[บทเปิดตัวพระ-นายคู่หลัก]
[เรียว]
วันนี้ผมพารามมาหาสามีของเขาถึงที่บ้าน เพราะว่าผมทนเห็นน้องชายของผมเ็ปจากความรักที่วุ่นวายไม่ได้อีกต่อไปแล้วและตอนนี้ผมก็คิดว่าพวกเขาน่าจะปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้วเพราะผมนั่งรอรามอยู่ที่ห้องรับแขกนานร่วมชั่วโมงแล้ว แต่ผมก็ยังไม่เห็นรามออกมาจากห้องของมาตินเลยด้วยเหตุนี้ผมจึงคิดว่าพวกเขาดีกันแล้วแน่นอน
แต่ในระหว่างที่ผมกำลังนั่งรอรามอยู่ในห้องรับแขกนั้นผมก็เห็นฟ้าครามเดินกอดขวดไวน์โซซัดโซเซเกาะราวบันไดลงมาเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าดูจากท่าทางของเขาแล้วตอนนี้เขาดูเมามากจนผมอดเป็ห่วงเขาไม่ได้เลย
และพอฟ้าครามเดินลงมาถึงชั้นล่างของบ้านลูกน้องของเขาที่ชื่อจอนนี่ก็วิ่งเข้าไปช่วยประคองเขาเดินอย่างรู้หน้าที่ แต่ในจังหวะนั้นฟ้าครามกลับตวาดจอนนี่ออกมาเสียงดังลั่นด้วยท่าทางที่ไม่พอใจ
“ไม่ต้องมายุ่ง กูจะเดินเอง”
“แต่คุณฟ้าครามเมามากนะครับ ให้ผมช่วยดีกว่านะครับ”
“กูไม่ได้เมา ไปเตรียมรถได้แล้วไป กูจะไปหาที่ดื่มต่อ”
“เอ่อ...เ้านายจะไปดื่มที่ไหนต่อครับ พรุ่งนี้เ้านายมีประชุมนะครับผมว่าเ้านายกลับบ้านดีกว่านะครับ”
“นี่มึงเป็พ่อหรือเป็ลูกน้องกันแน่วะ ห๊ะ ทำไมมึงถึงพูดมากอย่างกับพ่อกูจังวะ?”
“เอ่อ...เป็ลูกน้องครับเ้านาย แต่ว่าผมมีหน้าที่ดูแลคุณฟ้าครามนะครับคุณฟ้าครามกลับบ้านเถอะนะครับ เพราะวันนี้คุณอรโทรตามหลายรอบแล้วนะครับ”
“อืม...ถ้าจะให้กลับบ้าน ก็รีบไปเตรียมรถสิวะจะมายืนพล่ามให้ยืดยาวทำไม”
“ครับ”
หลังจากที่ฟ้าครามโวยวายกับจอนนี่เสร็จแล้วเขาก็เดินเซออกมาจากบ้านของมาตินช้า ๆ และขณะนั้น ผมก็รีบลุกขึ้นจากโซฟาทันที ก่อนที่ผมจะรีบเดินเข้าไปขวางทางเขาไว้ก่อนแล้วผมก็พูดกับฟ้าครามออกไปด้วยความเป็ห่วง
“คุณฟ้าครามครับ? คุณจำผมได้ไหมครับ? คุณสบายดีไหมครับ?”
ฟ้าครามก้มลงมาหรี่ตามองหน้าผม พร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาหาผมในระยะที่ต้องทำใจเพราะหน้าของเราอยู่ใกล้กันเกินไปและยังอยู่ในระดับเดียวกันอีกด้วย จากนั้นฟ้าครามก็ยกยิ้มร้ายก่อนที่เขาจะตอบผมกลับมาแบบกวน ๆ ชวนโมโห
“อ้อ...จำได้สิครับ ทำไมผมจะจำคุณหมอเรียวไม่ได้ล่ะครับ แหม...คนอะไรอ่อยเก่งอย่างกับโสเภนีเลยนะครับ”
เขากระตุกยิ้มร้ายคล้ายกำลังยั่วโมโหแต่ผมก็ไม่ได้ถือสาอะไรเขา เพราะผมถือว่า อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา
ผมพยายามทำหน้านิ่งเฉยเหมือนกับว่าผมไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแล้วผมก็ถามเขากลับไปเสียงเรียบ
“เอ่อ...คุณฟ้าครามครับ ผมอยากขอโทษคุณ...เื่วันนั้นน่ะครับวันที่ผมทำสร้อยข้อมือของคุณขาดน่ะครับ”
ผมยืนก้มหน้าอย่างรู้สึกผิดแต่สักพักผมก็ได้ยินเขาหัวเราหึ ๆ ในลอคอเหมือนเยาะเย้ยก่อนที่เขาจะยื่นหน้าเข้ามาหาผมในระยะทำใจอีกครั้งพร้อมกับพุ่นคำพูดอาบยาพิษใส่หน้าผม
“หึ...มาขอโทษทำไมเอาป่านนี้? หืม? เอ...หรือว่านี่คือแผนของคุณรึเปล่านะ?หึ...ตกลงว่าอยากขอโทษหรือว่าตั้งใจมายืนให้ท่าผมครับ”
ผมไม่ได้ตอบคำถามยั่วโมโหของเขาแต่ผมเลือกที่จะนิ่งเงียบเพื่อให้เื่ทุกอย่างมันผ่านไป แต่ว่าเขากลับไม่ยอมจบเพราะตอนนี้เขาเริ่มมองผมั้แ่หัวจดเท้าด้วยสายตาที่โลมเลียและเสียมารยาทจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นมาและใช้นิ้วชี้ของเขาแตะปลายคางของผม
หมับ!!!
ก่อนที่เขาจะพูดจาดูถูกผมออกมาอย่างหน้าตาเฉย
“เอ...แต่เดี๋ยวก่อนนะ...อืม...รูปร่างแบบนี้ หน้าตาแบบนี้ลีลาจะเด็ดขาดสักแค่ไหนกันนะ อยากรู้จัง ไปค้างคืนกับผมไหมเดี๋ยวผมจะจ่ายให้ไม่อั้นเลย”
เขายังคงส่งสายตาคมจ้องมองผมอย่างโลมเลียและถึงผมจะเสียใจมากกับท่าทีที่เขาปฏิบัติต่อผม แต่ผมก็พยายามท่องไว้ในใจไว้เสมอว่าเขาเป็คนดี เขาไม่ได้ตั้งใจ เพราะเขากำลังเมาอยู่จากนั้นผมก็ยกมือขึ้นมาปัดมือของเขาออกจากปลายคางผมเบา ๆ
พลั่ก
ก่อนที่ผมจะพูดกับเขาออกไปอย่างสุภาพ
“ฟ้าคราม...ถึงแม้ว่าคุณจะเมามากแต่ก็กรุณาพูดจาให้เกียรติผมบ้างก็ได้นะครับ”
ผมมองสำรวจใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาน้ำตาคลอด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจแต่เขาก็ยังไม่วายฝากคำพูดทำร้ายจิตใจของผมอยู่ดี
“หึ! ครับ…ผมต้องขอโทษคุณหมอเรียวผู้มีเกียรติมากๆ เลยนะครับที่ผมพูดจาเสียมารยาทกับคุณไป ขอโทษนะครับ ผมขอตัวนะครับคุณหมอผู้มีเกียรติ”
คำพูดประชดประชันของเขาช่างแผดเผาใจของผมเหลือเกินแต่เขาก็ไม่ได้สนใจว่าผมจะรู้สึกยังไง เพราะพอเขาพูดร้ายใส่ผมเสร็จ เขาก็หันหลังเดินเซออกจากบ้านไปเลยแต่มีหรือที่คนอย่างผมจะยอมให้เขาเดินหนีผมไปง่าย ๆ เหมือนเมื่อก่อนอีก
ผมรีบวิ่งตามเขาไป ก่อนที่ผมจะยื่นมือไปดึงชายเสื้อของเขาเพื่อหยุดเขาเอาไว้ก่อนแล้วผมก็เอ่ยถามเขาออกไปอย่างสุภาพ
“คุณฟ้าครามครับ? ขอผมคุยกับคุณสักเดี๋ยวได้ไหมครับ?”
“ผมไม่ว่าง และผมก็ไม่มีอะไรจะคุยกับคุณด้วย”
ฟ้าครามหันกลับมาจ้องหน้าผมอย่างไม่พอใจและเขาก็ปัดมือของผมออกจากชายเสื้อของเขาด้วยท่าทางเหมือนรังเกียจผม
พลั่ก
“ฟ้าคราม? แต่ผมมีเื่สำคัญจะคุยกับคุณจริง ๆ นะครับ”
ผมพูดกับเขาอย่างสุภาพด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนและด้วยท่าทางที่สุภาพเพื่อขอร้องเขาแต่เขากลับเอ่ยคำคมคายที่ร้ายลึกออกมาเชือดเฉือนหัวใจของผม
“หึ...สเต็ปการอ่อยไม่น้อยหน้าใครเลยนะครับ แต่ขอโทษนะครับเพราะผมไม่นิยมของแปลกแบบคุณ อย่าเสียเวลาอ่อยผมอีกเลยนะเอาเวลาว่างไปรักษาคนไข้จะดีกว่าไหม?”
เขาพูดกับผมอย่างสุภาพ แต่ท่าทางของเขากลับตรงกันข้ามกับคำพูดทุกอย่างเลยไม่ว่าจะเป็สายตาหรือแม้แต่สีหน้าของเขาที่แสดงออกมา
และเขาก็หันหลังเดินหนีผมไปเอาดื้อ ๆ ตามนิสัยดื้อ ๆของเขา และผมรีบคว้าท่อนแข็งแกร่งของเขาไว้ ก่อนที่ผมจะพูดกับเขาออกไปเสียงห้วน ๆ
“นี่ฟ้าคราม...เดี๋ยวก่อนสิ”
พลั่ก
ฟ้าครามปัดมือของผมออกจากท่อนแขนแกร่งของเขาอย่างไม่ไยดีและเขาก็ไม่สนใจผมอีก จากนั้นเขาก็หันหลังเขาเดินกอดขวดไวน์ของเขาออกจากบ้านของมาตินไป
แล้วเขารีบก้าวขึ้นรถคันหรูของเขา พร้อม ๆ กับรถหรูก็เคลื่อนตัวออกไปจากบ้านของมาตินอย่างรวดเร็วแต่ผมเองก็ไม่ละความพยายาม ผมรีบวิ่งตามเขาออกไป และก้าวขึ้นรถประจำตำแหน่งคนขับก่อนที่ผมจะรีบขับรถตามรถของฟ้าครามไปทันที เพราะผมคิดว่า...ไม่ว่ายังไงวันนี้ผมก็ต้องคุยกับเขาให้รู้เื่ และอีกอย่าง ผมยัง้าที่จะนำสร้อยข้อมือของเขาไปคืนให้กับเขาด้วย
ผมขับรถตามรถของฟ้าครามไปเรื่อย ๆ แต่ผมก็ตามไม่ทันสักทีเพราะตอนนี้ผมดูเหมือนรถของฟ้าครามจะเคลื่อนตัวเร็วมาก ซึงผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมลูกน้องของฟ้าครามต้องพาฟ้าครามขับรถเร็วขนาดนี้ด้วยแต่ผมคิดว่าบางทีเขาอาจจะรู้ว่าผมกำลังตามเขาอยู่ เขาก็เลยรีบขับรถหนีผมก็ได้
เมื่อผมสังเกตุเห็นการขับรถด้วยความเร็วแบบนี้ผมก็เร่งความเร็วในการขับขี่ของผมขึ้นอีกเท่าตัวอย่างไม่ยอมแพ้
ปรื้น
ในที่สุดผมก็สามารถขับรถตามรถของฟ้าครามมาจนเกือบประชิดท้ายรถของฟ้าครามอยู่แล้วแต่พอผมเห็นว่าตอนนี้รถเริ่มวิ่งออกนอกเมืองมาได้นิดหน่อยแล้ว และถนนก็ค่อนข้างโล่งด้านหลังของผมก็ไม่มีรถวิ่งอยู่บนถนนเลย ผมจึงตัดสินใจขับรถของผมเข้าไปชนท้ายรถของฟ้าครามทันที
โครม!!! ปั้ง!!!
ที่ผมต้องทำแบบนี้ เพราะผม้าแค่จะหยุดรถของฟ้าครามเอาไว้เท่านั้นเพื่อที่ผมจะได้คุยกับเขาดี ๆ แต่ว่าตอนนี้ทุกอย่างมันกลับผิดแผนไปหมดเลย เพราะผมขับชนรถของฟ้าครามแรงเกินไปจนทำให้รถของฟ้าครามพุ่งตกลงข้างทางอย่างรวดเร็วแถมรถของฟ้าครามยังพุ่งไปชนรถคันที่วิ่งอยู่ด้านหน้าตกลงไปข้างไหล่ทางด้วย
ตอนนี้ผมเลยกลายเป็ผู้ต้องหาขับรถชนรถสองคันรวด และงานนี้ผมก็รู้ตัวดีว่าผมผิดเต็มๆ อย่างหาข้อแก้ตัวไม่ได้เลย
และพอทุกอย่างสงบนิ่ง รถของผมกับรถของฟ้าครามก็จอดนิ่งสนิทแล้วผมก็พยายามเปิดประตูเพื่อที่จะออกจากตัวรถของผม
ผลั่ก
ฟุ๊บ! อ๊ะ!
แต่ในจังหวะที่ผมก้าวขาลงจากรถ ขาของผมกลับเกิดเป็ตะคริวขึ้นมาเอาดื้อๆ เลยทำให้ผมถึงกับต้องล้มพับลงไปนั่งพับเพียบลงกับพื้นถนนร้อน ๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ทันที
ถึงแม้ว่าตอนนี้ขาของผมจะเจ็บเหมือนเหน็บกิน แต่ในใจของผมกลับไม่ได้นึกห่วงตัวเองเลยเพราะผมเป็ห่วงฟ้าครามมากกว่า
ผมคอยชะเง้อคอมองดูไปที่รถของฟ้าคราม เพราะผมอยากรู้ว่าเมื่อไหร่ฟ้าครามจะออกจากรถของเขาสักทีและสักพักผมก็เห็นฟ้าครามเปิดประตูรถของเขาออกมา พร้อมกับเอามือกุมหน้าผากของเขา เพราะเขาได้รับาเ็บริเวณศีรษะ
และมันก็มากพอที่จะทำให้ผมใมาก เพราะผมรู้ตัวว่าตัวเองเป็ต้นเหตุทำให้เขาได้รับาเ็ผมจึงพยายามที่จะลุกขึ้นเพื่อไปช่วยเขา
อึ๊บ! ฟุ๊บ! เฮ้อ!
แต่ผมกลับยังลุกไม่ได้อย่างที่ใจคิด เพราะผมรู้สึกปวดชาไปทั้งขาเลยและเมื่อผมลุกไม่ได้ ผมจึงตัดสินใจนั่งลงที่พื้นถนนร้อน ๆ เหมือนเดิม และใช้มือบีบนวดขาตัวเองเพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อต่อไปในขณะที่สายตาของผมก็ยังคอยมองดูฟ้าครามอยู่ตลอดเวลาด้วยความเป็ห่วง
และสักพักผมเห็นเขาเดินไปที่รถคันข้างหน้าจากนั้นผมก็เห็นฟ้าครามเปิดประตูรถออก และพยายามช่วยดึงมือของคนขับรถคันหน้าออกมาจากตัวรถ
จากนั้นผมก็เห็นฟ้าครามยกมือไหว้ขอโทษเขาแต่เ้าของรถคันนั้นกลับจ้องมองฟ้าครามด้วยแววตาที่หวานเชื่อม
ปิ๊ง!
จนผมสามารถบอกได้เลยว่า...เขาคนนั้นปิ๊งฟ้าครามเข้าซะแล้วและยังไม่พอแค่นั้น เพราะผมยังเห็นฟ้าครามพยายามประคองเขาขึ้นมานั่งบนไหล่ทางด้วยท่าทางห่วงใยจนผมนึกอิจฉาจากนั้นฟ้าครามก็ถามผู้ชายคนนั้นออกไปด้วยน้ำเสียงที่แสนอบอุ่นว่า
“คุณเป็อะไรหรือเปล่าครับ คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่าไปหาหมอไหมครับ เดี๋ยวผมพาไป”
“เอ่อ...ผม...ไม่เป็ไรมากหรอกครับ แค่มีรอยฟกช้ำตามแขนขานิดหน่อยครับแผลแค่นี้ไม่ต้องถึงมือหมอหรอกครับ ขอบคุณมากนะครับคุณ...”
“ผมฟ้าครามครับ แล้วคุณ...”
“ผมผู้กองไม้ครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณฟ้าคราม”
“ครับยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกันนะครับผู้กองไม้แต่ถึงยังไง...ผมก็ต้องขอโทษคุณอีกครั้งนะครับ ที่ทำให้คุณต้องเจ็บตัวและเสียเวลา”
“ครับ...เอ่อ! แต่ว่าคุณหัวแตกนี่ครับไปโรงพยาบาลกันไหมครับ เดี๋ยวผมจะไปส่ง”
“อ้อ...ไม่เป็ไรครับ ผมไม่เป็ไร เอ่อ...แล้วเื่รถของคุณเดี๋ยวผมจะส่งคนมาจัดการให้นะครับ ส่วนวันนี้ผมจะให้ลูกน้องไปส่งคุณก็แล้วกันเอ่อ...ส่วนค่าเสียหายคุณก็เรียกร้องมาได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมจะรีบจัดการให้ครับ”
“ขอบคุณมากครับ แต่...เอ่อ...ถ้ายังไงวันนี้ผมขอรบกวนคุณฟ้าครามไปส่งผมที่คอนโดหน่อยได้ไหมครับเพราะดูจากสภาพแล้ว...รถของผมคงจะลากกลับขึ้นมาไม่ได้ภายในวันนี้แน่นอนเลยครับ”
“อ้อ...ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นคุณนั่งรอผมอยู่ที่นี่สักครู่นะครับเดี๋ยวผมจะโทรตามให้คนที่บ้านเอารถมาเปลี่ยนให้ก่อน”
“ครับ”
ผมนั่งแอบมองและแอบฟังพวกเขาคุยกันอย่างนึกอิจฉาเพราะว่าวันนี้ทั้งวันฟ้าครามยังไม่เคยคุยดี ๆ กับผมดีแบบนี้เลย
ผมนั่งทุบขาตัวเองต่อไปอย่างเซ็ง ๆ และผมก็คอยจับสังเกตุท่าทางของผู้กองไม้คนนั้นไปด้วยว่าเขาจะหว่านเสน่ห์ใส่ฟ้าครามยังไงต่อไปแต่ที่แน่ ๆ ที่ผมรู้สึกได้ตอนนี้คือ...ผมมั่นใจมากว่า...นายผู้กองไม้คนนี้ต้องชอบฟ้าครามแน่ๆ เลย
ผมรู้สึกกระวนกระวายและไม่พอใจมากที่มีคนอื่นมาคอยจ้องมองฟ้าครามด้วยสายตาหวานเชื่อมขนาดนี้ต่อหน้าต่อตาของผมใจจริงแล้วผมอยากจะเข้าไปขัดจังหวะพวกเขามาก ๆ เลย ผมอยากเข้าไปขัดขวางทุกทางแต่ผมก็ทำไม่ได้อย่างที่คิด ผมจึงทำได้แค่นั่งทุบขาของผมต่อไปด้วยความเจ็บใจ ซึ่งตอนนี้ขาของผมก็เริ่มจะพุพองแล้วด้วยเนื่องจากว่าผมนั่งอยู่บนพื้นผิวของถนนร้อน ๆ นานเกินไป
แต่ในขณะที่ผมนั่งทุบขาตัวเองอยู่นั้น ฟ้าครามก็เดินกุมหน้าผากของเขาตรงเข้ามาหาผมก่อนที่เขาจะถามผมเสียงแข็งและคาดโทษ
“หมอเรียว? คุณจงใจขับรถชนรถของผมใช่ไหม?”
ฟ้าครามจ้องผมหน้าตึงบ่งบอกได้ดีว่าเขากำลังโมโหผมมาก
“เอ่อ!”
ผมใจนพูดไม่ออกเมื่อเจอคำถามชวนสะอึกของฟ้าครามและก็ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ทันผมแล้วด้วย ผมจึงคิดไม่ออกว่าจะตอบฟ้าครามว่ายังไงดีผมจึงทำได้แค่อ้ำอึ้ง และพยายามคิดหาคำตอบเพื่อเอาตัวรอด
“เอ่อ...คือ...คือว่า...ผม...ผม”
แต่ว่าสุดท้ายแล้วผมก็ตอบเขาไม่ได้อยู่ดีเพราะผมคิดไม่ออกเลยว่า จะแก้ตัวยังไงดี
“คือ…”
“คืออะไร? คุณ้าอะไรจากผม คุณขับรถชนรถของผมทำไมคุณขับรถตามผมมาทำไม? มีปัญหาอะไร?”
ฟ้าครามตวาดผมออกมาด้วยท่าทางที่ไม่พอใจจนผมถึงกับสะดุ้ง
เฮือก!!!
“คือว่า...ผมมีเื่สำคัญจะคุยกับคุณ ผมก็เลยขับรถตามคุณมา แต่ว่าผมขับเร็วไปหน่อยก็เลยเป็อย่างที่เห็นนี่แหละครับ ผมขอโทษนะครับที่ทำให้คุณต้องเจ็บตัวน่ะ ถ้างั้นเดี๋ยวผมจะทำแผลให้คุณเพื่อเป็การไถ่โทษก็แล้วกันนะครับ”
ผมกลั้นใจพูดกับฟ้าครามออกไปด้วยประโยคที่ยาวเหยียดด้วยหวังว่า เขาจะให้อภัยผม แต่มันกลับไม่ได้เป็อย่างที่ผมหวังเอาไว้เลยสักนิดเดียว
“ไม่ต้อง!!!”
เขาตวาดผมออกมาอีกครั้งและผมก็สะดุ้งตัวโยนอีกครั้งเหมือนกัน เพราะผมใ
เฮือก!!!
ผมนั่งตัวสั่นเทาอยู่บนพื้นผิวถนนร้อน ๆด้วยความปวดแสบปวดร้อน และด้วยความใเสียงของฟ้าครามก็พอกัน แต่ในขณะที่ผมนั่งตัวสั่นพับๆ อยู่นั้น ฟ้าครามก็ตวาดถามผมออกมาอีกครั้ง
“แล้วนี่เป็อะไร? ทำไมถึงต้องลงมานั่งพับเพียบบนถนนร้อน ๆแบบนี้ ตกลงว่าโง่หรือบ้ากันแน่? ห๊ะ?”
“คือ...คือว่า...ผม...ผมเป็ตะคริวครับ ผมก็เลยยังลุกไม่ได้ครับ”
ผมเอ่ยปากตอบฟ้าครามไปอย่างกล้า ๆ กลัว เพราะความใแต่ฟ้าครามยกยิ้มร้ายคล้ายไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูดก่อนที่เขาจะดูถูกผมด้วยวาจาตามมา
“หึ...นี่คงจะเป็แผนการอ่อยผู้ชายอีกกระบวนท่าของคุณสินะ เฮ้อ...ท่ายากซะด้วย”
เขาถอนหายใจพร้อมกับส่ายหน้าเหมือนรำคาญผมเต็มทนแต่ผมก็ยังกัดฟันทนบอกเขาไปอีกครั้งอย่างใจเย็น
“เปล่า...ไม่ใช่กระบวนท่าอ่อยผู้ชายอย่างที่คุณคิดหรอกแต่ว่าผมลุกไม่ได้จริง ๆ ครับ”
“เฮ้อ...”
ฟ้าครามถอนหายใจยาวและทำท่าทางหงุดหงิดใส่ผม แล้วเขาก็ย่อตัวลงยองๆ ก่อนที่เขาจะช้อนอุ้มผมขึ้น
พรึบ!
จากนั้นเขาก็โยนผมกลับเข้าไปในรถของผมเหมือนเดิมอย่างกับผมเป็แค่สิ่งของที่ไร้ค่าเพราะเขาไม่ปรานีร่างกายผมเลยสักนิด ก่อนที่เขาจะตะคอกผมออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ
“อ้าว...รีบสตาร์ทรถสิ แล้วก็รีบกลับบ้านไปซะ”
เขาข่มขู่ผมด้วยการใช้สายตาคมกริบคู่นั้นของเขา
“ครับ”
ผมตอบรับเขาไปเสียงเรียบเพราะผมไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาอีก ผมจึงรีบก้มหน้าก้มตาสตาร์ทรถของผมเพราะผมกลัวว่าผมจะทำให้เขาอารมณ์เสียอีก
ฟ้าครามยืนกุมศีรษะจ้องมองทุกการกระทำของผมซึ่งสายตาของเขามันสร้างความตื่นเต้นให้ผมมาก จนผมรู้สึกว่าตัวเองร้อนรนมากเป็พิเศษแต่ว่าอนิจจาหรือวาสนาก็ไม่ทราบ...ไม่ว่าผมจะพยายามสตาร์ทรถสักี่ครั้งมันก็สตาร์ทไม่ติดอีกแล้ว
แกร็ก แกร็ก แกร็ก กึก!!!
และแล้วรถของผมก็เกิดน๊อคไปเลยอย่างถาวร ผมค่อย ๆเงยหน้าขึ้นและหันกลับไปเหลือบมองฟ้าครามที่ยืนกุมศีรษะอยู่ข้างรถผม แล้วผมก็เห็นเขายกยิ้มเหมือนเยาะเย้ยผมอยู่ด้านนอกก่อนที่เขาจะกระชากเปิดประตูรถของผมออก แล้วเขาก็ก้มลงมาถามผมว่า
“ไง? แสดงว่ายังไม่หมดกระบวนท่าสินะครับหึ...รถเสียสตาร์ทไม่ติด ผมเคยเห็นแค่ในละครน้ำเน่าเท่านั้นแหละ แต่วันนี้ผมกลับได้เห็นของจริงด้วยตาตัวเองเลยหึ...มันไม่เลวเลยนะครับคุณหมอ?”
ฟ้าครามจ้องหน้าผมหน้าตึงอย่างกับเพิ่งจะทานรังผึ้งมาอย่างนั้นแหละแต่ผมก็เลือกที่จะไม่พูดความยาวสาวความยืดให้มากความแต่กลับเป็เขาเองที่ไม่ยอมจบง่าย ๆ
“ตกลงจะเอายังไง? จะให้ผมโทรบอกธารามารับไหม?”
เขาถามผมด้วยน้ำเสียงห้วน ๆฟังดูก็รู้ว่ารำคาญผมเต็มทน ผมจึงตอบเขาออกไปเบา ๆ
“เอ่อ...ไม่ ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวผมกลับแท๊กซี่ก็ได้ครับส่วนค่าเสียหายของคุณและของรถคันข้างหน้า ผมจะรับผิดชอบเองครับ”
ผมรีบก้มหน้าหงุดเพื่อหลบสายตาคมที่คอยจ้องจับผิดผมส่วนเขาก็หัวเราะหึ ๆ ผ่านลำคอออกมา ก่อนที่เขาจะขยับตัวถอยห่างออกไปจากตัวรถเหมือนเป็การหลีกทางให้ผม
ในที่สุดผมก็จำต้องค่อย ๆ ลุกออกจากรถของผมแต่ผมก็พยุงตัวเองไว้ได้ไม่นาน ผมก็ทรุดลงอีกครั้ง
ฟุ๊บ!
หมับ!
แต่ในจังหวะนั้น...ฟ้าครามก็ตวัดแขนมากอดเกี่ยวเอวของผมและช่วยรับน้ำหนักตัวของผมไว้จากนั้นเขาก็ช้อนอุ้มผมขึ้น และพาผมเดินไปที่รถอีกคันของเขาซึ่งดูเหมือนว่ารถคันนี้ลูกน้องของเขาเพิ่งจะเอามาส่งเมื่อสักครู่นี้เอง
ฟ้าครามโยนผมเข้าไปในเบาะหลังของรถคันดังกล่าวก่อนที่เขาจะรีบแทรกตัวเข้ามานั่งที่เบาะหลังข้าง ๆ กับผม ส่วนผู้กองไม้คนนั้น ผมเห็นจอนนี่พยุงเขาเข้ามานั่งในรถคันเดียวกันกับผมแต่ว่าเขานั่งอยู่ที่เบาะด้านหน้าคู่กับคนขับ แล้วจอนนี่ก็วิ่งอ้อมกลับไปนั่งประจำที่คนขับก่อนที่เขาจะหันกลับมาถามฟ้าครามเสียงเรียบ
“คุณฟ้าครามจะให้ผมไปส่งใครก่อนดีครับ?”
“ไปส่งคุณหมอก่อนก็แล้วกัน เพราะดูท่าทางแล้วเขาคงอยากจะรีบกลับไปโทรหาแฟนของเขา”
“ครับ”
ผมไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงอะไรกับฟ้าครามอีกถึงแม้ว่าผมจะไม่พอใจกับคำพูดของเขาอยู่มากก็ตาม และในขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่บนถนนด้วยความเร็วผมก็หันกลับมาก้มหน้านวดขาของผมต่อไป แล้วผมก็หันหน้าออกไปทางด้านนอกตัวรถอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งฟ้าครามเอ่ยถามผมออกมาเสียงเรียบนิ่ง
“บ้านแถวอยู่ไหน?”
“ขับตรงไปด้านหน้าอีกประมาณสิบกว่ากิโล พอถึงสี่แยกก็เลี้ยวขวาแล้วก็เลี้ยวขวาอีกสองครั้ง บ้านของผมรั้วสีเทาอยู่หัวมุม”
ผมตอบฟ้าครามกลับไปโดยที่ไม่หันไปมองหน้าของเขา และพอผมตอบคำถามของเขาเสร็จผมก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะผมคิดว่าฟ้าครามอาจจะไม่พอใจที่ผมขับรถชนรถของเขา
แต่ว่าผมกลับคิดผิด เพราะว่าอยู่ ๆ ฟ้าครามก็เอื้อมมือของเขามากุมมือของผมก่อนที่เขาจะยกมือของผมออกจากขา แล้วเขาก็ยกขาของผมขึ้นไปพาดไว้บนหน้าขาของเขา จากนั้นเขาก็ช่วยนวดขาให้กับผมแล้วเขาก็ถามผมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนน่าใจหายออกมา
“เจ็บมากหรือเปล่า?”
“นิดหน่อยครับ แต่ว่าคุณไม่ต้องนวดให้ผมหรอกครับ ผมทำเองได้”
ผมพยายามที่จะยกขาของผมลงจากตักของเขาแต่ว่าฟ้าครามกลับกำข้อเท้าของผมไว้แน่นและกดไว้ในแนบกับตักของเขาจนผมขยับไม่ได้แล้วเขาก็บอกผมว่า
“อยู่นิ่ง ๆ สิ รู้ตัวว่าเจ็บ แล้วจะขยับทำไม?”
“เอ่อ...แต่ว่า”
“อยู่เฉย ๆ แล้วก็เงียบได้แล้ว พูดมาก น่ารำคาญ”
“ครับ”
ฟ้าครามช่วยนวดขาให้ผมจนผมรู้สึกว่าผมดีขึ้นมากแล้วและก็เป็เวลาเดียวกันกับที่จอนนี่ขับรถเข้ามาจอดเทียบประตูหน้าบ้านของผมพอดี ผมจึงขยับตัวเพื่อเตรียมจะลงจากรถแต่ฟ้าครามก็คว้าข้อมือของผมเพื่อรั้งไว้ แล้วเขาจัดการช้อนอุ้มผมออกมาจากตัวรถและพาผมเดินเข้าไปส่งจนถึงภายในบ้าน โดยที่ผมกับเขาไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลย
พอฟ้าครามเข้ามาส่งผมถึงในบ้านเขาก็วางผมลงบนโซฟาห้องรับแขกอย่างเบามือ จากนั้นฟ้าครามก็คุยกับผมเื่รถ
“เื่รถของผมกับรถคู่กรณีของคุณคันที่อยู่ด้านหน้า ผมจะรับผิดชอบเองส่วนรถของคุณ ผมจะให้ลูกน้องเอาไปซ่อมให้ ถ้าเสร็จเมื่อไหร่ผมจะให้เขาเอามาส่งให้คุณที่บ้านก็แล้วกันผมขอตัวนะ”
“เอ่อ...เดี๋ยวก่อนสิฟ้าคราม?”
“มีอะไร?”
ฟ้าครามถามผมด้วนน้ำเสียงห้วน ๆ ตามสไตส์ของเขา
“เอ่อ...คุณหัวแตก ให้ผมช่วยทำแผลให้นะครับ”
“ผมไม่เป็ไร”
“แต่ว่าเืออกเยอะมากเลยนะครับ ขืนปล่อยไว้นาน ๆอาจจะทำให้ติดเชื้อได้นะครับ ให้ผมทำแผลให้ดีกว่านะครับนะครับ...ถือว่าเป็คำขอโทษจากผมก็ได้...นะครับ”
ดูเหมือนว่าคำพูดของผมครั้งนี้จะได้ผลเพราะฟ้าครามเดินกลับมานั่งลงบนโซฟาด้านข้างของผม แล้วเขาก็หันมาพูดกับผมเบา ๆ
“อืม...ทำก็...รีบทำสิ ผมจะได้รีบกลับ”
“ครับ...ถ้างั้นนั่งรอผมสักครู่นะครับเดี๋ยวผมขึ้นไปหยิบกล่องยาก่อนครับ”
“อืม”
ผมรีบวิ่งขึ้นบันไดไปหยิบกล่องยามาทำแผลให้กับฟ้าครามอย่างรวดเร็วและตลอดระยะเวลาของการทำแผล ผมก็เห็นว่าฟ้าครามเอาแต่จ้องหน้าของผมนิ่ง โดยไม่ละสายตาไปทางไหนเลยแต่ผมไม่ได้ทักท้วงอะไรเลย จนกระทั่งผมทำแผลให้เขาเสร็จ ผมก็บอกเขาไปว่า
“เสร็จแล้วครับ ยังเจ็บอยู่ไหมครับ?”
“ไม่เจ็บแล้ว...แต่ว่า...”
“แต่ว่าอะไรเหรอครับ?”
ฟ้าครามเอื้อมมือของเขาขึ้นมาประคองสองแก้มของผมและใช้นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยแก้มของผมไปมาเหมือนกับว่าเขาจำผมได้แล้ว ก่อนที่เขาจะถามผมออกมาด้วยสีหน้าสงสัย
“ทำไมผมถึงรู้สึกว่าผม...เคยเห็นคุณที่ไหนมาก่อนนะสรุปว่าเรา...เคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า?”
“คือ...ที่จริงเราเคย...”
ผมกำลังจะบอกความจริงกับฟ้าครามไปว่า...ความจริงแล้วเขาคือคนรักเก่าของผมเมื่อแปดปีที่แล้วแต่ผมก็ยังไม่ได้บอกเลย เพราะมีเสียงดังเกรี้ยวกราดของใครบางคนดังมาจากด้านนอกขัดจังหวะโรแมนติกของผมเสียก่อน
“ฟ้าคราม? นายทำอะไรหมอเรียว ห๊ะ?”
ผมกับฟ้าครามหันไปหลับไปมองหาที่มาของเ้าของเสียงด้วยความใแล้วผมก็เห็นธารายืนหน้าตึงกำหมัดแน่นอยู่ที่ห้องโถงของบ้านจากนั้นฟ้าครามก็รีบลุกขึ้น แล้วก็เดินเข้าไปหาธารา และพยายามอธิบายกับธาราด้วยท่าทางร้อนรน
“ธารา? ฉัน...ฉันเปล่านะ ฉันไม่ได้ทำอะไรแฟนนายเลยนะแต่บังเอิญว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเขานิดหน่อย ฉันก็เลยมาส่งเขา ก็แค่นั้นเอง”
“หึ...ฟ้าคราม? ฉันไม่เชื่อคำพูดง่าย ๆ ของนายหรอกนะ นายคิดจะแย่งทุกอย่างไปจากฉันหมดเลยใช่ไหม?แม้แต่คนรักของฉันอย่างหมอเรียวนายก็ไม่เว้นเลยให้ฉันบ้างเลยเหรอ? นายจะเอาของฉันไปหมดทุกอย่างเลยใช่ไหม?นายนี่มันชั่วจริง ๆ”
“ธารา? ไม่ใช่นะ นายกำลังเข้าใจฉันผิดนะ ฉันไม่ได้คิดจะแย่งอะไรจากนายเลยและฉันก็ไม่ได้คิดที่จะแย่งแฟนนายด้วย แต่ว่า...มันเป็อุบัติเหตุจริง ๆ นะ”
“หึ...อุบัติเหตุเหรอ?”
ผั๊วะ...ผั๊วะ...อึก...ฟุ๊บ...
ธาราต่อยหน้าของฟ้าครามไปสองครั้งติดต่อกันจนฟ้าครามเสียการทรงตัวและทรุดล้มลงไปกับพื้นและด้วยความใ ผมก็รีบวิ่งเข้าไปช่วยพยุงฟ้าครามขึ้นมากอดไว้ แล้วผมก็ถามฟ้าครามออกไปอย่างห่วงใย
“ฟ้าคราม...คุณไม่เป็ไรรึเปล่าครับ? เจ็บมากไหม?”
ฟ้าครามค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาจ้องหน้าของผมแล้วฟ้าครามก็ผลักผมออกจากเขาเหมือนผมเป็สิ่งที่น่ารังเกียจ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นและบอกผมด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ
“ไม่ต้อง”
ฟ้าครามค่อย ๆ เดินผ่านผมและธาราไปโดยไม่พูดอะไรอีกเลยแต่ฟ้าครามเดินผ่านธาราไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ฟ้าครามก็ทรุดลงและหมดสติไปเลย
ฟุ๊บ!!!
“ฟ้าคราม / คุณฟ้าคราม”
ทั้งผมและธาราต่างเรียกฟ้าครามออกมาพร้อมกันด้วยความใจากนั้นพวกเราก็รีบเข้าไปช่วยพยุงฟ้าครามขึ้นมาและธาราเองก็พยายามเขย่าเรียกสติพี่ชายของเขากลับมา
“ฟ้าคราม? นายเป็อะไรไปน่ะ ฟ้าคราม? ฟ้าคราม?นายอย่ามาเล่นตลกกับฉันนะ ฟ้าคราม?”
มีเพียงความเงียบที่สะท้อนกลับมาเพราะว่าฟ้าครามหมดสติไปแล้ว ซึ่งธาราดูใมากจนหน้าเริ่มถอดสี จากนั้นธาราก็แบกฟ้าครามขึ้นก่อนที่เขาจะพาฟ้าครามวิ่งออกจากบ้านของผมไป แล้วธาราก็พาฟ้าครามส่งที่รถ แล้วผมก็เห็นรถของฟ้าครามและธาราเคลื่อนออกจากบริเวณหน้าบ้านของผมไปด้วยความเร็ว
ผมก็รีบออกจากบ้านไป พร้อมกลับเข้าไปถอยรถอีกคันของผมที่ไม่ค่อยได้ใช้ออกมาแล้วผมก็รีบขับตามพวกเขาไปติด ๆ อย่างร้อนรน...
*****
sundog