ไป๋หลงหลานกลับเข้ามาในบริเวณที่ประทับส่วนพระองค์หลังเวลาผ่านไปเป็ชั่วยาม เมื่อผ่านประตูโค้งเข้ามา ภาพที่เห็นคือ จ้าวรั่วซีกำลังใช้ปลายมีดกรีดปลายด้านหนึ่งของปล้องไม้ไผ่ที่เล็กมากๆ เหมือนด้ามพู่กันที่ตัดบางส่วนออกไป แล้วเหลาส่วนที่เหลือจนเป็แผ่นบางและแหลม โดยมีสาวใช้คอยฝนหมึกและเทน้ำหมึกใส่ขวดเล็กๆ อยู่ใกล้ๆ
หญิงสาวตั้งหน้าตั้งตาทำสิ่งนั้นจนแม้เขาเดินมายืนอยู่ด้านหลัง ก็ยังไม่รู้สึกตัว จนเขาต้องส่งเสียงเรียก
“แม่นางจ้าว เ้ากำลังทำอะไร”
หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวด้วยความใจนมีดด้ามเล็กในมือแฉลบไปโดนนิ้วมืออีกข้างจนมีแผลเล็กๆ พอให้มีเืซึม เมื่อหันมาเห็นเขา เธอจึงรีบลุกขึ้นยืนแล้วย่อกายถวายความเคารพ
ชายหนุ่มเองก็ใที่เขาทำให้เธอเกิดแผลอีกแล้ว จึงรีบคว้ามือของหญิงสาวมาดูที่แผล
“ข้าขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจให้เ้าใ ทำเ้าเป็แผลอีกจนได้ เหม่ยลี่ เ้าไปหยิบยาใส่แผลมาให้พระสนม”
“ไม่เป็ไรค่ะ...เอ้ย...เพคะ แผลเล็กๆ เท่านั้น” ไม่รู้ทำไมอยู่ๆ ใบหน้าเธอก็รู้สึกร้อนๆ อยู่นิวยอร์คจับมือกับผู้ชายมามากมายไม่เห็นเคยรู้สึกอะไร...แต่ทำไมครั้งนี้หัวใจมันเต้นแรงขึ้นนะ
“ว่าแต่ เ้าทำอะไรอยู่ นี่ดูเหมือนอาวุธชิ้นเล็กๆ เลยนะ” แม้จะรู้สึก...เสียดาย...แต่ก็จำต้องปล่อยมือนุ่มนั้น หลังจากที่เห็นริ้วแดงๆ พาดผ่านใบหน้านวลนั้น
“ไม่ใช่อาวุธเพคะ หม่อมฉันไม่เคยใช้พู่กันเขียนหนังสือ กว่าจะเขียนได้แต่ละตัว เสียเวลาเพคะ หากคืนนี้เราได้เข้าไปตรวจสอบศพได้ หม่อมฉันเลยลองพยายามทำ ‘พู่กันไม้ไผ่’ ให้เขียนได้คล่องมากขึ้นเพคะ นี่ก็ทำเสียไปสองสามอันแล้ว เพิ่งมีอันนี้ที่ดูแล้วน่าจะพอใช้ได้ เสร็จพอดีแต่จะเวิร์คไหม เดี๋ยวต้องลองดูเพคะ...เอ่อ หมายถึงจะใช้ได้หรือไม่ต้องลองดูเพคะ”
“พู่กันไม่ไผ่? ... แปลกดี ไม่เคยเห็น แล้วมันใช้อย่างไร แล้วปกติถ้าเ้าไม่ใช้พู่กันเขียนหนังสือ แล้วใช้อะไร”
“ใช้ปากกาหรือดินสอเพคะ คือมันเป็อุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ หน้าตาก็คล้ายกับที่หม่อมฉันกำลังทำนี่แหละเพคะ...” หญิงสาวส่งพู่กันไม่ไผ่ที่มีปลายด้านหนึ่งเป็มุมแหลมบาง มีรอยกรีดจากมุมแหลมลงมาจนถึงที่รูเล็กๆ ที่เจาะเอาไว้ที่จุดกึ่งกลางของส่วนที่เป็แผ่นบางนั้น ให้ชายหนุ่มรับไปดูใกล้ๆ
“เวลาใช้ ก็นำมันไปจุ่มในหมึกที่ฝนเตรียมเอาไว้ แล้วก็เขียนได้เลย...ถ้าหม่อมฉันทำสำเร็จนะเพคะ ฝ่าาเสด็จมาพอดี ทรงช่วยเป็สักขีพยาน เอาใจช่วยให้สำเร็จด้วยนะเพคะ” แล้วเธอก็หัวเราะเบาๆ เพราะนี่ก็ทำพังไปแล้วสองสามอัน อันนี้เหมือนจะสำเร็จ แต่ก็ไม่รู้จะใช้งานได้จริงตามที่จินตนาการไหม
“ช่างคิด ไหน...เสร็จหรือยัง ลองเขียนให้ข้าดูหน่อย”
หญิงสาวเป่าลม พร้อมใช้มือปัดไล่ฝุ่นไม้ แล้วใช้ปากพู่กันจุ่มในน้ำหมึกเล็กน้อย แล้วนำมาเขียนตัวอักษรบนกระดาษที่เตรียมเอาไว้ ลายเส้นที่ปรากฏเป็เส้นคม บาง และเบากว่าการใช้พู่กัน และสามารถเขียนได้รวดเร็วกว่าพู่กันด้วย ที่สำคัญลายมือที่เขียนดูสวยงามเป็ระเบียบ ไม่ใช่ลายมือที่ดูเหมือน “เด็กหัดใช้พู่กัน” ที่เขาเคยเปรียบเทียบเมื่อเธอเขียนตอนอยู่ในคุก
เธอเขียนชื่อของเธอเป็อักษรสามตัว แล้วส่งกระดาษให้ชายหนุ่มดู พร้อมกับยิ้ม ‘ภูมิใจ’ ที่ทำสิ่งประดิษฐ์นี้สำเร็จ ‘ปากกาคอแร้งไม้ไผ่’ ชิ้นแรกของโลกที่เธอเป็คนประดิษฐ์ขึ้นมาเอง โดยที่ไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มหวานด้วยความภูมิใจเหมือนเด็กน้อยนั้น ทำให้มือใหญ่ที่เอื้อมมารับกระดาษแผ่นนั้นไปชะงักค้างไปหลายวินาที
“เขียนได้จริงๆ ด้วย ดูแล้วลายมือเ้าค่อยเป็ผู้เป็คนกับเขาหน่อย”
ผลจากการหยอกนั้น ทำให้ได้ค้อนวงใหญ่จากดวงตากลมโตเป็รางวัล
“เอาล่ะ เ้าเตรียมตัวให้พร้อม ทางหยวนฮูหยินตอบกลับมาแล้ว เราจะออกเดินทางตอน่ใกล้ค่ำ เราต้องหลบออกไปไม่ให้ใครเห็น แล้วค่อยไปขึ้นรถม้าเมื่อพ้นเขตจวน เพราะฉะนั้นเ้าก็เลือกเสื้อผ้าสีเข้มหน่อยจะได้ไม่เป็ที่สังเกต”
“เพคะ งั้นหม่อมฉันจะทูลขอสมุดสักเล่มได้ไหมเพคะ หอบกระดาษแผ่นๆ พวกนี้ไปด้วย เห็นทีจะไม่ค่อยสะดวกนัก”
“ตอนนี้เ้าเป็พระสนมแล้ว อยากได้อะไรก็สั่งเหม่ยลี่ ให้ไปจัดการมาให้ก็แล้วกัน นางเป็หลานสาวของท่านพ่อบ้าน ข้าเห็นนางมาั้แ่ยังเด็ก เ้าไว้ใจนางได้ อีกอย่างเ้ากับนางน่าจะอายุใกล้เคียงกัน มีนางเป็เพื่อน เ้าจะได้ไม่เหงา”
“เหม่ยลี่น่ารักมากเพคะ อายุอ่อนกว่าหม่อมฉันแปดปี เป็น้องสาวหม่อมฉันได้เลย ขอบพระทัยฝ่าาที่ให้นางมาเป็เพื่อนหม่อมฉันเพคะ”
“แปดปี! นี่เ้าอายุเท่าไหร่กัน ข้าคิดว่าเ้าสองคนอายุน่าจะไล่เลี่ยกันเสียอีก”
“เดือนหน้านี้หม่อมฉันก็ยี่สิบแปดปีเต็มแล้วเพคะ” จ้าวรั่วซียิ้ม ...ถือว่าเป็คำชมนะคะองค์ชาย...
“ยี่สิบแปด...แล้วเหตุใดเ้ายังไม่...เอ่อ...” ชายหนุ่มชะงักไป เพราะเพิ่งนึกได้ว่าเป็การไม่ควร “ช่างเถอะ”
“จะทรงถามว่าเหตุใดหม่อมฉันยังไม่ออกเรือน ใช่ไหมเพคะ” หญิงสาวถามยิ้มๆ
“ขอโทษ ข้าไม่ได้คิดจะเสียมารยาท เพียงแต่โดยปกติบิดา-มารดา มักจะหาคู่ครองให้ลูกสาวั้แ่อายุก่อนยี่สิบเสียอีก เ้าไม่จำเป็ต้องตอบก็ได้”
ถ้าผู้ชายสมัยใหม่เป็สุภาพบุรุษน่ารักอย่างองค์ชายทุกคน หม่อมฉันก็คงมีลูกไปสองคนแล้วมั้ง... หญิงสาวคิดในใจ หากคำตอบกลับเป็การเล่าให้เขารู้จักเธอในโลกของเธอมากกว่า
“ในยุคนั้น คนแต่งงานกันช้าค่ะ แล้วส่วนใหญ่ก็แต่งงานเมื่อมีความพอใจซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่าย มิใช่การจับคู่ผ่านพ่อสื่อแม่สื่อเหมือนในสมัยนี้ อีกทั้งผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ต้องทำงานหาเงินเหมือนกับผู้ชาย งานยุ่งบ้าง ไม่เจอคนถูกใจบ้าง อย่างหม่อมฉันนี่ ยังไม่แต่งงานเพราะยังไม่เจอคนที่อยากจะใช้ชีวิตด้วยไปจนแก่ ก็เลยยังไม่ได้แต่งงานเพคะ บางคนอายุสามสิบสี่สิบเพิ่งแต่งงานกันก็มีเยอะไปค่ะ เป็เื่ธรรมดา อายุขนาดหม่อมฉันผู้ใหญ่หลายๆ คนยังมองว่าเป็เด็กอยู่เลยนะเพคะ” เธอตอบพร้อมหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกถึงอาซ่งจินและอาหมอที่ยังเรียกเธอ ซีซีน้อย เหมือนเธอยังแปดขวบอยู่เลย
“หมายความว่า ชายหญิงจะแต่งงานกันเพราะรักกัน พอใจกันและกันก่อน พ่อแม่ไม่ต้องจัดการให้ เช่นนั้นหรือ”
“ส่วนใหญ่เป็เช่นนั้น อาจจะมีบางครอบครัวที่พ่อแม่จับคู่ให้ ก็ยังพอมีให้เห็นบ้างเพคะ แต่ก็น้อยมากแล้ว”
“เอาไว้เ้าเล่าเื่ครอบครัวของเ้าให้ข้าฟังบ้างได้หรือไม่ ไหนๆ เราก็ต้องทำงานใกล้ชิดกัน ข้าก็อยากจะรู้จักเ้ามากขึ้น”
“ได้สิเพคะ ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันมาจากที่อื่น อาจจะปฏิบัติตัวหรือใช้คำพูดได้ไม่เหมาะสม ต้องขอโทษ...เอ้ย...ขอประทานอภัยไว้ล่วงหน้านะเพคะ แต่หม่อมฉันจะพยายามปรับตัว เพื่อมิให้คนสงสัย เหม่ยลี่น่าจะช่วยได้เยอะ”
“เวลาอยู่ส่วนตัวกัน เ้าไม่ต้องกังวลมากไป พูดตามภาษาของเ้าก็ได้ ถือว่าข้าเป็สหายคนหนึ่งก็แล้วกัน”
“งั้นก็ยินดีเพคะ” เธอยิ้มกว้าง พร้อมกับยื่นมือขวาออกไป
ไป๋หลงหลานมองมือเรียวที่ยื่นออกมางงๆ ก่อนจะเงยหน้า ส่งคำถามด้วยดวงตา จ้าวรั่วซียิ้มสดใสอีกครั้งก่อนจะคว้ามือใหญ่มาจับมือของเธอ แล้วขยับขึ้นลงเบาๆ แล้วค่อยอธิบาย
“นี่เป็การจับมือแสดงไมตรีระหว่างเพื่อนใหม่เพคะ” เมื่อคลายมือออกแล้วเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาเข้มที่ปกติจะดูดุอยู่เสมอ หากวันนี้มีแววกึ่งอ่อนหวาน ที่แม้จะหายไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็พอที่จะทำให้จ้าวรั่วซีรู้สึกตัว แก้มนวลปรากฎสีแดงระเรื่อจางๆ หญิงสาวจึงรีบปล่อยมือ แล้วอยู่ๆ ทั้งคู่ก็รู้สึกเหมือนมือไม้มันเกะกะ ไม่รู้จะเก็บไว้ที่ตรงไหนดี...
“เอาเป็ว่าเ้ามีเวลาเตรียมตัวอีกประมาณหนึ่งชั่วยามกว่าจะพลบค่ำ ข้าจะให้ลู่เจ๋อมารับเมื่อใกล้เวลา”
แล้วชายหนุ่มก็ลุกจากไป อย่างรวดเร็ว โดยมีลู่เจ๋อเดินอมยิ้มตามไป โดยที่ครั้งนี้เขาไม่คิดจะกลบเกลื่อนด้วยซ้ำ!
***
--------------
ขรึมๆ แต่ดวงตาพราวระยับนะคะองค์ชาย .. ;-)