บทที่ 4
“ข้าจะไปเอาน้ำอีกถังหนึ่ง...ครั้งนี้ก็อย่าเล็งดาบมาที่ข้านะคะ”
สาวใช้เติมน้ำเสร็จจึงหันกลับมา
อีอันไม่ได้มองตอบ เขายังคงหวนคิดถึงอดีตที่ผ่านมา ในความทรงจำ เขาเปลี่ยนจากคนธรรมดาที่กลัวแม้แต่แมลงสาบเป็นักเวทแห่งยุคมืดที่ไม่ลังเลขณะลงมือสังหาร
ถ้าเขาไม่ได้รักษาความสามารถและทักษะของตัวละครไว้ เขาคงหมดลมหายใจไปนานแล้ว
อยู่ ๆ อีอันก็ใคร่ครวญหาคำตอบ
ทำไมเลเวลกับสกิลถึงเท่าเดิม ่เวลา เควสต์ ไอเทม ทุกอย่างถูกรีเซ็ตใหม่ทั้งหมด
สมมติฐานที่เป็ไปได้มากที่สุดคือ ใครบางคนช่วยไม่ให้เขาตายอย่างอนาถ
ขอบคุณอะไรก็ตามที่พาเขาเข้ามาในโลกใบนี้ ‘แต่ถ้าให้แต้มมาเลยจะขอบคุณมากกว่า’
แต่ประเด็นสำคัญยังไม่เปลี่ยนไป
ประเด็นสำคัญคือ อีอัน โฮปเป็ไอ้กาก
ตอนนี้เขามีฝีมือที่ดีกว่าพวกคนชนบทนี้มาก ถึงแม้ว่าจะไม่มีอุปกรณ์พิเศษอะไรก็ฆ่าได้หมด
สรุปได้อย่างชัดเจนว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้เหมือนเมื่อก่อน
เพราะแบบนั้นเขาจึงทำได้แค่ซ่อนตัวอยู่ที่ชนบทแห่งนี้
ถึงอย่างไร เวลาก็ผ่านไปโดยไม่เกี่ยวอะไรกับเขาอยู่แล้ว
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
ถ้าเขาไม่เข้าไปก้าวก่าย เขาก็จะต้องไปยังเส้นทางที่คาดเดาไม่ได้มากขึ้น
เส้นทางที่ไม่สามารถหลุดพ้นจากที่แห่งนี้
ถ้าหยุด ก็คงถูกผลักดันให้ไปในเส้นทางนั้นและจบลงด้วยความตาย
โลกนี้ไม่เพียงแต่กว้างกว่าในเกมเท่านั้น
ศัตรูก็มีมากกว่าและแข็งแกร่งกว่า
มีหมู่บ้าน คน และสัตว์ประหลาดที่ไม่เคยเห็นในเกม ดังนั้น จึงไม่รู้ว่าจุดจบจะมาถึงเร็วกว่าเดิมหรือไม่
ไม่ ความจริงแล้วเขามั่นใจว่าไม่ใช่บทที่ 4 แต่เป็บทที่ 3 ถ้าเร็วหน่อย พอถึง่ครึ่งหลังของบทที่ 2 เขาคงจบเห่แล้ว
‘ชีวิตที่นี่มีวันหมด’
อีอันแค่นหัวเราะ
เลเวลของเขาไม่ได้เพิ่มขึ้นแม้แต่น้อยใน่ 1 ปีที่ผ่านมา
ค่าประสบการณ์ก็เพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์
แต่มันก็เป็เพียงค่าประสบการณ์ที่ได้รับเป็รางวัลจากการทำเควสต์สำเร็จ
อาจเป็เพราะศัตรูอ่อนแอเกินไปเมื่อเทียบกับเขา เหมือนกับคณะเฝ้าระวัง
แน่นอนว่าสถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายไปเสียหมด
‘เนื้อเื่น่ะช่างมันเถอะ’
เพราะมีโอกาสอีกครั้งที่จะเคลียร์เควสต์ที่ให้แต้มความสามารถและแต้มสกิลเพิ่มเติม รวมทั้งสามารถเปลี่ยนตัวเลือกที่ทำให้ทุกอย่างเลวร้ายถึงขีดสุดได้
แต้มที่เขาได้รับในอดีตไม่ได้หายไปด้วยซ้ำ
‘บทที่ 1 ที่ไม่ได้ทำใน่แรกให้แต้มมาทั้งหมด 3 แต้ม... ถือว่าไม่แย่’
ดูเหมือนว่าการสร้างนักเวทที่ดีที่สุดด้วยการฟาร์มไปเรื่อย ๆ จะเป็ไปไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ยังพอมีหวังถ้าจะสร้างให้ถึงระดับที่พอจะเอาชนะได้
ดังนั้น การรักษาความความสามารถที่ต่างกันระดับนี้ไว้จนถึงบทสุดท้ายน่าจะดีที่สุด
‘โลกนี้ช่าง...’
อีอันมองไปที่เท้าในอ่างอาบน้ำที่ไม่มีน้ำหลงเหลือแล้ว พูดให้ถูกก็คือมองข้อเท้าที่บวม
‘…คงไม่มีทางจะเป็อย่างที่เรา้าสินะ’
เป็เพราะขวานที่หัวหน้าเผ่าโคโบลด์ปาใส่ ด้วยสกิลป้องกันที่ได้จากตอนโดนรุม ขวานจึงเฉียดแก้มของเขาไป แต่ข้อเท้าก็พลิกเพราะความใ เนื่องจากเขาไม่เคยเจอหัวหน้าเผ่าโคบอลต์โจมตีแบบนี้มาก่อน
“รูปแบบการโจมตีที่ไม่เคยเห็นอะไรล่ะ...”
อีอันพูดพลางหัวเราะเยาะ
แม้ว่าจะเจอเื่ราวมากมายแต่ก็ยังคิดแบบสบายใจได้อีกเหรอเนี่ย โชคดีที่ได้เรียนรู้บทเรียนที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้จากข้อเท้าพลิกเพียงเท่านั้น
เป็เพราะค่าพลังกายสูง เจ็บแค่นี้คืนเดียวก็หายดี
แกร๊ก
จากนั้นประตูก็เปิดออกช้า ๆ อย่างระมัดระวัง
"ข้าไม่ได้ถือดาบ” พออีอันพูดแบบนั้น สาวใช้ก็เข้ามาข้างใน
ครั้งนี้เธอถือถังน้ำเดือดปุด ๆ ไว้ในมือ น้ำนั่นคงต้มเราจนสุก
“ข้าขอโทษที่มาช้าค่ะ ท่านผู้กล้า” สาวใช้ก้มหัวลง
"ไม่ใช่ผู้กล้า แต่เป็ทหารรับจ้าง"
“ท่านช่วยให้หมู่บ้านนี้รอดตาย”
พอลองคิดดู หญิงคนนี้ก็ไม่ได้พูดผิดอะไร สุดท้ายหมู่บ้านแห่งนี้ก็ถูกกำหนดให้ถูกเผาทั้งเป็
"ใส่น้ำลงมาเถอะ อย่ามัวแต่พูดเพ้อเจ้อ” อีอันเดาะลิ้นและพยักเพยิด
สาวใช้ยกถังน้ำที่เพิ่งวางลงไปขึ้นมา
“…ถ้าร้อนเกินไปก็บอกนะคะ”
สาวใช้เทน้ำช้า ๆ แม้จะหันหน้าไปทางด้านข้าง แต่ก็แอบชำเลืองมองเขา
พอมองใกล้ ๆ ก็เห็นว่าแก้มของหล่อนแดงก่ำ
อ้อ เป็เพราะร่างกายที่เปลือยเปล่าของเราสินะ ในที่สุดอีอันก็รู้ตัว
เผลอแป๊บเดียว เขาก็เริ่มชินกับยุคมืดซะแล้ว "อย่าจินตนาการไร้สาระ”
“ค…คะ? ข้าจินตนาการอะไร?”
ไหล่สั่นของหญิงสาวด้วยความโกรธ
อีอันพูดเสริมอย่างนิ่งเฉย "อย่างที่บอก อย่าจินตนาการไร้สาระ”
ตามมาตรฐานของโลกนี้จะถือว่าหล่อนเป็ผู้ใหญ่ แต่ผู้หญิงที่มีกระมากมายคนนี้ในสายตาของเขานั้นยังเด็กเกินไป 15 มากสุดก็น่าจะอายุ 16 ได้มั้ง
การมีความรู้สึกกับเด็กผู้หญิงแบบนี้มากกว่าความเอ็นดูในฐานะพ่อแม่ถือเป็อาชญากรรม
“…ข้ายังไม่ได้คิดอะไรเลยนะคะ”
โกหกยังไม่เป็เลย
อืม คงเจอแต่พวกฟันผุที่มีกลิ่นเหล้า พอเห็นร่างกายแบบนี้คงจะประหลาดใจสินะ
เขามองลงไปที่ร่างกายของเขา
เพราะค่าความแข็งแกร่งและค่าพลังกาย แม้ว่าเขาจะเป็นักเวท แต่เขาก็มีกล้ามเนื้อที่ดูดี
อยู่ที่นี่ก็ได้มีซิกซ์แพคที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิตจริง กล้ามชัดเจนเหมือนช็อคโกแล็ตแท่ง
ค่าสติปัญญาและค่าจิตก็เช่นเดียวกัน
เขาตระหนักได้ว่าตนเองคิดได้หลายหลากด้านและรวดเร็วกว่าเมื่อก่อนมาก
เื่ส่วนใหญ่ไม่ทำให้จิตใจของเขาหวั่นไหวหรือแตกหัก ค่าความสามารถระดับไอ้กากกลับทำได้ขนาดนี้
ถ้าได้ค่าความสามารถตามที่ควรจะเป็ คงได้เป็ระดับเทพ
“พอได้แล้ว น้ำจะล้นแล้ว”
ในที่สุดอีอันก็ยกมือขึ้น
สาวใช้ซึ่งดูเหมือนว่าจะเทน้ำอีกถังหนึ่งที่วางอยู่ก็ลุกขึ้นอย่างเสียดาย
“ให้ต้มน้ำอีกดีไหมคะ” เธอถามค่อย ๆ
“พอแล้ว ไปเตรียมอาหารไป ข้าจะออกไปภายในหนึ่งชั่วโมง”
“มีอะไรอีกไหมคะ...?”
จะให้มีอะไรอีกล่ะ “ไม่มี ออกไป”
เมื่อได้ยินคำสั่งที่เด็ดขาด สาวใช้ก็กัดริมฝีปากและหันหลังออกไป
สุดท้ายก็ยังไม่วายที่จะทิ้งสายตาท้าทายแปลก ๆ ไว้จนได้
“พิลึก...”
อีอันฝืนยิ้มขณะที่เสียงของคนขี้เมาเอะอะโวยวายกลับมาเข้าหูอีกครั้ง
หากบอกให้สาวใช้พูดอะไรเรื่อยเปื่อย อาจจะดีกว่าเสียงดังวุ่นวายเช่นนี้
อีอันแช่ตัวในอ่างอาบน้ำและหลับตาลง ขณะเปิดใช้งานสกิลตั้งสมาธิเลเวล 3
เ้าพลังนี่เป็สกิลเกี่ยวกับการมองเห็นที่ต้องอัปเกรดขึ้นั้แ่เลเวล 1
***
วันต่อมา
อีอันพาเ้าของโรงเตี๊ยมและเยาวชนบางคนในหมู่บ้านกลับมายังที่ซ่องสุมของโคบอลด์อีกครั้ง
พวกเขาเดินทางด้วยเกวียนคันเดียว
“เละไปหมด... ใช้น้ำมันจุดไฟเผาด้วยเหรอ”
ที่ซ่องสุมยังดูน่าสยดสยองเหมือนเมื่อคืน
เต็มไปด้วยศพไหม้เกรียมและกองเถ้าถ่าน
รั้วไม้และกระท่อมปรักหักพังไหม้เกรียม
"นี่มันกี่ตัวกันเนี่ย? คิดจะสร้างประเทศหรือไง”
"แต่ท่านเ้าเมืองคงไม่สนใจหรอก มัวแต่ยุ่งอยู่กับการเตรียมพร้อมสำหรับา"
"ถุ๊ย! ไม่ว่าจะเป็เ้าเมืองหรือคณะเฝ้าระวัง คิดไปคิดมาก็สบายใจ ตาย ๆ ไปซะ ไอ้พวกโจร"
"อย่าถ่มน้ำลายใส่ศพ เหยียบเลย”
เสียงเอะอะของชายฉกรรจ์จากหมู่บ้านเบาลง อีอันจึงมองกลับไปทางพวกเขา
อาจเป็เพราะได้เห็นว่าเขาทำอะไรไว้บ้าง ชายเ่าั้จึงมองเขาอย่างเกรงขามระคนเกรงกลัว
“อย่างที่บอก สิ่งที่พวกเ้าต้องทำง่ายดายมาก” อีอันพูดต่ออย่างใจเย็น “ค้นทุกซอกทุกมุม เก็บทุกอย่างที่มีประโยชน์มา”