มู่ไป๋เดินจากไปอย่างหดหู่สิ้นหวัง
ราวกับว่าเขาไม่เคยมาที่นี่มาก่อน
เหลือไว้เพียงรอยเืกองหนึ่งบนพื้นเท่านั้นที่พิสูจน์ได้ว่าเขาเคยมาที่นี่...
และในตอนที่มู่ไป๋เอ่ยชื่อตนเองออกมา เซี่ยฝูคุนััได้อย่างชัดเจนว่าสีหน้าของเซี่ยกว่างอวิ๋นที่อยู่ข้างกายพลันเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
มู่ไป๋ มู่อวิ๋น...
ทั้งคู่ต่างแซ่มู่ หรือว่ามู่ไป๋ผู้นี้จะเป็ศิษย์สายตรงของเขาเมฆาขาว มิหนำซ้ำยังเป็ผู้สืบเชื้อสายจากสายหลักของมู่อวิ๋น บรรพชนแห่งเขาเมฆาขาว?
เซี่ยกว่างอวิ๋นส่ายหัวไล่ความกังวล ในเมื่อเื่ราวบานปลายมาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้เขาเมฆาขาวจะแข็งแกร่งเพียงใด คงไม่ถึงขั้นยกพลมาถล่มเมืองเซี่ยของเขาให้ย่อยยับหรอกกระมัง?
“ท่านเ้าเมืองเซี่ย ท่านใจร้อนเกินไปแล้ว!”
ปรมาจารย์หนีกู่ก้าวออกมาพลางทอดถอนใจใส่เซี่ยกว่างอวิ๋น ในขณะที่พาสองพ่อลูกตระกูลเซี่ยขึ้นไปยังกึ่งกลางลานประมูล
“มู่ไป๋ผู้นั้น คือศิษย์สายตรงของเขาเมฆาขาว ทั้งยังเป็หลานชายแท้ๆ ของมู่อวิ๋นอีกด้วย...”
“ซี้ด—”
เซี่ยกว่างอวิ๋นสูดลมหายใจเข้าลึก กลัวสิ่งไหนได้สิ่งนั้นเสียจริง!
เขามองไปยังเซี่ยฝูคุนที่อยู่ข้างกาย พยายามฝืนยิ้มออกมา
“จะเป็ใครก็ช่างเถิด ในเมืองเซี่ยของข้า ต่อให้เป็ัก็ต้องก้มหัวให้ข้า!”
เมื่อได้ยินคำพูดถือดีของเซี่ยกว่างอวิ๋น ปรมาจารย์หนีกู่ก็ได้แต่ยิ้มขมขื่นพลางส่ายหน้า เขาได้เตือนในส่วนที่พึงกระทำไปแล้ว ส่วนที่เหลือคงต้องแล้วแต่ชะตากรรมของตระกูลเซี่ยเอง
ซากหมีอัคคีถูกส่งมอบถึงมือเซี่ยฝูคุนอย่างราบรื่น ทว่าด้วยเหตุที่มีผู้คนพลุกพล่าน เซี่ยฝูคุนจึงไม่ได้นำหมีอัคคีเข้าไปในระบบหลอมปีศาจในทันที เขาเพียงสั่งให้ผู้คุ้มกันตระกูลเซี่ยช่วยกันขนย้ายซากหมีอัคคีกลับไปยังจวนเ้าเมือง
“คุนเอ๋อร์ พ่อจะให้คนส่งหมีอัคคีไปที่ห้องเ้า เ้ากลับไปพักผ่อนก่อนเถิด!”
เซี่ยกว่างอวิ๋นพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับเหตุการณ์วุ่นวายในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ทว่าเซี่ยฝูคุนรู้ดีว่าพายุใหญ่กำลังจะพัดถล่มตระกูลเซี่ยในไม่ช้า
เขาพยักหน้าพลางทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น หลังจากเซี่ยกว่างอวิ๋นกลับเข้าห้องทำงานไปแล้ว เขาจึงลอบอาศัยความมืดหมอบคลานไปแอบฟังอยู่ที่ด้านนอกห้องเ้าเมือง
ภายในห้องนั้น ไม่รู้ว่าเซี่ยฝูเฉียนมาปรากฏตัวั้แ่เมื่อใด
“ท่านพ่อ เกิดเื่อันใดขึ้นหรือขอรับ? เหตุใดจึงเรียกข้ามาพบอย่างเร่งด่วนเช่นนี้?”
เซี่ยฝูเฉียนเอ่ยถามด้วยความฉงน เขาเห็นบิดากับน้องชายไปร่วมงานประมูล แต่เหตุใดพอกลับมาถึง บิดาถึงมีท่าทีเปลี่ยนไปเพียงนี้?
“ก่อนหน้านี้พ่อเคยฝากฝังให้คนไปลงทะเบียนเข้าเรียนที่สำนักศึกษาอ้าวติงซึ่งตั้งอยู่ติดกับอาณาจักรหย่าสือหลานให้เ้ากับคุนเอ๋อร์ไว้แล้ว ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาเปิดภาคเรียนแล้ว สองวันนี้เ้าจงเตรียมตัวให้พร้อม แล้วพาคุนเอ๋อร์มุ่งหน้าไปยังสำนักศึกษาอ้าวติงเสีย”
“หืม?”
เซี่ยฝูเฉียนชะงักงัน
“ท่านพ่อ หรือว่าในงานประมูลวันนี้จะเกิดเื่ขึ้น?”
“ไม่มีเื่อันใดทั้งนั้น ในเมืองเซี่ยแห่งนี้มีสิ่งใดที่พ่อจัดการมิได้เชียวหรือ? พ่อเพียงเห็นว่าในที่สุดคุนเอ๋อร์ก็ยอมก้าวออกมาจากปมในใจเสียที ลูกผู้ชายที่ดีต้องมีความทะเยอทะยานคิดการใหญ่ สำนักศึกษาอ้าวติงเป็ขุมกำลังยิ่งใหญ่ที่คานอำนาจกับอาณาจักรหย่าสือหลานได้ เมื่อพวกเ้าไปถึงที่นั่น ย่อมได้เรียนรู้วิชาแขนงต่างๆ ภายภาคหน้า...”
พูดถึงตรงนี้ จมูกของเซี่ยกว่างอวิ๋นก็กระตุกเล็กน้อย
“หากได้กลับมาเยี่ยมบ้าน พ่อคงจะรู้สึกภาคภูมิใจมิน้อย”
เซี่ยฝูเฉียนหาได้ล่วงรู้ถึงนัยแฝงที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของบิดา ทว่าเซี่ยฝูคุนที่แอบฟังอยู่ย่อมตระหนักได้ทันทีว่า เซี่ยกว่างอวิ๋น้าส่งเขากับพี่ชายออกไปให้พ้นจากอันตราย เขาจึงรีบถอยกลับไปยังที่พักของตนเงียบๆ
ภายในห้องพัก ซากหมีอัคคีถูกจัดวางไว้เรียบร้อยแล้ว
เซี่ยฝูคุนเปิดผ้าคลุมสีดำออก พบว่าซากหมีอัคคีตัวนี้ยังอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ นอกจากาแฉกรรจ์จากดาบสามแห่งที่หน้าอกแล้ว ส่วนอื่นแทบไม่มีรอยขีดข่วน
เขาเอื้อมมือไปััร่างหมีอัคคีเบาๆ มันก็ถูกจัดเก็บเข้าไปในร่างกายของเขา
“ติ๊ง ติ๊ง! ระบบหลอมปีศาจเริ่มทำงาน...”
“การเตรียมการหลอมวานรเทพจ้าวพลังเสร็จสิ้น กำลังเข้าสู่ขั้นตอนการหลอมรวม คาดว่าจะใช้เวลาสิบชั่วโมง”
เมื่อได้ยินเสียงของระบบหลอมปีศาจในหัว เซี่ยฝูคุนก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
วานรเทพจ้าวพลังที่กำลังจะถูกหลอมออกมานี้ จะมีพละกำลังทัดเทียมกับผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอด ทั้งยังเทียบเท่ากับสัตว์อสูรระดับสี่ และการจะได้สัตว์อัญเชิญระดับนี้มากลับใช้เวลาเพียงสิบชั่วโมงเท่านั้น ต้องยอมรับว่านอกจากการเสาะหาวัตถุดิบที่ยากลำบากแล้ว ระบบหลอมปีศาจนี้ก็นับว่ายอดเยี่ยมยิ่งนัก
เซี่ยฝูคุนยังแอบคิดเล่นๆ ว่า หากวันหน้าเขาเอาไข่ไก่กับมะเขือเทศมาใส่ระบบ มันจะหลอมออกมาเป็มะเขือเทศผัดไข่ให้เขาหรือไม่? ทว่านั่นก็เป็เพียงความคิดไร้สาระชั่ววูบ...
เวลาสิบชั่วโมงนี้ เซี่ยฝูคุนกะว่าจะใช้งีบหลับให้เต็มอิ่มสักตื่น
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ
การแก้แค้นจากเขาเมฆาขาวกลับรวดเร็วและดุดันถึงเพียงนี้!
ในรุ่งสางของวันถัดมา ขณะที่แสงอาทิตย์เพิ่งจะจับขอบฟ้า ทั่วทั้งจวนเ้าเมืองก็ตกอยู่ในความโกลาหล
“เกิดเื่อันใดขึ้น?”
เซี่ยฝูคุนสะดุ้งตื่น ขยี้ตาพลางะโลงจากเตียงทันที
“คุนเอ๋อร์ หลบอยู่ในห้อง อย่าได้ออกมา!”
เพียงแค่เซี่ยฝูคุนก้าวพ้นประตูห้อง เขาก็ถูกเซี่ยกว่างอวิ๋นผลักกลับเข้าไปข้างใน เขาเห็นว่าเซี่ยกว่างอวิ๋นตอนนี้มีอาวุธครบมือแล้ว
“ท่านพ่อ เป็คนของเขาเมฆาขาวใช่หรือไม่?”
ในเมืองเซี่ยแห่งนี้ ไม่มีใครจะทำให้เซี่ยกว่างอวิ๋นเคร่งเครียดได้ถึงเพียงนี้ คำตอบเดียวที่เหลืออยู่คือคนจากเขาเมฆาขาวมาถึงแล้ว ทว่า—
ระยะทางจากเขาเมฆาขาวมายังเมืองเซี่ยนั้นไกลพอสมควร เหตุใดคนจากเขาเมฆาขาวถึงมาได้อย่างรวดเร็วปานนั้น?
“อย่าถามมากความ อยู่ในห้องของเ้าไป ประเดี๋ยวพี่ใหญ่ของเ้าจะมารับเ้าในไม่ช้า พวกเ้าหนีออกทางหลังจวนแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังสำนักศึกษาอ้าวติงทันที ขุมกำลังของสำนักศึกษาอ้าวติงนั้นซับซ้อนและยิ่งใหญ่ แม้แต่เขาเมฆาขาวก็มิกล้าตอแย เมื่อไปถึงที่นั่นพวกเ้าย่อมปลอดภัย!”
เซี่ยฝูคุนยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็ถูกเซี่ยกว่างอวิ๋นผลักเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูใส่
“บ้าเอ๊ย!”
เซี่ยฝูคุนสบถออกมาอย่างเหลืออด เขาคาดไม่ถึงว่าสถานการณ์ในโลกใบนี้จะดำเนินไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาดเช่นนี้ ในนิยายทั่วไป อย่างน้อยก็น่าจะเว้น่ให้ทำใจสักสิบวันครึ่งเดือนสิถึงจะมีคนมาล้างแค้น!
เขาตรวจสอบระบบหลอมปีศาจในร่างกาย พบว่าตัวเลขการหลอมแสดงเวลาที่เหลืออยู่อีกเพียงครึ่งชั่วโมง
“น้องคุน เร็วเข้า รีบหนีไปกับข้า!”
ในขณะที่เซี่ยฝูคุนกำลังยืนเหม่อ เซี่ยฝูเฉียนก็สะพายห่อสัมภาระพะรุงพะรังวิ่งเข้ามากระชากมือเขา
“พี่ใหญ่ ท่านทำอันใดกัน?”
เซี่ยฝูคุนขมวดคิ้วมุ่น
“ท่านพ่อบอกว่า ตราบใดที่ขุนเขายังเขียวขจี อย่าได้กลัวไม่มีฟืนเผา (ตราบที่ยังมีชีวิต ย่อมมีความหวัง)”
“เขาเมฆาขาวมิใช่สิ่งที่พวกเราในตอนนี้จะต่อกรได้ มู่อวิ๋น บรรพชนแห่งเขาเมฆาขาวผู้นั้นบรรลุถึงครึ่งก้าวผู้ฝึกยุทธ์อานุภาพเทพ พวกเราต้องเร่งเพิ่มพูนความแข็งแกร่งก่อน จึงค่อยกลับมาล้างแค้น!”
“มู่อวิ๋นมาด้วยตนเองงั้นหรือ?”
เซี่ยฝูคุนเอ่ยถาม
“มิใช่เสียหน่อย เ้าจะถามเื่นี้ทำไมกัน?”
เซี่ยฝูเฉียนชะงักไปครู่หนึ่ง เขาคาดไม่ถึงว่าน้องชายจะถามเื่ที่ไม่เข้ากับสถานการณ์เช่นนี้ นี่ใช่เวลามาซักถามเื่นี้หรือไร?
“เช่นนั้นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดที่มาเยือนในครั้งนี้คือผู้ใด?”
“เขาเมฆาขาวส่งคนมาสามคน หากนับรวมมู่ไป๋ด้วยก็เป็สี่คน ทว่าทั้งสามคนนั้นล้วนเป็ผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดขั้นกลาง ลำพังท่านพ่อเพียงผู้เดียว ยากที่จะต้านทานไหว”
เมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยฝูเฉียน เซี่ยฝูคุนก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
นับว่ายังพอมีทางสู้ ผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดสามคน เซี่ยกว่างอวิ๋นย่อมยื้อเวลาไว้ได้คนหนึ่ง ส่วนอีกสองคนที่เหลือ ขอเพียงเขายื้อเวลาจนกว่าวานรเทพจ้าวพลังจะหลอมเสร็จสิ้น ทุกอย่างย่อมคลี่คลาย
เมื่อคิดได้ดังนั้น เซี่ยฝูคุนก็สะบัดมือออกจากเซี่ยฝูเฉียน แล้ววิ่งออกไปทางหน้าจวนเ้าเมืองทันที
“น้องคุน เ้าเสียสติไปแล้วหรือ!”
เซี่ยฝูเฉียนได้แต่ยืนงงงวยด้วยความสับสน นี่มันเกิดเื่บ้าอันใดขึ้นกันแน่?! ไหนตกลงกันว่าจะรักษาชีวิตไว้ก่อนมิใช่หรือไร!