“ท่านปรมาจารย์เชิญท่านเถิดหากช้าเกรงว่าไท่จือจะพบกับอันตราย”
เดินกำลังลมปราณเพียงน้อยนิดปู้ต่านซินใช้โบกมือ ม่านน้ำให้แยกออกจากกันจนเห็นพื้นหินพื้นทราย เป็ทางกว้างเหล่าทหารเบิกตากว้าง บางคนถึงกับะโตัวลอย ด้วยความตื่นเต้น หลินกาลเวลาหลิวยิ้มรู้สึก ว่า มองไม่ผิดปรมาจารย์หนุ่มมากฝีมือ จะเป็ของใครหากไม่ใช่ของหลินอี้หลิว นางจะต้องใช้โอกาสอันดีนี้สร้าง เื่ราวให้มีความผูกพันกันจน ปู้ตานซินไม่อาจมองข้ามนาง หยางหว่านปรบมือเปาะแปะ
“ท่านปรมาจารย์ม่านน้ำนี่อยู่ได้นานแค่ไหน”ท่านแม่ทัพเอ่ยปากถามกล้าๆ กลัวๆ กลัวว่าหากเดินลงไปแล้วม่านน้ำปิดลงไปเสียพวกเขามิต้องตายอยู่ในนี้หรือ
“ไม่ต้องห่วง มันจะอยู่จนกว่าข้าจะสั่งให้มันปิดลง”
“โอ้ไม่น่าเชื่อท่านปรมาจารย์ท่านช่างเยี่ยงยุทธ์เสียจริงไม่น่าเชื่อว่าในใต้หล้านี้ยังมีปรมาจารย์ท่านไหนที่จะเก่งกาจเช่นปรมาจารย์ปู้ตานซิน
เพียงวางท่าเชิดหน้าให้สูงส่งหาได้ ตอบรับหรือปฏิเสธไม่ด้วยว่าการเป็ปู้ตานซินนั้นยากที่จะแสดงอารมณ์ชัดเจน ให้เป็ที่ประจักร ท่านแม่ทัพยิ้มจนเก้อในเมื่อปู้ตานซินไม่ยิ้มตอบแม้นจะเยินยอเพียงใดเขาก็หาใช่ผู้ที่ลุ่มหลงคำเยินยอ
“ พวกเ้าตามข้ามา ระวังกันให้มาก หยางว่าน มาอยู่ข้างๆ อาจารย์”หย่างหวานน้อยเดินไปสอดมือในอุ้งมืออุ่นของ ปู้ตานซินรุ้สึกอบอุ่นที่เหมือนดังบิดาก็ไม่ปาน
“ท่านจ้าวสำนักขาอาสาดูแลศิษย์ของท่านให้เอง”
“ไม่ ข้าดูแลนางได้”ไม่วางใจ ให้ใครปกป้อง ...หัวใจของเขา หากเป็ยางหว่านเป็อะไรไป ปู้ตานซินมิต้องใช้วิชาท่องกาลเวลาอีกครั้งหรือในเมื่อการมาครั้งนี้ก็เพื่อนางแม้เ้าปีศาจ พรายน้ำจะไม่มีพิษสงอะไรก็เพื่อไม่ประมาทเขาจะไม่มีทางเอาหยางหว่านไปเสี่ยง
“ท่านห่วงใยศิษย์ยิ่งนักมิน่า ศิษย์ของท่านแต่ละคนล้วนพูดไปในทางเดียวกันว่าปรมาจารย์ปู้ตานซิน ห่วงใยดูแลศิษย์ในสำนักดียิ่งกว่าสจ้าวสำนักคนไหน”ปู้ตานซินยิ้มบางๆ ขยับกายจูงมือหยางหว่านยังใต้บาดาลที่ มองเป็เพียงความมืดดำทะมึนปู้ตานซิน ไม่มีสีหน้าสะทกสะท้านแม้แต่น้อย
“อาจารยยยยยย์ ช่วยข้าศิษย์ด้วย”ปู้ตานซินส่งสายตา ห่วงใยไปให้กับหลงตั๋วที่สีหน้าแช่มชื่นเมื่อเห้นว่าปู้ตานซินกลับมาช่วยเขา อย่างที่คาดหวังไว้
“สะบัดมือเพียงพริบตาโซ่เหล็กขาดสะบั้น เ้า ปีศาจพรายน้ำ เข้ามาขว้างไว้ทั้งตัว
“555มาหลายคนดีเหลือเกิน ข้ามีอาหารกินไปอีกหลายวัน"
“โอหังเ้าปีศาจชั้นต่ำพวกข้าเป็ถึงองครักษ์เกราะทองเกราะเงินเช่นไรจึงจะกินพวกข้าได้”
“ฮ่องเต้ข้าก็จะกิน ไท่จือยังเกือบถูกข้ากินไปแล้วหากช้าอีกนิดคงต้องเป็อาหารเข้าไปแล้ว”ใช้เล็บจิกเข้าไปในคอของหลงตั๋ว
“พวกเ้ามัวแต่ต่อปากต่อคำรีบจัดการมันเสีย อะอะอาจารย์ช่วยข้าด้วย”ปู้ตานซิน สะบัดฝ่ามือ แรงลมมหาศาลปะทะใบหน้าของ ปีศาจ พรายน้ำจน กระเด็นไปเกือบสามจั๋ง หลงตั๋วหลุดออกจากการเกาะกุม เหล่าองครักษ์รีบพยุงร่างของไท่จือ
“ไม่เลว ถึงว่าเ้าหนุ่มนี่ถึงได้พร่ำพูดถึงอาจารย์”รวบรวมกำลังลมปราณก่อนจะผลักก้อนพลังกลมสีแดงใส่ ปู้ตานซินอย่างแรง เพียงคิดว่ายืนเฉยๆ อย่างสง่างามก็ไม่มีพลังใดทำอันตรายเขาได้ด้วยเศษพลังอันน้อยนิดที่เ้าปีศาจพรายน้ำรวบรวมมานั้น ปู้ตานซินััได้ว่ามันไม่ทำให้สะทกสะท้านแต่อย่างใด
แต่ หลินอี้หลิว ถลาเข้ามาขว้างก้อนพลังไว้ ก้อนพลังสีแดง ถูกผลักเข้าเต็มอกของหลินอี้หลิว ที่สะอึกกระอักเืสดๆ ออกมา ปู้ตานซินถอนหายใจส่ายหน้าด้วยความเบื่อระอานางคิดว่านางเป็ใครกันสบประมาทเขาเพียงนั้นเชียวหรือช่างไม่น่าไห่อภัยอย่างยิ่ง หญิงโง่งม ไร้ความเฉลียวฉลาด คิดว่าตัวเองมี ลมปราณกล้าแกร่งกว่าเขาเช่นนั้นหรือ
“ท่านจ้าวสำนักระวัง”ปู้ตานซินจำต้องรับร่างบอบบางนั้นไว้เสียไม่ได้ นางหันมาพยายามสบตาเขาด้วย ความซาบซึ้งใจหวังให้เขาสบตาตอบ ปู้ตานซินเบือนหน้าหนีมองไปยัง เ้าปีศาจพรายน้ำ
“โชคดีของเ้าที่ไม่ถูกพลังลมปราณของข้าซัดเข้าใส่”ปู้ตานซิน หลุบตามองพื้นเขาเกิดมาไม่เคยหัวเราะแต่บัดนี้กับรู้สึกอยากเปล่งเสียงให้ดังกังวาน เพียงแต่สะกดกลั้นไว้เสีย
“ท่านจ้าวสำนัก ขะข้า ข้า”หลินอี้หลิวหมดสติไปในอ้อมแขนของเขาปู้ตานซินพยักหน้าให้องครักษ์มารับนร่างของอี้หลิวไปเสีย
“หลงตั๋วดูแล ศิษย์พี่ของเ้า”
“ขอรับอาจารย์”หลงตั่วเอื้อมมือคว้าข้อมือของหยางหว่านมากำไว้ เหล่าองครักษ์กับทหารตำลึงตาค้างเมื่อเห็นว่าหยางหว่านเป็ถึงศิษย์พี่ของไท่จือ
“ หมดเวลาเ้าแล้วให้เลือกเอาจะออกบวชไม่กินเนื้อคนอีกต่อไปหรือว่าจะถูกข้าผนึกไว้ใต้บาดาลแห่งนี้”
“สามหาว” ทะยานเข้าใส่ ปู้ตานซิน ที่ซัดฝ่ามือเข้าใส่ เบาๆ ก่อนจะตวัดพลิกฝ่ามือตรึงร่างน่าเกลียดของปีศาจร้ายจนกลายเป็หินไปทั้งร่าง
“เย้อาจารย์จัดการกับเ้าปีศาจได้แล้วเย้ๆๆ ”หลงตั๋ว ะโดังๆ ปู้ตานซินพยักหน้าให้ เหล่าทหารหามเอาร่างของ ตัวภาระอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้แต่แรก หญิงสาวสวยมักจะเป็ภาระ เพราะนางมักจะทำอะไรตามใจหาใช้สมองไตร่ตรอง