สนามประลองของโคลอสเซียมมีขนาดใหญ่พอๆกับสนามฟุตบอลหนึ่งสนามครึ่ง ทำให้มีพื้นที่ในการต่อสู้ได้อย่างเต็มกำลัง
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงไลท์ก็เห็นหลายคนที่พอจะมีความสามารถอยู่บ้างแต่ก็ยังไม่สามารถเทียบชั้นกับลูกทีมของเขาได้สักคน
‘ หรือว่าพวกเก่งๆจะมาตอนท้ายๆกัน? ไม่ก็พวกที่สามารถเก็บซ่อนออร่าได้ ’ ไลท์ครุ่นคิด เนื่องจากไลท์ชอบวัดความแข็งแกร่งโดยการมองออร่าที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างกาย แต่ก็ยังมีคนที่สามารถเก็บซ่อนออร่าได้อยู่เหมือนกัน อาทิเช่นเฟลิกซ์
‘ คิดไปก็ปวดหัวรอดูมันเลยดีกว่า ’ ไลท์ส่ายหน้าเบาๆ
‘ งั้นเราหามือปืนจากคนเหล่านี้ได้ไหมนะ ’
ลูกทีมของเขายังขาดตำแหน่งมือปืนอยู่เพราะงั้นไลท์จึงลองหาคนที่สามารถต่อสู้ด้วยปืน แม้ว่าจะมีบางคนที่สามารถต่อสู้โดยระยะไกลได้แต่มันก็เทียบไม่ได้กับการซุ่มยิง ซึ่งยังสามารถบอกสถานการณ์โดยรวมให้กับทีมของเขาได้อีกด้วยซึ่งมันมีประโยชน์มากกว่า
หลายคนผ่านไปพวกเขาก็ยังคงใช้อาวุธในระยะใกล้แม้จะมีบางคนที่สามารถโจมตีระยะไกลได้แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ไลท์้า
จนกระทั้งผ่านไปอีกสองชั่วโมง
ไลท์กำลังจะกลับแต่จู่ๆเขาก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปลายๆสวมชุดคลุมสีดำสะพายปืนไรเฟิลไว้ด้วยหลัง
ดวงตาของไลท์เปร่งประกายขึ้นมาจากนั้นเขาก็ตั้งใจดูชายหนุ่มคนนั้นทันที
งานประลองนี้อาจจะดูกับงานประลองธรรมดาแต่ความจริงแล้วมันเป็งานประลองที่อันตรายมากเพราะสามารถฆ่ากันได้และอาวุธทุกชนิดก็สามารถใช้บนสนามได้แม้กระทั้งพิษก็ใช้ได้
บนสนามประลอง
ชายหนุ่มที่สะพายปืนไรเฟิลไว้ด้านหลังหยิบปืนออกมา คู่ต่อสู้ของเขาเป็นักสู้ระดับBคนหนึ่ง
ชายหนุ่มโชว์ลีลาหลบการโจมตีของคู่ต่อสู้อย่างต่อเนื่องจนกระทั้งเขาใช้สันปืนแทนอาวุธฟาดลงไปที่ท้ายทอยของคู่ต่อสู้จนสลบ
ไลท์เสียดายที่อดเห็นฝีมือการยิงปืนของชายคนนี้
“ เห็นทีคงต้องลองไปหาด้วยตัวเอง ” ไลท์ยิ้มขึ้นก่อนที่จะหันไปพูดกับเวสครูสว่าเขาจะกลับแล้ว
หลังจากที่เดินออกมาไลท์ได้ใช้จิตััในการล็อคตัวของชายหนุ่มที่สะพายปืนเอาไว้แล้ว
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงชายหนุ่มก็เดินออกมาจากโคลอสเซียมก่อนที่จะเดินไปตามท้องถนนและไปหยุดอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ไลท์เดินตามเข้าไปก่อนที่จะเดินไปหาชายหนุ่มทันที
“ ขอนั่งด้วยคนได้ไหม? ” ไลท์พูดขึ้น
ชายหนุ่มเงยหน้ามามองไลท์ก่อนที่จะหันไปมองรอบๆก่อนที่คิ้วของเขาจะกระตุก เพราะรอบๆยังมีโต๊ะว่างหลายที่แต่เ้าหมอนี้ดันจะมานั่งกับเขาเนี้ยนะ
“ เห้ยพวกฉันไม่ใช่คนแบบนั้นนะ ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
ไลท์ที่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะก่อนที่จะนั่งลงแบบไม่เกรงใจ
“ ฉันเองก็ไม่ใช่คนแบบนั้นที่ฉันมาหานายก็เพราะฉัน้าถามอะไรนายสักหน่อย ” ไลท์พูดขึ้น
“ นาย้าอะไร? ” ชายหนุ่มหรี่ตามองไลท์
“ ฉันขอแนะนำตัวก่อน ฉันชื่อไลท์เป็นักผจญภัย ” ไลท์แนะนำตัว
“ ฉันคอลรุย ” คอลรุยแนะนำตัวแบบง่าย
“ นายใช้ปืนไรเฟิลเป็หรอ? ” ไลท์ถามขึ้น
“ แล้วนายคิดว่าใครมันจะแบกปืนไปมาถ้าหากใช้ไม่เป็? ” คอลรุยเย้ยหยัย
“ ก็จริงของนาย แล้วอัตราความแม่นล่ะ นายยิงได้ไกลสุดเท่าไหร่? ” ไลท์ถาม
“ นายคงไม่ได้สนใจดึงฉันเข้าร่วมกลุ่มนักผจญภัยของนายหรอกนะ ” คอลรุยถามอย่างรู้ทัน
“ ปิ๊งป่อง นายเดาถูก ” ไลท์หัวเราะ
“ ฉันขอปฏิเสธ ” คอลรุยตอบทันควัน
“ ทำไมล่ะ? ” ไลท์สงสัย
“ เพราะฉัน้าเข้าร่วมกลุ่มนักผจญภัยที่แข็งแกร่งเท่านั้น ” คอลรุยตอบ
“ แล้วนายรู้ได้อย่างไงว่าฉันไม่แข็งแกร่ง? ” ไลท์หัวเราะ
“ ไม่รู้สิ…ความรู้สึกล่ะมั้ง นายเองก็เป็เพียงแค่นักผจญภัยระดับต่ำใช่ไหมล่ะ ” คอลรุยพูด
“ นั้นสินะ อาจจะเป็อย่างนั้นก็ได้ ” ไลท์ยิ้ม
“ เห็นไหมล่ะเพราะงั้นแล้วฉันจึงปฏิเสธนาย ” คอลรุยตอบ
“ แล้วแบบไหนที่เรียกว่าแข็งแกร่งสำหรับนาย? ” ไลท์ถามขึ้น
“ อย่างน้อยก็ต้องมีระดับAอยู่ในกลุ่มนักผจญภัย ” คอลรุยคิดและตอบออกมา
“ แล้วฝีมือของนายล่ะ? ถ้าหากนาย้าเข้าร่วมกลุ่มที่แข็งแกร่งฝีมือของนายก็ต้องแข็งแกร่งด้วยใช่ไหมล่ะ? ” ไลท์ถาม
“ แน่นอนสิไม่งั้นฉันจะมีหน้าไปขอเข้าร่วมกลุ่มได้อย่างไง? ” คอลรุยตอบ
“ งั้นฉันก็หวังว่านายจะติดอันดับหนึ่งในสิบของการแข่งขันแล้วกัน ” ไลท์ลุกขึ้นและเดินไปทันที
“ นายคอยดูแล้วกัน ” คอลรุยแสยะยิ้มอย่างเ็า
หลายวันผ่านไป
ไลท์ที่นั่งกินกาแฟอยู่เขาเครื่องมือสื่อสารของเขาก็สั่น
“ ว่าไงเดซี่? ” ไลท์ถาม
“ อาจารย์พวกเราผ่านการคัดเลือกทั้งหมดแล้ว ” เดซี่พูดขึ้นอย่างสบายๆ สำหรับพวกเธอแล้วแค่นี้นับว่าเป็แค่การออกกำลังกายเบาๆเท่านั้น
“ เข้าใจแล้ววันจริงก็เต็มที่หน่อยแล้วกัน ระวังพวกเื่อาวุธลับและยาพิษด้วย ” ไลท์เตือน
“ เข้าใจแล้วอาจารย์…จริงสิเ้าหมอนั้นที่อาจารย์บอกให้คอยดู ดูเหมือนจะผ่านการคัดเลือกเหมือนกัน ” เดซี่พูดขึ้น สำหรับเ้าหมอนั้นก็คือคอลรุยที่ไลท์ฝากให้พวกเธอตรวจสอบดูเพราะไลท์บอกว่าเขาอาจจะรับหมอนั้นมาเป็สมาชิกกลุ่มคนต่อไป
“ แล้วฝีมือของเ้าหมอนั้นเป็ไงบ้าง? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ก็นับว่าพอมีฝีมือบ้างสำหรับพวกระดับB+ล่ะนะ ” เดซี่ตอบ B+สำหรับเธอคือเก่งกว่าระดับBมากแต่ก็ไม่เท่ากับระดับA
“ เข้าใจแล้ว ” ไลท์ตอบก่อนที่จะวางสายไป
คนที่จะผ่านเข้าไปยังวันจริงได้มีเพียงหนึ่งร้อยยี่สิบแปดคน และวันจริงจะแข่งสามวันเหมือนกัน ซึ่งวันแรกจะคัดเหลือสามสิบสองคน วันที่สองคัดเหลือแปดคน ส่วนวันสุดท้ายจะหาแชมป์เปี้ยน
“ หวังว่าวันงานจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังล่ะคอลรุย ” ไลท์พึมพำเบาๆ
ตอนนี้ยิ่งใกล้กับวันงานเทศการปะลองฝีมือ ผู้คนภายในเมืองก็ยิ่งมากขึ้นกว่าเดิมมาก ตามท้องถนนจะเห็นทหารของเมืองยูซ่าเดินตรวจตราทำให้การเกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทน้อยมาก
ในขณะที่ไลท์กำลังดื่มกาแฟเขาก็สังเกตเห็นคนที่คุ้นเคยเป็เบเรียลที่เดินคู่กับยูเทีย
“ ดูเหมือนว่างานประลองนี้จะทำให้ผู้คนรอบๆสนใจกันมาก ” ไลท์พึมพำ เพราะแม้แต่เมืองทะเลสาบที่ต้องใช้เวลาเดินทางกว่าครึ่งเดือนก็ยังมาร่วมงานนี้ เพียงแต่ไลท์ไม่รู้ว่าสองคนนี้มาแข่งขันหรือดูเฉยๆ
ความจริงแล้วที่เบเรียลมาที่นี้ก็เพราะ้ารับสมัครคนจากภายในงานแห่งนี้ เพราะคนที่มาสมัครเข้าร่วมงานประลองส่วนใหญ่อยู่ในระดับBขึ้นไป ซึ่งส่วนมากก็เป็จอมเวทย์ที่มีกิลด์สังกัดไม่ก็นักผจญภัย แต่ก็ยังมีพวกนักสู้นิรนามที่เพิ่งปรากฏตัวและอยากโชว์ความแข็งแกร่งให้เข้าตาของระดับสูงเพื่อที่จะคัดเลือกไปอยู่กับพวกเขา
คนที่สมัครงานประลองมีไม่ต่ำกว่าหลักหมื่น เพราะฉะนั้นบางทีพวกเธออาจะรับสมัครระดับBหลายคนก็ได้ ไม่ใช่แค่เมืองทะเลสาบเท่านั้น เมืองอื่นๆที่อยู่ไม่ไกลก็ยังใช้วิธีการแบบเดียวกัน ทำให้เวลามีงานประลองทีไรเ้าเมืองต่างๆก็พาผู้ติดตามมาที่งานเพื่อดูว่ามีใครเหมาะที่จะรับสมัครมาหรือไม่
หลังจากที่ไลท์ออกจากร้านกาแฟไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงต่อสู้ดังขึ้น
“ คนเยอะขนาดนี้ยังจะมาสู้กันอีกถ้าหากโดนคนธรรมดาจะเป็อย่างไงกัน? ” ไลท์ส่ายหน้าพลางถอนหายใจ จากนั้นเขาก็ใช้จิตััไปตรวจสอบดู ทันใดนั้นคิ้วของไลท์ก็กระตุกขึ้น
“ เหอะๆเป็เ้าพวกนั้นเองหรอ ” ไลท์ยิ้มแห้งๆเพราะคนที่ต่อสู้คือพวกเดซี่นั่นเอง
เมื่อสิบนาทีก่อน
เดซี่และเวโรนิก้าที่กำลังเดินซื้อของกันอยู่ พวกเธอก็ดันมาเจอกับโจทย์เก่าอย่างสเวน
สเวนที่เห็นเดซี่และเวโรนิก้า แววตาของเขาก็เปร่งประกายก่อนที่จะะโให้คนของมันล้อมเดซี่และเวโรนิก้าเอาไว้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้คนแถวนั้นพากันถอยห่างและดูสถานการณ์ด้านข้างทันที
“ ในที่สุดฉันก็เจอพวกแกสักที! ” สเวนพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
เดซี่และเวโรนิก้าที่ถูกคนล้อมตอนแรกก็ใแต่เมื่อพวกเธอเห็นสเวนพวกเธอก็เข้าใจได้ทันที
“ ที่แท้ก็พวกขี้โวยวายนี้เอง วันนี้ไปฟ้องพ่อแม่มาแล้วหรอ? ” เดซี่พูดเหน็บแนม
“ แกนะแก!! ” สเวนกัดฟันโกรธจากนั้นก็พูดต่อว่า “ วันนี้ฉันจะทำให้พวกแกต้องชดใช้กับเื่ในวันนั้น ”
“ น้ำหน้าอย่างแก? ” เดซี่หัวเราะเยาะ
สเวนไม่รอช้าหยิบเครื่องมือสื่อสารโทรหาสโคลเฟียสทันทีไม่นานก็วางสายไป
“ อย่าให้พวกมันหนีไปไหนได้ ” สเวนออกคำสั่ง ลูกน้องของสเวนก็ตอบรับทันที
“ ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ฉันไม่หนีไปไหนหรอก ” เวโรนิก้าที่เงียบอยู่ตลอดก็พูดขึ้นก่อนที่จะหยิบเก้าอี้ออกมาสองตัวให้เดซี่อีกตัวและนั่งลงทันที
สเวนที่เห็นดังนั้นก็ยิ่งกำหมัดแน่น
ส่วนคนที่มุงดูอยู่ก็พากันอึ้งเพราะพวกเธอเห็นหญิงสาวสองคนนั่งเก้าอี้รอโดยที่ไม่ได้เกรงกลัวแม้แต่น้อย
ไม่นานคนกลุ่มใหญ่ก็เดินเข้ามา
“ พี่มาแล้ว ” สเวนหันไปมองก็พบว่าเป็ชายอายุประมาณสามสิบนิดๆใบหน้าคล้ายกับสเวน รูปร่างสูงใหญ่
“ เมื่อไหร่แกจะแข็งแกร่งสักทีฉันจะได้ไม่ต้องตามคอยเช็ดก้นให้แก? ” สโคลเฟียสมองไปยังสเวนพลางถอนหายใจ
“ นี้ฉันก็ขยันฝึกฝนแล้วไง ” สเวนยิ้มแห้งๆ
“ สองคนนี้ใช่ไหมที่ทำร้ายนาย? ” สโคลเฟียสมองไปยังเดซี่และเวโรนิก้าด้วยแววตาเ็า
“ ใช่แล้วพี่ แต่พี่ต้องระวังตัวด้วยเพราะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้กลัวพี่เลยด้วยซ้ำ ” สเวนพูด
สโคลเฟียสมองดูก็พบว่าผู้หญิงด้านหน้าไม่ได้หวาดกลัวแถมยังดื่มน้ำรออย่างสบายใจอีกด้วย
“ ฉันจะให้โอกาสพวกเธอมาคุกเข่าขอโทษน้องชายของฉันซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้พวกเธอต้องเสียใจ!! ” สโคลเฟียสพูดอย่างเ็า
“ อื้ม..งั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกทั้งหมดคุกเข่าขอร้องฉันซะไม่งั้นฉันจะทำให้พวกแกต้องเสียใจ” เดซี่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มแถมยังเป็คำพูดแบบเดียวกับสโคลเฟียสอีกด้วย
“ ดูเหมือนว่าต้องให้ลงไม้ลงมือสินะ ” สโคลเฟียสหรี่ตาพร้อมกับโบกมือ
ทันใดนั้นลูกน้องของสโคลเฟียสก็พากันวิ่งใส่พวกเดซี่
ทันใดนั้นก็มีอะไรบางอย่างพุ่งผ่านก่อนที่จะเป็ลูกน้องของสโคลเฟียสล้มลงนอนกับพื้นพร้อมกับกรีดร้องออกมา
“ เกิดอะไรขึ้น! ” สโคลเฟียสใ
ทันใดนั้นลูกน้องของมันก็ล้มลงไปนอนกับพื้นอีกครั้ง ครั้งนี้มันรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
“ มีคนซุ่มยิงรีบจัดการเร็วเข้า ” สโคลเฟียสะโ
จากนั้นก็ะุปืนพุ่งผ่านไปอีกหลายนัด ทุกนัดยิงเข้าเป้าอย่างแม่นยำ
เดซี่และเวโรนิก้ามองหน้ากันก่อนที่จะหันไปมองยังทิศทางหนึ่งพร้อมกัน
บนดาดฟ้าของตึกหนึ่ง
คอลรุยนอนอยู่พร้อมกับเล็งปืนมาทางสโคลเฟียส
ชั่วพริบตาเดียวคอลรุยก็รู้สึกคล้ายกับมีคนมองมาทางเขา เขาจึงหันลำกล้องไปทางสองสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ จากนั้นดวงตาของเขาก็ต้องสั่นไหว เพราะเขาเห็นสองสาวมองมาทางเขาจริงๆและยังยิ้มให้กับเขาด้วย
“ บ้าน่านี้มันห่างออกไปกว่าหนึ่งกิโลเมตรเลยนะ ” คอลรุยกลืนน้ำลาย
“ เป็การยิงปืนที่ไม่เลวเลย ” น้ำเสียงเฉยเมยดังขึ้นที่ด้านข้างของคอลรุย
คอลรุยตัวสั่นก่อนที่จะหันไปมองก็พบว่าเป็ไลท์ที่นั่งอยู่ข้างๆเขา
“ นายมาได้ไง!! ” คอลรุยใถ้าหากไลท์เป็นักฆ่าละก็ป่านี้เขาคงตายไปแล้ว เพราะเขาไม่รู้สึกอะไรได้เลยถ้าหากไลท์ไม่พูดละก็เขาก็ยังไม่รู้ว่าไลท์อยู่ข้างๆเขา
“ ฉันก็บินขึ้นมาน่ะสิ ” ไลท์หัวเราะ
“ บินขึ้นมา?! ” คอลรุยใยิ่งกว่าเก่า
“ เอาน่าอย่าไปคิดมาก นายโชว์ฝีมือการยิงปืนของนายให้ฉันเห็นแล้วฉันยิ่งอยากให้นายเข้ากลุ่มของฉันจริงๆ ” ไลท์ยิ้มๆ
“ คำตอบของฉันก็ยังเหมือนเดิม ” คอลรุยตอบ แม้ว่าตอนนี้เขารู้สึกว่าไลท์อาจจะแข็งแกร่งกว่าที่เขาคิดไว้ก็ได้เพราะการที่เข้ามาด้านหลังโดยที่เขาไม่รู้ตัวได้แสดงว่าต้องไม่ใช่คนธรรมดา
“ งั้นหรอ งั้นฉันหวังว่าหลังจากที่จบงานประลองนายก็อย่าเปลื่ยนใจแล้วกัน ” ไลท์ยิ้มก่อนที่จะลุกขึ้นยืนและหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
“ เชี่ย!! ” คอลรุยใเพราะเขาไม่สามารถมองการเคลื่อนไหวของไลท์ทัน
“ หรือว่าฉันคิดผิดกันเ้าหมอนั้นอาจจะแข็งแกร่งก็ได้ ” คอลรุยส่ายหน้าสลัดความคิดสับสนทิ้งจากนั้นเขาก็เล็งปืนไปยังสถานที่พวกเดซี่อยู่ แต่เมื่อเขาดูก็ต้องอ้าปากค้างเพราะตอนนี้เดซี่และเวโรนิก้าไม่ได้อยู่ที่นั้นแล้ว แต่บนพื้นมีกลุ่มที่หาเื่เธอนอนโอดครวญอยู่
“ เกิดบ้าอะไรขึ้นว่ะเนี้ย ”คอลรุยสับสน ไม่นานเขาก็ลุกขึ้นยืนและนำปืนเก็บเข้าไปในกล่องและเดินลงตึกไป
พริบตาเดียวก็ถึงวันแข่งงานประลองอย่างเป็ทางการ
เวลานี้ตามท้องถนนเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่พากันมุ่งหน้าไปยังโคลอสเซียม
ที่ทางเข้าของโคลอสเซียมเนื่องแน่นไปด้วยผู้คนมหาศาล ซึ่งอาจจะมากกว่าสามแสนคนเลยทีเดียว