ตอนที่ 1 เกิดใหม่
“ท่านผู้พิพากษา ลูกชายของฉันเขา้าจะทำเื่หย่าผู้หญิงคนนี้แต่งงานเข้ามาเป็สะใภ้ของบ้านเรา ตลอดระยะเวลา 20 ปีมานี้ เธอคิดถึงแต่ครอบครัวของตัวเองเงินในบ้านเราก็หอบเอากลับไปให้ครอบครัวตัวเองจนหมดเหมือนหมาป่าหางโต ลูกสาวป่วยก็ไม่สนใจสามีเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ก็ไม่เคยจะไปเยี่ยมไปปรนนิบัตรดูแลไม่ไหวแล้วลูกสะใภ้แบบนี้เราไม่อยากได้ ! ”
ภายในศาลชั้นกลางท้องถิ่นของเมือง Q แม่สามีเอาแต่พูดจาตำหนิลูกสะใภ้สารพัดจนน้ำลายกระเด็นกระดอนออกมากู้จื้อเฉิงนั่งขมวดคิ้วอยู่ตรงข้ามเธอ และเขาก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด ๆต่อคำพูดของแม่เขา
“ั้แ่แต่งงานกันมา จนถึงวันนี้ครอบครัวของเธอมาเรียกร้องอยากจะได้บ้านอยากจะได้เงินพรุ่งนี้น้าสามของเธอก็คงจะมาบอกว่าไม่มีเงิน้ามายืมเงิน วันถัดไปน้องชายของเธอก็คงจะมายืมเงินเอาไปทำธุรกิจส่วนตัวหลานสาวของฉันโตเป็สาวขนาดนี้แล้ว เธอเคยถามหล่อนบ้างไหมว่าเคยกินไอศกรีมที่บ้านของยายมาก่อนรึเปล่า?ยายเคยให้เงินค่าขนมสักเฟินบ้างไหม ? ” จางฉุ้ยเหลียนต่างก็ยอมรับคำพูดเหล่านี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้เธอรู้สึกผิดต่อบ้านฝั่งสามีมาโดยตลอด
ฝ่ายหนึ่งก็ยืนยันที่จะหย่าส่วนอีกฝ่ายหนึ่งก็ดื้อรั้นหัวชนฝาไม่ยอมที่จะหย่า จนกระทั่งเวลาได้ล่วงเลยไปจนถึง11.00 น. จึงทำได้แค่หยุดพักแล้วค่อยมาเจรจาต่อกันใน่บ่ายเท่านั้น
“พี่จางฉุ้ยเหลียน คนที่บ้านพี่ไม่รู้เหรอว่าวันนี้พี่มาทำเื่หย่ากับสามีทำไมถึงไม่มีใครมาศาลฟังคำตัดสินกับพี่เลยล่ะ?” ทนายความเสี่ยวหลี่ เธอเป็เด็กสาวคนหนึ่งที่จบจากมหาวิทยาลัยมาได้ไม่นานด้วยความที่เธอยังเด็ก จึงทำให้เธอมีประสบการณ์ไม่มากนัก จึงไม่มีใครจ้างเธอไปว่าความดังนั้นเธอจึงมาเป็ผู้ช่วยเหลือทางด้านกฎหมายคู่สามีภรรยาในการเป็ผู้ช่วยครั้งแรกของเธอก็คือคู่ของจางฉุ้ยเหลียน
“เขารู้ แต่พวกเขาต่างกลัวเสียหน้าก็เลยไม่ยอมมา ! ” จางฉุ้ยเหลียนนั่งหลับตาทั้งสองข้างลงบนเก้าอี้ตัวยาวตรงระเบียงทางเดินเธอนั่งนิ่งเฉยคนเดียวอยู่อย่างนั้นเป็เวลาเนิ่นนาน ส่วนทางด้านกู้จื้อเฉิงก็อยู่ใน่พักเช่นเดียวกันและในตอนนี้เขาก็ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
“การหย่าร้าง มันเป็เื่ที่น่าอายตรงไหน ?จะว่าไปการหย่าในครั้งนี้มันก็ไม่ใช่เพราะว่าพี่ช่วยเหลือพวกเขามากเกินไปจนทำให้คนในครอบครัวฝั่งสามีเกิดความไม่พอใจหรอกหรือ ? ”เสี่ยวหลี่ยื่นซาลาเปาลูกหนึ่งมาให้ แต่ในเวลานี้จางฉุ้ยเหลียนก็ไม่มีกะจิตกะใจจะกินมันแต่อย่างใดเธอได้แต่ปิดปากและยกมือขึ้นมาเลื่อนมันออกไป
แต่งงานอยู่ด้วยกันมา 22 ปีจนลูกสาวอายุ 19 ปีแล้ว ตลอดระยะเวลากว่า 22 ปี แม่สามีเอาแต่จับผิดเธอและไม่เคยมีสักครั้งที่จะเห็นเธออยู่ในสายตาระหว่างเธอกับกู้จื้อเฉิงนั้นไม่ได้มีความขัดแย้งใด ๆ ต่อกัน เขาจ่ายเงินให้กับครอบครัวเธอตั้งเท่าไหร่ก็ไม่เคยปริปากพูดออกมาสักคำเพียงแต่แม่สามีและน้องสาวของสามีต่างก็ไม่ชอบขี้หน้าเธอ แม้แต่ลูกสาวของเธอเอง เชี่ยวเชี่ยวยังถูกย่าและน้าล้างสมองจนไม่เคารพต่อความรักของเธอ
เหตุผลในการหย่าร้างครั้งนี้ เป็เพราะว่าเชี่ยวเชี่ยวไม่ได้รับความเป็ธรรมจากผู้เป็ยายของเธอจนเธอโกรธวิ่งหนีกลับบ้าน แต่ในระหว่างที่วิ่งกลับบ้านนั้นก็ถูกมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งเฉี่ยวชนจนทำให้กระดูกขาของเธอหัก
เพราะลูกสาวได้รับาเ็ กู้จื้อเฉิงจึงได้ะเิความโกรธใส่เธอเป็ครั้งแรกในรอบยี่สิบกว่าปีผู้ชายที่เอาแต่เคร่งขรึมมาโดยตลอดคนนี้อยู่ในเหตุการณ์ตอนที่แม่ของเขาทะเลาะกับเธอมาตลอดแต่ไม่มีเลยสักครั้งที่ไม่ยืนข้างเธอ อีกทั้งยังแอบสนับสนุนเธอ คอยปิดบังแม่ของเขาเื่ที่เธอต้องเอาเงินไปให้น้องชายที่ไม่เอาการเอางานของเธอ
“ฉันเข้าใจที่เธอเป็ลูกสาวที่กตัญญูรู้คุณต่อพ่อแม่และฉันก็ยังให้อภัยเธอได้ถึงแม้ว่าตอนที่ฉันเข้าโรงพยาบาลเธอจะไม่มีเวลามาดูแลฉันเลยก็ตามฉันไม่สนหรอกนะว่าเงินที่เธอยืมไปให้ครอบครัวของเธอมันจะได้กลับคืนมาไหมแต่จางฉุ้ยเฉิง เธอน่ะเป็แม่ของเชี่ยวเชี่ยวนะ! ทำไมเธอถึงได้ทนดูลูกถูกรังแกและยังด่าลูกได้อีก?ตอนนี้ลูกถูกรถชนจนขาหัก ถ้าเกิดตายขึ้นมาจะทำยังไง ? ”
ทุกคำพูดของกู้จื้อเฉิงนั้นได้ทุบลงมาบนใจของจางฉุ้ยเหลียนอย่างแรง! เธอเองก็เสียใจไม่น้อย เธอคิดไม่ถึงว่าคนที่ได้รับาเ็จะเป็ลูกสาวของเธอเองทำไมเธอจะไม่ปวดใจล่ะ !
เวลาบ่ายโมง แม่สามีได้ประคองเชี่ยวเชี่ยวที่พยุงด้วยไม้เท้าเดินเข้ามาจางฉุ้ยเหลียนก็รีบปรี่เข้าไปประคองตัวหล่อน แต่หลังจากที่เอื้อมมือออกไปไม่ทันจะถึงตัวเธอก็ถูกเชี่ยวเชี่ยวปัดมือออกอย่างแรง
“แม่อย่ามาเสแสร้งแกล้งทำได้ไหมคะ!ไม่เข้าใจจริง ๆ เลยว่าทำไมหนูถึงได้เกิดมาเป็ลูกของแม่ !”คำพูดที่แสนเ็าของเชี่ยวเชี่ยวเปรียบเสมือนใบมีดที่แหลมคมซึ่งกำลังทิ่มแทงลงมาบนหัวใจของจางฉุ้ยเหลียน
“เชี่ยวเชี่ยว !” จางฉุ้ยเหลียนน้ำตาไหลพรากราวกับพายุฝนพร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดปาก มองไปทางลูกสาวของตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
“แม่หยุดแสดงละครได้แล้วที่หนูมาในวันนี้ก็เพื่อจะมาดูพ่อของหนูหย่ากับแม่ พ่อของหนูโง่เองถึงได้ถูกแม่หลอกมานานหลายปี ถ้าแม่อยากจะขอโทษหนูจริง ๆ แม่ก็อย่ามายื้อเวลาอยู่อีกเลยอีกเดี๋ยวก็จะถึงเวลาเปิดศาลพิจารณาคดีต่อแล้ว แม่ก็ยอมหย่าซะอย่ามัวแต่พิรี้พิไรอยู่อีกเลย ทำอย่างกับว่าใคร ๆ ก็ต้อนรับแม่อย่างนั้นแหละ รีบ ๆ หย่าเถอะค่ะ !”เชี่ยวเชี่ยวไม่ได้สนใจน้ำตาที่ไหลรินดั่งสายน้ำของแม่ตัวเองแต่อย่างใดตรงกันข้ามกลับจ้องเขม็งมายังเธอด้วยซ้ำ
แม่สามีได้แต่ส่งเสียงหัวเราะเ็าออกมาแล้วเดินผ่านจางฉุ้ยเหลียนไป เพื่อเข้าไปประคองตัวหลานสาวเข้าไปในชั้นศาล
“เสี่ยวชิว พี่ชายเธอล่ะ ไปไหนแล้ว ? ” เมื่อจางฉุ้ยเหลียนที่อยู่ด้านนอกของประตูก็ได้ยินเสียงของแม่สามีถามกู้จื้อชิวน้องสาวของสามีเธอด้วยความร้อนใจ
ด้วยความที่อยู่กินกันมามากว่ายี่สิบปีจางฉุ้ยเหลียนก็เข้าใจเขาเป็อย่างดีคุณนายใหญ่เอาแต่บีบบังคับให้เขารีบหย่ามาตลอดหลายปี แต่เขาก็ไม่ยอมครั้งนี้ถ้าไม่ใช่เพราะเชี่ยวเชี่ยวเกิดอุบัติเหตุล่ะก็เขาก็ไม่มีทางมาศาลด้วยความโกรธเช่นนี้แน่
ตอนนี้ก็ได้เริ่มเปิดศาลพิจารณาคดีแล้วแต่กู้จื้อเฉิงก็ยังไม่ปรากฏตัว โทรศัพท์มือถือของเขาก็ปิดเครื่อง กู้จื้อชิวก็ได้ออกไปตามหาเขาทุกหนแห่งแต่ก็ไม่เจอแม้แต่เงาจางฉุ้ยเหลียนรู้ว่าเขายังใจอ่อนไม่อยากแยกทางกันกับเธอ
เพราะคู่ฟ้องร้องอย่างกู้จื้อเฉิงไม่อยู่การฟ้องหย่าในครั้งนี้จึงไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ แม่สามีจึงพยายามต่อต้านจางฉุ้ยเหลียนเชี่ยวเชี่ยวเองก็้าทำให้เธอขายหน้าเช่นเดียวกัน
จางฉุ้ยเหลียนพาร่างที่แสนเหนื่อยล้ากลับมาที่บ้านของตัวเองซึ่งบ้านหลังนี้เป็บ้าน 6 ชั้น พ่อแม่ของเธออาศัยอยู่ชั้นที่ 3ส่วนน้องชายของเธออาศัยอยู่ที่ชั้น 6 ตอนที่ย้ายออกจากบ้านหลังเก่าในตอนแรก เธอได้นำเงินที่กู้จื้อเฉิงโอนให้มาจ่ายค่าธรรมเนียมจนถึงตอนนี้บ้านของเธอก็ยังไม่มีเงินมาจ่ายคืนเขาเลยแม้แต่เฟินเดียว โดยบอกว่าถ้าย้ายกลับไปที่บ้านแล้วจะคืนให้แต่จนกระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวใด ๆ เลย
เมื่อเดินมาถึงชั้น 3 เธอก็เห็นว่าประตูถูกเปิดแง้มอยู่จางฉุ้ยเหลียนที่กำลังจะเปิดเข้าไปข้างใน เธอกลับได้ยินเสียงน้องสะใภ้หวังลี่กำลังะโโหวกเหวกโวยวายเสียงดังอยู่
“แม่ !ถ้าเกิดพี่หย่าแล้วพี่เขาจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ? การหย่าครั้งนี้ ไม่มีใครไปดูเลยว่ากู้จื้อเฉิงจะให้เงินพี่เขามาเท่าไหร่ ? ”จางฉุ้ยเหลียนขมวดคิ้ว พร้อมกับรู้สึกโกรธอยู่ในใจ
ตอนนี้หล่อนยังคิดอยู่อีกหรือว่าหย่าแล้วจะได้เงินเท่าไหร่? ถ้าไม่ใช่เพราะหล่อน เชี่ยวเชี่ยวจะเกิดอุบัติเหตุแบบนี้ไหม !
“ศาล ! สถานที่แบบนั้นน่ะเหรอฉันไม่ไปหรอก มันไม่ใช่สถานที่ที่ดี คนอื่นเห็นฉันอยู่ที่นั่นคงขายหน้าตายเลย !” เสียงของแม่จางนั้นดังขึ้นมาเลือนลาง ซึ่งจางฉุ้ยเหลียนก็รู้อยู่แก่ใจดีว่าแม่ของเธอต้องคิดแบบนี้
“แม่ ! ฉันคิดว่าพี่น่าจะมีเงินอยู่ในมือสักนิดสักหน่อยอยู่แหละตอนนี้ก็หย่ากันแล้ว ยังไง ๆ พี่ก็ต้องเรียกร้องเงินจากกู้จื้อเฉิงสักแสนอยู่แล้วแม่ลองคุยกับพี่เขาดูสิ ว่าขอเงินมาเปิดร้านอาหารเช้าให้เราได้ไหม !” เสียงของจางฉุ้ยจวินน้องชายของเธอดังขึ้นจางฉุ้ยเหลียนนั้นรู้สึกโกรธอยู่ในใจไม่น้อย
เขาเป็คนไม่เอาการเอางานที่สุด วัน ๆได้แต่กิน เที่ยว ดื่ม เล่นพนัน ไม่เป็อันทำงานทำการ นอกจากสูบเืสูบเนื้อแล้วจะไปทำอะไรได้ ? เปิดร้านอาหารเช้าลำบากซะขนาดนั้น เขาจะลุกขึ้นมาทำได้ยังไงกันล่ะ !
“ไอ้หยาฉันถามมาแล้ว พี่แกน่ะไม่มีเงินเลยสักหยวนหลายปีมานี้กู้จื้อเฉิงไม่ได้ให้เงินพี่แกแล้ว !”เช่าหวาพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ดูเหมือนว่าจะให้ความสำคัญกับเื่นี้มากเป็พิเศษ
“พี่คงไม่ได้โกหกแม่หรอกนะ ? ”หวังลี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ “ถ้าพี่ไม่มีเงิน อายุมากขนาดนั้นแล้วยังจะมาหย่ากันอีกหลังจากนี้คงจะไม่เอาแต่นอนี้เีอยู่แต่ในบ้านเราหรอกนะ ?แล้วจะทำมาหากินอะไรล่ะ ไม่ใช่ว่าจะให้ฉันไปหางานมาให้พี่เขาทำหรอกนะ !”
เห็นได้ชัดว่าหวังลี่ไม่ยอมให้พี่สาวของสามีมาอยู่ในบ้านแม่สามีของหล่อนถึงแม้ว่าพี่สะใภ้คนนี้จะคอยดิ้นรนช่วยเหลือครอบครัวมาโดยตลอดก็ตาม
“พี่จะไปทำอะไรได้ล่ะ ?หน้าตาก็ดูไม่ได้แล้ว ประวัติการศึกษาอะไรก็จบแค่มัธยมปลาย แล้วยังไม่มีเงินอีกต่างหากไม่สู้ให้เธอไปหาเป้าหมายใหม่ แต่งงานออกไปเป็สะใภ้บ้านอื่นไม่ดีกว่าหรือ !” เสียงของจางฉุ้ยจวินก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
จางฉุ้ยเหลียนแทบจะทรุดทั้งยืนในทันทีเธอค่อย ๆ เอนกายพิงผนังยืนฟังบทสนทนาของครอบครัวของเธอที่อยู่ภายในห้อง
ใน่เวลานี้จางกว่างฝูก็ได้เอ่ยปากออกมาในที่สุด“พึ่งจะหย่าก็ให้หาคนรักใหม่แล้วงั้นหรือ ? พวกเธอกำลังคิดอะไรกันอยู่ ! พูดออกมาแบบนี้ได้เคยคิดว่าหล่อนเป็คนในครอบครัวอยู่บ้างไหม ! ”
หวังลี่ส่งเสียงฮึมฮัมอย่างไม่ค่อยพอใจนัก“พ่อ ตอนนี้พี่เขาไม่มีทั้งงานไม่มีทั้งเงิน แล้ววันนี้ยังต้องมาหย่ากับสามีอีกพ่อคิดว่าหลังจากนี้พี่จะทำงานอะไรล่ะ ? หนูกับเสี่ยวจวินก็แค่คิดแทนพี่เขาเอง ?อีกอย่าง ถึงแม้ว่าจะทำงานได้ แต่ในหนึ่งเดือนจะได้เงินสักเท่าไหร่กันเชียว ?พี่ออกจะโง่ขนาดนั้น บ้านก็ไม่ใช่ของพี่แน่ ๆ เงินก็เป็ของเชี่ยวเชี่ยวหมด พ่อว่าพี่จะมีอะไรอีกไหม ?ไม่สู้หาผู้ชายคนใหม่มาให้พี่แต่งงานอนาคตพี่เค้าจะได้ไม่ต้องมาสร้างความเดือดร้อนให้กับเราไงคะ !”
สร้างความเดือดร้อนงั้นหรือ ?หล่อนบอกว่าเธอสร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัวอย่างนั้นหรือ ?
“ฉันเห็นด้วย !” เช่าหวาเชื่อลูกสะใภ้อย่างสุดใจ นางพยักหน้าเห็นด้วยกับหล่อน“เสี่ยวลี่ เธอรีบไปจัดการเื่ให้พี่สาวของเธอเลยไปถึงจะไม่ได้แต่งงานก็ไม่เป็ไร ขอแค่ฝ่ายนั้นยอมให้หล่อนอยู่ด้วยก็พอ !”
อยู่ด้วยกันแบบผิดกฎหมายงั้นหรือ ?จางฉุ้ยเหลียนนึกไม่ถึงว่าแม่ของเธอจะยอมให้เธอทำแบบนี้ เออออตามน้ำไปเสียหมด ?
“เฮ้ !จริงสิ พ่อกับแม่จำลุงต่งที่เคยอยู่บ้านเรามาก่อนไหม ? ภรรยาของเขาตายไปแล้วได้ยินมาว่าเขากำลังมองหาภรรยาคนใหม่อยู่ ให้พี่เขาไปอยู่กับเขาด้วยสิ !” จางฉุ้ยจวินนึกขึ้นมาได้จึงได้พูดกับพ่อแม่ด้วยความตื่นเต้นดีใจออกไป
“ไม่ได้ !ลุงต่งแก่กว่าพ่อแกอีก พี่แกทำไม่ได้หรอก !” เช่าหวาโบกมือไปมาหล่อนรู้สึกว่ามันเป็เื่ไร้สาระเกินไป
“ไอ้หยา เ้าตัวมีอายุมากขนาดนั้นก็ต้องหาภรรยาที่ยังสาวยังสวยอยู่แล้วพี่ก็เพิ่งจะอายุ 41 ปี ไม่ได้ดีกว่าหญิงชราไปสักเท่าไหร่หรอก ? ”หวังลี่เองรู้สึกว่าความคิดนี้ดี จึงได้สนับสนุนให้ทุกคนเห็นด้วยกับเธอ
“ช่างเถอะ !ถ้าให้เพื่อนบ้านเมื่อก่อนรู้ละก็ คงไม่ใช่เื่ดีแน่ ! ” จางกว่างฝูไม่ได้แสดงความคิดเห็นอื่นแต่อย่างใดกลัวว่าคนอื่นจะหัวเราะตัวเอง
“แล้วจะเอายังไง !พี่ก็หย่าแล้ว ยังจะมีวิธีอื่นอีกรึไง ?ลุงต่งแกมีเงินเยอะนะ ? อย่าว่าแต่เงินเกษียณเดือนละ 3,000 หยวนเลย บ้านของแกก็มีตั้งหลายห้องขอแค่พี่จดทะเบียนสมรสกับลุงตงแลกกับการแบ่งห้องให้พี่สักห้อง มันจะเป็อะไรไป ?แถมยังมีเงิน 3,000 หยวนต่อเดือนอีก ทุกอย่างอาจจะตกมาอยู่ในมือพี่เขาก็ได้ ?ตาแก่นั่นจะอยู่ไปได้อีกสักกี่ปีกัน ตลอดระยะเวลาั้แ่อายุ 20 ปีจนถึงอายุ 80 ปีพี่เขาจะเก็บเงินได้เท่าไหร่ ? ถึงตอนนั้นพี่ก็คงจะอายุ 60 กว่าแล้วเชี่ยวเชี่ยวก็โตเป็ผู้ใหญ่แล้ว ยังไงก็ต้องมาดูแลพี่เขาอยู่ดี ! ตลอดชีวิตของพี่ไม่เคยสมบูรณ์เลยไม่ใช่เหรอยังจะให้ทำงานอีกหรือ ? ” เสียงคำนวณตัวเงินของจางฉุ้ยจวินนั้นดังกังวานแต่หารู้ไม่ว่าจางฉุ้ยเหลียนที่ยืนอยู่ข้างนอกนั้นรู้สึกเหน็บหนาวราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็งอย่างไรอย่างนั้น
จางฉุ้ยเหลียนไม่อาจทนฟังคำพูดต่อจากนั้นได้เธอพุ่งออกจากบ้านเหมือนกับคนบ้า วิ่งออกไปอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั้งพบว่าตัวเองนั้นมานั่งอยู่ริมสระในสวนสาธารณะแล้ว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอทำเพื่อครอบครัวนี้มาโดยตลอดเธอต้องยอมสูญเสียอะไรต่อมิอะไรไปตั้งเท่าไหร่โดยที่คนอื่นไม่มีทางรู้พ่อแม่น้องชายของเธอเองก็ไม่มีทางรู้เช่นเดียวกัน ?
แล้วเธอกำลังทำอะไรอยู่ตลอดชีวิตนี้ของเธอ?พ่อแม่ก็ลำเอียง น้องชายก็คิดว่าเธอเป็ตู้เอทีเอ็ม ไม่มีใครคิดจะสนใจความรู้สึกของเธอเลย ! นอกจากกู้จื้อเฉิง !
เป็เธอเองที่ไปเรียกร้องจากเขาเรียกร้องให้เขาสนใจ เรียกร้องเงินทองจากเขาเรียกร้องทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอ้า ตลอดระยะเวลายี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาเธอเอาแต่บีบบังคับผู้ชายคนนี้จนเขาทนไม่ไหวถึงกระนั้นเขาก็ทนไม่ได้ที่จะละทิ้งเธอ เป็เขาเองที่รู้ดียิ่งกว่าใครว่าถ้าเธอไปจากเขา เธอก็จะไม่มีที่ไป
“กู้จื้อเฉิง ฉันขอโทษ ! ถ้าชาติหน้ามีจริง ฉันจะดีกับนายฉันจะไม่ปล่อยให้นายต้องฝืนตื่นั้แ่เช้ามืดเพื่อออกไปขับรถแท็กซี่หาเงินมาเลี้ยงฉันฉันจะไม่ให้นายทำอาหารให้ฉันกินในตอนที่นายกำลังป่วย ฉันจะทำให้นายได้มีชีวิตที่ดีฉันจะไม่ทำให้เชี่ยวเชี่ยวเกลียดฉันอีกแล้ว !”
จางฉุ้ยเหลียนยืนอยู่ตรงข้ามกับสระน้ำที่มืดสนิทเธอเอาแต่ร่ำร้องขอโทษกู้จื้อเฉิง จากนั้นเธอก็ก้าวขาออกไปข้างหน้าและะโลงไปทันที !
วันที่ 21 เดือนธันวาคม ปี 2012 โลกทั้งใบต่างบอกว่าวันนี้เป็วันสุดท้ายของโลกจางฉุ้ยเหลียนไม่รู้ว่าวันนี้เป็วันสุดท้ายของโลกหรือเปล่าแต่เธอรู้เพียงแค่ว่าวันนี้เป็สุดท้ายของตัวเธอเอง...