สายตาของผมนิ่งเงียบแต่ลึกคม ราวกับกำลังค้นหาคำตอบอยู่ในดวงตาของเขา ผมถามด้วยน้ำเสียงสงบ
“นายวาดรูปนั้นเองเหรอ”
“ผมวาดเอง” เขาพยักหน้า “แต่…ก่อนจะให้คุณ ผมอยากถามอะไรบางอย่าง”
จักขมวดคิ้วน้อยๆ และพยักหน้าให้พูดต่อ
“เมื่อวานกับวันนี้คุณไปไหนมา ทำไมไม่ยอมบอกผม คุณปิดบังอะไรผมอยู่ ได้โปรดจัก…เชื่อใจผมเถอะ”
ชั่วครู่หนึ่งผมหันหน้าหนี ราวกับกำลังต่อสู้กับตัวเอง ก่อนถอนหายใจลึกแล้วพูดว่า
“ผมบอกไม่ได้ ยังไม่ใช่ตอนนี้…แต่เดี๋ยวนายจะได้รู้ ผมสัญญา นิรัน”
ท่ามกลางความเงียบ เขายื่นภาพวาดให้ผม ผมรับมันมาโดยไม่พูดอะไร และจ้องมองอยู่นาน ดวงตาผมจริงจัง…แทบจะสั่นไหว
ผ่านไปครู่หนึ่ง ผมถามเบาๆ
“ทำไม…ริมฝีปากของผม”
เขาสบตาผมและกระซิบ
“เพราะผมลืมมันไม่ได้ เพราะมันมีความหมาย…มากกว่านั้นสำหรับผม ต่อให้คุณปิดบังอะไรอยู่ ผมก็อยากให้คุณรู้—ผมเชื่อใจคุณ และผมก็อยากให้คุณเชื่อใจผมเหมือนกัน ทุกเวลา ทุกเรื่อง ผมอยากเป็นที่ปลอดภัยของคุณ และผมสัญญา…ผมจะเชื่อฟังคุณเสมอ ไม่ว่าคุณขออะไร ผมจะทำ”
ผมก้าวเข้าไปหาและกอดเขาไว้โดยไม่พูดสักคำ อ้อมกอดของผมแน่นแต่แผ่วเบา ราวกับกำลังปกป้องเขาจากโลกทั้งใบ
“นิรัน…” ผมกระซิบข้างลำคอเขา “มีบางอย่างที่ผมยังบอกนายไม่ได้ ตอนนี้ยังไม่ได้ แต่สักวันผมจะบอก แค่อยากให้นายสัญญาอะไรบางอย่าง”
เขามองผม หัวใจเต้นแรง
“สัญญาว่านายจะอยู่ข้างผมเสมอ ไม่ว่าใครจะพูดอะไร ไม่ว่านายจะค้นพบอะไร ผมอยากให้นายอยู่กับผม ตอนนี้…และตลอดไป”
เขายิ้มและกระซิบ
“ผมสัญญา”
จากนั้นเขาเอาหน้าผากแตะหน้าผากผม และในความเงียบระหว่างจังหวะหัวใจนั้น ผมรู้แล้ว…ความรักอยู่ตรงนี้มาตั้งนาน เราแค่ต้องปล่อยให้มันหายใจ
หลังจากช่วงเวลานั้น ผมผละศีรษะออกเล็กน้อย แต่แขนยังโอบเอวเขาอยู่
“หิวไหม” ผมถามเบาๆ
เขาพยักหน้า “นิดหน่อย”
“ดีเลย เราสั่งอะไรกินกัน วันนี้นายไม่ต้องทำอาหาร” ผมพูดพร้อมรอยยิ้มเหมือนกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง
เราหยิบของแล้วไปนั่งในห้องนั่งเล่น เปิดดูเมนูร้านอาหารด้วยกัน สุดท้ายเลือกของโปรดร่วมกัน—ก๋วยเตี๋ยวไทยซอสถั่วกับเต้าหู้ทอด เพิ่มปอเปี๊ยะทอด และของหวาน—ข้าวเหนียวมะม่วง
ระหว่างรออาหาร เรานั่งบนโซฟา ศีรษะเขาซบไหล่ผม แขนผมโอบเขาไว้
พอกริ่งหน้าประตูดัง ผมลุกขึ้น ขยิบตาให้เขา
“เดี๋ยวมา”
ไม่กี่นาทีต่อมา ผมกลับมาพร้อมถุงอาหารหอมกรุ่น วางจานเรียงบนโต๊ะอย่างเรียบร้อย แล้วนั่งข้างเขา
ผมหยิบปอเปี๊ยะจิ้มซอส แล้วค่อยๆ ป้อนถึงริมฝีปากเขา
“อ้าปากสิ” ผมพูดพร้อมรอยยิ้มอ่อน
เขาอ้าปากช้าๆ ให้ผมป้อน มันอ่อนโยน…แทบจะสนิทชิดใกล้ ดวงตาเราสบกันตลอด
“ไม่คิดว่าคุณจะอ่อนโยนได้ขนาดนี้” เขาพูดระหว่างเคี้ยว
“ก็เฉพาะกับนาย” ผมกระซิบ พลางใช้นิ้วโป้งเช็ดมุมปากเขาเบาๆ
หลังจากนั้นผมป้อนเขาอีกหลายคำ ก่อนเราจะเอนพิงโซฟา มือผมวางบนต้นขาเขา ปลายนิ้วลูบขึ้นลงเบาๆ เหมือนลากเส้นที่มองไม่เห็น
“นิรัน…” ผมเรียกเบาๆ
“หืม?”
ผมมองเขา คราวนี้ต่างออกไป…ลึกกว่าเดิม
“เมื่อกี้…ตอนริมฝีปากเราแตะกัน นาย…” ผมเริ่มพูดแต่หยุดไว้
หัวใจผมเต้นแรง เขาค่อยๆ เอนเข้ามา ผมก็เอนเข้าไปเช่นกัน เหลือห่างกันแค่ไม่กี่เซนติเมตร
“จัก…” เขากระซิบ
ลมหายใจเราแตะกัน ความเงียบปกคลุม
และตอนที่ริมฝีปากกำลังจะสัมผัส—
ติ๊งต่อง!
กริ่งดังขึ้น
เราสะดุ้งและผละออก
ผมถอนหายใจเบาๆ แล้วลุกขึ้น
“ผมไปเปิดประตู”
เมื่อกลับมา ผมถือถุงใบเล็กอีกใบ
“นั่นอะไร” เขาถาม
ผมยิ้มบางๆ
“เซอร์ไพรส์ ผมแอบสั่งไว้”
ผมหยิบกล่องเล็กออกมา ข้างในมีเค้กมะพร้าวชิ้นหนึ่ง—ของโปรดเขา
เขากะพริบตา
“คุณรู้ได้ยังไงว่าเค้กมะพร้าวคือของโปรดผม”
ผมกระซิบ
“แท็ง”
เขายิ้มแล้วพูด
“ผมก็รู้อยู่แล้ว”
เขาเอื้อมมาแตะมือผมเบาๆ
“วันนี้คุณมีแต่เรื่องให้เซอร์ไพรส์”
ผมนั่งใกล้เขากว่าเดิม
“เพราะนายทำให้ผมเป็นแบบนี้”
เรากินเค้กด้วยกันช้าๆ ในความเงียบ
“จัก?” เขากระซิบ
“ว่าไง”
“ถ้าผมขอให้คุณจูบผม…คุณจะจูบไหม”
ผมไม่ตอบทันที เพียงหันตัวเข้าหาเขา ประคองใบหน้าเขาไว้ นิ้วโป้งลูบแก้มเบาๆ
“จูบ” ผมกระซิบ “แต่ไม่ใช่เพราะนายขอ…เพราะผมอยากทำ”
ผมเอนเข้าไปอีกครั้ง ช้าๆ ตั้งใจมากขึ้น
และก่อนริมฝีปากเราจะสัมผัสกันอีกครั้ง—
ติ๊งต่อง!