Pioneer Era

    ตอนที่ 147 ปะทะไพรด์

    บุรุษผู้ใกล้เคียงกับวัยชราแต่หาได้ชราภาพไม่

    บุรุษผู้นั้นสวมชุดสูทสีดำเรียบสนิท โบยบินลงมาจากฟากฟ้า พร้อมกับท่าทางที่เย่อหยิ่งจองหองประหนึ่งตนเองเป็นดั่งเทพเจ้า

    สายตาที่คมกริบของเขา กำลังจับจ้องผู้บุกรุก เสมือนหนึ่งการจับจ้องแมลงสวะที่ต่ำต้อย

    “ถ้าหากว่าตายไป อย่าได้มาโกรธเคืองกันเลยนะเจ้าพวกเอเลี่ยน”

    จากข้อมูลของโนอาร์ที่ส่งมา ทำให้เขารู้ว่าบุรุษและสตรีเผ่ามนุษย์ที่มาพร้อมกับเหล่าพี่น้องของเขา คือสหายที่รู้จักกับโนอาร์

    แต่ทว่าเขาไม่ใช่ชายอ่อนหัดที่จะยอมอ่อนข้อให้กับศัตรู ผู้ซึ่งบังอาจมาบุกรุกถึงศูนย์กลางของยานลำนี้

    เพราะมันไม่มีความจำเป็นต้องปราณีต่อผู้บุกรุกต่างเผ่าพันธุ์ ที่นอกเหนือจากเผ่าผู้สร้าง



    “ท่านโนอาร์ รบกวนขอการสนับสนุนด้านอาวุธด้วยครับ”

    “ (ค่ะ) ”

    โนอาร์ ตัวตนที่อ่อนโยนซึ่งถูกส่งมาช่วยสนับสนุนเองก็คิดเช่นเดียวกับไพรด์

    ถึงจะมีจิตใจอ่อนโยนกว่าจิตใจดั้งเดิม แต่ถ้าเห็นภัยร้ายที่อาจส่งผลลบต่อเจ้านาย เธอก็ไม่คิดที่จะยอมอ่อนข้อให้ ต่อให้คน ๆ นั้นจะเป็นคนรู้จักก็ตาม



    “เริ่มการทำงาน [อาวุธไร้ลักษณ์] ”

    กรีดที่กำลังตกอยู่ในห้วงของความเสียใจ ได้ลืมไปเสียสิ้นต่ออันตรายที่กองอยู่รายรอบตัว ณ เวลานี้

    อันตรายที่ว่านั้น คือเศษสีขาวจำนวนมากที่ถมกองอยู่ตามพื้นห้องราวกับเศษขยะ

    ตัวจริงของเศษสีขาวเหล่านั้น คือ [อาวุธไร้ลักษณ์]

    [อาวุธไร้ลักษณ์] วัตถุระดับนาโนที่มีความสามารถในการเปลี่ยนพันธะ และก่อรูปร่างขึ้นมาได้อย่างอิสระตามแต่ผู้ใช้จะพึงปราถนา

    ถ้าหากอยากพักผ่อน มันจะเปลี่ยนเป็นเบาะนุ่มเบาสบาย

    ถ้าหากอยากได้โต๊ะนั่งทำงาน มันจะเปลี่ยนเป็นโต๊ะสีขาวแสนวิเศษ ที่ตอบรับกับรูปทรงของผู้ใช้ได้อย่างอัศจรรย์

    เพราะเหตุนี้ มันเลยถูกโปรยเอาไว้ทั่วห้องโถง เพื่อให้ผู้ใช้งานในอดีต สามารถเปลี่ยนมันเป็นเครื่องเรือนเครื่องใช้ได้อย่างอิสระ

    แน่นอนว่า… มันรวมไปถึงการเปลี่ยนเป็นอาวุธสังหารด้วยเช่นกัน



    “ระวัง! ”

    เอซรีบวิ่งเข้าไปคว้าร่างของกรีดจนล้มตัวลงไปกองที่พื้น

    จุดที่เคยเป็นตำแหน่งศรีษะของเธอ มีหนามแหลมสีขาวน่ากลัวแท่งหนึ่งกำลังเสียบเข้าใส่จากทางด้านหลัง

    หนึ่งแท่ง… สองแท่ง… สามแท่ง…

    เพียงไม่กี่วินาที พื้นห้องโถงก็ถูกถมไปด้วยหนามแหลมสีขาวของดอกกุหลาบ



    “ไพรด์… ทำไมกัน…”

    ภายในดวงตาของกรีดเริ่มนองไปด้วยน้ำตาเทียมโดยไม่รู้ตัว

    มันคือหยาดน้ำที่กลั่นออกจากภายใน เพื่อระบายความร้อนของสมองกลที่ทำงานอย่างหนัก

    ถึงแม้จะเป็นแค่หยาดน้ำตาเทียม แต่เป็นหยาดน้ำตาที่เปี่ยมด้วยความรู้สึกไม่ต่างไปจากมนุษย์



    ครั้งแรกคือราธ

    ครั้งสองคือโนอาร์

    แล้วคราวนี้ยังไพรด์

    เธอถูกพี่น้องของตัวเองโจมตีหมายเอาชีวิตถึงสามครั้ง

    พี่น้องอีกกว่าครึ่งอยู่ในสภาพไร้วิญญาณ

    "ทำไมกัน… ทั้งที่ฉัน [อยากมี] พี่น้อง… ฉันก็แค่… [อยากมี] ความรักของพี่น้องเหมือนเอซกับดิวซ์… นี่ฉัน… ขอมากไปหรือยังไง…"

    "กรีด…"

    เอซสัมผัสได้ถึงความเศร้าโศกของหุ่นยนต์สาวน้อยตรงหน้า

    อยากมีพี่น้องที่รักใคร่?

    ช่างเป็นความโลภที่น่ารักน่าเอ็นดูผิดกับชื่อของเจ้าตัวยิ่งนัก

    เขาคิดเช่นนั้น



    เอซคิดว่าควรปลอบโยนเธอ

    ถึงจะไม่ใช่เวลาทำเช่นนั้น แต่เขารู้สึก… ว่าถ้าไม่โอบกอดเธอเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง เขาคงได้สูญเสียสตรีตรงหน้าไปตลอดกาล---

    "พอกันที! "

    ---หรืออาจจะไม่ใช่อย่างที่เขาคิด…

    "ฉันตัดสินใจแล้ว เอซ! นายจงช่วยฉันตบเกรียนไพรด์ซะ! เดียวฉันจะแฮกระบบมันให้ทำตัวสงบเสงี่ยมเอง! "

    "เฮ้ย? เอางี้เลยเรอะ!? "

    "มีปัญหาเรอะ! "

    "มะ… ไม่มีครับ… "

    สตรีเผ่าหนูแผดเสียงดังราวกับเป็นเจ้านายผู้ยิ่งใหญ่

    ส่วนเอซนั้น กำลังรู้สึกจนปัญญา และทำได้แค่ตอบรับเธอประหนึ่งเป็นพ่อบ้านผู้กลัวเมีย



    "ฝากการป้องกันให้กับสล๊อต ฝากการโจมตีแนวหน้าให้ราธ เอนวี่ กับกลัทโทนี่ย์ ระยะกลางให้กับฉันกับเอซ ส่วนดิวซ์กับเจ้างูโง่ของเธอ ฝากทำเหมือนอย่างทุกครั้งด้วย! "

    กรีดเริ่มตั้งตนเป็นใหญ่แล้วบัญชาการอย่างเอาแต่ใจ

    แต่ทุกคนต่างคิดเหมือนกัน ว่าอย่างไปต่อล้อต่อเถียงกับสตรีผู้เอาแต่ได้คนนี้เลย น่าจะเป็นการฉลาดกว่า



    ในเวลาเดียวกัน ฝ่ายไพรด์เองก็ไม่คิดจะรอชมการแสดงตลกคาเฟ่ของศัตรู

    หนามกุหลามขาวเริ่มแตกสลายลอยขึ้นไปในอากาศ

    มันหมุนวนอย่างไร้ทิศอยู่รอบตัวบุรุษพ่อบ้าน ในลักษณะของวงแหวนดาวพระเคราะห์

    ละอองสีขาวบริสุทธิ์ที่ดูคล้ายกับกลีบกุหลาบ เริ่มกลับมารวมร่างก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาอีกครั้ง

    คราวนี้มันมีลักษณะคล้ายกับกงจักรขนาดเล็กนับร้อย

    พวกมันเริ่มหมุนอย่างรวดเร็ว พร้อมส่งเสียงหวีดดังอยู่เหนือพื้นขึ้นไปยี่สิบเมตร



    "จงตายเสียเถิดครับ"

    การโจมตีเริ่มขึ้นพร้อมกับที่ไพรด์โค้งตัวให้กับศัตรูของเขาอย่างสุภาพ

    กงจักรนับร้อยวิ่งวนไปทั่วห้องภายใต้การควบคุมของไพรด์ ร่วมกับการสนับสนุนเชิงวิเคราะห์จากโนอาร์

    ประสิทธิภาพที่เกิดจากการคำนวณของสองระบบควบคุมนั้น ทำให้พวกเขาประหนึ่งมีดวงตาทิพย์ที่สามารถมองเห็นอนาคตได้



    "เปิดพลังงานเต็มกำลัง--- กางม่านบาเรียคุ้มกัน"

    สล๊อตเริ่มกางม่านบาเรียห่อหุ้มร่างกายเสมือนหนึ่งหุ้มเกราะป้องกัน

    ต่อหน้าพลังของสล๊อตที่มีความสามารถเชิงป้องกันเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มโนอาร์ จึงทำให้กงจักรของไพรด์เป็นได้เพียงแค่กลีบกุหลาบขาวที่ปลิวไปตามสายลม

    "สล๊อต… กระผมไม่คิดเลยว่าคุณจะไปอยู่ฝั่งผู้ทรยศได้นะครับ"

    "เอท…คือนายท่าน… เพราะเหตุนี้… ฉันจึงตัดสินใจ… มาที่นี่ค่ะ! "

    สล๊อตลืมตาสองข้างเบิกกว้าง

    เพื่อเจ้านายที่ยอมอยู่เคียงข้างจอมขี้เกียจอย่างเธอ

    เพื่อเจ้านายที่คอยดูแลเธอยามสูญเสียพลัง

    เพื่อเจ้านายที่รักยิ่ง

    เธอจึงเลือกมาพร้อมกับกรีด เพื่อจบความบ้าคลั่งของโนอาร์และสงครามในครั้งนี้!

    " จบเรื่อง เพื่อจะได้นอนหลับพักยาว ๆ ด้วยค่ะ! "

    และเพื่อการนอนหลับแสนสงบสุขของเธอด้วย…



    "ดูท่าจะยุ่งยากอยู่เหมือนกันนะครับ"

    ไพรด์พูดด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง ไปพร้อมกับจับตามองร่างของราธกับกลัทโทนี่ย์

    ราธนั้นเป็นหุ่นยนต์โมเดลเผ่าหมีที่เชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิด

    ถ้านับเรื่องพลังกาย เธอคนนี้มีระดับที่สูงยิ่งกว่าไพรด์หรือโนอาร์

    ส่วนกลัทโทนี่ย์นั้น เป็นหุ่นยนต์โมเดลเผ่ากระต่าย ที่เน้นใช้การโจมตีระยะไกลด้วยคลื่นไมโครเวฟ

    แต่จะมองข้ามความว่องไวของเธอ ที่สามารถทำให้สู้ระยะประชิดได้อย่างเชี่ยวชาญไม่ได้เป็นอันขาด



    ไพรด์เปลี่ยนจักรสองชิ้น ให้เป็นสนับมือสวมลงบนมือทั้งสองข้าง

    เปลี่ยนจักรอีกสี่ชิ้น ให้กลายเป็นสนับป้องกันแขนและขา

    แล้วเริ่มเคลื่อนไหวด้วยท่าร่างที่เชื่องช้า เพื่อเตรียมรับมือกับศัตรูทั้งสองที่กำลังกระโดดไล่ตามเขาขึ้นมา



    บนเหนือพื้นดินขึ้นไปยี่สิบเมตร กำลังเกิดการแลกเพลงยุทธที่ดุเดือด

    ราธใช้กงจักรที่ไพรด์ปล่อยโจมตี เป็นฐานเหยียบพุ่งตัวเข้าประชิด แล้วกระหน่ำหมัดที่รุนแรงโจมตีใส่

    แต่ละหมัดนั้นเปี่ยมไปด้วยพลัง ประหนึ่งเป็นลูกปืนใหญ่ที่บดขยี้ได้แม้แต่ศิลายักษ์



    ไพรด์รับแต่ละหมัดด้วยการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย

    ใช้หางตาจับการเคลื่อนไหว ใช้มุมโค้งของสนับแขนป้องกันเบี่ยงทิศโจมตี แล้วใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าหน้าอกจนเสียสมดุลร่างกาย



    "---"

    ถึงจะไร้วิญญาณความรู้สึก แต่พริบตานั้น ดวงตาของราธกลับสามารถสื่อถึงความเจ็บปวดออกมาได้อย่างน่าประหลาด

    ร่างของราธปลิวกระแทกเข้าผนังด้านหลังอย่างรุนแรง

    ร่างของเธอจมติดแน่นอยู่บนผนังผิวโค้งสีขาว ราวกับเป็นหุ่นประดับที่สวยงาม



    "---"

    กลัทโทนี่ย์พุ่งเข้ามาจากมุมอับทางซ้ายของไพรด์ในจังหวะนั้น

    ในเวลาเดียวกัน การโจมตีสนับสนุนจากภาคพื้นดินก็ส่งมาถึง

    ลูกหินทรงไข่สีดำจำนวนสามสิบลูก บินทะลวงฝูงกงจักรขาวด้วยความแข็งที่เหนือกว่า

    แผ่นกงจักรสีขาวที่บางเบา ต่างแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กดั่งเมล็ดข้าวโพด

    กระสุนเลเซอร์ถูกรัวยิงไล่ตามหลัง กระจายปูพรมชนิดไม่คิดที่จะให้ไพรด์หลีกหนีรอดพ้นภัย



    ท่ามกลางการโจมตีระยะประชิด กับระยะไกลที่กำลังโถมเข้ามา มีร่างเงาของเอนวี่แทรกมากับหมู่แสงสีแดง

    หุ่นยนต์โมเดลแรคคูณตัวนี้ คือคนแรกที่ถูกโนอาร์ล้างสมอง

    ความสามารถด้านการต่อสู้ ถือว่าเป็นรองจากข้างท้ายของกลุ่ม

    แต่กระนั้นก็ไม่อาจดูถูกพลังดาบแสงที่เฝ้าปกปักป้องกันศูนย์วิจัยมานานนับหลายร้อยปีได้

    ดาบแสงที่ยืดยาวออกจากฝ่ามือ คืออาวุธอันตรายเพียงหนึ่งที่เธอมีใช้สังหารศัตรู



    "อืม… เล่นรุมผมจากทุกทิศทางเลยนะครับ"

    แต่ทว่าไพรด์ยังคงเยือกเย็นต่อหน้าการโจมตีที่ไร้ซึ่งหนทางรอด

    สาเหตุนั้น เป็นเพราะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตื่นตระหนก

    ด้วยโมเดลสำหรับต่อสู้โดยเฉพาะที่ขนมาใช้ในตอนนี้ ทำให้ไพรด์เหนือกว่าเหล่าพี่น้องทุกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

    แถมเขายังมีระบบโนอาร์สนับสนุนอยู่ข้างกาย



    เส้นทางและวิถีการโจมตี ได้ถูกวิเคราะห์และส่งเข้าสู่สมองของไพรด์ภายในหนึ่งมิลลิวินาที

    การวิเคราะห์แบบจำลองเหตุการณ์รุกรับ ความน่าจะเป็นของการโต้กลับ ถูกส่งเข้าตามมาในมิลลิวินาทีที่สอง

    ไพรด์เริ่มลงมือโต้ตอบกลับในมิลลิวินาทีที่สาม



    จักรสีขาวและเศษซากที่ถูกทำลาย ถูกเรียกมารวมตัว ก่อเป็นก้อนวัตถุทรงไข่สีขาวจำนวนสามสิบลูก แล้ววิ่งเข้าปะทะกับวัถุทรงไข่สีดำที่พุ่งตรงขึ้นมา

    วัตถุทรงไข่สีขาวแตกตัวออกเป็นเมล็ดข้าวโพด ณ วินาทีที่สัมผัส ก่อนจะห่อหุ้มวัตถุสีดำจนพวกมันสูญเสียการควบคุม แล้วพุ่งตรงฝังลึกเข้าไปในผนังแทน



    ในเวลาเดียวกัน ไพรด์เบี่ยงตัวหลบเส้นแสงสีแดง ด้วยการขยับขาเพียงข้างเดียวเท่านั้น

    เส้นแสงสีแดงนับร้อยวิ่งไหลผ่านข้างลำตัวเขา ประหนึ่งเส้นด้ายที่ที่วิ่งผ่านรูเข็ม



    หลังจากที่เส้นแสงวิ่งผ่านร่างกาย มือทั้งสองข้างก็ถูกยกลงมา แล้วประกบเข้ากับดาบแสงของเอนวี่ที่กำลังเล็งมาตรงหน้าอกของเขา

    "...! "

    ถึงจะถูกล้างสมองจนกลายเป็นหุ่นไร้วิญญาณ แต่ดวงตาของกลับเอนวีแสดงความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด



    ร่างของเอนวีถูกไพรด์จับเหวี่ยง ในจังหวะที่กลัทโทนี่ย์กำลังจะเข้าประชิดตัวในระยะเพียงครึ่งเมตรจากทางซ้าย

    กลัทโทนี่ย์รีบปลดมือคลื่นไมโครเวฟที่กำลังแผ่ออกมามาจากมือทั้งสองข้างด้วยความตกใจ

    เธอไม่อยากให้ฝ่ามือของตน เป็นต้นเหตุของความตายของพี่น้องเธอเอง

    ร่างของสองพี่น้องกระกันอย่างรุนแรง ก่อนจะร่วงหล่นลงสู้พื้น

    ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะบาเรียของสล๊อต ร่างกายของพวกเธอคงพังเสียหายจนเคลื่อนไหวไม่ได้ไปแล้ว



    "ยังเหลืออีกคน กับอีกหนึ่งตัวสินะครับ? "

    "!! "

    ไพรด์ใช้จักรสีขาวที่วิ่งวนอยู่รอบห้อง วิ่งโจมตีไปที่ผนังว่างเปล่าทางขวา

    *เคร๊ง! *

    เกิดเสียงปะทะพร้อมกับแสงไฟออกมาจากเคียวสีดำกับกงจักรสีขาว

    สตรีนักฆ่าคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากกำแพงที่ว่างเปล่า พร้อมกับอสรพิษคู่กาย

    ผ้าคลุมที่มีผิวเป็นมันวาว ถูกเจาะเป็นรูกว้างจนสูญเสียซึ่งความสามารถกลืนหายไปกับสภาพแวดล้อม

    ผ้าคลุมนี้สามารถลบตัวตน กลืนกินสภาพแวดล้อม รวมไปถึงหลบเลี่ยงการตรวจจับได้แทบทุกชนิด

    แต่ก็ไม่อาจหลบเลี่ยงสายตาของไพรด์ไปได้



    ไพรด์ไม่ได้รู้ว่าเธออยู่ตรงนั้น

    คลื่นตรวจจับที่ยิงไปทั่วห้อง ไม่อาจจับตำแหน่งที่แน่นอนของเธอได้

    แต่เขารู้ตำแหน่งจากการวิเคราะห์ ตรวจสอบช่องว่างการโจมตีของศัตรู แล้วพิจารณาเป็นความน่าจะเป็นของเส้นทางลอบโจมตีให้กับเขา



    "ชิ! แบบนี้ก็ลอบโจมตียากขึ้นอีกนะสิ! "

    *ฟ่อ…*

    เธอเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจ แล้วกระโดดทิ้งระยะห่างลงมายืนข้างเอซพร้อมกับคู่หูของเธอ

    ในเวลาเดียวกัน ราธที่ถูกฝังอยู่ในผนัง เธอได้ใช้พลังกล้ามเนื้อ ทะลายผนังรอบตัว จนได้รับอิสระภาพกลับมาอีกครั้ง



    "ทางผมต่างหากที่อยากจะบ่น รบกวนช่วยรีบยอมแพ้เพื่อจบศึกยืดเยื้อนี้จะได้หรือไม่ครับ? "

    ไพรด์ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า

    เพราะมีสล๊อตคอยกางม่านบาเรียให้อยู่ ไพรด์เลยไม่สามารถโจมตีสังหารได้ในทัน

    แต่ทางสล๊อตเองก็ใช่ว่าจะกางม่านบาเรียที่แข็งแกร่งนี้ได้ตลอดไป



    "เป็นการต่อสู้วัดความอึดที่น่าเบื่อหนายสิ้นดีครับ"

    ไพรด์พ่นลมหายใจออกมาอย่างดูถูกดูแคลน

    "หึ! เจ้าหุ่นยนต์กระป๋องอย่างแกคิดว่านี่เป็นการต่อสู้วัดความอึดอย่างงั้นเรอะ"

    แต่ดูเหมือนเอซจะไม่คิดเช่นนั้น

    เขาเปิดกระเป๋าตรงเข็มขัด แล้วสั่งให้วัตถุทรงไข่เก้าลูกสุดท้ายบินออกมาหมุนวนรอบตัวเอง

    "ไม่คิดว่าพวกเราจะเป็นฝ่ายชนะบ้างหรอกหรือยังไงเจ้าหุ่นกระป๋อง? "

    พร้อมกับส่งรอยยิ้มและวาจาที่เหยียดหยามกลับไปให้ศัตรูเช่นนั้น