หลังจากเซียวเยี่ยสวมใส่อุปกรณ์เรียบร้อยแล้วในมือของเขาก็กุมกริชทะลวงิญญาเอาไว้แน่นก่อนจะเปิดใช้งานทักษะก้าวย่างกระแสวารีพุ่งร่างประดุจเงาสีทมิฬมุ่งหน้าไปยังแสงสว่างอันริบหรี่ภายในถ้ำนั้น!
ภาพที่เห็นทำเอากู้ซืออวี่ซึ่งยืนอยู่ข้างหลังถึงกับตาค้างด้วยความตกตะลึงผู้ชายคนนี้ตกลงมีอาชีพอะไรกันแน่?
ทั้งอึดทั้งโจมตีแรง แถมพอเอากริชออกมาถือเพียงครู่เดียวกลับวิ่งได้เร็วกว่าพวกอาชีพมือสังหารเสียอีก...
แม้ว่าหลังจากเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ทั้งสามชิ้นนี้ค่าสถานะของเซียวเยี่ยจะลดลงจากเดิมไม่น้อย
ทว่าอุปกรณ์สามชิ้นที่ปล้นมาจากคุณชายสี่แห่งเป่าลี่กรุ๊ปนั้นล้วนแต่เป็อุปกรณ์ทองคำต่อให้ค่าสถานะของเซียวเยี่ยจะลดลงแต่มันก็ยังเหนือกว่าพวกหยวนฉางเหออยู่มากเลยทีเดียว
ที่มาของแสงริบหรี่ลึกเข้าไปในถ้ำนั้นคือช่องเปิดบนเพดานที่มีลักษณะคล้ายปากบ่อ
มันอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ2-3เมตร เซียวเยี่ยะโตัวลอยอย่างคล่องแคล่วใช้กริชในมือปักเข้ากับผนังถ้ำแล้วปีนออกไปได้อย่างง่ายดายเมื่อพ้นออกมาก็พบว่าทางออกนี้อยู่คนละฝั่งของหุบเขาปีศาจภูตพรายซึ่งห่างจากทางเข้าถ้ำเดิมหลายร้อยเมตร
เซียวเยี่ยย่อกายลงซ่อนตัวในพุ่มไม้อย่างเงียบเชียบพร้อมกับเปิดใช้งานทักษะคลื่นเสียงตรวจจับความถี่สูงทันใดนั้นเป้าหมายสีแดงที่กำลังเคลื่อนไหวหลายจุดก็ปรากฏขึ้นในระยะใกล้ทางทิศตะวันตกเมื่อดูจากจำนวนแล้ว คงหนีไม่พ้นพี่น้องตระกูลหยวนกลุ่มนั้น!
เขาลอบเคลื่อนกายไปตามพุ่มไม้อย่างไร้ร่องรอยกระทั่งมองเห็นคนเ่าั้กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานกันอย่างขยันขันแข็งพวกเขาเปลี่ยนอาวุธในมือเป็พลั่วและจอบดูเหมือนพวกเขากำลังพยายามขุดเจาะแร่ขนาดใหญ่ให้แตกออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยโดยที่มีก้อนแร่แข็งขนาดสูงท่วมหัวฝังอยู่ในหน้าผาตรงหน้า
แสงสีฟ้าจางๆที่ลอดออกมาจากรอยขีดข่วนบนพื้นผิว เป็หลักฐานยืนยันว่ามันคือแร่จิติญญาจริงๆเพียงแต่สีและความบริสุทธิ์ของมันดูจะน่าผิดหวังไปสักหน่อย
เมื่อเห็นเช่นนั้นเซียวเยี่ยก็อดไม่ได้ที่จะเหยียดยิ้มเ็าเกรงว่าพวกพี่น้องตระกูลหยวนกลุ่มนี้คงจะตาถั่วเสียแล้ว!
สายแร่จิติญญาที่แท้จริงไม่มีทางอยู่รวมกันเป็ก้อนมหึมาเช่นนี้แต่มันควรจะแทรกซึมอยู่ในเนื้อหินเหมือนกับสายแร่ทองคำ
สิ่งที่พี่น้องตระกูลหยวนค้นพบน่าจะเป็เพียงแร่ก้อนเดี่ยวที่เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญ ไม่ใช่สายแร่ที่แท้จริง
มันเหมือนกับสิ่งที่เรียกว่า‘ทองหัวหมา’ ซึ่งแม้จะมีมูลค่าแต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับสายแร่ทั้งสาย
ยิ่งเมื่อพิจารณาจากภูมิประเทศของหุบเขาปีศาจภูตพรายที่เป็ร่องลึกขนาดมหึมาบางทีเมื่อหลายล้านปีก่อนที่นี่อาจเคยเป็ท้องทะเลมาก่อน
หากเป็เช่นนั้นสายแร่ที่แท้จริงย่อมยากจะสืบเสาะร่องรอยได้...
ถ้าพี่น้องตระกูลหยวนใส่ใจศึกษาทฤษฎีการเกิดของสายแร่จิติญญาในขณะที่ยังเรียนอยู่เหมือนกับเซียวเยี่ยพวกเขาก็คงจะรู้เื่นี้ไปนานแล้ว
แต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่ทุกคนจะชอบขุดคุ้ยหาคำตอบในทุกเื่เหมือนอย่างเซียวเยี่ย
เขาค่อยๆคืบคลานเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มได้ยินเสียงสนทนาหยวนฉางถิงที่สะพายกระบี่คู่กำลังใช้จอบสับลงบนก้อนแร่พลางเผยยิ้มเหี้ยมเกรียม“พี่ใหญ่ แผนของพี่นี่ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!”
“แค่ใช้ข้ออ้างเื่จัดกลุ่มล่าใบรับรองเปลี่ยนอาชีพก็หลอกพวกโง่เง่าจากสมาคมนักล่าค่าหัวมาได้ง่ายๆ ถึงสองคน”
“มีพวกมันไปอุดปากปีศาจภูตพรายกลายพันธุ์นั่นไว้พวกเราก็จะขุดแร่กันได้อย่างราบรื่นเสียที!”
หยวนฉางเหอแค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็น“หึๆ! สองคนที่หลอกมาวันนี้ถือว่าฉลาดอยู่บ้างเกือบจะพลาดท่าไปเหมือนกัน คราวหน้าต้องระวังให้มากกว่านี้”
“ใครจะไปคิดว่าไอ้ปีศาจกลายพันธุ์ที่ติดอยู่ในถ้ำนั่นจะจัดการได้ยุ่งยากขนาดนี้!พอหิวทีไรก็ร้องเรียกพวกพ้องของมันมาทุกทีพวกปีศาจภูตพรายกลุ่มนั้นก็ดันนับถือมันเป็าา คอยหาอาหารมาประเคนให้ไม่ขาด...”
หยวนฉางถิงแสยะยิ้มตอบ“วางใจเถอะพี่ใหญ่พรุ่งนี้พวกเราก็แค่ไปที่สมาคมแล้วหาแพะรับบาปมาเพิ่มอีกสักสองสามคน”
“ขุนไอ้สัตว์ประหลาดนั่นให้อิ่มหนำสำราญทุกวันก็สิ้นเื่...”
คำสนทนาเ่าั้ทำให้ใบหน้าของเซียวเยี่ยยิ่งทวีความเ็ามากขึ้นไปอีก
พวกนี้เป็พวกทำผิดซ้ำซากจริงๆด้วย!
ก่อนหน้าเขากับกู้ซืออวี่คงจะมีผู้ตื่นรู้อื่นๆ ตกเป็เหยื่อสังเวยชีวิตไปแล้วไม่น้อย
โครงกระดูกสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ในถ้ำเ่าั้คงไม่ใช่ปีศาจภูตพรายแต่เป็มนุษย์ผู้ตื่นรู้ต่างหาก!
พวกมันหลอกคนมาเป็อาหารเพื่อเลี้ยงไอ้ตัวประหลาดนั่นก่อนจะเริ่มขุดแร่ในแต่ละวันช่างเป็จิตใจที่อำมหิตผิดมนุษย์นัก...
แววตาของเซียวเยี่ยฉายรังสีสังหารออกมาเขาประคองลมหายใจให้คงที่ ตรงหน้าพุ่มไม้ที่เขาซุ่มตัวอยู่นั้นมีพลธนูตระกูลหยวนคนหนึ่งกำลังแบกตะกร้าใส่แร่ที่ถูกย่อยแล้วเดินผ่านมาพอดี!
พวกอาชีพพลังป้องกันต่ำเหมาะที่สุดที่จะเป็เป้าหมายแรก
เซียวเยี่ยลงมืออย่างเฉียบขาดไร้ซึ่งความปรานีในจังหวะที่ชายคนนั้นเดินผ่านหน้าไปเขาก็กระโจนพรวดออกจากพุ่มไม้พร้อมกริชทะลวงิญญาในมือกริชทะลวงิญญาแทงทะลุหัวใจของพลธนูจากด้านหลังด้วยทักษะอสนีบาตพุ่งทะลวง!
พริบตานั้นตัวเลขค่าความเสียหายมหาศาลก็เด้งขึ้นมา!
[-2,598!]
โบนัสอัตราคริติคอลที่สูงลิ่วของกริชทองคำทำหน้าที่ของมันอย่างดีเยี่ยมกริชทะลวงิญญาเล่มนี้ใช้งานได้ถนัดมือจนน่าเหลือเชื่อ หากไม่กลัวความลับแตกเซียวเยี่ยก็อยากจะเก็บมันไว้เป็อาวุธรองของตัวเองอยู่เหมือนกัน
ค่าความเสียหายคริติคอลที่รุนแรงทำให้แถบพลังชีวิตของพลธนูผู้นั้นหายวับไปครึ่งหนึ่ง!
เดิมทีพลธนูตระกูลหยวนที่มีพลังป้องกันต่ำอยู่แล้วทั้งยังมีพลังชีวิตรวมเพียง 4,000-5,000 แต้มเท่านั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ทำให้เขาถึงกับมึนงงทำอะไรไม่ถูก!
ความเ็ปรุนแรงจากเื้ัทำให้เขาพยายามหันหน้ากลับมาแต่กลับต้องปะทะเข้ากับดวงตาที่เปี่ยมด้วยรังสีสังหารของเซียวเยี่ย“อื้อ... อื้อ...”
ด้วยความหวาดกลัวเขาอ้าปากเตรียมจะร้องะโขอความช่วยเหลือแต่กริชทะลวงิญญาในมือเซียวเยี่ยกลับพุ่งเข้าเสียบคาปากของเขาไว้เสียก่อน!
[ความเสียหายจุดอ่อน!]
[-2,144!]
ตัวเลขค่าความเสียหายขนาดใหญ่เด้งขึ้นมาอีกครั้งการจู่โจมตีคริติคอลเพียงสองครั้งก็สามารถสังหารพลธนูตระกูลหยวนที่สวมเพียงเกราะหนังคนนี้ได้ในพริบตา
เซียวเยี่ยอาศัยจังหวะที่ยังไม่มีใครสังเกตเห็นรีบรับร่างที่ไร้ิญญาของพลธนูไว้แล้วลากไปซ่อนในพุ่มหญ้า
เป้าหมายต่อไปคือจอมเวทที่กำลังเดินเตร่อยู่ใกล้ๆ!
สำหรับเดนมนุษย์ตระกูลหยวนกลุ่มนี้ต่อให้ต้องแสดงละคร เขาก็ขอฆ่าทิ้งสักสองสามคนเพื่อระบายแค้นก่อนแล้วกัน!
ไม่นานนักจอมเวทธาตุดินที่ไม่ทันระวังตัวคนหนึ่งก็เดินผ่านมาหน้าพุ่มไม้ที่เซียวเยี่ยซุ่มอยู่โดยไม่รู้ตัวกริชทะลวงิญญาอันคมกริบพุ่งทะลวงออกไปอีกครั้ง!
อาชีพจอมเวทที่สวมเพียงชุดผ้ามีพลังป้องกันเปราะบางยิ่งกว่าพลธนูเกราะหนังเสียอีกเซียวเยี่ยตวัดกริชเพียงสองครั้งอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดปาดเข้าที่ลำคอของเธอจนขาดสะบั้น
เืสีแดงฉานไหลทะลักออกมาจากลำคอเธอเบิกตากว้างจ้องมองเซียวเยี่ยด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาเซียวเยี่ยจำได้ว่าจอมเวทหญิงคนนี้ชื่อหยวนเสี่ยวอวี่ เขาค่อยๆเอื้อมมือไปปิดดวงตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตคู่นั้นให้หลับลง
ทว่าในวินาทีนั้นเองเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดผวาก็ดังมาจากเนินเขาข้างๆจอมเวทตระกูลหยวนอีกคนซึ่งเพิ่งเดินกลับมาจากการไปทำธุระส่วนตัวบังเอิญมาเห็นภาพที่ทำให้หัวใจแทบแตกสลายนี้พอดี“กรี๊ด! เสี่ยวอวี่! เสี่ยวอวี่ตายแล้ว... แก! ฉันจะฆ่าแก!”
เสียงกรีดร้องนั้นเปรียบเสมือนระฆังเตือนภัยที่ดึงดูดความสนใจของพี่น้องตระกูลหยวนที่เหลือทั้งหมดให้หันมามองท่ามกลางสายตาที่เคียดแค้นจนแทบกระอักเืเ่าั้ร่างของเซียวเยี่ยกลับแยกออกเป็สองร่างในทันใด!
เขากลายเป็ร่างเงาสีดำสนิทที่หน้าตาเหมือนกันทุกประการสองร่างแล้วพุ่งแยกย้ายหลบหนีไปคนละทิศละทาง
ในเมื่อจะแสดงละครแล้วก็ต้องเล่นให้สมบทบาทเสียหน่อย!
และทักษะนี้ก็คือสิ่งที่เซียวเยี่ยได้รับมาจากการสังเวยอุปกรณ์ของคุณชายสี่แห่งเป่าลี่กรุ๊ป...ทักษะแยกเงาภูตพราย!