Level Up !
Level Up !
Level Up !
“ ม..หมายความว่ายังไงอัพเลเวล !? ” มีตัวอักษรขึ้นอยู่ที่หน้าจอเครื่องบันทึกเงินสด ทำให้โซมะรู้สึกประหลาดใจว่ามันคืออะไร เขาลองััหน้าจอดูอีกครั้งแล้วมีตัวหนังสือเด้งขึ้นมา
[ ยินดีด้วยร้านของคุณมียอดขาย 1 ล้านเยนเป็ครั้งแรก ปลดล็อคระบบลูกค้าขาประจำ ]
[ ยินดีด้วยร้านของคุณมีผู้ใช้บริการ 100 คน/วัน ปลดล็อคระบบลูกค้าขาจร ]
[ ร้านของคุณเพิ่มระดับต่อเนื่องเป็ครั้งแรก ปลดล็อคระบบรีเซ็ตออโต้ ]
เขาใเล็กหน่อยกับสถานการณ์ตอนนี้ระบบพวกนี้เหมือนกับในเกมที่เขาเคยเล่นมาก่อน หลังจากนั้นก็มีไอคอนโผล่ขึ้นมาเพิ่ม 3 แบบ ลูกค้าขาประจำจะมีไอคอนรูปคนสามคน ลูกค้าขาจรจะมีไอคอนรูปคนหนึ่งคน และรีเซ็ตจะมีไอคอนหัวลูกศรวงกลม
โซมะลังเลเล็กน้อยและกดเข้าไปที่ไอคอนรูปลูกค้าขาประจำ มันมีหน้าต่างเด้งขึ้นมาและมีรายชื่อรูปภาพของลูกค้าคนเหล่านี้คือคนที่เคยเข้ามาใช้บริการของร้านเขามาก่อน หลังจากนั้นมีปุ่ม ! เด้งขึ้นมาโซมะไม่รอช้าที่จะกดมันเข้าไปทันที มันคือคำอธิบายของระบบนี้
[ ระบบลูกค้าขาประจำ = สามารถเลือกลูกค้าให้เป็ขาประจำได้ลูกค้าคนไหนที่ถูกรับเลือกให้เป็ขาประจำ ลูกค้าคนนั้นจะสามารถมองเห็นร้านของคุณและเข้ามาใช้บริการได้ในกรณีร้านของคุณเทเลพอร์ตไปที่อื่น 0/10 ]
“ ม..หมายความว่ายังไงเนี่ย? ร้านเทเลพอร์ต!? ”
โซมะยังรู้สึกประหลาดใจและมึนงงกับสถานการณ์ตอนนี้ เขากดปุ่มย้อนกลับเพื่อที่จะเข้าไปดูไอคอนต่อไปคือ ลูกค้าขาจร มีคำอธิบายเด้งขึ้นมาเมื่อเขากดปุ่ม
[ระบบลูกค้าขาจร = จะสามารถสุ่มเทเลพอร์ตร้านไปในสถานที่ต่างๆและมิติโลกอื่นๆได้ในชั่วขณะเพื่อเรียกลูกค้าขาจรในขณะเปิดร้านอยู่ ใช้งานได้ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ]
“ ห๊า!? มันคืออะไรกันแน่!? ”
โซมะไม่รอช้าเขากดปุ่มย้อนกลับเพื่อที่กดรูปไอคอนอันสุดท้าย รีเซ็ตจะมีไอคอนหัวลูกศรวงกลม มีคำอธิบายเด้งขึ้นมาเมื่อเขากดปุ่ม
[ ระบบรีเซ็ตออโต้ = ร้านจะเทเลพอร์ตไปในสถานที่ต่างๆ โลกมิติอื่นๆ โดยอัตโนมัติในทุกๆ 5 ชั่วโมงในขณะเปิดร้าน เพิ่มเติม : ในกรณีที่ร้านเทเลพอร์ตไปสถานที่อื่นๆ ลูกค้าที่ยังใช้บริการจะสามารถกลับไปยังที่เดิมได้ ]
“ นี่มันอะไรฟะเนี้ยไม่เห็นจะเข้าใจเลยเฟยยยยย!! ”
โซมะอุทานร้องลั่นออกมาอย่างสุดเสียง สภาพของเขาตอนนี้ห่อเหี่ยวกับสถานการณ์ที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องลุกขึ้นมาและอ่านทำความเข้าใจมันอีกครั้งซ้ำแล้วซ้ำอีกซึ้งมันใช้เวลานานกว่าที่คิดไว้ถึงจะได้ผลสรุป
“ อืม…สรุปแล้วก็คือนี้เป็สกิลของร้านฉันสินะถ้าพูดอย่างเข้าใจง่ายๆเพราะไอ้เ้าเครื่องบันทึกเงินสดนี้ ”
“ อย่างแรกคือปุ่มรีเซ็ตที่ฉันกดเล่นๆในวันแรก มันคือปุ่มที่ทำให้ร้านของฉันเทเลพอร์ตไปยังต่างโลก แต่ฉันอัพเลเวลก็ได้ระบบรีเซ็ตออโต้มาแทนซึ้งมันจะร้านเทเลพอร์ตไปในสถานที่ต่างๆ โลกมิติต่างๆ โดยอัตโนมัติในทุกๆ 5 ชั่วโมงในขณะเปิดร้าน ”
“ อย่างที่สองคือระบบลูกค้าขาประจำ ง่ายๆก็คือคนที่ถูกเลือกเป็ขาประจำจะสามารถมาร้านของฉันได้ในขณะที่ร้านของฉันอยู่ที่มิติอื่นหรือว่าสถานที่อื่น แต่ตอนนี้ยังกำหนดได้แค่ 10 คนสินะ ”
“ อย่างที่สามคือระบบขาจร จะเทเลพอร์ตร้านสุ่มไปในสถานที่ต่างๆได้ชั่วคราวเพื่อเรียกลูกค้าขาจร แต่ร้านของฉันยังคงตั้งอยู่ที่เดิม ”
“ สรุปก็คือถ้าร้านของฉันไปโผล่ที่กลางป่าและคนที่อยู่ในป่ามาใช้บริการ วันต่อมาถ้าพวกเขา้าที่จะมาร้านของฉันอีกแต่ร้านของฉันเทเลพอร์ตไปที่อื่นซะแล้ว งั้นก็หมายความว่าพวกเขาไม่สามารถมาใช้บริการได้อีกสินะ ”
“ และอีกกรณีถ้าร้านของฉันไปโผล่ที่กลางป่าและคนที่อยู่ในป่ามาใช้บริการ และร้านของฉันเทเลพอร์ตไปที่อื่นในขณะที่เขายังอยู่ในร้านของฉันแสดงว่าเขาก็สามารถกลับไปที่ที่มาเขาได้ ”
“ แต่ในกรณีของลูกค้าขาประจำจะสามารถมาที่ร้านของฉันได้ทุกเมื่อในสถานที่เดิมที่พวกเขาเคยมา ต่อให้ร้านของฉันเทเลพอร์ตไปที่โลกไหนก็ตาม ”
“ เฮ้อ…ยุ่งยากชะมัด แบบนี้มันก็อันตรายน่าดูนะสิ ฉันไม่รู้ว่าจะเจอลูกค้าแบบไหนบ้างและถ้าเกิดลูกค้าของฉันมีเผ่าปีศาจกับเผ่ามนุษย์อยู่ในร้านขึ้นมาทำไง ร้านฉันก็เละแย่น่ะสิ! ” โซมะบ่นพึมพำออกมาและมึนงงกับความสามารถของร้านตัวเองแต่ทว่า จู่ๆก็มีเสียงแจ้งเตือนของเครื่องบันทึกเงินสดดังขึ้นมา
[ แจ้งเตือนระบบพาสชิฟของร้าน ด้วยอำนาจของผู้แจ้งข่าวแห่งพระเ้า จะระงับความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในร้านและความรุนแรงที่มีผลต่อพนักงานของร้าน ]
“ เอ๋?!! ”
โซมะใกับแจ้งเตือนของระบบเป็อย่างมากเนื่องจากมีคำว่าพระเ้ามาเกี่ยวข้องด้วยจึงทำให้เขาลองหาข้อมูลตามตำนานของโลกเขาและพบว่า ผู้แจ้งข่าวแห่งพระเ้า เฮอร์มีส เป็เทพเ้าแห่งการค้า เป็โจร เป็นักเดินทาง เป็นักกรีฑา และการข้ามแดนมัคคุเทศก์สู่โลกบาดาล
แต่ก็ไม่แปลกใจมากเท่าไหร่เพราะคนที่จะทำสิ่งนี้ได้มีแต่พระเ้าเท่านั้น ทำให้เขานั่งครุ่นคิดเกี่ยวกับเื่นี้นานพอสมควรเพราะว่าทำไมต้องเป็ร้านของเขา แต่สุดท้ายเขาก็ทิ้งความคิดนี้ออกไปเพราะคิดยังไงมันก็ปวดหัวเอาเปล่าๆ ขอแค่ร้านของเขายังเปิดได้เพื่อสานฝันของเขาก็พอ
หลังจากนั้นไม่นานที่เขาทำความสะอาดและเก็บร้านเสร็จสับเขาเดินออกหลังร้านและตรงดิ่งกลับบ้านทันที ยังดีที่เวลาในโลกของเขาพึ่งจะตี 2 มีเวลามากพอที่จะให้เขาสามารถพักผ่อน
เช้าวันต่อมาโซมะตื่นแต่เช้าเหมือนเดิมเพื่อที่จะไปซื้อวัตถุดิบและเครื่องดื่มแต่ครั้งนี้เขาต้องซื้อของมากกว่าเดิมเนื่องจากเมื่อวานนี้เหล่าคนแคระดื่มเบียร์ของร้านไปจนเกือบหมด
“ รบกวนเซ็นชื่อตรงนี้หน่อยนะครับ ” เสียงของพนักงานที่มาขนส่งเครื่องดื่มและวัตถุให้โซมะที่กองเต็มอยู่หน้าร้าน
“ อ๋อครับ ”
“ ขอบคุณมากครับ ”
“ เฮ้อ กองเต็มหน้าร้านแบบนี้มันจะเสร็จง่ายไหมล่ะทีนี้ ” โซมะถอนให้ใจออกมาสภาพของเขาตอนนี้เริ่มทรุดโทรมและขอบตาเริ่มดำอย่างเห็นได้ชัด แต่ก่อนที่เขากำลังจะยกกล่องวัตถุดิบก็มีเสียงเรียกะโดังออกมา “ อิตาบ้าโซมะ!! ”
“ หือ?…โยว่นัทสึกิ ”
“ ไม่ต้องมาโยว่เลย นายหายหัวไปไหนมา! ”
หญิงสาวผิวขาวเหลืองผมสั้นสีแดงถูกมัดรวบไว้เป็หางม้า ใบหน้ารูปไข่นวลเนียนดวงตาโตเรียว เธอเป็หญิงสาวที่ห้าวหาญและกระตือรือร้นตลอดเวลา เธอเป็เพื่อนั้แ่สมัยเด็กที่เข้าเรียนด้วยกันกับโซมะมาตลอด 10 ปี
“ ฉันก็ทำงานอยู่ที่ร้านนี่ไงจะให้ไปไหนล่ะ ” โซมะตอบแบบส่งๆและยกกล่องขนของเข้าที่ร้าน
“ อย่ามาโกหกหน่อยเลย เมื่อวานฉันแอบมาดูที่ร้านของนายก็ไม่เห็นแม่แต่หนูสักตัวเดียว นายแอบไปเถลไถลที่ไหนห๊ะ!? ” นัทสึกิพูดเสียงแข็งและทำหน้าบึ้งใส่
“ อย่าจู้จี้หน่อยเลยตอนนี้ฉันกำลังยุ่งนะ ” โซมะตอบแบบส่งๆอีกครั้งและขนของเข้าร้านต่อไป จากนั้นนัทสึกิยืนนิ่งอยู่สักพักและเดินมาแย่งกล่องที่โซมะกำลังจะก้มยก
“ จะไม่ให้ฉันบ่นได้ยังไง คุณป้ากับคุณลุงฝากให้ฉันดูแลนายนะ ฉันจะช่วยเองเพราะว่าฉันไม่ยุ่ง! ” นัทสึกิเชิดหน้าใส่โซมะทำท่าทีที่อารมณ์เสียใส่ทำให้โซมะมึนงงกับท่าทีของเธอ
“ อ่าๆอย่ามาบ่นว่าเหนื่อยทีหลังละกัน ”
ใช้เวลาไม่นานในการขนของเข้าไปในร้านและหลังจากนั้นโซมะก็ได้เริ่มหั่นวัตถุดิบเตรียมไว้ ครั้งนี้ทุกอย่างเสร็จเร็วขึ้นเพราะว่ามีนัทสึกิเข้ามาช่วย ซึ้งเธอเองก็เป็คนที่มีฝีมือในด้านการทำอาหารสำหรับอิซากายะอยู่เหมือนกัน
“ อ๊า~ เตรียมของร้านอาหารก็สนุกเหมือนกันนะเนี่ย ” นัทสึกินั่งพักเหนื่อยและพูดออกมาอย่างร่าเริง ในขณะที่โซมะกำลังทำอาหารกลางวันกินและยกไปเสิร์ฟให้นัทสึกิด้วย
“ ว้าวข้าวแกงกะหรี่~ ”
“ ขอบคุณที่มาช่วยนะ รีบกินแล้วก็รีบกลับได้ละ ”
“ ทำไมต้องไล่ฉันด้วยเนี่ย…อื้ม~ อร่อย! ” เธอแสดงสีหน้าออกมาอย่างเห็นได้ชัดว่าเธอชอบข้าวแกงกะหรี่
“ ไม่คิดเลยว่าจะทำออกมาได้อร่อยขนาดนี้ ”
“ ฉันทำอาหารอร่อยอยู่แล้วเฟย! ” โซมะะโส่วนกลับเพราะคำเยาะเย้ยของนัทสึกิ
“ ฮ่าๆ ฉันตัดสินใจแล้วว่าวันนี้ฉันจะช่วยนายที่ร้าน ” คำพูดของนัทสึกิทำให้โซมะพ่นข้าวออกมาจากปากด้วยความใ
“ แคกแค่ก! ม..ไม่ต้องก็ได้ลูกค้าที่ร้านไม่ค่อยมีซะด้วย มันเสียเวลาเธอเปล่าๆ ” โซมะตอบกลับด้วยท่าทีที่ลนลาน
“ เสียเวลาอะไรกัน ฉันบอกแล้วไงวันนี้ฉันว่างดูจากสภาพโทรมๆของนายคงไม่ค่อยได้นอนสินะ ”
“ มันก็ใช่ ต..แต่ว่าไม่ดีมั้ง…. ( เอาไงดีวะตูทีนี้ ) ”
“ เอาเป็ว่าตรงลงตามนี้นะ ฉันขอตัวไปกลับไปเปลี่ยนชุดก่อนละกัน ”
“ ด..เดี๋ยวก่อน! อย่าออกไปทางนั้น!! ”
โซมะะโบอกนัทสึกิที่กำลังจะเดินออกประตูหน้าร้าน เสียงของโซมะส่งไปถึงเธอช้าเกินไป เธอหันหน้ากลับมาตามเสียงของโซมะแต่มือของเธอได้บิดลูกบิดประตูเปิดออกไปแล้ว เมื่อเธอเปิดประตูออกไปเสียงกีบเท้าของม้าที่กระทบลงพื้นพร้อมกับเสียงของรถที่พ่วงติดกับม้าวิ่งผ่านไปทำให้นัทสึกิยืนช็อกอยู่ชั่วขณะนึ่ง
เธอได้กวาดสายตามองไปรอบๆ เจอบ้านช่องที่เป็บ้านไม้ลักษณะของสมัยยุคกลาง พร้อมกับเหล่าผู้คนที่ส่วมชุดเกราะพกดาบและเผ่าพันธุ์ต่างๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้เธอะโร้องดังออกมาว่า “ ที่นี้มันที่ไหนเนี่ยยยยยยย!!! ” เหล่าผู้คนที่เดินเพ่นพ่านอยู่บริเวณนั้นได้หันมามองตามเสียงที่ดังออกมา
“ เฮ้ย ร้านของโซมะเปิดแล้วนี้น่าทุกคน! ”
“ จริงด้วย พวกเราไปกันๆ ” เสียงของเผ่าอสูรกลุ่มนึ่งที่เคยเป็ลูกค้าของร้านโซมะมาก่อนได้เห็นว่าร้านของโซมะนั้นเปิดแล้วจึงได้พากันวิ่งไปที่ร้านทันที
“ นี่เธอ! เข้ามาก่อนเร็วเข้า ”
“ ห..หะๆ ” โซมะรีบวิ่งไปดึงแขนของเธอเข้ามาที่ร้านเพื่อดึงสติของเธอก่อน และออกไปข้างนอกเพื่อพูดคุยกับกลุ่มอสูรที่กำลังวิ่งเข้ามา
“ อ..เอ่อเดี๋ยวก่อน สตอป! ฉันยังเตรียมของไม่เสร็จเลย ”
“ เอ๋? ยังไม่เปิดงั้นเหรอ ฉันอยากกินเ้าเบียร์เย็นนั้นจะแย่แล้ว ”
“ น่าๆช่วยรอก่อนอีกไม่นาน ขอเวลาสัก 2-3 ชั่วโมง ”
หลังจากโซมะได้เข้าไปเกลี้ยกล่อมกลุ่มอสูรตนนั้นเสร็จเขาเดินเข้าไปที่ร้านเพื่อที่จะพูดคุยกับนัทสึกิ สภาพของเธอตอนนี้ที่กำลังตบหน้าของตัวเองราวกับว่ากำลังปลุกตัวเองให้ตื่นขึ้นจากความฝัน โซมะได้เข้าไปห้ามปรามเธอให้หยุดตบหน้าของตัวเองและค่อยๆดึงสติของเธอกลับคืนมา และหลังจากนั้นเขาได้อธิบายเื่ราวต่างๆให้เธอฟังั้แ่วันแรกที่ได้เปิดร้านจนถึงตอนนี้
“ เพราะงี้สินะเวลาที่ฉันมาหานายที่ร้านก็ไม่เจอนายเปิดร้านเลยสักครั้ง เพราะร้านดันไปเปิดที่ต่างโลกแทน ”
“ ก็…ประมาณนั้น ”
“ แล้วทำไมถึงไม่บอกกันั้แ่แรกละ ? ” นัทสึกิกระแทกเสียงใส่โซมะอีกครั้ง
“ บอกไปใครจะเชื่อละ ยิ่งคนรู้น้อยก็ยิ่งดีไม่ใช่ไง ”
จากนั้นบทสนทนาของทั้งสองได้เงียบกันไปนานสักพักและนัทสึกิได้ตบเขาของตัวเองและลุกขึ้น
“ เราออกไปสำรวจกันข้างนอกกันเถอะ ? ” นัทสึกิเธอยื่นมือออกไปชวนโซมะออกไปข้างนอกร้าน
“ ห๊า!? หมายถึงต่างโลกน่ะเหรอ ? ”
“ ก็ใช่ไง นายบอกว่ายังไม่เคยออกไปข้างนอกใช่ไหม นี่ก็ถือซะว่าออกไปสำรวจหาซื้อของไปด้วยเลยไงก่อนที่ร้านของนายจะเทเลพอร์ตไปที่อื่น แถมฉันก็ยังเป็ความฝันเล็กๆน้อยๆของฉันเลยนะไปต่างโลกเนี่ย ”
เธอแสดงความตื่นเต้นดวงตาเป็ประกายออกมาอย่างเห็นได้ชัด โซมะทำได้แค่ถอนหายใจและตอบตกลงเธอด้วยท่าทีที่เป็กังวลเล็กน้อย หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาได้เดินออกจากร้านเพื่อสำรวจวัฒนธรรมและความเป็อยู่ของชาวต่างโลกในบริเวณใกล้ๆร้าน
บรรยายกาศรอบๆนั้นตัวไปด้วยผู้คนที่เพ่นพ่านเป็จำนวนมาก ร้านค้าขายที่ตั้งเป็แผงรอยจำนวนมาก ร้านอาหารร้านอาวุธและร้านจิปะถะต่างๆ ผู้คนในเมืองนี้เต็มไปด้วยเผ่ามนุษย์และเผ่าอสูรซะส่วนใหญ่และเผ่าหนึ่งที่ดูไม่คุ้นหน้าคุ้นตาสักเท่าไหร่ รูปร่างของพวกเขาดูเหมือนมนุษย์แต่แขนของเขายาวผิดพับรูปผิดทรง และเมืองนี้คือจุดศูนย์กลางของการค้าขายซึ้งส่วนใหญ่จะเต็มไปด้วยเหล่าผู้คนที่ถูกเรียกว่า นักผจญภัย
หลังจากนั้นโซมะและนัทสึกิได้ตะเวนไปรอบๆตามร้านค้าต่างๆ มีอาหารต่างๆมากมายที่พวกเขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนและยังมีหลายคนที่รู้จักกับโซมะและชื่นชมกับรสชาติของอาหารและเครื่องดื่มของเขาเป็จำนวนมาก แต่สภาพของเขาตอนนี้ออกอาการเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากใครอีกคนที่ดูตื่นเต้นมากกว่าใครๆนั้นก็คือนัทสึกิ
“ เฮ้อ…เหนื่อยชะมัด ” โซมะถอนหายใจออกมาและหันไปมองที่นัทสึกิกำลังตื่นเต้นกับของที่ตนเองซื้อมา
“ ว้าว แหวนช่องเก็บของต่างมิตินี้สะดวกจริงๆเลย ” นัทสึกิที่กำลังเก็บของที่ซื้อมาเก็บเข้าแหวนช่องเก็บของที่เป็อุปกรณ์เวทมนตร์
“ แต่ราคาของมันก็เท่าๆกับราคาโทรศัพท์โลกของเราไม่ใช่ไง อย่าเอาไปใช้แผลงๆให้คนอื่นเห็นซะล่ะ ”
“ ฉันรู้แล้วๆ หือ? นายจะเปิดร้านแล้วงั้นเหรอ ? ”
“ ใช่แล้ว ” โซมะเดินไปหยิบผ้ากันเปื้อนออกมาแล้วโยนให้กับนัทสึกิ
“ แต้งกิ้ว…ดีล่ะฉันจะรับออเดอร์และเสิร์ฟให้เอง ”
ในขณะที่โซมะกำลังเตรียมตัวที่จะเปิดร้านแต่ทันใดนั้นก็มีเสียงกระดิ่งดังออกมาเป็เสียงที่บ่งบอกว่ามีคนเข้ามาที่ร้านคนคนนั้นคือ ชายคนแคระมัดจุดถักเปียหนวดเคราหนึ่งเส้น ลอรัส
“ โอ้เ้าหนูเปิดร้านแล้วอย่างงั้นเหรอ ? ” ลอรัสกล่าวทักทาย
“ นี่คุณเข้ามาที่ร้านของผมก่อนเวลาเปิดอีกแล้วนะครับ ” โซมะตอบกลับด้วยสีหน้าที่ดูกวนๆ
“ ฮ่าๆ หือ? ”
“ ยินดีต้อนรับคะ นี่ผ้าอุ่นเอาไว้เช็ดมือนะคะ ” นัทสึกิกล่าวทักทายอย่างสุขภาพและยื่นผ้าขนหนูอุ่นๆให้ลอรัส
“ โอ้ขอบใจ นี่เ้ามีพนักงานใหม่แล้วอย่างงั้นหรือ ” ลอรัสเดินไปนั่งที่หน้าบาร์ในขณะที่นัทสึกิกำลังเสิร์ฟน้ำเปล่าให้
“ เพื่อนผมน่ะ พอดีเธอมาช่วยงานผมชั่วคราว มาแต่คุณมาคนเดียวเหรอครับ ”
“ โอ้ใช่แล้ว ข้าชนะพนันพวกนั้นไงล่ะงานของข้าก็เลยไปกองกับเ้าพวกนั้นหมดฮ่าๆ ” เขาหัวเราะออกมาอย่างโอ้อวดและภูมิใจ
“ ไม่ทราบว่ารับอะไรดีคะ ” นัทสึกิกล่าวถามหลังจากเสิร์ฟน้ำให้
“ โอ้ฉันอยากกินไอ้เ้านั้นน่ะที่มันเป็น้ำซุบร้อนๆและมีเส้น ”
“ ราเม็งอย่างงั้นสินะคะ ”
“ โอ้ใช่ๆ ส่วนเครื่องดื่มฉันเอาเหล้าที่ขวดสีขาวเล็กๆที่มันอุ่นๆน่ะ แล้วก็ถั่วด้วยนะ ”
“ สาเกอุ่นอย่างงั้นสินะคะ รบกวนรอสักครู่นะคะ ” หลังจากนั้นไม่นานนัทสึกิได้เอาออเดอร์ไปให้โซมะทำและเสิร์ฟสาเกให้ลอรัสทันที
ตึง! “ อ๊าห์ เหล้าของเ้านี้มันอร่อยจริงๆ เมื่อวานเ้าคงหนักน่าดูสินะถึงกลับต้องหาคนมาช่วยฮ่าๆ ” ลอรัสหัวเราะออกมาหลังจากนึกถึงสภาพของโซมะเมื่อวันก่อน
“ ที่ผมเป็แบบนี้ก็เพราะพวกคุณไม่ใช่เหรอครับ! เล่นเรียกร้องซะคนเต็มร้านแบบนั้น ” โซมะทำท่าทีที่โมโหออกมาแล้วเสิร์ฟราเม็งให้ทันที “ ขอโทษที่ให้รอครับ มันเสร็จแล้ว ”
“ ฮ่าๆ ขอบใจๆ ”
“ เอ่อ…คุณลอรัสครับ ผมมีเื่ที่อยากจะคุยด้วยหน่อย ”
“ ? ”
โซมะครุ่นคิดมาั้แ่เมื่อวานแล้วและสุดท้ายเขาก็ตัดสินใจที่จะปรึกษาเื่ที่เกิดขึ้นกับร้านของเขารวมถึงบอกเื่ที่เขาเป็คนต่างโลกให้กับลอรัสฟังเนื่องจากเขาเป็คนแคระที่มีอายุยืนนานโซมะคาดว่าเขาน่าจะรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นและเขาก็เป็คนที่โซมะเชื่อใจที่สุดในบรรดาคนต่างโลก
“ อืม…แบบนี้นี่เอง ถึงว่าล่ะดูจากลักษณะอาหารเครื่องดื่มของเ้าและภาษาสำเนียงฟังดูแปลกๆไป ที่แท้ก็เป็คนต่างโลกนี้เอง ”
“ คุณไม่ใบ้างเหรอครับ ” โซมะถามกลับ
“ ก็นะ ไม่ได้มีแค่เ้าคนเดียวซะหน่อยที่มาจากต่างโลกน่ะ มีผู้คนมากมายนักที่หลุดมาจากมิติโลกอื่นกัน ”
“ จ..จริงงั้นเหรอค่ะ!! ” นัทสึกิถามกลับด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้น
“ โอ้จริงสิ แต่กรณีของเ้าน่ะแปลกที่สุดแล้ว ราวกับว่าร้านของเ้าเป็จุดศูนย์กลางของจักวาลในมิติอื่นๆเลยน่ะ ”
“ เอ๋!!? ทำไมมันดูกลายเป็เื่ใหญ่แบบนั้นกันละครับ!! ” โซมะอุทานออกมาด้วยท่าทีที่ใ
“ อืม…ตอนแรกที่ข้ามาร้านของเ้าก็เอะใจกับเ้าเครื่องนี้อยู่หรอกนะ เพราะมันมีกลิ่นอายของพลังเวทที่จางมากๆถ้ามองผ่านๆ แต่พอมามองดูดีๆแล้วมันก็ยากที่จะอธิบายออกมาได้ มันซับซ้อนเกินภูมิปัญญาของข้า ”
โซมะใกับคำพูดของลอรัสคนนี้ซึ้งมันเป็เื่ที่น่าใเพราะลอรัสที่เป็เผ่าคนแคระผู้าุโ แม้แต่เขาก็ไม่สามารถอธิบายกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับร้านของโซมะได้
“ เอาน่าเ้าอย่าคิดมาก จากที่ข้าดูแล้วมันก็น่าจะปลอดภัยนะ ”
“ หือ ? ” สิ้นสุดคำพูดของเขาทันใดนั้นลอรัสได้ใช้กำปั้นทุบลงที่โต๊ะอย่างรุนแรงจนมีเสียงกระแทกดังออกมา แต่ก็มีบาเรียที่ห่อหุ้มโต๊ะเอาไว้มันทำการดูดซับแรงกระแทกได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้โซมะและนัทสึกิใกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ เห็นไหม ? ต่อให้ข้าทุบโต๊ะอย่างสุดแรงแค่ไหนมันก็ไม่มีความเสียหายใดๆเกิดขึ้นกับร้านของเ้าและเมื่อกี้ข้าพยายามที่จะปล่อยพลังเวทออกมาเพื่อที่จะทำลายร้านของเ้าแต่พลังเวทของเขาก็ไม่สามารถปล่อยออกมาได้ ราวกับว่ามันสามารถตรวจจับจิตสังหารได้ แต่พอข้าปล่อยพลังเวทออกมาอย่างไร้จิตสังหารข้าก็สามารถปล่อยพลังเวทออกมาได้ ”
“ ว้าว!! พวกเขาสามารถปล่อยลูกไฟออกจากนิ้วได้ด้วยนายเห็นไหมตะกี้นี้!? ” นัทสึกิแสดงท่าทางที่ตื่นเต้นออกมาอย่างเห็นได้ชัดกับลอรัสที่สาธิตการทำงานของระบบร้านของโซมะ ทำให้โซมะทำได้แค่ขำแห้งออกมา “ เฮอะๆ ”
“ แต่ถึงอย่างงั้นเ้าเพิ่มรายชื่อของข้าและน้องๆของข้าเข้าเป็รายชื่อลูกค้าขาประจำหน่อยสิ ถ้าร้านของเ้าหายไปแบบนี้ก็อดกินของอร่อยๆแย่ ”
“ คร้าบๆ ”
[ ลอรัส ถูกเพิ่มในรายชื่อลูกค้าขาประจำ ]
[ รูซ ถูกเพิ่มในรายชื่อลูกค้าขาประจำ ]
[ ชอนน์ ถูกเพิ่มในรายชื่อลูกค้าขาประจำ ]
[ แบร็กเวล ถูกเพิ่มในรายชื่อลูกค้าขาประจำ ]
หลังจากนั้นโซมะได้เพิ่มรายชื่อของพี่น้องเหล่าคนแคระเข้าเป็รายชื่อของลูกค้าขาประจำร้าน และหลังจากนั้นไม่นานก็ได้มีลูกค้าทยอยเข้ามาใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย จนกระทั่งถึงเวลาที่ร้านของเขาต้องเทเลพอร์ตไปสถานที่อื่นโดยอัตโนมัติ ซึ้งโซมะลองเดินออกไปข้างนอกร้านดูก็พบว่าเป็เมืองปัจจุบันที่ร้านของเขาเคยอยู่แต่แค่ย้ายเข้าไปใกล้จุดศูนย์กลางของเมืองมากกว่าเดิมซึ้งมันเป็ผลดีที่จะดึงดูลูกค้า การบริการของร้านโซมะราบรื่นไปด้วยดีเนื่องจากมีนัทสึกิที่มาค่อยช่วยเหลือโซมะจึงทำให้พวกเขาสามารถผ่านคืนที่สี่ไปได้อย่างราบรื่น