พริบตาเท่านั้น ศิษย์สำนักสยบหล้าเห็น อู๋เว่ยอัน ขึ้นประลองย่อมเกิดเสียงเชียร์ฮือฮาดังกึกก้อง จากพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
“ฮ่าๆ”
“อู๋เว่ยอัน เขาคิดจะจบการประลองครั้งนี้ แล้วหรืออย่างไร?”
“อืมๆ เกรงว่าจะเป็เช่นนั้นแล้ว” เสียงศิษย์สำนักสยบหล้า กล่าวมั่นใจดังออกไปทั่วที่นั่งคนดู
รอบด้าน…ก็คล้ายได้ยินเสียงลมหายใจกระชั้นชิด หนักถี่ ศิษย์ของสำนักเมฆาศูนย์ ดังขึ้นมาตามๆ กัน
เมื่อ จู่ๆ ทั่วบริเวณเต็มไปด้วยแรงกดดันทวีคูณ ถาโถม เข้าหาเ้าถิ่นพวกหลินอวิ๋นอย่างหนักหน่วง
ครั้นลอบมองคู่ต่อสู้บนสนามประลอง ตัดสลับไปที่ตัวของอู๋เว่ยอัน กวักมือขึ้น ท้าต่อสู้พวกเขา จากใบหน้าเงียบขรึม โอหังของอีกฝ่าย
เ้าสำนักเถียนซู่ ยังปั้นใบหน้ายากลำบากขึ้นมา ราวกับอายุของเขาดูแก่ชราลงไปอีกหลายปีเชียว ที่ลอบคิดภายในใจ “เกรงว่าเวลาพวกเรา คงจะใกล้หมดลงไปทุกเสี้ยวขณะ แล้วซินะ”
เมื่อชายชราคิดถึงการขับเคลื่อนธงา เปิดศึกการนองเืขึ้นมา…ก็แอบลอบส่งสัญญาณ ให้เหล่าผู้าุโ คณาจารย์เตรียมพร้อม “พวกเ้า! เตรียมรอคำสั่ง”
ก่อนด้านที่นั่งของศิษย์พี่ลู่หยวน พลางสูดลมหายใจเข้าไปลึกจนเต็มปอด เตรียมกล่าวขึ้นไปท้าประลองที่เผยดวงตาแน่วแน่ “ข้า…ข้าประลอง…เองขอรับ”
จู่ๆ หลินอวิ๋น ก็ลุกพรวดพราด ย่างกายขึ้นไปยืนหยัดบนสนามประลองเืแล้ว
เขากล่าวประโยค เรียบๆ ดังไล่หลังออกมา “ข้าขอ ต่อสู้ก่อนแล้วกัน…ศิษย์พี่!” พร้อมรอยยิ้มประหลาด ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
อู๋เว่ยอันในชุดคลุมดำลึกลับเลิกคิ้วขึ้น สายตาจ้องมองหลินอวิ๋น ด้วยความเหยียดหยาม ราวกับกำลังมองแมลง ที่กำลังวิ่งเข้าหาความตาย
ก็คล้ายรอบด้านเกิดความผิดแปลกไปเล็กน้อยที่หลินอวิ๋น ขึ้นสนามประลองเืต่อสู้ ไม่ได้มีความโดดเด่นอะไรขนาดนั้นในสำนัก
เหล่าคณาจารย์ผู้าุโ ‘รอคำสั่ง’ ยังต้องเผยสายตามืดทะมึน เก็บท่าทีพวกเขาลงไปก่อน
หงเยว่ นางยังปั้นสีหน้าเ็ปใจขึ้นมา ที่ดวงตาคู่หง มองคู่หมั้น “เ้าคิดอะไรอยู่กันแน่ หลินอวิ๋น” เมื่ออ่านสถานการณ์เป็อยู่ตอนนี้ เขาไม่ควรขึ้นประลองอย่างยิ่ง
ซึ่งตอนนี้นาง มองตาอีกฝ่าย คล้ายไม่เคยรู้จักหลินอวิ๋น วิ่งเล่นด้วยกันตอนเด็กในตระกูลมาก่อนแล้ว
ศิษย์พี่ลู่หยวน ยังบ่นขึ้นมาด้วยความเดือดดาล “เ้าหนูอยากจะไปตายเร็วกว่าข้า มากขนาดนั้นเชียวหรือ กล้าแย่งข้าประลองเช่นนี้”
ทว่าเมื่อกล่าวเสร็จลู่หยวน ก็ะเิเสียงแรงกล้าเปลี่ยนท่าที เชียร์ ศิษย์น้องขึ้นมาสุดเสียง “ฆ่ามันศิษย์น้องหลินอวิ๋น แก้แค้น ให้คนสำนักของพวกเรา!”
ศิษย์คนอื่นๆ ได้สติเองก็เริ่มพ่นวาจาเช่นกัน “อืมๆ ใช่ จัดการมันเลย!” ‘เห็นความกล้าหลินอวิ๋น’ ราวกับปลุกกระตุ้น ความฮึกเหิมภายในใจพวกเขาขึ้นมา
แต่คงจะไม่ใช่สำหรับกลุ่มคนสำนักสยบหล้า พร้อมกลุ่มคนแอบซ่อน ‘มอง’ จากภายในที่มืด ต่างก็ฉีกยิ้มกว้าง ส่ายหัวกับความขบขันของหลินอวิ๋นครั้งนี้
จากสภาพเสื้อผ้า ยังคงมีคราบเืแห้งกรัง ปลิวโยกพัดไหวอย่างยุ่งวุ่นวาย ที่การเข่นฆ่าฝ่ายเดียว กำลังเริ่มต้นขึ้น…
แม้แต่หลางซาง บนเกี้ยวนั่งวิจิตรงดงาม เขายังลอบส่ายหัวไปมาเล็กๆ ปนความผิดหวัง กับขั้นพลังของหลินอวิ๋น ‘ขึ้นประลอง’
บนสนามประลองพริบตา อู๋เว่ยอัน ะเิพลังสภาวะกล้าแกร่ง ขั้นสุดของขั้นขัดเกลากระดูกของเขาออกมาอย่างไม่เก็บออม ตึง! ตึง!
“ย๊าก! เ้าตาย!”
พริบตาที่ปลดปล่อยลูกแก้วสีดำในฝ่ามือ พุ่งออกไปพร้อมเส้นสายพลัง เริงระบำพัดหอบเข้าหาหลินอวิ๋น ประดุจยมทูตความตาย
ลูกแก้วแสงนั้นจะเปลี่ยนร่างมวลคลื่นพลังมหาศาลเป็หมาป่าคาบดาบ พุ่งกระโจนออกไปเป็สายพลังงานสีดำอย่างวุ่นวาย
ฟิ้ว! ฉัวะ! พร้อมคลื่นพลังเฉียบคมสาดกระจายทั่ว เป็การโจมตีที่รวดเร็วมาก
เมื่อหลายคนรับรู้ มันคือพลังของการใช้ธาตุอัญเชิญสัตว์อสูรจู่โจม ที่มวลคลื่นสีดำน่าสะอิดสะเอียน หอบพัดอย่างวุ่นวาย
หมู่ชนเห็นคลื่นพลังสีดำวิ่งผ่านก็ได้ยินเสียง ฉัวะๆ ร่างหลินอวิ๋น จู่ๆ เกิดาแ เืสีแดงสดไหลสาดกระเซ็นอย่างรวดเร็ว
เสียงพูดคุยผู้คนสำนักสยบหล้าพลันดังขึ้นด้วยความมั่นใจ “เ้าหนูนั้นโดนการโจมตี เข้าให้แล้วไง ฮ่าๆ”
“แบบนี้จบแล้วซินะ!” เมื่อมั่นใจพวกเขาชนะการประลองง่ายดาย เสียงหัวเราะหยันก็ดังขึ้นไม่ปิดบัง
แต่ไม่ใช่สำหรับคนบนเกี้ยวนั่งที่หดหรี่ดวงตาจนเล็กแคบ เห็นการเคลื่อนไหวเสี้ยวฉับพลันหลินอวิ๋นเกิดขึ้นเร็วมาก “หืม! ตั้งใจหลบจุดตายงั้นหรือ?”
หลางซาง เริ่มรู้สึกถึงบางอย่างไม่ถูกต้องที่เผยสายตาลึกล้ำ เริ่มตั้งใจมองการประลองเบื้องหน้า ‘เ้าหนุ่มนี่ อย่างไรกันแน่?’
บนสนามประลอง
หลินอวิ๋นเสื้อผ้าปลิว มีรอยขาดวิ่น ใบหน้ายังคงนิ่งไม่ยินดียินร้าย จู่ๆ เขาทอหน้าคลี่ยิ้มขึ้นมาเป็มุมโค้ง
ขณะมองพลังธาตุอัญเชิญหมาป่าตัวใหญ่ 2ตัว มีความกราดเกรี้ยว ดุร้าย พุ่งเข้าโจมตีมาอีกระลอก คิดจบสิ้น ปิดฉากการต่อสู้ครั้งนี้
“ตาย!” ที่อู๋เว่ยอัน คำรามกล่าวยิ้มหยันชั่วร้ายอย่างมั่นใจ
แต่ทันใดนั้น…หลินอวิ๋นขยับย่างก้าวฝีเท้า ออก ปึง! ลมปราณพลังพัดหอบมวลคลื่นให้อาภรณ์เขาโยกพัดไหว ดั่งธงา ลู่หยอกล้อสายลมเย็นอย่างยุ่งวุ่นวาย
มือข้างหนึ่งจะหมุนวาดพัด โลหิตของตนเองขึ้น ฟู่! เืนั้นจะกลายเป็ลิ่มเืแข็งตัวแหลม ให้หลินอวิ๋นขับเคลื่อน
เขาจะชี้นิ้วออกไปจู่โจมพลังธาตุอัญเชิญหมาป่าดุร้ายพุ่งเข้าโจมตีทันที “ไป!”
ตู้ม! ตู้ม! พลังปะทะทั้งสองชนกันหักล้างะเิออกเป็ผลึกโลหิต ที่เศษโลหิตแข็ง แตกกระจาย
ร่างหมาป่าถูกโลหิตแหลมคมแทงทะลุพรุน จนเหลือแต่แกนธาตุดั้งเดิม ที่ผลึกโลหิตแผ่ขยายกลืนกิน
หมู่ชนอ้าปากต่างก็รับรู้ได้ทันที ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ประหนึ่งว่า หลินอวิ๋นตอนนี้ ไม่มีใครรู้จักเขาเลย
อู๋เว่ยอัน คลายการควบคุมพลัง ปากกระอักเืสด แทบไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง “หืม! อะไรกัน ข้าพ่ายแพ้งั้นหรือ?”