพที่เห็นก็เปลี่ยนไป
เขาไม่ได้เห็นแค่เศษหญ้าแห้งๆ อีกต่อไป แต่ด้วยพลังจิตระดับใหม่ เขาสามารถมองทะลุเปลือกนอกเข้าไปเห็น "โครงสร้างภายใน" ของพืชสมุนไพรได้! เขาเห็นเส้นใยพลังงานเล็กๆ ที่ยังคงหลงเหลือและถักทอกันอยู่ภายในซากเหล่านั้น
"นี่มัน..." เย่เฉินตาลุกวาว "ข้ามองเห็น 'แก่นยา' ที่ยังสกัดไม่หมด!"
ในกากยาที่คนอื่นทิ้งขว้าง ยังมีหยดพลังงานเล็กๆ ซ่อนอยู่มากมาย แม้มันจะไม่บริสุทธิ์พอที่จะปรุงเป็น "ยาเม็ด" ระดับสูง... แต่มันมากพอที่จะสกัดออกมาเป็นอย่างอื่น
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในสมองของเย่เฉิน... แผนการที่จะเปลี่ยนขยะพวกนี้ให้กลายเป็นทองคำ และสร้างเครือข่ายอำนาจของตนเองขึ้นมา
"ศิษย์สายนอกนับหมื่นคน... ส่วนใหญ่ยากจนเกินกว่าจะซื้อยาของหอโอสถ และยาของหอโอสถส่วนใหญ่ก็ราคาแพงเกินจริง"
"ถ้าข้าทำยาน้ำราคาถูก แต่มีประสิทธิภาพสูงกว่ายาผงทั่วไปออกมาขาย..."
เย่เฉินแสยะยิ้ม อำมหิต เขาเริ่มลงมือคัดแยกกากยาอีกครั้ง
แต่คราวนี้... ไม่ใช่การปรุงยาเม็ดเดียว
เขาเดินไปที่มุมห้อง ลากไหดินเผาขนาดใหญ่สิบใบออกมาตั้งเรียงราย แล้วเริ่มกวาดกากสมุนไพรรักษาบาดแผลนับพันชนิดลงไปในไห!
พรึ่บ!
เพลิงอสูรสีทองอมน้ำเงินถูกจุดขึ้นใต้ไหทั้งสิบใบพร้อมกัน! เย่เฉินแบ่งแยกจิตวิญญาณควบคุมไฟสิบกองอย่างแม่นยำ นี่คือสิ่งที่ทำได้เฉพาะผู้มีพลังจิตระดับสูงเท่านั้น!
"เคี่ยวกรำ!"
เขาไม่ได้ต้องการความประณีต แต่ต้องการ "ปริมาณ"
เพลิงอสูรทำหน้าที่เหมือนเครื่องจักรบดขยี้ ดึงเอาสรรพคุณยาที่หลงเหลืออยู่ออกมาผสมผสานกัน จนกลายเป็นของเหลวหนืดข้น
เวลาผ่านไปจนรุ่งสาง...
กลิ่นหอมเย็นสดชื่นลอยฟุ้งไปทั่วหอ ภายในไหดินเผาทั้งสิบใบ เต็มไปด้วยของเหลวสีเขียวมรกตที่ส่องประกายแวววาว
มันคือ "น้ำทิพย์หวนคืน"
สรรพคุณของมันอาจเทียบไม่ได้กับยาเม็ดระดับสูง... แต่มันสามารถห้ามเลือดและสมานแผลภายนอกได้เร็วกว่า "ผงสมานแผล" ของสำนักถึงสามเท่า!
และที่สำคัญที่สุด... เย่เฉินผลิตมันออกมาได้ถึง สิบไหใหญ่ (บรรจุขวดเล็กได้นับพันขวด) โดยมีต้นทุนการผลิตคือ ศูนย์!
"ยานี้จะตีตลาดแตก..." เย่เฉินมองดูผลงานด้วยความพึงพอใจ
ทันใดนั้น... เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ จาก "ค่ายกลตรวจจับพลัง" ที่ติดตั้งอยู่บนยอดหอโอสถ... มีใครบางคนกำลังสอดส่องมาทางนี้
เย่เฉินรู้ดีว่าเขาขายเองไม่ได้ มันจะดึงดูดความสนใจเกินไป
"ข้าต้องใช้ 'ตัวแทน'..."
ภาพใบหน้าของ จางหู่ (อดีตหัวหน้าคนงานที่เขาฝังพลังมารไว้) ผุดขึ้นมาในหัว จางหู่มีเส้นสายในตลาดมืดของศิษย์สายนอก และเป็นคนที่เขาควบคุมชีวิตได้สมบูรณ์แบบ
เย่เฉินกำขวดน้ำยาตัวอย่างแน่น มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ท้าทาย
"อยากจับผิดข้างั้นรึ เฉินมู่..."
"งั้นก็ดี... ตลาดมืดแห่งนี้ จะได้ลุกเป็นไฟเร็วขึ้นหน่อย ข้าจะทำให้ยาของหอโอสถขายไม่ออก จนเจ้าต้องวิ่งพล่านเหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวก!"
[จบตอนที่ 46]