ตึกสูงตระหง่านกว่า 50 ชั้นซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ข้างๆ ตึกมีต้นไม้สูงปลูกเรียงยาว ถูกตัดแต่งและดูแลเอาไว้อย่างดีทำให้คนที่พบเห็นพลอยรู้สึกสดชื่นไปด้วย แต่ทว่าภายใต้อากาศสดชื่นของเช้าวันใหม่เช่นนี้กลับไม่สามารถทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเดินมารู้สึกดีด้วยเลย ใบหน้าคมที่ไม่ค่อยมีรอยยิ้มอยู่แล้วกลับมีใบหน้าเคร่งขรึมกว่าทุกๆ วัน ถึงกระนั้นก็ยังเป็ที่ชื่นชอบของบรรดาสาวๆทั้งหลายอยู่ดี
เนื่องจากความหล่อเหลาของเ้าตัวที่มีใบหน้าชวนให้หลงราวกับมี มนตร์สะกดั์ตาคมกริบสีรัตติกาลรับกับเรียวคิ้วเข้มที่พาดพอดีกับรูปหน้าคมคายจมูกโด่งเป็สันตอบรับกับริมฝีปากหยักได้รูป รวมทั้งเรือนผมดำขลับของเขาที่ถูกตัดแต่งให้เข้ากับมาดนักธุรกิจหนุ่มที่ติดจะนิ่งและเคร่งขรึมจนใครหลายๆคนต้องมอบฉายาว่า ‘ซาตานหน้าหยก’ แก่เขา
และบวกกับชื่อเสียงเงินทองซึ่งมีอยู่มากมายจึงทำให้ตกเป็เป้าสายตาของบรรดาหญิงสาวที่้าอยากจะทั้งตัวและหัวใจของเขา กฤษณะ อัครโชค เ้าของไร่องุ่นที่ใหญ่ที่สุดอยู่ทางภาคเหนือและมีดีกรีเป็ถึงเ้าของโรงแรมชื่อดัง
เท้าเรียวยาวก้าวออกมาจากลิฟต์ผู้บริหารอย่างหงุดหงิดก่อนจะเดินตรงมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของตน พร้อมกับสั่งกำชับคนสนิททั้งสองที่เดินตามหลังมาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“ห้ามให้ใครเข้าไปรบกวนในห้องโดยเด็ดขาด”
“ครับนาย”เสียงเตชิตกับภูวิทย์ประสานเสียงตอบรับกันอย่างทันท่วงที
“ผมขอกาแฟแก้วหนึ่งด้วยนะคุณอร” เมื่อสั่งการกับคนสนิทเสร็จก็หันมาบอกเลขานุการคนสวย จากนั้นกฤษณะก็เดินหายเข้าไปในห้อง
“ท่านประธานอารมณ์เสียมาจากไหนหรอคะ”
เตชิตที่ยืนก้มหน้าอยู่ได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆให้กับเธอพลางเหลียวมองดูภูวิทย์ที่ยังคงยืนนิ่งไม่พูดไม่จาอะไรงานนี้จึงเป็เขาอีกตามเคย ที่ต้องเป็คนตอบคำถามของหญิงสาวอย่างเลี่ยงมิได้
“คุณอรถามผมแล้วผมจะไปถามใครกันล่ะครับ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”เขาบอกตามความจริงั้แ่ออกมาจากบ้านใหญ่ก็พบว่าผู้เป็นายมีอาการเช่นนี้อยู่ก่อนแล้วและที่สำคัญ...ถึงเขาจะสงสัย แต่ใครล่ะจะกล้าถาม
“ก็แหม!!อรก็นึกว่าคุณเตจะรู้เสียอีก”
เตชิตยืนนิ่งคิดใคร่ครวญชั่วขณะหนึ่ง‘นี่เธอกำลังคาดหวังในตัวเขาสินะ ไม่ได้การแล้วไอ้เต เห็นทีคราวหน้าคงต้องอัปเดตข่าวสารเื่ของเ้านายให้มากกว่านี้เสียแล้ว
“อุ๊ย!! ตายละ” เสียงร้องของอรปรีดาดังขึ้นทำลายความคิด
“เดี๋ยวอรมานะคะขอตัวไปชงกาแฟก่อน อ่อ!! คุณเตกับคุณภูจะรับสักแก้วไหมคะ” เธอหันมาบอกแต่ก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยถามสองหนุ่มเหมือนทุกกับครั้ง
“แหมะ!!ถ้าช้ากว่านี้มีงอนแล้วเชียวครับ ว่าแต่มีกาแฟหอมๆ ให้ดื่มแล้วมีคุกกี้อร่อยๆ ให้กินอีกไหมครับคุณอร”คนเกือบงอนบอกเสียงทุ้มเพราะจะได้กินของฟรีเหมือนอย่างเคย
อรปรีดาหัวเราะคิกคักกับท่าทางเหมือนเด็กของเตชิต“มีสิคะ!! อร ‘อบ’ ไว้ให้คุณเตโดยเฉพาะเลยละค่ะ” เธอแกล้งแหย่เขาเล่น แต่สายตากลับเหลียวมองใครอีกคนที่ยืนอยู่ถัดออกไป
“แล้วแกล่ะไอ้ภู!!ไม่เอาสักแก้วรึไงวะ” เมื่อเห็นว่าเพื่อนรักไม่ยอมพูดอะไรเตชิตจึงหันไปถามอย่างรู้ใจหญิงสาว ทว่าอีกฝ่ายกลับนิ่งเงียบไม่มีตอบรับใดๆ กลับมาเพียงแค่หันมามองทางอรปรีดาซึ่งก็นานพอที่จะทำให้หญิงสาวรู้สึกหวั่นไหวไปกับสายตาคู่นั้นของเขา
“อะแฮ่ม!!....”เสียงของเตชิตดังเรียกสติ ภูวิทย์จึงหันกลับไปมองข้างหน้าต่อเป็เช่นนั้นจึงทำให้ใบหน้าหวานที่รอลุ้นอย่างระทึกรู้สึกผิดหวังอย่างแรง
“เอ่อ!!...งั้นอรขอตัวก่อนนะคะ”เธอฝืนยิ้มให้กับตัวเอง ไม่จำเป็ต้องเอาคำตอบ เธอก็พอจะรู้อยู่แล้วดังนั้นจึงได้แต่เก็บเอาความผิดหวังซ่อนไว้ภายในใจก่อนจะเดินไปในทันที
‘ไอ้นี่มันบ้ารึเปล่าวะมีสาวสวยชงกาแฟหอมๆ แถมยังมีคุกกี้อร่อยๆ ให้กินฟรี กลับไม่สนใจ’ คนชอบของฟรียืนคิดอย่างไม่เข้าใจพร้อมกับมองใบหน้าตายด้านเหมือนไม่ทุกข์ร้อนใดๆ จนนึกหมั่นไส้
‘หือ!! อีแอ๊บ’ ขอด่าเมิงดังๆ(ในใจ)ทีเถอะ....ฮ่า ฮ่า ฮ่าเป็ไงล่ะ...เจ็บไหม!!
“มีอะไรไอเต”ภูวิทย์เอ่ยถามเสียงเรียบ ทำเอาอีกคนที่กำลังมีสมาธิอยู่กับตนเองถึงกับสะดุ้งเฮือก
“เฮะ!! เอ๊ะ!! กูด่ามึงในใจรู้ด้วยหรอวะ”ถามขึ้นด้วยความใ
‘รึว่าไอ้ภูมันจะอ่านใจคนอื่นได้กันนะ’เสียงบ่นอุบอิบดังออกมาจากปากเตชิตด้วยความสงสัยก่อนจะรู้ตัวว่าพลาดก็ต่อเมื่อภูวิทย์ตวัดสายตาหันกลับมามอง ทว่าโชคดีไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้พ่นคำพูดอะไรออกมาเขาก็เหลือบไปเห็นตัวช่วยคนสำคัญเดินมาทางนี้พอดี
‘ตกลงงานนี้ได้ด่าเพื่อนฟรีในใจช่างสะใจเสียนี่กระไร’ ปิดปากหัวเราะเบาๆก่อนหันไปทักทายผู้มาเยือนด้วยความสุภาพ
“สวัสดีครับคุณรักษ์”
“ไอ้กฤษมันอยู่ข้างในใช่ไหม”เสียงผู้มาเยือนเอ่ยถาม
“ครับแต่นายสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าไปรบกวน” เตชิตตอบ
“อื้ม”อีกฝ่ายพยักหน้ารับอย่างเข้าใจแต่ก็ไม่วายเดินเข้าไปในห้องอยู่ดี โดยมีเตชิตคอยบริการเปิดปิดประตูให้อย่างรู้งาน
..................................................................................................................................................................................