พริบตาเดียวเปลวเพลิงก็ได้เผาผลาญตัวหัวหน้าของผีปอบแลกหน้าไปจนหมดสิ้น
นางยังไม่ทันที่จะได้ััตัวเลยซักนิด
แขนขารวมถึงร่างกายอันทนทานของิญญาร้ายก็สูญสลายหายไปทั้งหมด หลงเหลือไว้เพียงคริสตัลิญญาก้อนเล็กๆที่ล่วงหล่นลงมา
[ติ๊ง! เทพอาชูร่าได้สังหาริญญาร้ายแรงก์E ผีปอบแลกหน้า ได้รับค่าประสบการณ์10หน่วย โฮสต์ได้รับค่าิญญา10แต้ม]
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นพร้อมกับการสูญสลายหายไปของมัน ทำให้เซียงหลินต้องะโลงมาจากเทพอาชูร่า ั์ตาจ้องมองไปยังเศษซาก
ตอนนี้กลุ่มผีปอบแลกหน้าได้หายไปทั้งหมดแล้ว พวกมันเหลือทิ้งไว้เพียงคริสตัลิญญาที่มีมูลค่าเป็เครดิตเท่านั้น
"หึหึ เป็ทักษะที่น่ากลัวมาก!!"
"แต่มันก็ใช้แรงไปเกือบหมดเลยนะเนี่ย"
ชายหนุ่มบ่นพึมพำออกมาอย่างตื่นเต้น
ขณะเดียวกันก็ยกมือปากเหงื่อบนใบหน้าของตน ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหอบ
อาณาเขติญญา ทักษะิญญาพิเศษที่ทำให้สามารถปลดปล่อยพลังออกมาได้อีกหลายเท่า
สร้างเขตแดนบริเวณวงกว้างเพื่อทำให้เกิดความได้เปรียบต่อศัตรูของตน ใครที่อยู่ในอาณาเขติญญาก็เสมือนกับถูกรายล้อมด้วยกรงขังขนาดใหญ่ที่ไม่มีวันหลบหนีได้
รูปแบบพลังเองก็มีคุณลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ตามแต่คุณสมบัติแยกย่อยกันไปตามพลังิญญานั้นๆ
ตัวของเทพอาชูร่าที่มีชีวะประวัติขึ้นชื่อว่าเป็เทพแห่งผู้บ้าคลั่ง แน่นอนอยู่แล้วว่าอาณาเขติญญาก็ต้องเกี่ยวกับการสังหาร
เป็รูปแบบอาณาเขตที่เรียบง่ายและน่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด เป็การสังหาริญญาร้ายด้วยเปลวเพลิงชำระล้างที่ยิ่งใหญ่
เผาผลาญทุกสรรพสิ่งที่ก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของตน ถือเป็เขตแดนเพลิงพิพากษาที่ไร้เทียมทานและไม่มีใครเทียบเคียงได้
ิญญาร้ายระดับแรงก์ต่ำกว่าหรือเทียบเท่า ทั้งหมดต้องถูกเผาผลาญด้วยเพลิงจนสิ้น เผลอๆอาจคุกคามระดับสูงกว่าได้เลยทีเดียว
ถือเป็ไพ่ตายอันยิ่งใหญ่ใบนึงสำหรับิญญาแรงก์Aขึ้นไปเลยก็ว่าได้
ทว่าข้อเสียก็มีอยู่ร้ายแรงเช่นเดียวกัน
อาณาเขติญญาคือทักษะพิเศษที่จะดูดกลืนพลังิญญาไปอย่างมากมาย ใช้เพียงแค่ครั้งนึงก็ทำให้สภาพของพวกเขาต้องห่อเหี่ยวไร้สิ้นเรี่ยวแรงกันเลยก็ว่าได้
"เพราะเหตุงี้เองใช่ไหม"
"อาณาเขติญญาถึงเป็ไพ่ตาย"
"ถ้าเป็ระดับแรงก์Aขึ้นไปก็ไม่ใช่ปัญหาหรอก"
"แต่เทพอาชูร่าเพิ่งอยู่ในระดับแรงก์Eเอง"
ต่อมาเซียงหลินก็ได้เปิดข้อมูลของตนเองรวมถึงภูติิญญาประจำตัวเช่นอาชูร่าขึ้น
[ภูติิญญาประจำตัว เทพอาชูร่า]
[ระดับขั้นเทพมายา ิญญาแรงค์E]
[พร์การเติบโต10ดาว (ระดับสูงสุด)]
[ทักษะิญญา เปลวเพลิงอาชูร่า สายลมอาชูร่า]
[อาณาเขติญญา ความโกรธเกรี้ยวของเพลิงอาชูร่า ความโกรธเกรี้ยวของสายลมอาชูร่า]
[ค่าประสบการณ์ที่ใช้เลื่อนระดับ 245/1000]
"หึหึ ไม่เลวเลยทีเดียว"
"ค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นอยู่ไม่น้อย"
เซียงหลินพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ
กระทั่งดวงตาของเขาก็ได้ไปเห็นถึงข้อมูลแปลกปลอมที่ปรากฏเพิ่มขึ้นมา
"หือ? ทำไมถึงมีอาณาเขติญญาขึ้นมาอีกชนิดนึง อย่าบอกนะว่ามันคือทักษะิญญาที่เพิ่งวิวัฒนาการขึ้นมา"
เขาตอนนี้ถึงกับแสดงสีหน้าที่มึนงง ั์ตาเบิกกว้างจ้องมองไปยังหน้าต่างข้อมูลของระบบ
หรือว่าเขาตอนนี้จะตาฟาดไป
แต่ไม่ว่าจะมองยังไง อาณาเขติญญาชนิดใหม่ก็ได้ถูกเขียนต่อกันเอาไว้ที่ประโยคถัดไป ตัวของเขาไม่ได้ตาฟาดหรือหลอนอะไรทั้งสิ้น
ระบบที่เห็นว่าโฮสต์ของตนนึกสงสัยจึงได้อธิบายออกมาอยู่เล็กน้อย
[นี่คือความพิเศษของภูติิญญาประจำตัวระดับเทพมายายังไงละ]
[ระบบต้องบอกก่อนว่าเทพอาชูร่านั่นเชียวชาญในวิถีธาตุทุกแขนง รากฐานแห่งพลังทั้งหกชนิดได้หลอมรวมอยู่ในร่างกายของเขา]
[ว่ากันว่าแขนข้างนึงของเทพอาชูร่าคือสัญลักษณ์ตัวแทนต่อธาตุชนิดต่างๆ ดิน น้ำ ลม ไฟ สายฟ้าและความมืด]
[วิถีทั้งหกจะถูกปลดล็อคก็ต่อเมื่อแรงก์พลังิญญาของเขาวิวัฒนาการเพิ่มขึ้น ตอนนี้ก็มีเปลวเพลิงอาชูร่ากับสายลมอาชูร่าแล้ว ถ้าในอนาคตยังมีธาตุอื่นๆต่อไปโฮสต์ก็ไม่ต้องแปลกใจ]
[เทพอาชูร่าถือเป็ิญญาระดับเทพมายาที่พิเศษยิ่งกว่าตนอื่นๆ เพราะเขามีอาณาเขติญญาที่มากยิ่งกว่าิญญาตนใด]
[ถ้าเกิดว่าในอนาคตตัวของโฮสต์มีพลังิญญามากพอ เทพอาชูร่าก็จะสามารถใช้อาณาเขติญญาทับซ้อนกันได้อีกด้วย ผสานพวกมันและก่อเกิดเป็พลังทำลายล้างอันเป็ที่สุด ไม่ว่าจะเป็ใครเมื่อมาอยู่ต่อหน้าอาชูร่าก็ต้องหมอบศิโรราบทั้งสิ้น]
คำพูดของระบบได้ทำให้หัวใจของเซียงหลินต้องเต้นระรัวขึ้น ในใจเองก็กำลังนึกภาพมโนที่เกิดขึ้น
ิญญาที่มีอาณาเขติญญามากกว่าหนึ่งชนิด ยังใช้งานพวกมันออกมาได้อย่างพร้อมเพรียงกันอีก แล้วแบบนี้ในอนาคตจะมีใครต่อกรกับภูติิญญาประจำตัวของเขาอย่างเทพอาชูร่าได้กันละ
อีกอย่างนึงก็คือพลังธาตุที่เทพอาชูร่าได้มันก็ไม่ธรรมดา ทั้งเปลวเพลิงทั้งสามลมก็ร้ายกาจเป็อย่างมาก มันแตกต่างไปจากเพลิงหรือสายลมโดยปกติอย่างสิ้นเชิง
ไม่ต้องไปพูดถึงอาณาเขติญญาที่สามารถยกระดับพลังได้ ไร้เทียมทานซะจนอยากจะหัวเราะเลยทีเดียว
"เหอะๆ อาชูร่าหนออาชูร่า"
"ทักษะของนายมันน่าหวาดกลัวเกินไป ฉันคงถูกสูบพลังิญญาไปจนหมดสิ้นซะก่อน"
เซียงหลินหัวเราะขึ้นในลำคอ
ยกแขนของตนขึ้นพร้อมกับตบฝ่ามือไปมายังแผงอกที่แข็งแกร่งของิญญาเทพอาชูร่า
ตัวของร่างเงาที่ใหญ่โตก็ไม่ได้สนใจอะไร
ใบหน้าทั้งสามรวมถึงดวงตาทั้งหกของมันยังคงเฝ้ามองสถานการณ์ต่างๆ
ถึงเวลานี้ิญญาร้ายที่ปรากฏออกมาได้ถูกกำจัดไปจนหมดสิ้นแล้ว ทว่าพวกเขาเองก็ยังประมาทไม่ได้ ผิดพลาดมาเพียงนิดเดียวก็หมายถึงชีวิตได้เลยด้วยซ้ำ
"ขอพักก่อนละกัน"
"อาชูร่าเฝ้าระวังด้วย!!"
เหลือระยะทางอีกเพียงไม่นาน ตัวของเขาก็เดินทางกลับไปถึงยังเมืองัได้
ทว่าด้วยอาณาเขติญญาที่แข็งแกร่ง
มันก็ทำให้สภาพของชายหนุ่มต้องอ่อนเพลียเป็อย่างมาก ขนาดมีชุดมิติไหม์ในการเยียวยาสภาพร่างกายของตนเองแล้ว มันก็ยังจำเป็ต้องใช้เวลา คงต้องนั่งพักประมาณ10-20นาทีเพื่อทำให้พลังิญญาทั้งหมดฟื้นคืนสภาพ
ขณะเดียวกันแสงสว่างยามเย็นก็เริ่มจางหายไป ่เวลาบนท้องฟ้าได้เริ่มสลับ
เซียงหลินที่เห็นว่าความมืดเริ่มมาเยียนแล้วก็ยกยิ้มแห้งๆออกมาอยู่เล็กน้อย
"อะไรมันจะบังเอิญถึงเพียงนั่นกันเนี่ย? แถมตอนนี้เขาอยู่ในบริเวณจุดที่อันตรายซะด้วยซิ"
"เหอะๆ ฉันตอนนี้ี้เีออกแรงแล้วน้า"
เขาบ่นพึมพำเสร็จก็เอนหลังพิงบริเวณต้นไม้แห่งนึง อยู่บนเชิงหินของถนนที่ถูกสร้างขึ้น
ตอนนี้บรรยากาศเริ่มเงียบสงัดวังเวง มีเพียงแค่เสียงใบไม้หวิวรวมถึงสายลมอ่อนๆที่กำลังพัดผ่าน
เมื่อความมืดได้มาเยียมเยียน ิญญาร้ายระดับต่างๆเมื่อมาอยู่ท่ามกลางแสงพระจันทร์ที่สาดส่อง พลังของพวกมันจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย
มีความดุร้ายรวมถึงกระหายบ้าคลั่งในการกลืนกินสิ่งมีชีวิตเพิ่มมากขึ้น ไม่แน่ว่าบางตนก็อาจมีพลังิญญามากยิ่งกว่าเดิมถึงหนึ่งเท่าตัว
ผู้ฝึกฝนิญญาถ้าไม่จำเป็ก็จะไม่ออกมาตอนกลางคืนโดยเด็ดขาด เพราะพวกเขาจะลำบากเมื่อเผชิญหน้ากับิญญาร้ายในรูปแบบต่างๆ
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งพักเพื่อฟื้นสภาพร่างกายของตนเอง เขาก็เปิดดูระบบปรากฏให้เห็นถึงข้อมูลที่คุ้นเคย
[ชื่อเซียนหลิน อายุ15ปี]
[พลังิญญา ระดับแรงค์E]
[ภูติิญญาประจำตัว เทพอาชูร่าระดับเทพมายา]
[ทักษะิญญา ศาสตร์มาร์ต้องห้าม(ถูกปิดผนึก) ]
[แต้มิญญา 345แต้ม]
ข้อมูลอื่นๆยังไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ที่เปลี่ยนไปก็คือตัวเลขสะสมของแต้มิญญา
"ไม่เลว แต้มตอนนี้แตะเข้าหลักร้อยแล้ว"
"ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทักษะิญญาจะต้องแต้มใช้เยอะแค่ไหน อาจคล้ายคลึงกับการใช้ค่าประสบการณ์ก็ได้ละมั้ง"