เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน ก่อนที่แม่เจ้าเกสรจะก้าวขึ้นมาปรากฏตัว เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใด เจ้านางซอมพอก็รีบก้มหน้าลงยกหลังมือขึ้นซับหยาดน้ำตา แลยัดเอาจดหมายลับซ่อนเก็บไว้ในผืนผ้าปูพระที่นั่งทรงงาน
“ซอมพอ...ลูกรัก” รอยยิ้มของนางเป็นเรื่องลวงในสายตาของเจ้าซอมพอ
คำที่เอ่ยออกมา ทำเอาอีเอื้องสายแลอีฟั้นต่างตกตะลึง ด้วยคำพูดหวานหูเยี่ยงนี้ มิเคยมีออกจากปากสตรีผู้นี้มาก่อน แม่เจ้าเกสรทรุดตัวลงนั่งข้างกายของเจ้านางซอมพอ อันแต่ไหนแต่ไรก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด นางเอื้อมมือมากุมมือของเจ้านางกำพร้า รอยสัมผัสแผ่วเบานั้น แต่เล็กจนโตเจ้าซอมพอมิเคยได้รับมาก่อนเลย ครั้งนี้จึงเป็นเรื่องแปลกประหลาดนัก
“เจ้าเวียงทุ่งหลวงส่งทูตมาเร่งรัดต่อคำมั่น ที่จักส่งตัวเจ้าไปอภิเษกอีกแล้วหนา เจ้าก็รู้ ว่าเวียงสรวงเราในยามนี้เปรียบเสมือนไม้ซีกอันจักไปงัดไม้ซุงอย่างเวียงทุ่งหลวง เห็นทีจะมีแต่มอดม้วยกันจนหมดสิ้น อันจักแจ้งไปยังสุวรรณโคมคำ เขาก็มีศึกเหนือเสือใต้ อันด้วยเจ้ามหาชีวิตพระองค์ก่อนล่วงลับ ขุนหลวงพระองค์ใหม่ก็คงวุ่นแต่จะรั้งเอาเมืองสำคัญ เวียงสรวงเรานั้นเป็นเมืองน้อย ไหนเลยเขาจักมาให้ความสำคัญ”
เจ้านางซอมพอยังคงนิ่งเงียบ แผ่นกระดาษใต้พระที่ประทับยังคงถูกนั่งทับไว้
“ซอมพอ...เจ้าช่วยพวกเราชาวเวียงสรวงสักคราเถิดหนา เจ้าช่วยแต่งไปอยู่เวียงทุ่งหลวงแต่โดยดีเถิด ถึงขุนหลวงท่านจะเฒ่าชรา แต่ก็ให้เกียรติเจ้าเป็นถึงอัครมเหสี มีอำนาจวาสนาเหนือผู้ใดในที่นั้น แลหากสุวรรณโคมคำต้องมีอันเพลี่ยงพล้ำต่อผู้รุกรานทางตอนเหนือ เวียงสรวงเราที่เป็นดองกับเวียงทุ่งหลวง ก็ถือว่ารอดพ้นเภทภัยไปด้วยหนา"
คำพูดของแม่เจ้าเกสรเปรียบเสมือนน้ำมัน ที่ราดรดลงบนกองไฟอันสุมอยู่ในทรวงอกของเจ้านางซอมพอ นางลืมตาขึ้น แววตาที่เคยอ่อนหวาน บัดนี้กลับเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวขึ้นมาอีกครา
“เจ้าแม่พูดถูกแล้วเจ้าข้า...ข้าเจ้าจักยอมแต่งไปเวียงทุ่งหลวงแต่โดยดี แต่มิใช่เพราะข้าเจ้าทำเพื่อพระองค์ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นเพราะข้าเจ้าทำเพื่อความสงบของเวียงสรวง”
คำพูดของเจ้านางซอมพอ ทำเอาอีเอื้องสายแลอีฟั้น ถึงกับต้องตกตะลึงด้วยไม่เชื่อหูตน ความน้อยใจแล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ นางคิดถึงสายตาของของเจ้าขุนอินทร์ถวาย ยามที่เคยให้สัญญามั่นต่อผาเจ้าเวียง ข่าวการแต่งตั้งพระชายาชาวเยว่ มันคือความจริงที่ตบหน้านางจนต้องสะดุ้งตื่นจากความฝัน เพื่อกลับมาเผชิญหน้ากับความจริง
‘ในเมื่อพี่ท่านอินทร์ถวายเลือกหมากกระดานนี้...ข้าซอมพอก็จักเลือกหมากกระดานของข้าเองเช่นกัน’
นางหันไปมองแม่เจ้าเกสร ด้วยสายตาที่ทำให้ทุกคนต้องมีใจสั่น “ขบวนช้างจากเวียงทุ่งหลวง จักมาถึงเมื่อใดก็ให้เขามาเถิดเจ้าข้า ข้าจักแต่งให้ขุนหลวงผู้ชรานั่น ตามความประสงค์ของเจ้าพ่อแลเจ้าแม่...ให้มันจบสิ้นกันไปเสียในชาตินี้ ถือเสียว่าข้าเจ้าติดค้างหนี้สินต่อพวกท่าน แลชาวประชาเวียงสรวงทุกผู้ตัวคน นับแต่นี้ ชีวิตข้าจักเป็นของซอมพอ ไม่มีบุญคุณใด ให้ต้องติดค้างจนต้องเฝ้าชำระกันมิสิ้นสุด”
แม้ปากจะกล่าวถ้อยคำเด็ดขาดออกมา แต่ภายในใจของเจ้านางซอมพอนั้นกลับสั่นไหว นางรู้ตัวดีว่านี่คือการตัดสินใจ ที่แลกมาด้วยอิสรภาพทั้งชีวิตของตน แต่ความโกรธแลความน้อยใจ มักจักสร้างแรงผลักดัน ให้คนเราก้าวเดินต่อไปในทางที่เจ็บปวดที่สุดเสมอ เพื่อประชดประชันต่อชะตากรรม ที่บีบอัดจนยากจักหาทางออกได้เจอ ในเมื่อนางเลือกแล้วที่จักตัดขาดจากโคมคำ แล้วไปเป็นใหญ่ยังทุ่งหลวง
แม่เจ้าเกสรยิ้มกว้างแลหัวเราะออกมาอย่างเป็นสุข ไม่คิดว่าเพียงคำพูดหวาน ๆ จะทำให้เจ้านางจอมพยศสยบลงได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ นางรีบร้องตะโกนสั่งการบ่าวไพร่ภายในเรือนพิมานเจ้านาง ให้ทุกคนจงเตรียมพร้อม แลเริ่มเก็บข้าวของอันจำเป็นของเจ้าเรือน ในอีกไม่เกินขวบเดือนต่อจากนี้ จักถึงฤกษ์ยามอันดี ที่จักส่งตัวเจ้างนางอันสูงส่งไปเสวยสุขยังเวียงไกล
อีเอื้องรีบวิ่งเข้าไปโอบกอดผู้เป็นนาย มันรู้ดีว่าแม้ทุกคำพูดที่ออกจากปากเป็นเสมือนคำมั่น แต่หัวใจของเจ้านางคนงามนั้น มิใช่เช่นวาจาที่เอ่ยเลย
เจ้านางซอมพอมองดูแม่เจ้าเกสรเดินลงเรือนไป หัวใจของนางในยามนี้ ได้แหลกสลายลงแล้วไม่มีชิ้นดี พร้อมกับการเริ่มต้นใหม่ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความแค้น แลความเย็นชาที่กำลังจะไปเยือนเวียงทุ่งหลวง ในฐานะอัครมเหสีผู้เลอโฉม
‘อันคำมั่นที่พี่ยานั้นมอบให้กัน น้องนั้นจักถือว่ามันมิเคยเกิดขึ้น นับแต่นี้เราสองถือว่ามิเคยพานพบรู้จักกัน อันความสิเน่หานั้นดั่งภาพฝัน พลันตื่นภาพนั้นกลับจางหาย…เหลือทิ้งเพียงอาลัยให้จดจำ’
หลายวันผ่านพ้น เจ้านางซอมพอก็ตัดสินใจ ส่งจดหมายลับให้ม้าเร็ว ควบออกจากเวียงสรวงไปส่งให้ถึงมือขุนหลวงอินทร์ถวายยังสุวรรณโคมคำ
ท้าวพญาพรหมเสกเจ้าหาญและคนติดตาม เร่งควบม้าเร็วกลับมาถึงสุวรรณโคมคำ โดยใช้เส้นทางจากเวียงทุ่งหลวงตัดผ่านป่าเขาอันสลับซับซ้อนแลบางช่วงยังสูงชัน เข้าสู่เขตแดนเวียงทุ่งยั้งอันเป็นเมืองหน้าด่านของเชียงลาว เขตพื้นที่ปกครองแห่งเจ้าโยนยางคำ แลมาข้ามท่าน้ำ ที่หน้าเมืองของเจ้าโยนไปยังฝั่งสุวรรณโคมคำ โดยใช้เวลาทั้งสิ้นเพียงแค่ห้าวัน ย่นระยะเวลาที่จะต้องย้อนไปเวียงสรวงได้มากโข
“เจ้าพี่ข้ากลับมาแล้ว…” เจ้าพรหมเสกเท้าเหยียบถึงพื้น ก็เร่งเข้าพบขุนหลวงอินทร์ถวายยังพิมานตำหนักในทันที
สภาพท้าวพญาแห่งเวียงชัย ผิวกายคล้ำดำด้วยแดดแผดเผา หนวดเคราเต็มหน้าผมเผ้าแม้นเกล้ารวบแต่กลับยุ่งเหยิง
“นี่มึงไปฟัดกับหมาที่ใดมาฤา เหตุใดจึงมีสภาพเช่นโจราปล้นชิงทรัพย์”
“หากจักฟัด ข้าพเจ้าคงอยากฟัดไอ้หมาแก่เวียงทุ่งหลวงเป็นที่สุด”
เจ้าหาญที่กำลังตามเข้ามาพร้อมขุนนางทั้งสองที่ติดตาม คุกเข่าลงหมอบกราบต่อเจ้ามหาชีวิตพระองค์ใหม่ แม้หน้ามันยิ้ม แต่สภาพเนื้อตัวก็มิต่างอันใดกับเจ้าพรหมเสกเลย
“ข้าพเจ้าแลพี่ท่านพรหมเสก ไปเวียงทุ่งหลวงมาพระเจ้าข้า ด้วยสถานการณ์ในเวียงสรวงยามนี้มิสู้ดีนัก แม่ข้าวางแผนแยบยลมานานแรมปี หมายใจให้พี่นางไปให้พ้นจากเวียงสรวง การกระทำของแม่ข้าถือว่าผิดใหญ่หลวง แต่ข้าแลพี่นาง รวมทั้งประชาชนชาวเวียงสรวงทุกตัวคน ล้วนต่างจงรักภักดีต่อพระองค์ แลแผ่นดินสุวรรณโคมคำเช่นเดิมพระเจ้าข้า”
ขุนหลวงอินทร์ถวาย กำจดหมายลับจากเจ้าซอมพอไว้ในพระหัตถ์ ดูเหมือนทุกอย่างจักเดินทางมาชนกันในเวลาอันประจวบเหมาะเข้าพอดี
“กูเอง…ก็เพิ่งได้รับหมายจากน้องนางซอมพอเมื่อครู่นี้เอง” ขุนหลวงอินทร์ถวายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย ราวกับคนที่เหลือเพียงร่างแต่ไร้ซึ่งวิญญาณ
เจ้าหาญหันไปมองหน้าท้าวพญาพรหมเสกด้วยความไม่เข้าใจ “เจ้านางมีความว่ากระไรหรือเจ้าพี่”
“นางขอยกเลิกคำมั่นอันกูนั้นได้มอบไว้ให้แก่นาง ทั้งหมดคงด้วยเหตุที่กูนั้น แต่งตั้งเอาเจ้านางเยว่โมเลียงนางนั้นขึ้นวางไว้ในตำแหน่งพระชายา” ขุนหลวงอินทร์ถวาย จ้องมองหน้าเจ้าหาญ “พี่สาวมึงคงโกรธกูเสียแล้วไอ้หาญ แบบนี้จักทำเช่นไรดี…กูมิได้คิดผิดสัตย์ต่อนาง กูแค่ตั้งใจจัดการทุกอย่างให้ลงตัว แลเมื่อครบร้อยวันตามกำหนด กูก็จักยกสินสอดของไหว้บูชาผี ไปรับตัวนางจากเวียงสรวง มิคิดเลยว่านางจักรีบตัดไมตรีกู”
“ขุนหลวง พี่นางมิน่าโกรธเคืองพระองค์ด้วยเรื่องนี้ แต่การที่นางขอยกเลิกคำมั่นนั้น ก็ด้วยนางเองก็หาทางออกให้ตนไม่เจอ สตรีต่างจากบุรุษ พระองค์เองเสียมากกว่า ที่ต้องทรงทำความเข้าใจในข้อนี้” เจ้าเด็กหนุ่มที่มักทำตัวไร้เดียงสาไม่ประสาเรื่องผู้ใหญ่ ในยามนี้กลับวางตนดั่งผู้เข้าใจโลก
“พี่นางของข้านั้น แต่เล็กจนโต น้อยนักที่นางจักมีความสุขอย่างแท้จริง แม้ข้าจักอายุน้อยกว่านาง แต่ก็ยังทรงวิ่งเล่นมาด้วยกันปานพี่น้องร่วมอุทร หลายครั้งที่นางมักทำตนมิถูกใจแม่เจ้า แลรับโทษจนน้ำตาตก แต่พอรุ่งเช้านางก็ออกไปร่ำเรียนด้วยครูบาเจ้า ทั้งที่ดวงตาบวมเป่ง นางนั้นรับผิดชอบในหน้าที่ตนเหนือผู้ใด แลไม่อับอาย หากสิ่งนั้นเป็นตนที่ต้องรับผิดชอบ”
“นี่มึงกำลังบอกกูว่า การยกเลิกคำมั่นต่อกู ก็คือความรับผิดชอบของนางกระนั้นฤาไอ้หาญ”
“หากพี่นางของข้า ต้องไปเป็นเมียผู้อื่น คำมั่นที่มีต่อกัน จักถือว่าพระองค์ผิดสัจจา หรือพี่ข้าผิดเล่า”
อ่านฟรีจนจบ 143 ตอน ปิดจบติดเหรียญถาวร
แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :
เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh
เล่ม 2 https://shorturl.asia/BxnNW
เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH